เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 83: พิธีเปิด

ตอนที่ 83: พิธีเปิด

ตอนที่ 83: พิธีเปิด


ตอนที่ 83: พิธีเปิด

ห้องฝึกอบรมของค่ายประกอบด้วยชั้นโลหะหนาและพื้นผิวของผนังยังติดตั้งแผ่นฉนวนกันเสียงเอาไว้อีกด้วย โดยสิ่งเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้เหล่านักเรียนถูกรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอกและสามารถทุ่มเทความสนใจไปกับการฝึกฝนได้อย่างเต็มที่

ปัจจุบันเซี่ยเฟยกำลังฝึกฝนวิชามนตราอสูรอย่างเคร่งครัด

วิชามนตราอสูรประกอบไปด้วยเนตรมนตราและการพินิจใจ ซึ่งการเรียนเนตรมนตราก็คือการจัดระเบียบยีนของผู้ฝึกเพื่อพัฒนาความสามารถในการมองเห็น

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็สูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ พร้อมกับลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ถ้าดูจากภายนอกดวงตาของเขาก็ไม่ได้ต่างไปจากปกติมากนักแต่ภาพที่เขาได้รับกลับคมชัดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ตอนนี้สายตาของเขาแตกต่างจากปกติอย่างสิ้นเชิง เพราะมันเหมือนกับมีออร่าบางอย่างที่ทำให้ผู้ที่ถูกเขาจ้องรู้สึกหวาดกลัวคล้ายกับทะเลลึกที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งเข้าไปอย่างไม่รู้จบ

จากนั้นเขาก็ใช้ดวงตานี้เพื่อสำรวจบริเวณรอบ ๆ แต่หลังจากที่เขาหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมาอีกครั้งทุกอย่างก็เข้าสู่สถานการณ์ปกติดังเดิม

“เป็นยังไงบ้าง?” อันธที่นอนตะแคงอยู่ข้าง ๆ บิดขี้เกียจขณะถามออกมา

“ตอนนี้ฉันฝึกฝนจนผ่านขั้นที่ 2 แล้ว อีกสักพักฉันจะเริ่มฝึกฝนขั้นที่ 3 และเรียนรู้การส่งพลังผ่านกระแสจิตได้” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ในสองขั้นแรกของวิชามนตราอสูรจะทำให้ผู้ที่เรียนรู้สามารถส่งพลังผ่านทางสายตาได้ แต่หากใครต้องการส่งพลังผ่านกระแสจิตพวกเขาก็จำเป็นจะต้องเรียนรู้ให้ผ่านวิชาในขั้นที่ 3 ไปเสียก่อน

ปัจจุบันเซี่ยเฟยได้ฝึกฝนจนผ่านขั้นที่ 2 แล้วและถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถสื่อสารกับเหล่าสัตว์อสูรได้ แต่เขาก็สามารถใช้เนตรมนตราในการสังเกตดวงไฟวิญญาณในร่างของพวกมันได้แล้ว

การเห็นดวงไฟวิญญาณมันก็จะทำให้ชายหนุ่มสามารถตัดสินระดับของอสูรที่อยู่ตรงหน้าได้ แม้กระทั่งรับรู้ได้ถึงอาการป่วยหรือความรู้สึกของพวกมัน ซึ่งถ้าหากเขาได้พบกับอสูรที่ไม่แข็งแกร่งนักเขาก็สามารถใช้เนตรมนตราเพื่อบังคับให้พวกมันถอยไปได้อีกด้วย

“ดีมาก! จารึกมนตราอสูรเป็นจารึกลับระดับดวงดาวและยากที่จะฝึกฝน แต่นายสามารถฝึกฝนจนผ่านขั้นที่ 2 ได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือน ถือว่าเป็นการพัฒนาที่ดีพอสมควร” อันธกล่าวด้วยความพึงพอใจ

พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเซี่ยเฟยได้รับการปลดล็อกถึง 100% ด้วยน้ำยาปรับสภาพยีนปริศนา ซึ่งนอกจากประสบการณ์ที่น่าจดจำจนทำให้เขาเกือบตายแล้วมันยังทำให้เขาสูญเสียการเลื่อนระดับผ่านทางการฝึกฝนอีกด้วย

แต่ในความโชคร้ายของเขาก็ยังมีโชคดีอยู่บ้าง เพราะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาข้อได้เปรียบของการปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 อย่างสมบูรณ์ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว, สัญชาตญาณที่เฉียบคมหรือการตัดสินใจอย่างว่องไวที่เหนือเกินกว่าคนทั่วไปมาก

นี่คือสิ่งที่เรียกว่าโอกาส!!

โดยปกติผู้ที่มีพรสวรรค์ที่แท้จริงจะสามารถปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้ด้วยการฝึกฝนด้วยตัวเอง ดังนั้นมันจึงมีเฉพาะผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับต่ำเท่านั้นที่ต้องการความช่วยเหลือจากน้ำยาปรับสภาพยีน

ผู้คนบนดาวที่มีอารยธรรมระดับสูงจะเลือกดื่มน้ำยาปรับสภาพยีนเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะถึงแม้ว่าการดื่มน้ำยานี้จะสามารถช่วยปลดล็อกพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้ แต่ผลข้างเคียงของมันก็ทำให้ผู้ใช้น้ำยาไปถึงสภาพคอขวดอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะรู้ดีถึงความเป็นจริงในข้อนี้แต่เขาก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อความเสี่ยงต่าง ๆ และความพยายามทุ่มเททำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้

ท้ายที่สุดความพยายามอย่างหนักและความพากเพียรก็คือรากฐานที่ทำให้ชายหนุ่มสำเร็จได้มาจนถึงทุกวันนี้

ทันใดนั้นไฟสีเขียวในห้องฝึกฝนก็สว่างขึ้นมาซึ่งมันก็แสดงให้รู้ว่ามีคนกดกริ่งเรียกเขาจากข้างนอก

เมื่อพวกเขาเข้ามาภายในห้องฝึก พวกเขาจะถูกตัดขาดการสื่อสารจากภายนอกโดยสิ้นเชิง มันจึงทำให้ภายในห้องได้ติดตั้งไฟไว้ 2 ดวง โดยไฟดวงแรกมีไว้สำหรับการกดกริ่งที่ประตูและไฟอีกดวงมีไว้สำหรับเครื่องสื่อสาร

“ใครอีกล่ะเนี่ย?” เซี่ยเฟยพึมพำออกมาเมื่อได้เห็นว่าตอนนี้คือเวลาตี 4 จากนั้นเขาก็ได้ลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องฝึกไป

เมื่อชายหนุ่มได้เปิดประตูเขาก็ได้พบกับเยว่เกอที่กำลังตื่นเต้นกับอะไรซักอย่าง โดยข้างหลังของเธอนั้นคือ เป๋ยไฮ่, หมานจุนและเฉินตง

หญิงสาวได้สวมชุดนอนสีฟ้าทำให้เธอดูน่ารักยิ่งกว่าเมื่อตอนกลางวัน ในขณะที่เป๋ยไฮ่ก็สวมชุดนอนหลวม ๆ และเอนกายพิงหมานจุนอย่างงุนงง โดยพวกเขาทั้งสองยังคงตาแดงด้วยความง่วงนอนและการหาวแต่ละครั้งก็เกือบที่จะมีน้ำตาไหลออกมา

ทางด้านของเฉินตงก็สวมเพียงแค่กางเกงขาสั้นตัวเดียวและถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ดูง่วงมากเหมือนเป๋ยไฮ่และหมานจุนแต่เขาก็ยังคงดูง่วงอยู่ดี จากนั้นเขาก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และยักไหล่ให้กับเซี่ยเฟย

“เข้ามาเร็ว! ฉันมีเรื่องจะคุยกับพวกนายทุกคน” เยว่เกอผลักเซี่ยเฟยหลบและหันไปพูดกับผู้ชายทั้งสามคนนอกประตู

