เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 118: สการ์

ตอนที่ 118: สการ์

ตอนที่ 118: สการ์


ตอนที่ 118: สการ์

เซี่ยเฟยเจาะรูบนท่อพร้อมกับหย่อนตัวลงไปในห้องน้ำที่ว่างเปล่า โดยหนีบแผ่นโลหะที่ถูกตัดเอาไว้ใต้แขนของเขา

จากนั้นชายหนุ่มก็ยกแผ่นโลหะขึ้นสูงเหนือศีรษะก่อนที่จะออกแรงกระโดดเบา ๆ เพื่อแปะแผ่นโลหะเข้าไปที่ท่อดังเดิม ซึ่งถ้าหากว่าใครไม่สังเกตดี ๆ มันก็ไม่มีทางที่เขาคนนั้นจะมองเห็นรอยตัดที่ชายหนุ่มได้ก่อเอาไว้เลย

หลังจากปกปิดร่องรอยการลอบเข้ามาชายหนุ่มก็ซ่อนปลอกแขนสีแดงเอาไว้ในชุด

สีแดงเป็นสีที่สะดุดตามากและนักฆ่าที่มีประสบการณ์ย่อมไม่พกของสีแดงในระหว่างที่พวกเขากำลังพรางตัว

ทันใดนั้นเองมันก็มีเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ชายหนุ่มจึงถอยหลังไป 2-3 ก้าวพร้อมกับซ่อนตัวอยู่หลังประตูอย่างระมัดระวัง

ต่อมาทหารที่สวมชุดเครื่องแบบของกลุ่มโจรสลัดนกฮูกก็ผลักประตูเดินเข้ามาภายในห้อง เซี่ยเฟยจึงได้แอบเคลื่อนตัวไปอยู่ด้านหลังชายคนนี้อย่างเงียบ ๆ โดยจมูกของเขาอยู่ห่างจากศีรษะของชายตรงหน้าไม่ถึง 1 เซนติเมตร แต่ทหารคนนี้กลับไม่สามารถสัมผัสถึงนักฆ่าที่อยู่ด้านหลังของตัวเองได้เลย

ในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยก็พาดเชสซิ่งไลท์เอาไว้บนคอของชายคนนั้นพร้อมกับใช้มือซ้ายอุดปากเพื่อไม่ให้เขาส่งเสียง

เนื่องมาจากว่าเซี่ยเฟยยืนอยู่ด้านหลังเขาจึงไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของทหารคนนี้ได้ แต่เขาก็ยังสามารถคาดเดาได้อย่างชัดเจนว่าใบหน้าของทหารจะต้องเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

“ถ้าฉันถามอะไรให้รีบตอบ! ถ้าหากว่าแกไม่บอกหัวแกจะหลุดจากบ่าทันที” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น

ชายคนนั้นพยักหน้าตอบกลับอย่างเร่งรีบและเซี่ยเฟยก็รู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่น ๆ ที่มือซ้าย ซึ่งมันก็คงจะเป็นเหงื่อจากใบหน้าเหยื่อของเขา

“พวกแกมีทั้งหมดกี่คน?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับปล่อยมือซ้ายโดยที่ไม่กลัวอีกฝ่ายจะส่งเสียงตะโกนเลย

ด้วยปฏิกิริยาความเร็วของเขาถ้าหากอีกฝ่ายคิดจะเล่นตุกติกแม้แต่เพียงเล็กน้อย เขาก็จะสามารถตัดคอของอีกฝ่ายได้ในทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะเปล่งเสียงออกมาด้วยซ้ำ

“400 กว่าคน” ชายคนนั้นตอบอย่างตะกุกตะกัก

“ทำไมมีแค่นี้? ถ้าฉันจำไม่ผิดกลุ่มโจรสลัดนกฮูกมีสมาชิกมากกว่า 1,000 คนไม่ใช่หรอ”

“คนพวกนั้นออกไปทำภารกิจ”

“ภารกิจอะไร?”

“หัวหน้าสการ์ไม่ได้บอกรายละเอียดเอาไว้ แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไปพร้อมกับหัวหน้าโบรคเคนเบลด”

คำตอบจากอีกฝ่ายทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย เพราะถ้าหากว่าพวกกลุ่มโจรสลัดโบรคเคนเบลดและนกฮูกลงมือในเวลาเดียวกันกับที่หนิงไป่เฉินรวบรวมกองกำลังออกมาโจมตี มันก็ช่วยยืนยันการคาดเดาของเซี่ยเฟยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการเตี้ยมกันเอาไว้ล่วงหน้า

