เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 102: ฐานเรดสโตน

ตอนที่ 102: ฐานเรดสโตน

ตอนที่ 102: ฐานเรดสโตน


ตอนที่ 102: ฐานเรดสโตน 

เมื่อลูน่าได้ถูกนำเข้าไปเก็บภายในยานมิททัลแมมมอธ เซี่ยเฟยก็ได้ก้าวเท้าออกจากยานในรอบ 20 วัน ซึ่งในช่วงเวลานั้นเขาก็ต้องยอมรับคำพูดที่อันธเคยบอกเอาไว้ในก่อนหน้านี้จริง ๆ ว่าการอยู่บนยานในอวกาศเป็นเวลานานเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมาก

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็จุดบุหรี่ก่อนที่เขาจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องบัญชาการของยาน

บนเก้าอี้กัปตันมีร่างของสาวผิวเหลืองนั่งอยู่ โดยเธอเคี้ยวหมากฝรั่งภายในปากพร้อมกับสั่นขาดิ๊ก ๆ ตลอดเวลา ขณะเดียวกันเธอก็มองสำรวจชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า

เสื้อผ้าที่หญิงสาวคนนี้สวมใส่เป็นเสื้อผ้าเรียบ ๆ ที่ดูเหมือนกับจะไม่ได้ซักมาเป็นเวลานานแล้ว ขณะเดียวกันเธอก็สวมรองเท้าบู๊ทหนังวัวของผู้ชายที่ไม่พอดีกับเท้าของเธอ ยิ่งไปกว่านั้นรองเท้าทั้งสองข้างไม่เพียงแต่จะใหญ่กว่าเท้าของผู้หญิงคนนี้เท่านั้น แต่รองเท้าทั้งสองข้างยังเป็นรองเท้าคนละสีและมีขนาดที่ไม่เท่ากัน

ผมของหญิงสาวได้ถูกเก็บเอาไว้ในหมวกเบสบอลทำให้เซี่ยเฟยไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเธอคนนี้ไว้ผมยาวหรือผมสั้นกันแน่

“ฉันชื่อเซี่ยเฟย” ชายหนุ่มยื่นมือออกไปทักทายด้วยรอยยิ้ม

เพียะ!

“ฉันชื่อ ‘ซาร่า’ ว่าแต่นายเตรียมของมาหรือเปล่า” ซาร่าตบมือทักทายเซี่ยเฟยพร้อมกับกล่าวถามขึ้นมา

ระหว่างที่ผิวหนังสัมผัสกันเซี่ยเฟยก็สังเกตเห็นว่ามือเล็ก ๆ ของซาร่าเต็มไปด้วยหนังหนา ๆ ที่หยาบกระด้าง ซึ่งโดยปกติแล้วสัมผัสของมือลักษณะนี้มักจะเป็นสัมผัสจากมือของชายฉกรรจ์ที่ทำงานมาอย่างตรากตรำไม่ใช่ผิวสัมผัสจากมือของหญิงสาวที่มีอายุเพียงแค่ประมาณ 18 ปี

หลังจากที่ชายหนุ่มใช้มือสัมผัสกับแหวน เขาก็นำกล่องเก็บของสดออกมายื่นให้กับซาร่า โดยภายในกล่องได้บรรจุผลน้ำค้างขาวกับผลเนตรนาคาเอาไว้อย่างละ 100 ผล

หลังได้รับกล่องบรรจุผลไม้หญิงสาวก็เทผลไม้ทั้งหมดลงไปในกระป๋องเก่า ๆ จากนั้นเธอก็นับผลไม้ทั้งสองด้วยความเร็ว

เมื่อเธอแน่ใจแล้วว่าเธอได้รับผลไม้มาครบจำนวนเธอก็เผยรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมา

“เห็นแก่ที่นายไม่ตุกติก ฉันจะให้คำแนะนำเป็นของแถมก็แล้วกัน” ซาร่ากล่าวพร้อมกับเขย่ากระป๋องภายในมือ จากนั้นเธอก็ได้กล่าวต่อไปว่า

“คราวหน้าอย่าเอาของมีค่าออกมาโชว์แบบนั้นเด็ดขาด แหวนมิติของนายสะดุดตามากเกินไป ฉันแนะนำให้นายซ่อนมันเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงจะดีกว่า ที่นี่คือเขตดาววิลเดอร์เนสถ้านายอยากมีชีวิตยืนยาวกว่านี้ก็ทำตามคำแนะนำจากฉันซะ”

ซาร่าเป็นผู้หญิงที่แตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เซี่ยเฟยเคยเห็นมา เพราะถ้าหากว่าเขาได้เปรียบเทียบผู้หญิงอย่างแอวริลเป็นแมวบ้านที่เอาแต่ใจ ซาร่าก็คงจะเป็นแมวป่าที่เต็มไปด้วยความดุร้าย

“เอาของพวกนี้ไปใส่ซะ ตอนนี้นายดูไม่เหมือนคนแถวนี้เลย” ซาร่ากล่าวพร้อมกับหยิบชุดที่ขาดรุ่งริ่งออกมาจากตู้แล้วโยนให้กับชายหนุ่ม

แต่เดิมเซี่ยเฟยก็ไม่ใช่คนเรื่องมากอยู่แล้ว เพราะเขามักจะใส่ชุดกีฬาตัวเก่าของเขาอยู่เสมอ ซึ่งสภาพของชุดกีฬานั้นไม่เพียงแต่จะหดสั้นลงตามกาลเวลาเท่านั้น แต่มันยังมีรอยบุหรี่เป็นรูเล็ก ๆ อยู่ตรงบริเวณแขนเสื้อด้านขวาอีกด้วย

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนชุดต่อหน้าผู้หญิงก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดี ดังนั้นชายหนุ่มจึงหยิบเสื้อผ้าแล้วทำท่าจะเดินออกไป

“เขินรึไง?” ซาร่ากล่าวถามพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเยาะเย้ย

“ฉันแก่แล้วไม่จำเป็นจะต้องอาย ตราบใดก็ตามที่เธอไม่กลัว” เซี่ยเฟยหยุดเดินพร้อมกับหันไปกล่าวกับซาร่าด้วยรอยยิ้ม

หลังจากพูดจบชายหนุ่มก็เริ่มถอดเสื้อผ้าจนก่อให้เกิดภาพอนาจาร แต่มันกลับกลายเป็นว่าหญิงสาวไม่ได้รู้สึกสนใจในตัวชายหนุ่มเลย

ในทางกลับกันเธอได้ใช้มือเท้าคางพร้อมกับพูดกับเซี่ยเฟยด้วยท่าทางสบาย ๆ

“นายสนใจทำธุรกิจไหม?”

“ธุรกิจอะไร?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

หลังจากที่ได้สวมใส่ชุดเขาก็ได้พบว่าชุดนี้ค่อนข้างจะมีปัญหาและถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกสนใจว่าเสื้อผ้าจะขาดหรือไม่ แต่การที่เขาได้ใส่ชุดหลวม ๆ มันก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาในระหว่างการเคลื่อนไหว

แขนเสื้อจากชุดที่ซาร่าได้ให้มายาวเลยมือของเขาห้อยไปจนถึงเข่า ส่วนกางเกงก็ยาวลงไปจนสามารถปิดรองเท้าบู๊ทด้านล่างได้เลย

เซี่ยเฟยคิดว่าถ้าหากเขาไม่ได้มีความสูงซัก 2 เมตรและมีน้ำหนักซัก 200 กิโลกรัม เขาก็คงจะไม่สามารถสวมใส่ชุดนี้ได้อย่างพอดี

ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็เป็นผู้ใช้พลังสายความเร็วและการสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่กะทัดรัด มันก็จะก่อให้เกิดอุปสรรคเมื่อเขาต้องเร่งความเร็ว

ขณะเดียวกันซาร่าก็ได้หยิบกล่องขนมแบน ๆ ออกมาจากกระเป๋าด้านหน้าชุดเอี้ยมของเธอ จากนั้นเธอก็นำกล่องขนมมาเขย่าบริเวณข้างหู 2-3 ครั้งก่อนที่จะเทหัวใจจักรวาลที่อยู่ด้านในออกมา

ในมือของหญิงสาวขณะนี้มีคริสตัลขนาดประมาณเมล็ดถั่วเขียวอยู่หนึ่งชิ้นและมีคริสตัลที่มีขนาดประมาณเมล็ดถั่วเหลืองอยู่อีกหนึ่งชิ้น

“นี่คือสกุลเงินที่พวกเราได้ใช้กันในเขตดาววิลเดอร์เนส อันเล็กนี่มีค่า 1 ยูนิต ส่วนอันใหญ่นี่มีค่า 10 ยูนิต ฉันขอซื้อผลเนตรนาคา 81 ผลในราคา 27 ยูนิตได้ไหม?”

ผลเนตรนาคา 3 ผลแลกหัวใจจักรวาลได้ 1 ยูนิต?

ข้อเสนอจากหญิงสาวทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึง เพราะในคราวที่แล้วเขาได้ขายหัวใจจักรวาลขนาดเท่ากำปั้นออกไปในราคาประมาณ 200 ล้านสตาร์คอยน์ แต่ผลเนตรนาคาแต่ละผลมีค่าเพียงแค่ประมาณ 30,000 สตาร์คอยน์เท่านั้น

“ไม่” เซี่ยเฟยส่ายหัวปฏิเสธ

ถึงแม้ว่าราคาที่หญิงสาวเสนอมาจะฟังดูไม่เลวแต่สีหน้าของซาร่าก็กำลังเผยออกมาว่าเธอกำลังเอาเปรียบเขาอยู่ ที่สำคัญมันก็ดูเหมือนกับว่าแมวป่าน้อยตัวนี้จะไม่รู้วิธีซ่อนความคิดเอาไว้ภายในใจของเธอ

“ขี้งก!” ซาร่าบ่นขณะเก็บกล่องขนมเข้าไปไว้ในกระเป๋าหน้าเอี้ยมอีกครั้ง

ระหว่างนั้นเซี่ยเฟยได้พยายามเดินสำรวจรอบ ๆ ห้องบัญชาการ แต่เสื้อผ้าหลวม ๆ พวกนี้กำลังทำให้เขารู้สึกอึดอัดมากจริงๆ

“เอาน่าตอนนี้นายดูเหมือนคนท้องถิ่นแล้ว ถ้าหากว่ามีใครมาถามว่านายเป็นใครก็ให้ตอบไปว่านายเป็นญาติห่าง ๆ ของลุงเอเลนนะ”

ระหว่างที่ซาร่าได้อธิบายมันก็ดูเหมือนกับยานบรรทุกลำนี้จะชาร์จพลังจนเต็มแล้ว ดังนั้นเธอจึงเริ่มเปิดใช้ระบบวาร์ปก่อนที่จะบังคับให้ยานบรรทุกที่ทรุดโทรมลำใหญ่เคลื่อนที่เข้าไปในรูหนอน

เมื่อเซี่ยเฟยมองออกไปนอกหน้าต่างเขาก็ได้มองเห็นแถบหินอุกกาบาตสีเหลืองที่มีรูปร่างเป็นวงแหวนล้อมรอบท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

ยานบรรทุกแล่นเข้าไปใกล้เขตวงแหวนอุกกาบาตขนาดใหญ่อย่างช้า ๆ ซึ่งถ้าหากดูจากภายนอกหินอุกกาบาตก้อนที่ยานกำลังมุ่งหน้าเข้าไปหานี้ก็ไม่ต่างไปจากหินอุกกาบาตก้อนอื่น ๆ เลย แต่หลังจากที่ซาร่าได้ส่งรหัสยืนยันจู่ ๆ ประตูบนอุกกาบาตก็เปิดออกมา

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ได้พบว่าภายในอุกกาบาตมีฐานทัพอยู่ด้านในและสิ่งที่ยานกำลังมุ่งหน้าเข้าไปนั่นก็คือท่าเทียบยาน

หลังจากที่ยานจอดเทียบท่าแล้ว ซาร่าก็เป็นคนพาเซี่ยเฟยเดินออกมาจากยาน

“เฮ้ซาร่า! นั่นเธอกำลังหลอกไอ้หนุ่มคนนี้ไปไหน” ชายร่างใหญ่เดินเข้ามาทักทายซาร่าด้วยรอยยิ้ม โดยใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาเคยถูกทำร้ายจนกลายเป็นแผลเป็นที่ดูน่ากลัว

“หลอกบ้านเอ็งดิ! ไอ้หมอนี่เป็นหลานลุงเอเลน!” ซาร่าตะคอกพร้อมกับเตะก้นชายคนนี้อย่างโหดเหี้ยม

“ไอ้หนูเอ็งมาจากฐานไหน?” ชายร่างใหญ่เดินไปถามพร้อมกับจับไหล่เซี่ยเฟยโดยไม่สนใจการกระทำของซาร่าเลย

“ให้ตายเถอะ!” ซาร่าผลักชายร่างใหญ่ออกไป ก่อนที่เธอจะเดินไปจับมือเซี่ยเฟยแล้วลากออกไปจากท่าเทียบยาน

เซี่ยเฟยเคยเห็นพื้นที่เขตสลัมมาก่อนแต่ฐานเรดสโตนมีสภาพที่แย่กว่าสลัมมาก เพราะหลังจากที่เขาได้เข้ามาภายในฐานเพียงแค่ไม่นาน เขาก็ได้เห็นคนขี้เมานอนอยู่กลางถนนทั่วทุกที่และทั้งสองข้างทางก็เต็มไปด้วยบ้านที่ทรุดโทรม ที่สำคัญคือบนถนนมีแม้กระทั่งไก่และหมูที่เดินไปมาอย่างไม่เกรงกลัวผู้คน

ระหว่างทางเซี่ยเฟยได้พบกับชายอ้วนเดินกอดคอโซซัดโซเซมากับแมลงตัวสีดำ โดยในระหว่างนั้นพวกเขายังคงร้องเพลงอย่างสนุกสนานพร้อมกับมีขวดเหล้าอยู่ภายในมือ

ถึงแม้ว่าสงครามระหว่างพันธมิตรมนุษย์และพวกเซิร์กจะจบลงไปตั้งนานแล้ว แต่สถานการณ์ระหว่างทั้งสองเผ่าพันธุ์ก็กำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด

แต่ภายในฐานทัพแห่งนี้มนุษย์กับแมลงกลับสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างสงบสุข ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยเห็นแม้กระทั่งแมลงตัวเมียสวมเครื่องประดับบนร่างกายพร้อมกับยืนยั่วยวนลูกค้าอยู่ข้างถนน

หลังจากเดินผ่านถนนที่ยุ่งเหยิงในที่สุดซาร่าและเซี่ยเฟยก็มาถึงเขตที่อยู่อาศัย โดยบ้านพักในบริเวณนี้เป็นเพิงเบี้ยว ๆ ที่พร้อมจะถูกลมพัดถล่มลงมาได้ทุกเวลา แต่โชคดีที่ภายในฐานทัพแห่งนี้อยู่ภายในหินอุกกาบาตมันจึงเป็นสถานที่ที่ไม่มีลม

สภาพบ้านของซาร่าถือได้ว่าค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับบ้านหลังอื่น ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยภายในบ้านของเธอมีลานเล็ก ๆ กว้างประมาณ 10 ตารางเมตร นอกจากนี้มันยังมีบังกะโล 3 หลังที่ทำขึ้นมาจากแผ่นโลหะเชื่อมติดกันและมีแถวปลูกผัก 3 แถวอยู่ในสวน

“ลุง!! หนูพาเขากลับมาแล้ว” ซาร่าเดินเข้าไปที่ประตูพร้อมกับส่งเสียงตะโกนออกไปเสียงดัง

หลังเซี่ยเฟยตามซาร่าเข้ามาภายในห้องเขาก็ได้พบกับโต๊ะไม้ทรงสี่เหลี่ยมเก่า ๆ ที่มีกะละมังอาหารที่ไม่รู้จัก นอกจากนี้มันยังมีโซฟาอยู่อีกตัวหนึ่งแต่พื้นของโซฟาด้านซ้ายขวากลับมีความสูงที่ไม่เท่ากัน

ซาร่าเดินตรงเข้าไปหยิบแท่งอาหาร 2-3 แท่งยัดเข้าไปในปากโดยที่ไม่ได้ล้างมือ

“กินดิ! ฉันให้กินฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย” ซาร่าหยิบอาหารขึ้นมาหนึ่งกำมือก่อนที่จะยัดอาหารใส่เข้าไปในมือของเซี่ยเฟย

“อืม… อร่อยดี อาหารนี่เรียกว่าอะไรหรอ?” เซี่ยเฟยอุทานหลังจากที่เขาหยิบอาหารที่คล้ายกับผักชุบแป้งใส่เข้าไปภายในปาก

“มันคือสาหร่ายชุบแป้งนึ่ง ทำมาจากสาหร่ายในท่อน้ำทิ้งก่อนจะเอามาจุ่มแป้งแล้วเอาไปนึ่ง” ซาร่ากล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“แบบนี้นี่เอง ฉันขอให้คะแนนสาหร่ายนี่ 8 คะแนน” เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนจะหยิบสาหร่ายเข้าไปเคี้ยวในปากอีกชิ้น

“ฮ่า ๆ ๆ ใช้ได้นี่! คราวที่แล้วพ่อค้าขายของเถื่อนจากพันธมิตรมนุษย์แทบจะอ้วกออกมาหลังจากที่เขาได้ยินว่าไอ้นี่เป็นสาหร่ายท่อน้ำทิ้ง” ซาร่ากล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็ยังคงกินพืชที่ไม่รู้จักนี้เข้าไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร จากนั้นเขาก็ตบแป้งที่เลอะฝ่ามือก่อนที่จะไปนั่งลงบนโซฟาเอียง ๆ และจุดบุหรี่พ่นควันออกมา

“เฮ้ซาร่า! บลูแกรสมันกลายเป็นสาหร่ายท่อน้ำทิ้งได้ยังไง” เอเลนกล่าวในระหว่างที่เขาเดินออกมาจากห้องข้าง ๆ

“หนูไปพักแล้วนะ ถึงเวลาอาหารเย็นเรียกหนูด้วย” ซาร่าทำหน้ามุ่ยใส่เอเลนก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในห้องของเธอ

“ซาร่าเป็นเด็กดีแต่น่าเสียดายที่เธอแก่นแก้วเกินไปหน่อย” เอเลนหันไปคุยกับเซี่ยเฟย

ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรออกไป ท้ายที่สุดสิ่งที่ซาร่าแสดงออกมาก็เป็นตัวตนของเธอซึ่งมันก็ไม่ได้ถือว่ามีอะไรผิดปกติสำหรับเขาเลย

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้ใช้เวลาคิดพิจารณาสักพัก เขาก็เริ่มหันไปถามเอเลนอย่างตรงประเด็น

“คุณเอเลน คุณพอจะบอกผมได้ไหมครับว่าผมจะหาอะไหล่มาซ่อมยานได้จากที่ไหน?”

***************

เอ่อ…คิดภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเป็นเราที่รู้ว่าเพิ่งกินสาหร่ายจากท่อน้ำทิ้งจะอ้วกหรือเฉยๆแบบพี่เฟย แล้วทุกคนล่ะกินไหวไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 102: ฐานเรดสโตน

คัดลอกลิงก์แล้ว