หลังจากนั้นเหยื่อผู้บริสุทธิ์ทั้งสามคนก็เดินโซซัดโซเซเข้ามาในห้องและนอนพับกันบนโซฟาของเซี่ยเฟย

เป๋ยไฮ่นั่งพร้อมกับกอดแขนของเฉินตง ในขณะที่หมานจุนพาดขาของเขาไว้บนหน้าอกของเป๋ยไฮ่ ซึ่งสภาพของพวกเขาทั้งสามก็ดูน่าเวทนาเป็นอย่างมาก

“เยว่เกอทำไมเธอไม่คุยตอนกลางวัน นี่มันเวลานอนนะ! ฉันง่วง” หมานจุนพูดอย่างไม่พอใจ

“นายจะไปรู้อะไร! นี่มันแผนการแข่งที่ฉันวางแผนอย่างรอบคอบมานานกว่า 10 ชั่วโมงเลยนะ! พวกนายนั่งลงแล้วตั้งใจฟังฉันดี ๆ นายก็ด้วยเซี่ยเฟย” เยว่เกอหัวเราะออกมาเบา ๆ

เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าเซี่ยเฟยก็ถอนหายใจออกมาและเขาก็ไม่รู้จะจัดการการกระทำที่ไร้สาระของหญิงสาวตรงหน้านี้อย่างไรดี เขาจึงเดินไปชงกาแฟแล้วเดินมานั่งข้าง ๆ เฉินตง

เยว่เกอเปิดคอมพิวเตอร์อย่างตื่นเต้นพร้อมกับเรียกไฟล์ข้อมูลที่เตรียมไว้และแสดงพวกมันบนหน้าจอ

“นี่คือรายการการแข่งขันรถแข่งเอ็กซ์ตรีมครั้งนี้รวมถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละทีมด้วย” เยว่เกอกล่าวขณะที่หยิบแตงกวาออกมาจากกระเป๋าเสื้อและชี้ไปที่หน้าจอ

“การแข่งขันครั้งนี้จะแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ เพราะทางค่ายฝึกได้เชิญทีมนักแข่งมืออาชีพมาแข่งร่วมกับพวกเราด้วย”

“พวกนายรู้จักทีมมังกรสองหัวไหม? พวกเขาคือแชมป์ภูมิภาค 5 สมัยติดต่อกัน” เยว่เกอกล่าวอย่างภาคภูมิใจ เนื่องจากเธอใช้ความพยายามอย่างมากในการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้

“แต่ทีมมังกรสองหัวไม่ใช่สิ่งสำคัญเพราะผลการแข่งขันของพวกเขาจะไม่ได้ส่งผลกระทบถึงพวกเรา ฉันว่าเธอไม่ต้องสนใจมันก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าวอธิบายพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เซี่ยเฟย! ตอนนี้คนที่กำลังพูดคือฉันหรือนาย!?” เยว่เกอกล่าวและจ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความหงุดหงิด

“เธอพูด” เซี่ยเฟยตอบเบา ๆ ขณะจิบกาแฟแล้วพิงโซฟา

ในอีกด้านหนึ่งเป๋ยไฮ่และหมานจุนก็ผล็อยหลับอย่างรวดเร็ว เยว่เกอจึงเดินเข้าไปหยิกต้นขาของพวกเขาอย่างรุนแรง

“นี่มันเรื่องจริงจังนะ! พวกเรากำลังจะคุยกันเรื่องแผนการแข่งขัน ตื่นมาตั้งใจฟังเดี๋ยวนี้!”