“พวกแกมีอยู่แค่ 400 กว่าคน แต่พวกแกกำลังรอรับกองกำลังที่มีสมาชิกมากกว่า 8,000 คนเนี่ยนะ! ดูเหมือนพวกแกจะมั่นใจในตัวเองมากเลยใช่ไหม” เซี่ยเฟยถามด้วยรอยยิ้ม

“พวกเรามีผู้ใช้พลังเสียงที่สามารถปล่อยคลื่นความถี่สูงได้ ในกระเป๋าด้านซ้ายของฉันมีเครื่องสะท้อนเสียงอยู่ ถ้าหากว่าใครไม่มีเครื่องสะท้อนเสียงพวกนี้อวัยวะภายในทั้งหมดจะถูกคลื่นเสียงทำลาย ดังนั้นพวกเราจึงไม่กลัวแม้ว่าพวกที่บุกเข้ามาจะมีจำนวนมากกว่าก็ตาม”

เซี่ยเฟยยื่นมือซ้ายเข้าไปในกระเป๋าตามคำบอกเล่าจากอีกฝ่ายและเขาก็ได้พบกับอุปกรณ์เล็ก ๆ ที่เหมือนกับอุปกรณ์ที่ติดเอาไว้ในปลอกแขนของตูเร่

การโจมตีด้วยคลื่นเสียงเป็นการโจมตีแบบวงกว้างที่สามารถจัดการกับผู้คนได้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามพลังการโจมตีด้วยคลื่นเสียงก็จัดประเภทอยู่ในการโจมตีระดับกลางเท่านั้น เพราะตราบใดที่ร่างกายของคู่ต่อสู้แข็งแกร่งเกินไปคลื่นเสียงพวกนี้ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้

ฐานบัญชาการชั้นบนสุดเป็นพื้นที่ปิดมิดชิดทำให้สภาพแวดล้อมของสถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับการโจมตีโดยใช้คลื่นเสียง และถ้าหากว่ากองกำลังพันธมิตรได้บุกเข้ามาในห้องนี้จนหมด พวกเขาก็จะถูกโจมตีทันทีโดยที่ไม่สามารถป้องกันได้เลย

เซี่ยเฟยโยนอุปกรณ์สะท้อนคลื่นเสียงภายในมืออยู่ 2-3 ครั้ง แล้วถ้าหากว่าอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นนี้สามารถป้องกันอาการบาดเจ็บได้ เขาก็สันนิษฐานว่าผู้ใช้พลังเกี่ยวกับคลื่นเสียงคงจะมีระดับความสามารถไม่สูงมาก

แผนของพวกเขาคือการใช้คลื่นเสียงจัดการนักสู้ที่อ่อนแอ จากนั้นทหารของตระกูลหนิงและทหารจากกลุ่มโจรสลัดนกฮูกจะร่วมมือกันสังหารผู้รอดชีวิต ซึ่งการทำแบบนี้ก็จะเป็นการถอนรากถอนโคนกองกำลังหลักของฐานทัพทั้งหมดในคราวเดียว

เหล่าบรรดากองกำลังพันธมิตรที่น่าสงสารไม่รู้เลยว่าพวกเขาได้ตกหลุมพรางที่ตระกูลหนิง, กลุ่มโจรสลัดนกฮูกและกลุ่มโจรสลัดโบรคเคนเบลดได้วางเอาไว้แล้ว

หลังจากนั้นไม่นานเซี่ยเฟยก็เปลี่ยนไปใส่ชุดของกลุ่มโจรสลัดนกฮูก ก่อนที่จะเดินออกมาจากห้องน้ำ

เนื่องมาจากว่าเจ้าของชุดเดิมได้ให้คำตอบแก่ชายหนุ่มจนหมดแล้ว เซี่ยเฟยจึงให้ของขวัญกับเขาด้วยความตายที่ไม่ทรมาน

ทางเดินยาวที่เขาเดินออกมาเป็นเส้นทางที่เชื่อมห้องทั้งหมดเข้าด้วยกัน โดยสองข้างทางด้านซ้ายขวาเป็นห้องต่าง ๆ จำนวนนับไม่ถ้วน

ชายหนุ่มเดินก้มหน้าผ่านลูกน้องของสการ์ที่นั่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร โดยทหารทั้งสี่คนนี้ต่างก็กำลังพูดคุยกันเบา ๆ พร้อมกับมีปืนเลเซอร์อยู่ในมือ

วิชาพรางจิตเป็นวิชาที่น่าอัศจรรย์ เพราะพวกทหารได้เห็นเซี่ยเฟยเดินเข้ามาในห้องอย่างชัดเจน แต่พวกเขากลับรู้สึกราวกับว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นเพียงแค่สายลมที่ถูกพัดเข้ามาทางประตู

แต่จู่ ๆ สายลมที่ไร้ตัวตนกลับกลายเป็นพายุมรณะ!

