เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 117: ฆ่าครึ่งหนึ่ง

ตอนที่ 117: ฆ่าครึ่งหนึ่ง

ตอนที่ 117: ฆ่าครึ่งหนึ่ง


ตอนที่ 117: ฆ่าครึ่งหนึ่ง

เซี่ยเฟยได้ใช้วิชาพลางจิตพร้อมกับติดตามทีมด้านหน้าไปอย่างเงียบ ๆ

สองฝั่งข้างถนนเต็มไปด้วยอาคารและท่อแปลก ๆ มากมาย ชายหนุ่มจึงอาศัยอาคารเหล่านี้เป็นที่กำบังขณะติดตามกลุ่มทหารด้านหน้าไปอย่างรวดเร็ว

พื้นที่ภายในฐานของกลุ่มโจรสลัดนกฮูกมีขนาดค่อนข้างใหญ่ นอกจากนี้มันยังมีลูกน้องของสการ์คอยโจมตีขัดขวางอยู่ตลอดเวลา มันจึงทำให้ทหารแนวหน้าไม่สามารถรุกคืบไปได้อย่างรวดเร็ว

นับตั้งแต่ที่พวกเขาลงมาจากยานกาลเวลาก็ได้ผ่านพ้นมากกว่า 10 นาทีแล้ว แต่ทหารแนวหน้าเพิ่งก้าวเท้าขึ้นไปยังชั้นที่ 3 ของฐานทัพ และคาดว่าพวกเขาคงจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าจะเดินทางไปจนถึงศูนย์บัญชาการที่อยู่ชั้นบนสุด

มันเคยมีคำกล่าวในตำราพิชัยสงครามว่า แรกเริ่มกองทหารจะมีขวัญกำลังใจอย่างแรงกล้า แต่เมื่อพวกเขาต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าขวัญกำลังใจของพวกเขาก็จะค่อย ๆ ลดลง

แม้ว่ากองกำลังพันธมิตรจะเริ่มจู่โจมอย่างดุเดือด แต่ถ้าหากพวกเขาต้องใช้เวลาในการเดินทางอีกนานนับชั่วโมงมันก็จะทำให้กำลังใจของพวกเขาลดลงกว่าตอนนี้

ตลอดทางพวกทหารได้ปล้นชิงสินทรัพย์ไว้อย่างมากมาย บางคนถึงกับทิ้งอาวุธภายในมือเพื่อที่จะขนสินทรัพย์กลับไปมากกว่าเดิม

การกระทำของพวกเขาเป็นเรื่องที่โง่เขลาอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะจนถึงตอนนี้พวกเขาได้พบกับสมาชิกกลุ่มโจรสลัดนกฮูกเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น และถ้าหากพวกเขาต้องปะทะโดยไม่มีอาวุธอยู่ในมือ มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดเลยว่าทหารพวกนี้จะกลายเป็นตัวไร้ประโยชน์มากแค่ไหน

นอกจากนี้การแบกสัมภาระในระหว่างการเดินทางเป็นจำนวนมากยังจะทำให้พละกำลังของพวกทหารค่อย ๆ หมดลง และถ้าหากพวกทหารยังคงละโมบโลภมากต่อไป พวกเขาก็คงจะหมดแรงก่อนที่จะเดินทางไปถึงศูนย์บัญชาการ

ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีสิ่งที่น่าสงสัย เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหาร, เครื่องดื่มหรือเครื่องมืออันล้ำค่าต่างก็สามารถหาพบได้ข้างถนนโดยทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ของพวกนี้สมควรจะถูกเก็บเอาไว้อย่างมิดชิด และอาคารบางแห่งยังเปิดโล่งราวกับกำลังเชิญชวนให้พวกทหารบุกเข้าไปปล้น

เซี่ยเฟยกำลังขมวดคิ้วโดยไม่สนใจการกระทำโง่ ๆ ของทหารพวกนั้น เพราะสิ่งที่เขากำลังกังวลคือมันมีอะไรซ่อนอยู่ภายใต้การกระทำพวกนี้กันแน่ และเขาก็กำลังพยายามคิดหาวิธีสังหารหนิงไป่เฉินเพื่อแย่งชิงหัวใจจักรวาลสีม่วงมาไว้ในครอบครองด้วย

หลังจากใช้เวลาคิดอยู่นานเซี่ยเฟยก็ตัดสินใจที่จะไปยังศูนย์บัญชาการของพวกกลุ่มโจรสลัดนกฮูกเสียก่อนเพื่อดูว่าเหตุการณ์นี้มันได้ซุกซ่อนอะไรเอาไว้อยู่กันแน่ และศูนย์บัญชาการบนชั้น 16 ย่อมเป็นสถานที่ที่น่าสงสัยมากที่สุด

ชายหนุ่มควบคุมลมหายใจกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมอย่างชำนาญและเขาก็เดินไปตามช่องว่างระหว่างอาคารข้างถนนอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากสิ่งกีดขวางเป็นอาคารจำนวนมากเขาจึงจำเป็นที่จะต้องปีนป่ายขึ้นลงเป็นครั้งคราว ทำให้โดยเฉลี่ยเขาสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วประมาณ 300 เมตรต่อวินาที

แม้เซี่ยเฟยจะมองว่าการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 300 เมตรต่อวินาทีเป็นความเร็วที่ค่อนข้างช้า แต่ในสายตาของคนอื่นแล้วความเร็วของเขาก็เป็นความเร็วที่น่าอัศจรรย์

เมื่อชายหนุ่มได้อยู่ห่างจากทางเข้าชั้น 16 ในระยะไม่ถึง 1 กิโลเมตร กองกำลังหลักก็เพิ่งเดินทางเกือบจะถึงชั้นที่ 4 ของฐานทัพเท่านั้น เซี่ยเฟยจึงมีเวลามากเกินพอในการตรวจสอบพื้นที่บริเวณรอบ ๆ ศูนย์บัญชาการ

เซี่ยเฟยใช้เครื่องจักรเก่า ๆ เป็นที่ซ่อนตัวพร้อมกับมองสำรวจไปยังทางเข้าบริเวณด้านหน้า

พื้นที่ชั้นบนสุดของฐานเป็นแท่นแยกขนาดใหญ่ที่มีโดมปกคลุมเอาไว้ทำให้การเข้าไปด้านในจำเป็นจะต้องผ่านประตูไปเท่านั้น

ประตูทางเข้าเป็นเหมือนกับทางเข้าโรงจอดรถชั้นใต้ดินซึ่งเป็นถนนแบบเฉียงขึ้นไปข้างบน ซึ่งถ้าหากว่ามันมีการซุ่มโจมตีที่ชั้นบนคนข้างล่างก็จะไม่สามารถสังเกตเห็นสถานการณ์เหล่านี้ได้เลย

ห่างจากเซี่ยเฟยไปประมาณ 500 เมตรมีชายอีกคนหนึ่งซ่อนตัวอยู่ที่มุมตึก โดยชายคนนี้มีรูปร่างค่อนข้างผอมและมีส่วนสูงไม่ถึง 150 เซนติเมตร อย่างไรก็ตามเขาก็สามารถเคลื่อนไหวได้เร็วมาก ซึ่งมันก็หมายความว่าเขาเป็นผู้ใช้พลังสายความเร็วที่อาจจะเป็นหน่วยสอดแนมที่ถูกส่งตัวมาจากกองกำลังอื่น

แน่นอนว่าในปัจจุบันเซี่ยเฟยได้อยู่ภายใต้วิชาพรางจิต มันจึงทำให้ตัวตนของเขากลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมและไม่ดึงดูดความสนใจของชายคนนี้เลย

“หาทางเข้าอื่นดีกว่า เส้นทางนี้มันโจ่งแจ้งมากเกินไป” เซี่ยเฟยพูดกับตัวเอง

ถัดจากผนังไปทางด้านขวามีท่อหลายท่อที่ต่อขึ้นไปยังชั้นบนสุด ไม่ว่าจะเป็นท่อสายไฟ, ท่ออากาศ, ท่อน้ำประปา ซึ่งท่อทุกชนิดถูกต่อเป็นแถวยาวเพื่อส่งไปยังพื้นที่ทุกมุมของฐานทัพ

เซี่ยเฟยเคลื่อนที่เข้าไปหาท่อเหล่านี้ก่อนที่เขาจะได้พบกับท่อโลหะสีดำขนาดใหญ่ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากพอที่เขาจะสามารถเข้าไปได้ เขาจึงใช้เชสซิ่งไลท์ตัดท่อออกเป็นทางเข้า

เชสซิ่งไลท์มีความคมราวกับแสงเลเซอร์มันจึงสามารถตัดผ่านท่อโลหะที่มีขนาดความหนามากกว่า 1.5 เซนติเมตรเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

ด้านในของท่อเป็นพื้นที่ว่างเปล่า เซี่ยเฟยจึงวางแผ่นเหล็กที่ถูกตัดลงบนพื้นอย่างเบามือพร้อมกับปีนป่ายเข้าไปภายในท่อด้วยความรวดเร็ว

จากนั้นชายหนุ่มก็ทำการเปิดแสงไฟจากไมโครคอมพิวเตอร์และเนื่องมาจากแบตเตอรี่ของไมโครคอมพิวเตอร์เป็นโพลิเมอร์พลังงานสูง มันจึงทำให้ภายใต้สถานการณ์ปกติแบตเตอรี่ 1 ก้อนสามารถให้พลังงานกับไมโครคอมพิวเตอร์ได้เป็นเวลานานกว่า 1,000 ปี

แม้ว่าแสงที่ส่องออกมาจากไมโครคอมพิวเตอร์จะเป็นเพียงแค่ลำแสงเล็ก ๆ แต่มันก็มีความเข้มของแสงสว่างที่สูงมาก ชายหนุ่มจึงสามารถมองเห็นท่ามกลางความมืดได้ในระยะที่ไกลกว่า 20 เมตร

ดูเหมือนท่อนี้จะถูกทิ้งร้างมานานหลายปีมันจึงมีกลิ่นเน่าเหม็นอยู่ทุกที่ แต่โชคดีที่ออกซิเจนในท่อยังเพียงพอต่อการดำรงชีวิต เซี่ยเฟยจึงจำเป็นจะต้องทนรับกลิ่นเหม็นในระหว่างเคลื่อนที่ผ่านท่อไปเท่านั้น

การเคลื่อนที่ผ่านที่แคบจำเป็นจะต้องใช้ความยืดหยุ่นของร่างกาย โดยชายหนุ่มได้ใช้ท่าทางที่คล้ายกับการว่ายน้ำท่ากบค่อย ๆ เคลื่อนที่ผ่านท่อนี้ไป และถึงแม้ว่าความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาจะไม่ได้รวดเร็วเหมือนเคยแต่มันก็ไม่ถือว่าเป็นการเคลื่อนที่ที่เชื่องช้า

เมื่อเซี่ยเฟยได้เคลื่อนที่ไปจนถึงชั้นบนสุดของฐานทัพตรงท่อก็มีทางแยกออกไป 3 เส้นทาง ชายหนุ่มจึงใช้เชสซิ่งไลท์เปิดรูบนท่อเบา ๆ พร้อมกับใช้สายตาสอดส่องออกไปเพื่อสังเกตสถานการณ์

โชคดีที่ท่อพวกนี้ถูกสร้างเอาไว้ใกล้กับเพดานที่สูงขึ้นมาจากพื้นมากกว่า 10 เมตร เซี่ยเฟยจึงสามารถสังเกตสถานการณ์ภายนอกได้อย่างชัดเจน

ชั้นบนสุดของฐานทัพเป็นสถานที่โล่งประมาณ 4-5 สนามฟุตบอลที่มีห้องต่าง ๆ เชื่อมต่อกันเป็นวงกลมล้อมรอบทางเข้าที่อยู่ตรงกลางของลานโล่งเอาไว้ โดยเซี่ยเฟยได้สันนิษฐานว่าห้องพวกนี้น่าจะมีประตูเชื่อมไปยังห้องถัดไป

ขณะเดียวกันมันก็มีลูกน้องของสการ์ 4 คนกำลังรออยู่ที่มุมลับใกล้กับทางเข้าพร้อมกับถือปืนเลเซอร์กำลังสูงอยู่ในมือ ดังนั้นถ้าหากว่าใครขึ้นมาจากทางเข้าพวกเขาก็จะได้รับการต้อนรับจากปืนเลเซอร์อย่างอบอุ่น

เห็นได้ชัดว่าสี่คนนี้ทำหน้าที่เป็นพลซุ่มยิงที่มีประสบการณ์ที่ได้รับการฝึกมาอย่างโชกโชน โดยพวกเขาได้เข้าประจำจุดรอคอยเหยื่ออย่างอดทนและจะลงมือทันทีที่เป้าหมายได้ปรากฏตัว

อันที่จริงด้วยความเร็วของเซี่ยเฟยเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวปืนเลเซอร์พวกนี้เลย เพราะการเล็งและการเหนี่ยวไกจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาพอสมควร แน่นอนว่าช่วงเวลาเพียงแค่นั้นย่อมไม่สามารถติดตามความเร็วกว่า 800 เมตรต่อวินาทีของเซี่ยเฟยได้ แต่การเดินเข้ามาในทางเข้าก็จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นเปล่า ๆ ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่ากับการแอบเข้ามาแบบนี้

“หือ?” จู่ ๆ เซี่ยเฟยก็ได้พบว่ารอบ ๆ ศูนย์บัญชาการมีรูที่ถูกปิดเอาไว้ด้วยแผ่นโลหะและถ้าหากว่ามันได้มีผู้บุกรุกเข้ามาพวกเขาก็สามารถเปิดรูและยื่นอาวุธออกไปจู่โจมได้อย่างรวดเร็ว

สถานการณ์ในปัจจุบันได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสการ์เตรียมความพร้อมรับมือพวกกองกำลังพันธมิตรมาเป็นเวลานาน ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็คงจะไม่สามารถวางการป้องกันที่แน่นหนาได้ภายในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แบบนี้

หากกองกำลังพันธมิตรได้บุกเข้ามาภายในศูนย์บัญชาการ พวกเขาก็จะถูกซุ่มโจมตีจากพวกโจรสลัดนกฮูกที่ซ่อนตัวอยู่ในห้อง

“ดูเหมือนสถานการณ์จะน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสินะ” เซี่ยเฟยกระซิบกับตัวเอง

“มันมีอะไรน่าสนใจ?” อันธซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลถามขึ้นมาด้วยความสงสัย และเนื่องมาจากว่าเขาเป็นวิญญาณกลิ่นเหม็นในอากาศจึงไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเขาเลย

“เดี๋ยวฉันค่อยเล่าให้ฟัง ตอนนี้ฉันยังต้องตรวจสอบการคาดเดาของฉันก่อน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ

“ชิ! ทำเป็นมีความลับ” อันธเบะปากพูดออกมาอย่างไม่พอใจ

เซี่ยเฟยใช้เวลาพิจารณาสถานการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินตามท่อที่แยกไปทางด้านขวา ซึ่งมันน่าจะนำไปยังห้องต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ลานโล่งแห่งนี้ได้โดยตรง

เซี่ยเฟยเปลี่ยนท่าทางโดยการคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับคลานเข้าไปภายในท่อ โดยการคลานแต่ละครั้งเขาจะสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ประมาณ 40 เซนติเมตร และเนื่องมาจากว่าภายในท่อไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายนอกได้ ชายหนุ่มจึงจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาการคาดเดาของตัวเองว่าในตอนนี้เขาได้เคลื่อนที่มาจนถึงตรงจุดไหนแล้ว

หลังจากที่ชายหนุ่มได้คลานไป 439 ครั้งเขาก็ใช้เชสซิ่งไลท์เปิดรูเล็ก ๆ บนท่อ ซึ่งถ้าหากว่าการคำนวณของเขาถูกต้องปัจจุบันเขาน่าจะอยู่บนห้องแรกทางด้านขวา

ภาพที่ปรากฏมันก็เป็นไปอย่างที่ชายหนุ่มได้คำนวณเอาไว้ โดยภายในห้องมีขนาดประมาณ 150 ตารางเมตรและมีแสงไฟส่องสว่างสลัว ๆ ภายในห้องมีคนอยู่ทั้งหมด 6 คนซึ่งพวกเขาก็กำลังนั่งล้อมรอบโต๊ะกลมและทำการเช็ดอาวุธภายในมือ

ภายในมือของทั้งหกคนมีปืนเลเซอร์ไรเฟิลสีดำอยู่ภายในมือ ซึ่งปืนชนิดนี้มีขนาดเล็กกว่าปืนของพลซุ่มยิง 4 คนที่รออยู่ตรงบริเวณทางเข้าเล็กน้อย และพวกเขาก็กำลังเช็คทุกชิ้นส่วนของปืนด้วยผ้าฝ้ายอย่างระมัดระวัง

นอกจากนี้บนโต๊ะยังมีเครื่องมือสื่อสารและแมกกาซีนพลังงานถูกวางอยู่หลายสิบเล่มทั้ง ๆ ที่แมกกาซีนพลังงาน 1 อันก็มากพอที่จะยิงปืนเลเซอร์ได้ต่อเนื่องนานกว่า 10 นาทีแล้ว และการใช้แมกกาซีนทั้งหมดเหล่านี้มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงกองกำลังที่มีจำนวนคนเพียงแค่ 8,000 คนเลย เพราะแม้แต่กองกำลังนับหมื่นก็ถูกทำลายลงไปได้อย่างง่ายดาย

“ดูเหมือนพวกเขาจะเตรียมพร้อมมานานแล้ว ถ้าฉันเดาไม่ผิดในห้องแต่ละห้องน่าจะมีทหารพวกนี้เตรียมซุ่มโจมตีอยู่เหมือนกัน พวกเราจะเอายังไงกันดี?” อันธกล่าวถาม

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ฆ่าพวกมันไปสักครึ่งหนึ่งสิ” เซี่ยเฟยกล่าวตอบ

“ทำไมต้องครึ่งหนึ่งด้วย?” อันธถาม

“ถ้าฉันลงมือสังหารคนพวกนี้มากเกินไป มันจะทำให้กำลังของทั้งสองฝ่ายเสียสมดุลย์ ฉันอยากเห็นพวกมันทำลายซึ่งกันและกัน ซึ่งมันจะทำให้ฉันสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ง่ายที่สุด” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว

***************

เจ้าแผนการจริงๆเลยพ่อคู๊ณณณณณ

จบบทที่ ตอนที่ 117: ฆ่าครึ่งหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว