เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 103: ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ตอนที่ 103: ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ตอนที่ 103: ได้รับความเสียหายอย่างหนัก


ตอนที่ 103: ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

“คุณเอเลน คุณพอจะบอกผมได้ไหมครับว่าผมจะหาอะไหล่มาซ่อมยานได้จากที่ไหน?” เซี่ยเฟยถาม

เมื่อได้ยินคำถามเอเลนก็ชี้นิ้วไปยังสปอร์ตไลท์ขนาดใหญ่นอกหน้าต่าง ซึ่งภายในฐานทัพอันมืดมิดสปอร์ตไลท์ขนาดใหญ่ก็เปรียบเสมือนกับดวงอาทิตย์ที่คอยบอกเวลากลางวันและกลางคืน

“ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว พวกเรามีกฎในฐานเรดสโตนว่ามืดเมื่อไหร่ทุกคนต้องกลับบ้าน ดังนั้นถ้าหากว่าเอ็งต้องการจะซื้ออะไรไปซ่อมยาน อย่างเร็วที่สุดเอ็งก็ต้องรอจนถึงวันพรุ่งนี้” เอเลนกล่าว

“ที่นี่เป็นฐานทัพอิสระไม่ใช่หรอครับ? แล้วทำไมมันถึงมีคนตั้งกฎเคอร์ฟิวขึ้นมาด้วยล่ะครับ?” เซี่ยเฟยถามด้วยความสงสัย

“อิสระ? ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนมันก็ไม่มีคำว่าอิสระจริง ๆ หรอก เหตุผลที่ฐานทัพเรดสโตนถูกเรียกว่าฐานทัพอิสระมันเป็นเพราะว่าไม่ว่าใคร ๆ ก็สามารถเข้ามาทำธุรกิจภายในฐานแห่งนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นนักโทษ, โจรสลัด, พวกใต้ดินทั้งหลายแหล่หรือแม้กระทั่งเอ็งก็ตาม” เอเลนอธิบายพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ จากนั้นเขาก็อธิบายต่อไปว่า

“แต่ถึงแม้ว่าที่นี่จะต้อนรับทุก ๆ คน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าที่นี่จะไม่มีข้อจำกัด พวกตระกูลหนิงเป็นคนคุมกฎที่นี่ หากใครไม่เชื่อฟังคำสั่งจะถูกพวกเขาจับไปลงโทษ”

“เมื่อไม่นานมานี้ตระกูลหนิงเพิ่งมีปัญหากับกลุ่มโจรสลัดนกฮูกทำให้มีคนตายระหว่างการปะทะมากกว่า 10 คน ดังนั้นพวกตระกูลหนิงจึงส่งคนออกมาลาดตระเวนทุกคืนและพวกเขาก็จะตรวจสอบคนแปลกหน้าอย่างเข้มงวด”

“ถึงแม้ว่าจะมีคนเสียชีวิตไปมากกว่า 10 คน แต่ผมก็ยังเห็นบรรยากาศบนท้องถนนเป็นเรื่องปกติอยู่เลยนี่ครับ” เซี่ยเฟยตั้งข้อสงสัย

“อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า ในฐานเรดสโตนไม่มีคนดีหรอก มันไม่มีใครสนใจว่าใครจะตายคนที่กังวลมีแต่พวกคนในตระกูลหนิงเท่านั้นแหละ เพราะคนที่ตายคือทหารรับจ้างที่พวกเขาต้องจ่ายเงินจ้างมา” เอเลนส่งเสียงหัวเราะพร้อมกับตบไหล่เซี่ยเฟย

ชายหนุ่มพูดคุยกันกับชายชราต่อไปสักพักแล้วมันก็ทำให้เขาได้รู้ว่าภายในฐานทัพแห่งนี้มีผู้อาศัยอยู่เกือบ 30,000 คน แต่ผู้อาศัยในระยะยาวมีอยู่เพียงแค่ประมาณ 10,000 คนเท่านั้น ส่วนพวกที่เหลือเป็นพวกที่เข้ามาพักเพียงแค่ชั่วคราว

ภายในพื้นที่เขตดาววิลเดอร์เนสไม่มีดาวเคราะห์ที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยอยู่เลยแม้แต่ดวงเดียว มันจึงทำให้คนในบริเวณนี้จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาฐานทัพอย่างฐานเรดสโตน

ขณะเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบกับฐานทัพทั้งหมดในเขตดาววิลเดอร์เนส ฐานเรดสโตนก็ถือได้ว่าเป็นเพียงแค่ฐานขนาดกลางเท่านั้น เพราะภายในฐานขนาดใหญ่มีผู้อาศัยอยู่มากกว่า 100,000 คน และการค้าขายภายในฐานขนาดใหญ่ก็สมควรที่จะถูกเรียกว่าเป็นการค้าขายที่เสรีอย่างแท้จริง

ปัจจุบันพันธมิตรมนุษย์กับพวกเซิร์กไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางด้านการค้ากันเลยแม้แต่นิดเดียว มันจึงทำให้เขตดาววิลเดอร์เนสซึ่งเป็นชายแดนระหว่างสองเผ่าพันธุ์นี้ได้กลายเป็นตลาดมืดที่คึกคักสำหรับพ่อค้าทั้งสองเผ่าพันธุ์

ในตลาดมนุษย์มักจะขายอาหาร, เสื้อผ้า, กาแฟและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่พวกแมลงก็จะนำสินค้าพวกก้อนแร่ออกมาขาย

ซึ่งถ้าหากพวกมนุษย์รับก้อนแร่เหล่านี้กลับไปขายในพันธมิตรมนุษย์ พวกเขาก็จะสามารถสร้างผลกำไรได้มากมายมหาศาล

พวกเซิร์กมีเหมืองคริสตัลขนาดใหญ่อยู่ภายในเขตแดนของตัวเอง ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะนำหัวใจจักรวาลมาแลกกับเหล้าดี ๆ

โดยปกติพวกเซิร์กจะแลกหัวใจจักรวาลน้ำหนักเกือบ 1 กรัมกับเหล้าดี ๆ 1 ขวด แต่ถ้ามนุษย์ได้ขนส่งหัวใจจักรวาลกลับไปขายในพันธมิตร พวกเขาก็จะสามารถสร้างกำไรได้หลายร้อยเท่า

แมลงส่วนใหญ่ไม่กินกาแฟและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่แมลงพวกนั้นเป็นเพียงแค่พวกชั้นต่ำที่ไม่มีอะไรต่างไปจากสัตว์เดรัจฉาน แต่ภายในเขตดาววิลเดอร์เนสก็พอจะมีแมลงที่มีสติปัญญาอยู่บ้าง โดยแมลงเหล่านี้มีพฤติกรรมคล้ายกับมนุษย์ที่ชอบสังสรรค์และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แม้ว่าการค้าขายในชายแดนที่ผิดกฎหมายแบบนี้จะสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาล แต่มันก็แลกมากับความเสี่ยงที่สูงมากเช่นเดียวกัน เพราะท้ายที่สุดพื้นที่ชายแดนมันก็ไม่ต่างไปจากพื้นที่ป่าเถื่อนที่ไม่มีอะไรสามารถรับประกันความปลอดภัยให้กับผู้อยู่อาศัยได้เลย

ยกตัวอย่างเช่น การที่จู่ ๆ สัญญาณได้หยุดชะงักไปอย่างกะทันหันหรือการที่ยานหายสาบสูญไปอย่างไม่สามารถอธิบายได้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องปกติของคนในท้องถิ่น ในความเป็นจริงมันไม่มีใครสามารถนับจำนวนยานที่สูญหายไปในพื้นที่บริเวณนี้ได้ด้วยซ้ำ เพราะในแต่ละปีมีจำนวนยานที่สูญหายไปจำนวนมากจนเกินไป

แต่ถึงยังไงมันก็มีนักธุรกิจจากพันธมิตรและพวกเซิร์กมาเสี่ยงชีวิตในพื้นที่เขตนี้เสมอ เพราะมีคนร่ำรวยจากการทำธุรกิจในเขตนี้ในทุก ๆ วัน แต่คนส่วนใหญ่คงจะไม่รู้ว่าผู้ที่สามารถกลับไปได้อย่างร่ำรวยเป็นเพียงแค่ส่วนน้อย และเบื้องหลังของผู้ประสบความสำเร็จเหล่านั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าได้ซุกซ่อนผู้เสียชีวิตเอาไว้กี่คน

หลังจากนั้นไม่นานสปอร์ตไลท์ขนาดใหญ่ก็ดับแสงลง เอเลนจึงเรียกเซี่ยเฟยและซาร่ามารับประทานอาหารในห้องนั่งเล่น