ฟึบ!

ระยะทางเพียงแค่ 20 เมตรเป็นระยะทางเหมือนกับอยู่ปลายมือ เพราะเซี่ยเฟยจำเป็นต้องใช้เวลาในการเคลื่อนที่เพียงแค่ 1 ใน 20 วินาทีและการขยับเท้าเพียงแค่เล็กน้อยก็ทำให้ชายหนุ่มได้มาปรากฏตัวตรงหน้าพวกทหารทั้งสี่คนแล้ว

ฉัวะ!

เชสซิ่งไลท์ได้กลายเป็นลำแสงสีฟ้าพุ่งออกมาจากข้อมือของเซี่ยเฟย ก่อนที่ลำแสงสังหารนี้จะได้พุ่งตรงไปที่คอของศัตรู

ก่อนที่ใครจะทันได้รู้ตัวทหารทั้งสี่คนนี้ก็ได้เสียชีวิตลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยความเร็วในการสังหารของเขาเป็นความเร็วที่น่าเหลือเชื่อและคนธรรมดาก็ไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ต่อมาชายหนุ่มก็ทำความสะอาดใบมีดก่อนที่จะออกมาจากห้องแล้วปิดประตูเบา ๆ

กระบวนการตั้งแต่การเคลื่อนที่เข้าไปสังหารจนถึงการซ่อนศพไว้หลังประตูเกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที ซึ่งถ้าหากว่าใครกำลังเดินอยู่บนถนนพวกเขาก็จะเห็นเหมือนกับคนเปิดปิดประตูห้องเล่นเท่านั้น

เซี่ยเฟยเดินเข้าไปในห้องต่อไปก่อนที่จะปิดประตูเดินไปบนถนนอีกครั้ง โดยในคราวนี้มีผู้เสียชีวิตภายในห้องทั้งสิ้นสามคน

ตลอดกระบวนการสีหน้าของชายหนุ่มไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งการลงมือทั้งหมดของเขาคล้ายกับเครื่องจักรที่ทำสิ่งเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ปกติการฆ่าคนไม่ใช่เรื่องง่ายและมันมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา แต่เซี่ยเฟยกลับทำงานที่ซับซ้อนเหล่านี้ราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี

เปิดประตู, สังเกตุการณ์, ลงมือสังหารแล้วปิดประตู กระบวนการทั้งสี่นี้เกิดขึ้นในไม่กี่วินาทีแล้วมันก็มีความลื่นไหลเหมือนกับเป็นการเคลื่อนไหวของผู้เชี่ยวชาญ

สิ่งเดียวที่งดงามในระหว่างการลงมือคือเส้นแสงสีน้ำเงินที่เกิดขึ้นมาจากเชสซิ่งไลท์ แต่น่าเสียดายที่มันมีคนเพียงแค่ไม่กี่คนที่สามารถมองเห็นเส้นแสงเส้นนี้ได้อย่างชัดเจน นั่นก็เพราะว่าการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยเร็วเกินไปและเป้าหมายของมันส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครรอดชีวิตกลับไป

ในโลกของศิลปะการต่อสู้ความเร็วเป็นสิ่งเดียวที่ไม่มีใครสามารถทำลายได้ ดังนั้นผู้ที่มีความสามารถทางด้านความเร็วจึงเป็นนักฆ่าโดยธรรมชาติ และเมื่อมันได้รวมกับวิชาพรางจิตและวิชาเล่ห์สังหารแล้ว มันจึงทำให้ชายหนุ่มคนนี้สามารถสังหารคนนับร้อยได้ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที

ที่ตั้งของห้องบัญชาการภายในฐานไม่ได้หายากนัก โดยในปัจจุบันเซี่ยเฟยได้ยืนอยู่ที่หน้าประตูพร้อมกับเอาหูแนบประตูโลหะเพื่อพยายามฟังเสียงที่เกิดขึ้นด้านใน

น่าเสียดายที่ประตูนี้ถูกออกแบบมาให้ปิดกั้นเสียง ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่ได้ยินเสียงอะไรที่เล็ดลอดออกมาจากด้านในเลย

ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เซี่ยเฟยได้สังหารลูกน้องของสการ์ไปประมาณ 300 คนแล้ว ทำให้นอกเหนือจากพลซุ่มยิง 4 คนใกล้ ๆ ประตูกับทีมที่รับผิดชอบในการล่อกองกำลังของพันธมิตร มันก็มีผู้รอดชีวิตอยู่เพียงแค่ 2 คนคือสการ์ที่อยู่ภายในห้องบัญชาการและ ‘โปว๋หนาน’ ผู้มีพลังเกี่ยวกับคลื่นเสียงที่ถูกจ้างวานมา

ในตอนแรกชายหนุ่มตั้งใจที่จะสังหารเหล่าโจรสลัดนกฮูกเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น แต่เขาก็คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้จึงทำให้เขาตัดสินใจฆ่าพวกมันทั้งหมดแทน

พวกทหารธรรมดาไม่ได้เป็นภัยคุกคามของเซี่ยเฟยเลย แม้แต่โปว๋หนานที่มีความสามารถทางด้านคลื่นเสียงก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเช่นกัน แต่การพยายามจัดการกับสการ์ก็ค่อนข้างจะลำบากเพราะเขามีความสามารถหายากที่ชื่อว่าเข็มอนันต์

เซี่ยเฟยเปิดประตูอย่างเบามือพร้อมกับมองเข้าไปที่ด้านในอย่างระมัดระวัง

ห้องบัญชาการมีพื้นที่มากกว่า 1,000 กิโลเมตรและมีเครื่องมือจำนวนนับไม่ถ้วนกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมห้อง

บนเก้าอี้โลหะขนาดใหญ่มีชายวัยกลางคนผมยาวได้นั่งอยู่และข้าง ๆ ชายคนนี้ก็มีชายวัยประมาณ 30 ปียืนอยู่อีกหนึ่งคน

ชายผมยาวบนเก้าอี้ย่อมไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากสการ์หัวหน้ากลุ่มโจรสลัดนกฮูก

บนหน้าผากของเขามีรอยแผลสีแดงที่น่ากลัวราวกับว่าศีรษะของเขาเคยถูกผ่าออกเป็นสองท่อนก่อนที่จะถูกเย็บกลับไปใหม่

ทั่วทั้งร่างกายของชายคนนี้เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ทรงพลัง นอกจากนี้เขายังมีขนสีดำปกคลุมไปทั่วทุกที่และแม้แต่ฝ่ามือก็มีขนปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งถ้าหากว่าใครไม่ได้สังเกตดี ๆ พวกเขาก็คงจะคิดว่าชายคนนี้คือลิงชิมแปนซี

สการ์กับโปว๋หนานต่างก็กำลังถือแก้วไวน์ซึ่งบรรจุของเหลวสีทองเอาไว้ โดยพวกเขากำลังดื่มกันด้วยท่าทางสบาย ๆ ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้สนใจกองกำลังพันธมิตรที่บุกเข้ามาภายในฐานของพวกเขาเลย

เซี่ยเฟยเริ่มเกร็งกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายและทันทีที่เขาเห็นโอกาส เขาก็จะลงมือจัดการทั้งสองคนโดยไม่ลังเล

“น้องโปว๋หนานฉันได้ยินมาว่าจิ้งจอกเฒ่าหนิงไป่เฉินให้ของรางวัลคุณเป็นสาวพรหมจรรย์ 30 คนเลยอย่างนั้นหรอ?” สการ์ดื่มสุราภายในมือเข้าไปอึกใหญ่พร้อมกับกล่าวถาม

อย่างไรก็ตามมันก็เห็นได้ชัดเลยว่าโปว๋หนานไม่ได้คุ้นเคยกับสุราชนิดนี้เท่าไหร่นัก เพราะหลังจากที่เขาได้จิบสุราไปเพียงแค่นิดเดียวใบหน้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนกลายเป็นสีแดง

“อันที่จริงถึงแม้ว่าเขาจะไม่ให้รางวัลอะไรกับฉันเลยแต่ฉันก็ต้องช่วยเขาอยู่ดี เพราะตระกูลหนิงเคยช่วยฉันเอาไว้ตอนที่ฉันหนีจากพันธมิตรมายังเขตดาวแห่งนี้” โปว๋หนานกล่าวด้วยท่าทางสบาย ๆ

“งั้นหรอ” สการ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ฮ่า ๆ ๆ แน่นอนว่าโกหก! มันคงจะมีแค่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะลงมือโดยไม่รับของตอบแทน” โปว๋หนานกล่าว

“ใช่แล้ว ตราบใดก็ตามที่ใครมีเงินมากพอฉันก็ยอมขายได้แม้แต่แม่ของตัวเอง” สการ์พูดติดตลกแต่พวกเขาก็ยังคงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

‘โอกาสมาแล้ว!’

ปฏิกิริยาของเส้นประสาทจะอ่อนแอที่สุดในเวลาที่ผู้คนกำลังหัวเราะอย่างร่าเริง ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงพุ่งตัวไปพร้อมกับเชสซิ่งไลท์ที่อยู่ภายในมือ

***************

จบบทที่ ตอนที่ 118: สการ์

คัดลอกลิงก์แล้ว