เป๋ยไฮ่และหมานจุนกรีดร้องอย่างเจ็บปวดและรีบลุกขึ้นมานั่งโดยไม่กล้าแอบงีบอีกต่อไป แต่เปลือกตาของพวกเขายังคงต่อสู้กับความง่วงอย่างสิ้นหวัง

“อย่างที่เซี่ยเฟยพูดเมื่อกี้ เราไม่ต้องสนใจทีมมังกรสองหัวก็ได้ แต่สองคนนี้คือคู่แข่งคนสำคัญของพวกเรา” เยว่เกอกล่าวต่อ

หลังจากที่หญิงสาวได้กล่าวจบมันก็ได้ปรากฏภาพของชายที่มีเคราขนาดใหญ่และชายหนุ่มที่มีผมหยิกขึ้นบนหน้าจอ

“ผู้ชายที่มีเคราชื่อว่า ‘หนี่เว่ย’ เขาคือนักแข่งรถที่เก่งที่สุดในแผนกเครื่องกล ส่วนผู้ชายที่มีผมหยิกชื่อว่า ‘คาร์ล’ เขาเป็นนักประกอบรถที่ดีที่สุดในแผนกเครื่องกล โดยพวกเขาเป็นสมาชิกของทีม 73 และเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเราในครั้งนี้”

“เยว่เกอ เธอช่วยสรุปแผนการเลยได้ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ทำไมนายถึงชอบขัดจังหวะตอนคนอื่นพูดตลอดเลยนะ นี่มันเป็นข้อมูลที่ฉันค้นหามาทั้งคืน ถ้านายใจร้อนขนาดนั้นนายก็มาพูดเองเลยไหม” เยว่เกอกอดอกและจ้องมองไปที่เซี่ยเฟยด้วยใบหน้าที่เย็นชา

“ไม่มีปัญหา” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เมื่อเยว่เกอได้ยินคำตอบของชายหนุ่มเธอจึงก้าวถอยหลังออกไปอย่างสงสัยเพื่อหลบให้ชายหนุ่มสามารถใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้

“ฉันขอเวลาแค่ 5 นาทีก็พอ” เซี่ยเฟยกล่าว

“ก่อนอื่นเลยฉันอยากจะบอกพวกนายทุกคนว่า การแข่งขันครั้งนี้เจ้ามือรับพนันได้เสนออัตราค่าเดิมพันที่หลากหลาย ซึ่งเราอยู่ในอันดับแรกของอัตราเดิมพันที่ห่วยที่สุด”

“สาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเจ้ามือเชื่อว่ารถของเราจะต้องมีปัญหาและมีความเป็นไปได้สูงที่พวกเราจะไม่สามารถแข่งขันจนจบรายการได้”

เซี่ยเฟยเริ่มต้นการประชุมด้วยข้อมูลที่น่าสนใจส่งผลให้มันมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีการข่มขู่ของเยว่เกอ

การเปิดหัวข้อของเซี่ยเฟยทำให้พวกเขาอยากรู้เกี่ยวกับแผนการรับมือของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก ซึ่งแม้แต่เป๋ยไฮ่และหมานจุนก็กำลังพยายามขยี้ตาอย่างหนักและตั้งใจฟังทุกคำพูด

เมื่อได้ยินคำอธิบายของเซี่ยเฟยมันก็ถึงกับทำให้เยว่เกออ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เพราะข้อมูลที่เธอคิดว่ารวบรวมมาอย่างละเอียดและครบถ้วนแล้วนั้นกลับไม่มีข้อมูลของเจ้ามือรับพนันเลย

‘เป็นไปได้ไหมว่าเซี่ยเฟยจะแอบเตรียมการไว้อยู่แล้ว’ เยว่เกอแอบคิดในใจ

จากนั้นเซี่ยเฟยก็จุดบุหรี่และพ่นควันออกมาเบา ๆ แล้วเคาะนิ้วของเขาบนหน้าจอ 2-3 ครั้งเพื่อเรียกรูปถ่ายและข้อมูลของผู้เข้าแข่งขันทั้งห้ากลุ่ม

“ทีมพวกนี้เป็นทีมที่ค่อนข้างแข็งแกร่งโดยทีม 21, 73 และ 149 เป็นทีมที่มาจากแผนกเครื่องกล ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วทั้งสามทีมนี้เรียกได้ว่าไม่มีจุดอ่อนเลย นอกจากนี้พวกเขายังทำงานร่วมกันและรู้จักกันเป็นอย่างดี”

“ข้อได้เปรียบของเราคือรถแข่งของเรามีประสิทธิภาพที่ดีกว่า แต่ข้อได้เปรียบของพวกเขาคือประสบการณ์, ความคุ้นเคยในการแข่งขัน, สภาพแวดล้อมและทักษะในการทำงานร่วมกัน”

“ตราบใดก็ตามที่เราใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบของการเร่งความเร็วของรถให้เป็นประโยชน์ เราก็จะสามารถแซงพวกเขาได้อย่างแน่นอน ส่วนการรับมือและหน้าที่ของแต่ละคนฉันจะบอกทีหลัง”

“นอกจากนี้ทีม 201 หรือทีมของไป๋เย่ก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่พวกเราต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจากข้อมูลที่ฉันสืบค้นมา เจ้ามือรับพนันจัดทีมของเขาอยู่ในอัตราต่อรองที่ต่ำมาก ซึ่งเป็นไปได้ว่าพวกเขาน่าจะได้รับข้อมูลวงในว่าทีมนี้มีโอกาสชนะสูง”

“พวกเขาคือคู่ต่อสู้ที่พวกเราไม่คุ้นเคยเพราะพวกเราและพวกเขาต่างก็แข่งขันในสนามนี้เป็นครั้งแรก ด้วยการที่เราไม่รู้จักเขาและพวกเขาก็ไม่รู้จักเรานี่เอง การจัดการกับพวกเขาจึงต้องอาศัยการปรับตัวและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า”

“ส่วนทีม 33 ของเฉียนเฟิงก็น่าสนใจเหมือนกัน แต่พวกเขายังขาดคนขับที่เหมาะสม ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นภัยคุกคามที่น้อยที่สุด” เซี่ยเฟยกล่าว

เมื่อเยว่เกอได้ฟังข้อมูลทั้งหมดของเซี่ยเฟยเธอก็กัดริมฝีปากอย่างขมขื่น เพราะเหตุการณ์ตรงหน้าได้แสดงอย่างชัดเจนแล้วว่าชายคนนี้ได้วางแผนและหาข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันเรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีข้อมูลรายละเอียดมากยิ่งกว่าที่เธอพยายามเก็บรวบรวมมาทั้งคืนเสียอีก

“ในการแข่งขันครั้งนี้มีทีมจากแผนกเครื่องกลเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 40 ทีม ดังนั้นพวกเขาจะต้องพร้อมใจกันกำจัดคู่แข่งคนอื่นอย่างแน่นอน นี่เป็นความท้าทายที่ยากที่สุดที่เราจะต้องเผชิญ ถ้าหากพวกเราต้องการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้ ทุก ๆ คนจะต้องร่วมมือร่วมใจรายงานการแข่งขันอย่างละเอียดเพื่อที่เราจะได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการพิจารณา”

“เอาล่ะต่อไปนี้ฉันจะมอบหมายงานให้กับพวกนายทุกคน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยเสียงทุ้ม

“การแข่งขันนี้มีระยะทางยาว 1,355 กิโลเมตรและแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน แม้ว่าภายในตัวรถจะมีระบบตรวจสอบเส้นทางในการขับขี่แล้ว แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะให้คนขับจดจ่ออยู่กับการสังเกตเส้นทางในขณะที่ขับด้วยความเร็วสูง ด้วยเหตุนี้มันจึงจำเป็นที่จะต้องมีคนคอยสังเกตการณ์ 3 คนเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น”

“เป๋ยไฮ่นายรับผิดชอบพื้นที่ส่วนที่ 1, หมานจุนจะอยู่ในส่วนที่ 2, ส่วนเฉินตงจะอยู่ในส่วนที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากที่สุด เนื่องจากพื้นที่ส่วนนี้จะมีโค้งต่อเนื่องถึง 128 โค้งและมันก็เป็นส่วนที่ยากที่สุดของสนามเช่นกัน ดังนั้นนายต้องจับตาดูมันอย่างใกล้ชิด” เซี่ยเฟยกล่าว

เป๋ยไฮ่, หมานจุนและเฉินตงพยักหน้ารับคำสั่งด้วยความตั้งใจ

“ฉันจะรับผิดชอบในการดัดแปลงรถและการขับขี่ พวกนายแค่ต้องตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด หลังจากนี้ฉันจะส่งสำเนารายละเอียดของสนาม ซึ่งภายในฉันได้ทำเครื่องหมายตรงตำแหน่งที่สำคัญไว้หมดแล้วรวมถึงข้อควรปฏิบัติในกรณีฉุกเฉินด้วย…จบการประชุม!”

เซี่ยเฟยเป็นเหมือนผู้บังคับบัญชาที่มอบหมายงานให้แก่ลูกน้อง เขาได้พิจารณาทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้และคำสั่งของเขาก็ชัดเจน มีรายละเอียดที่ครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีคำเตือนพิเศษสำหรับหน้าที่ที่รับผิดชอบที่แตกต่างกันของแต่ละคน

ความเป็นจริงเซี่ยเฟยได้วางแผนทุกอย่างเรียบร้อยก่อนที่เยว่เกอจะเข้ามาแล้ว ซึ่งเขาตั้งใจที่จะแจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้ทุกคนฟังในวันพรุ่งนี้ แต่ในเมื่อหญิงสาวได้ลากทุกคนออกจากเตียงเพื่อมาประชุม เขาจึงตัดสินใจแจ้งให้ทุกคนได้ทราบเกี่ยวกับแผนการที่เขาวางไว้

เยว่เกอแอบเหลือบมองไปยังเซี่ยเฟยอย่างลับ ๆ แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจเขาเลย ในทางกลับกันเธอยังชื่นชมทัศนคติที่จริงจังของชายหนุ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เซี่ยเฟยกำหนดตำแหน่งของเขาในฐานะผู้นำด้วยการกระทำของเขาเอง ซึ่งบทบาทของบุคคลภายในกลุ่มนั้น ๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเขากล่าวอ้างออกไป แต่มันขึ้นอยู่กับการกระทำที่พวกเขาได้พิสูจน์ออกมา

เดิมทีการเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ไม่ใช่ความคิดของเซี่ยเฟยเลย แต่เมื่อทีมประสบกับปัญหาเขาก็รับผิดชอบด้วยการประกอบรถแข่ง, รวบรวมข้อมูลที่จำเป็น, วางแผนการแข่งและมอบหมายงานให้กับสมาชิกภายในทีม

ด้วยสถานการณ์เหล่านี้ทุกคนต่างก็รู้สึกชื่นชมชายหนุ่มอยู่ภายในใจ ดังนั้นเมื่อเซี่ยเฟยมอบหมายงานให้กับทุกคนในฐานะผู้นำทีม มันจึงไม่มีใครกล่าวคัดค้าน เนื่องจากความสามารถและทัศนคติที่จริงจังของชายหนุ่มเป็นสิ่งที่พวกเขารับรู้ได้อย่างชัดเจน

“เอาละพรุ่งนี้พวกเราต้องไปเข้าร่วมพิธีเปิดการศึกษาแล้ว ทุกคนแยกย้ายกันไปนอนได้” เซี่ยเฟยกล่าวขณะที่กดบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่หลังจากที่ได้มอบหมายงานให้กับสมาชิกภายในทีมแล้ว

“ง่าย ๆ แค่นี้หรอ? แล้วฉันล่ะมีหน้าที่ทำอะไร?” เยว่เกอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถามขณะที่ทำหน้าบึ้งตึง

เซี่ยเฟยรู้สึกผงะเล็กน้อยเพราะเขาไม่ได้นึกถึงเยว่เกอเลย แม้ว่าสตรีคนนี้จะรู้สึกกระตือรือร้นในการแข่งขันครั้งนี้อยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยถ้าหากจะมอบหมายเรื่องต่าง ๆ ให้เธอเป็นคนคอยดูแล

“เยว่เกองานของเธอสำคัญมาก เพราะเธอจะต้องรับผิดชอบในการหาน้ำและอาหารสำหรับสมาชิกทุก ๆ คนเพื่อให้พวกเราอิ่มท้องและมีแรงอยู่เสมอ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเคร่งขรึมหลังจากที่คิดหาข้ออ้างได้

“แน่นอนพวกนายไว้ใจฉันได้เลย! เอ๊ะ…” เยว่เกอพยักหน้ารับและพูดอย่างตื่นเต้น

แต่เมื่อหญิงสาวได้พูดไปเพียงแค่ครึ่งเดียวเธอก็นึกขึ้นได้และพูดอย่างโกรธเคืองว่า

“เซี่ยเฟยนี่นายเห็นฉันเป็นพนักงานเสิร์ฟงั้นหรอ!”

พิธีเปิดค่ายฝึกอบรมจัสทิสลีกจัดขึ้นในหอประชุมขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับผู้คนได้ถึง 100,000 คน

ในปัจจุบันเซี่ยเฟยเปลี่ยนมาสวมใส่ชุดเครื่องแบบของค่ายฝึกเรียบร้อยแล้ว โดยเขาได้มาที่หอประชุมพร้อมกับเฉินตงและคนอื่น ๆ

เท่าที่เขาจำได้พิธีนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่ผู้นำ 2-3 คนจะขึ้นไปบนเวทีแล้วพูดเรื่องไร้สาระ จากนั้นก็จะมีตัวแทนนักเรียน 2-3 คนที่มีชื่อเสียงพูดเรื่องมโนธรรมบางอย่างที่แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่เคยพบเห็น

โชคดีที่นักเรียนทุกคนต่างก็มีประสบการณ์ในสิ่งเหล่านี้มาบ้างแล้วและพวกเขาเกือบทุกคนก็มีไมโครคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง มันจึงทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะปรับหน้าจอไมโครคอมพิวเตอร์ให้เหลือน้อยที่สุดแล้วแอบใช้ช่วงเวลาที่น่าเบื่อนี้ในการท่องโลกอินเตอร์เน็ต

แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือในบรรดานักเรียนกว่า 10,000 คนนี้มีคนที่หน้าตาดีไม่มากนักและผู้หญิงส่วนใหญ่ก็มักที่จะรายล้อมอยู่ใกล้ ๆ กับไป๋เย่

อันที่จริงแล้วรูปร่างหน้าตาของเยว่เกอก็ไม่ได้แย่นัก แต่น่าเสียดายที่เธอกำลังโกรธเนื่องจากได้รับหน้าที่คอยเสิร์ฟน้ำและอาหารให้กับเพื่อน ๆ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้คุยกับเซี่ยเฟยมากนักและออกจะดูเมินเฉยเขาอีกด้วย นอกจากนี้ชายหนุ่มก็ไม่ได้คิดที่จะสนใจความรู้สึกของเพื่อนชายรูปร่างหญิงคนนี้ด้วยเช่นกัน

หลังจากนั้นไม่นานเย่จิ่งชานและคนกลุ่มหนึ่งก็ได้เดินขึ้นไปบนเวที

เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้าเซี่ยเฟยก็แสดงใบหน้าออกมาอย่างจริงจัง จากนั้นเขาก็หรี่ตาลงเล็กน้อยและประมวลความคิดภายในหัวของเขาด้วยความรวดเร็ว

นอกเหนือจากข้าง ๆ เย่จิ่งชานจะมีหัวหน้าแผนกแต่ละแผนกแล้วมันยังมีชายอีกสามคนที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีอีกด้วย

สมาชิกทีม 13 ทั้ง เซียวไห่ลี่, เควรอซและโบซิงวาล้วนอยู่ที่นี่!!

เนื่องจากการกระทำของเซียวหยงในการประเมินระดับวิกฤตที่ผ่านมา ชายหนุ่มจึงตั้งข้อสงสัยในตัวของเซียวไห่ลี่ภายในใจและในตอนนี้เขาก็ได้มาพบกับชายผู้ต้องสงสัยคนนี้อีกครั้ง

“ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่?” เซี่ยเฟยกระซิบกับตัวเอง

***************

จบบทที่ ตอนที่ 83: พิธีเปิด

คัดลอกลิงก์แล้ว