เอเลนหยิบจานเซรามิกออกมาจากตู้อย่างพิถีพิถัน โดยจานเหล่านี้มีฝุ่นเกาะอยู่อย่างมากมาย ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าชายชราเก็บรักษาพวกมันเอาไว้เป็นอย่างดีและจะเอามาใช้ในวันพิเศษเท่านั้น

“ไอ้นี่อีกแล้ว! พวกเราเพิ่งจะทำเงินจากเซี่ยเฟยได้ไม่ใช่หรอ ทำไมพวกเราไม่ไปซื้อผักซื้อไข่จริง ๆ มากินล่ะ ปากหนูมันเต็มไปด้วยกลิ่นบลูแกรสหมดแล้วนะ!” ซาร่าคว้าอาหารเข้าไปภายในปากพร้อมกับบ่นออกมาอย่างไม่พอใจ

หลังได้ยินคำบ่นเอเลนก็ยื่นมือออกไปตีแขนของซาร่า แต่น่าเสียดายที่การเคลื่อนไหวของเขายังไม่เร็วมากพอหญิงสาวจึงสามารถเอาแขนหลบไปได้

“วันนี้พวกเรามีแขก เธอไม่ควรทำตัวแบบนี้” เอเลนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“แขก? เมื่อตอนเที่ยงลุงยังบอกว่าจะฆ่าเขาอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงบอกว่าเขากลายเป็นแขกแล้วล่ะ” ซาร่าถามหลังจากที่เธอได้กลืนอาหารภายในปาก

หลังถูกแฉเอเลนก็รู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย แต่เขาก็รีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

“ธุรกิจมันก็คือธุรกิจ! ในเมื่อตอนนี้เขาเป็นลูกค้าพวกเราก็ต้องถือว่าเขาเป็นแขก ว่าแต่ฉันยังไม่ได้ถามเธอเลยว่าผลน้ำค้างขาวมันหายไปไหน 10 ผล”

“หนูหักพวกมันเอาไว้เป็นค่าแรงของหนูไง” ซาร่ากล่าวพร้อมกับยักไหล่

“ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์” เอเลนถอนหายใจพร้อมกับส่ายหัวไปมา

บทสนทนาระหว่างสองลุงหลานทำให้เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หยิบช็อกโกแลต, เนื้อกระป๋อง, ลูกพลัมถุงใหญ่และขวดเหล้าออกมาจากแหวนมิติ

ซาร่าเคยเตือนเซี่ยเฟยแล้วว่าเขาควรเก็บซ่อนแหวนมิติเอาไว้ในกางเกง แต่ชายหนุ่มไม่ค่อยชินกับการทำแบบนั้น เขาจึงตัดสินใจหันแหวนด้านที่มีหินมิติฝังอยู่หลบเข้ามาด้านในทำให้จากภายนอกคนอื่นจะมองแหวนบนนิ้วของเขาเป็นเพียงแหวนธรรมดา เว้นแต่ว่ามันจะมีใครมาบังคับให้เขาแบมือ

“ช็อกโกแลต!” ซาร่าอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่เธอจะฉีกห่อช็อกโกแลตพร้อมกับกินขนมเข้าไปด้วยความตื่นเต้นเหมือนกับเด็ก ๆ

“ค่อย ๆ กิน เดี๋ยวก็ติดคอหรอก” เซี่ยเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

ซาร่าเป็นคนตรง ๆ ที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งหลังจากที่เธอได้กินช็อกโกแลตเข้าไป 2-3 ชิ้นเธอก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

หากหญิงสาวที่กำลังอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ซาร่าแต่เป็นหญิงสาวชาวโลก หญิงสาวพวกนั้นก็คงจะขมวดคิ้วพร้อมกับบอกเขาว่า

“ขอโทษด้วยนะฉันกำลังลดน้ำหนักอยู่ ฉันคงกินช็อกโกแลตพวกนี้ไม่ได้”

หลังจากกินช็อกโกแลตหมดปากซาร่าก็เลียริมฝีปากอย่างพอใจ จากนั้นเธอก็แอบเก็บช็อกโกแลตอีกชิ้นเอาไว้ในกระเป๋าเพื่อที่เธอจะได้แอบเอามันขึ้นมากินในภายหลัง

ขณะเดียวกันเอเลนก็เทเหล้าลงไปในแก้ว 2 ใบ ซึ่งหลังจากที่เขาได้ยกแก้วเหล้าขึ้นมาดมเขาก็กระดกพวกมันลงไปในคอในครั้งเดียว

“อืม! เหล้าดี”

ในตอนเช้าซาร่าก็พาเซี่ยเฟยเดินไปบนถนนของฐานเรดสโตน โดยเซี่ยเฟยต้องการจะเดินทางกลับไปยังท่าเทียบยานเพื่อตรวจสอบความเสียหายของลูน่าอย่างละเอียดอีกครั้ง

ครั้งหนึ่งลูน่าเคยเป็นยานรบที่สง่างาม แต่ในตอนนี้ทั่วทั้งยานกลับเต็มไปด้วยความเสียหาย

หลังจากซาร่าลากยานอวกาศเข้าไปในโกดังส่วนตัวแล้ว เธอก็เช็ดเหงื่อด้วยแขนเสื้อก่อนที่จะหันไปกล่าวกับชายหนุ่มว่า

“การต่อสู้ในก่อนหน้านี้จะต้องเป็นการต่อสู้ที่โหดร้ายมากแน่ ๆ แค่ยานลำนี้พานายรอดชีวิตมาได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์แล้ว”

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร เพราะท้ายที่สุดการต่อสู้ระหว่างยานรบก็เป็นการระดมยิงเข้าใส่กัน ซึ่งแน่นอนว่าผลที่ตามมาย่อมก่อให้เกิดความเสียหายที่ร้ายแรง

“เอาล่ะเดี๋ยวฉันไปทำงานขนทาสก่อนนะ แล้วฉันจะพยายามกลับมาก่อนมื้อเที่ยง” ซาร่ากล่าว

“ขนทาส?” เซี่ยเฟยอุทานด้วยความสงสัย

“พวกแมลงชอบมนุษย์หน้าตาดี พวกเราสามารถขายทาสพวกนั้นแลกกับหัวใจจักรวาลได้คนละประมาณ 10 กรัม ถือว่ามันเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ค่อนข้างดีเลย” ซาร่ากล่าวออกมาอย่างเฉยเมย

เซี่ยเฟยไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปและเขาก็กำลังจินตนาการถึงภาพมนุษย์ถูกขังเอาไว้ในกรงและถูกขายออกไปคล้ายกับสัตว์เลี้ยง

ในความเป็นจริงบนดาวเคราะห์บางดวงในเขตพันธมิตรก็มีการขายทาสอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน และถึงแม้ว่ามนุษย์ที่อาศัยอยู่ในจักรวาลจะได้ก่อตั้งพันธมิตรขึ้นมา แต่ท้ายที่สุดมันก็ยังคงมีช่องว่างระหว่างวัฒนธรรมบนดาวแต่ละดวงอยู่ดี

มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความหลากหลายมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่บนดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน แต่พวกเขาก็มีศาสนา, วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงมนุษย์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนดาวคนละดวง มันจึงทำให้ทั่วทั้งพันธมิตรมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

ซาร่าอาศัยอยู่ในเขตดาววิลเดอร์เนสมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเขตดาวบริเวณนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องปกติในสายตาเธอ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตชายแดนที่ไม่มีกฎหมายคอยคุ้มครอง ดังนั้นใครที่แข็งแกร่งกว่าย่อมเป็นผู้ถือกฎเหนือผู้อื่น

“ฉันจะล็อกประตูเอาไว้นะจะได้ไม่มีใครเข้ามากวนนาย แล้วฉันจะกลับมารับนายตอนเที่ยงก็แล้วกัน” ซาร่าพูดขณะที่เธอเดินออกไป

“เอานี่ไว้กินระหว่างทางสิ” เซี่ยเฟยหยิบกระป๋องลูกพีชออกมาจากแหวนมิติและโยนไปให้หญิงสาว

“ผลไม้!” ซาร่ากอดกระป๋องผลไม้เอาไว้ในอ้อมแขนอย่างมีความสุข ก่อนที่เธอจะส่งยิ้มหวานให้เซี่ยเฟยและวิ่งออกไป

คนจีนให้ความสำคัญกับการให้ของขวัญซึ่งกันและกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเซี่ยเฟยก็ได้ทดสอบแล้วว่าการให้ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ถือว่าเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีแม้กระทั่งในสังคมระดับจักรวาลก็ตาม

เงินตรา, ผู้หญิงและความแข็งแกร่งคือ 3 อาวุธที่อันตรายที่สุดในจักรวาล หากใครสามารถควบคุมอาวุธทั้งสามสิ่งนี้เอาไว้ได้ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนพวกเขาก็จะมีอำนาจไปทั่วทุกที่ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้เสมอตราบใดที่มนุษย์ยังคงเป็นมนุษย์

เซี่ยเฟยจดอุปกรณ์ที่เสียหายเอาไว้ภายในมือพร้อมกับตรวจสอบลูน่าจากด้านในสู่ด้านนอก

ระบบตรวจสอบด้วย AI มีความฉลาดและมีข้อผิดพลาดน้อยมาก แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็มักที่จะทำการตรวจสอบยานรบด้วยตัวเอง เพราะท้ายที่สุดยานลำนี้ก็เป็นยานรบที่เขาต้องขับเคลื่อนมันในจักรวาลไม่ใช่ยานสำราญที่ล่องลอยอยู่ในท้องทะเล

การผจญภัยในจักรวาลเต็มไปด้วยอันตราย ดังนั้นเซี่ยเฟยจำเป็นจะต้องมั่นใจว่ายานรบของเขาอยู่ในสภาพพร้อมรบอยู่เสมอและสกรูทุกตัวต้องถูกขันเอาไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม

เมื่อเวลาได้เดินมาจนใกล้เที่ยงเซี่ยเฟยก็ได้รายการอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนยาวถึง 16 หน้า โดย 4 หน้าแรกเป็นรายการที่จะต้องเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน ส่วน 12 หน้าหลังเป็นรายการที่เขาสามารถกลับไปซ่อมหลังจากกลับไปยังพันธมิตรได้

หลังตรวจสอบรายการอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเฟยก็นั่งสูบบุหรี่รอคอยอยู่เงียบ ๆ ซึ่งหลังจากที่เขาได้สูบบุหรี่มวนที่ 5 ซาร่าก็เปิดโกดังพร้อมกับเดินเข้ามาด้านใน

“เป็นยังไงบ้าง ยานของนายพอจะซ่อมได้ไหม?” ซาร่าถามอย่างร่าเริง ซึ่งดูเหมือนว่าในวันนี้งานของเธอน่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

บริเวณมุมปากของหญิงสาวมีคราบสีเหลืองติดอยู่นิดหน่อย ซึ่งเซี่ยเฟยรู้ดีว่ามันคือคราบน้ำจากลูกพีชกระป๋อง

หญิงสาวคนนี้เป็นเหมือนกับแมวป่าตัวเล็กที่ไม่เคยกินอาหารจากเมืองใหญ่ ดังนั้นลูกพีชกระป๋องที่มีราคาเพียงแค่ 3.50 แอลไลคอยน์ก็สามารถที่จะทำให้เธอรู้สึกพึงพอใจได้แล้ว

เซี่ยเฟยใช้แขนเสื้อเช็ดคราบน้ำลูกพีชออกจากมุมปากของหญิงสาว จากนั้นเขาก็ส่งรายการอะไหล่ทั้ง 16 หน้าไปให้เธอ

“โอ้แม่จ้าว! โคตรเยอะ” ซาร่าอุทาน

“พวกเราไม่จำเป็นจะต้องหาอะไหล่ทั้ง 16 หน้าก็ได้ ตราบใดก็ตามที่เธอช่วยฉันหาอะไหล่ 4 หน้าแรกได้ครบทั้งหมด ฉันก็สามารถซ่อมยานบินกลับไปยังพันธมิตรได้แล้ว” เซี่ยเฟยอธิบาย

“นายจะเอาที่ที่นายเคยอยู่มาเทียบกับที่นี่ไม่ได้ แค่การหาอะไหล่ 4 หน้าแรกก็ค่อนข้างลำบากแล้ว ฉันคิดว่าฉันคงจะต้องไปสนามรบโบราณเพื่อกอบกู้อะไหล่บางส่วนมา” ซาร่ากล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

***************

สนามรบโบราณ!!! ของดีกำลังรอพี่เฟยอยู่สินะ!!!!

จบบทที่ ตอนที่ 103: ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว