เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47: จักจั่นทองคำ

ตอนที่ 47: จักจั่นทองคำ

ตอนที่ 47: จักจั่นทองคำ


ตอนที่ 47: จักจั่นทองคำ

หญิงสาวผู้ใช้ความเร็วและชายครึ่งสัตว์ประหลาดต่างก็ล้วนแล้วแต่มีแหวนมิติคนละวง แน่นอนว่าคนตายย่อมไม่สามารถใช้สมบัติได้เซี่ยเฟยจึงไม่คิดที่จะปล่อยมันเอาไว้เฉย ๆ

นอกจากนี้การที่นักรบเก็บเกี่ยวสินทรัพย์หลังสงครามก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและกฎข้อบังคับสำหรับการประเมินในครั้งนี้ก็ไม่มีกฏข้อไหนระบุว่าห้ามนำสิ่งของของผู้สมัครคนอื่นไป หรือมันอาจจะสามารถแปลอีกนัยหนึ่งได้ว่าผู้สังหารสามารถเก็บเกี่ยวสินทรัพย์จากซากศพไปได้เลย

หลังจากที่ชายหนุ่มได้รวบรวมสิ่งของจากซากศพทั้งสามแล้ว เขาก็นำเซียวรั่วหยูกลับไปซ่อนยังพุ่มไม้ตามเดิม

เซี่ยเฟยหยิบขวดน้ำออกมายื่นให้กับเซียวรั่วหยูหนึ่งขวดพร้อมกับจุดบุหรี่และสูดควันเข้าไปเป็นเวลานานกว่า 30 วินาทีก่อนที่เขาจะพ่นควันออกมา จากนั้นเขาก็เทของทุกอย่างออกมาจากแหวนมิติทั้งสองวงที่เขาเพิ่งได้รับมา จนทำให้มีสิ่งของเป็นจำนวนมากตกลงมาบนดินทราย

“หู้! พี่เฟยใช้เวทมนตร์อีกแล้วหรอ?” เซียวรั่วหยูอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

“เลิกล้อเล่นได้แล้ว มาช่วยพี่หาแผ่นป้ายก่อนเร็ว ๆ เข้า” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับลูบหัวเด็กสาว

“ค่ะ!” เด็กสาวร้องอุทานออกมาด้วยความร่าเริงก่อนที่เธอจะรีบเข้ามาช่วยเซี่ยเฟยตามคำขอ

แต่ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็ค้นพบไข่ทองคำอีกฟอง มันจึงทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เพราะไข่ทองคำชิ้นนี้ดูคล้ายกับเครื่องจักรสังหารที่หญิงสาวผู้ใช้ความเร็วเคยใช้มาก่อน เขาจึงรีบหยิบมันขึ้นมาทำการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว

พื้นผิวภายนอกของไข่ทองคำทั้งเรียบเนียนและเปล่งประกาย แต่เมื่อมือของเซี่ยเฟยได้สัมผัสกับไข่ใบนี้แล้วมันก็ให้ความรู้สึกเย็นราวกับว่าเขากำลังจับก้อนน้ำแข็ง

ขนาดของไข่ทองคำเล็กกว่าเครื่องจักรสังหารพอสมควรแต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังประมาณการว่าไข่ฟองนี้มีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 30 กิโลกรัม

“อันธ ไข่อันนี่มันคืออะไร?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ไข่ทองคำชิ้นนี้มีชื่อว่าจักจั่นทองคำซึ่งภายในได้บรรจุหุ่นยนต์สังหารเอาไว้และระดับของมันก็สูงกว่าเครื่องจักรสังหารที่นายเคยเห็นในก่อนหน้านี้” อันธกล่าวตอบหลังจากเหลือบสายตามองไปยังไข่ทองคำอยู่ครู่หนึ่ง

เพียงแค่ประสิทธิภาพของเครื่องจักรสังหารที่เซี่ยเฟยเพิ่งเห็นก็ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวแล้ว โดยเฉพาะความโหดเหี้ยมในตอนที่มันลงมือทำการสังหารศัตรู แต่ถึงกระนั้นอันธก็ยังบอกว่าหุ่นยนต์สังหารที่อยู่ในไข่ใบนี้มีระดับสูงกว่าเจ้าเครื่องจักรสังหารตัวนั้น!

“หุ่นยนต์สังหารในไข่ทองคำเป็นหุ่นยนต์บินได้ที่มีลักษณะคล้ายกับจักจั่น มันจึงเป็นที่มาของชื่อหุ่นยนต์ตัวนี้ ส่วนหุ่นยนต์ที่อยู่ในไข่ก็ไม่เพียงแต่จะมีความแข็งแกร่งมากเท่านั้นแต่มันยังมีความเร็วอยู่ที่ประมาณ 1,000 เมตรต่อวินาทีอีกด้วย” อันธกล่าวอธิบายต่อ

เครื่องจักรสังหารยังมีจุดอ่อนในเรื่องของความเร็ว จากการที่เซี่ยเฟยได้ประมาณการมันสมควรที่จะมีความเร็วสูงสุดประมาณ 50 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น หรือมันสามารถกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าผู้ที่มีความเร็วมากกว่า 50 เมตรต่อวินาทีสามารถที่จะหลบหนีเครื่องจักรสังหารได้

ขณะเดียวกันความเร็วของจักจั่นทองคำก็สูงถึง 1,000 เมตรต่อวินาทีซึ่งมันเป็นความเร็วที่สามารถไล่ตามผู้ใช้พลังพิเศษได้อย่างง่ายดายและมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายว่าจักจั่นทองคำมีความน่ากลัวมากกว่าเครื่องจักรสังหารมากแค่ไหน

“ผึ้งจักรกลมันก็มีความเร็วสูงมากเหมือนกันไม่ใช่หรอ” เซี่ยเฟยกล่าวถาม แต่มันก็ทำให้อันธระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นก่อนที่เขาจะได้กล่าวออกไปว่า

“ผึ้งจักรกลมันเป็นเพียงแค่ของเด็กเล่นนายจะเอามันมาเทียบกับจักจั่นทองคำได้ยังไง สิ่งแรกที่นายควรจะต้องรู้คือหุ่นยนต์จะมี AI คอยควบคุมพวกมันเอาไว้จนทำให้พวกมันมีความแตกต่างจากเครื่องจักรอย่างสิ้นเชิง”

“ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งระดับของหุ่นยนต์มีระดับสูงมากเท่าไหร่ระบบ AI ภายในตัวหุ่นยนต์ก็จะยิ่งมีระดับสูงมากยิ่งขึ้นไปเท่านั้น ฉันเคยได้ยินมาว่า หากหุ่นยนต์มีระดับที่สูงมากพอ ระบบ AI ของพวกมันก็จะช่วยให้หุ่นยนต์พวกนี้มีความคิดเป็นเหมือนกับมนุษย์ แต่น่าเสียดายที่หุ่นยนต์ในระดับนั้นมีจำนวนอยู่น้อยมากจนเกินไป ฉันจึงเคยได้ยินแค่ข่าวลือแต่ไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อนเลย”

ในระหว่างฟังคำอธิบายเซี่ยเฟยก็นำเอาร่างของเครื่องจักรสังหารขึ้นมาทำการตรวจสอบ โดยในตอนนี้ร่างของมันอ่อนแอลงจากเดิมมากจนทำให้เขาสามารถที่จะฉีกกระชากร่างของมันออกเป็นชิ้น ๆ ได้อย่างง่ายดาย

เมื่อไม่กี่นาทีก่อนร่างของเครื่องจักรสังหารตัวนี้ยังมีความแข็งคล้ายกับเหล็กกล้าจนสามารถที่จะจู่โจมทะลุเกล็ดที่คอยป้องกันร่างของชายครึ่งสัตว์ประหลาดคนนั้นได้ แต่ในตอนนี้โลหะที่เคยแข็งมากกลับเปราะบางจนคล้ายกับมันเป็นเพียงแค่พลาสติก

“ทั้งเครื่องจักรสังหารและจักจั่นทองคำต่างก็ทำขึ้นมาจากโลหะผสมพิเศษ แต่เมื่อโลหะพวกนี้ได้สัมผัสกับอากาศประสิทธิภาพของพวกมันก็จะลดลงไปอย่างรวดเร็ว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกมันถึงถูกเก็บเอาไว้ในไข่และสามารถนำออกมาใช้งานได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”

“ส่วนใหญ่แล้วหุ่นยนต์ที่หลงเหลืออยู่ในซากปรักหักพังโบราณมักที่จะถูกเก็บเอาไว้ในไข่ลักษณะนี้ มันจึงมีคนตั้งสมมุติฐานขึ้นมาว่าหุ่นยนต์ที่ก่อกบฏต่อมนุษย์น่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่มีระบบ AI อยู่ในระดับที่สูงมากเท่านั้น เพราะพวกมันได้หายตัวไปอย่างลึกลับและหลงเหลือเอาไว้เพียงแค่หุ่นยนต์ที่มีระบบ AI ต่ำพวกนี้แทน”

อันธมีความรู้เรื่องอารยธรรมโบราณมากพอสมควรและมันก็ทำให้เซี่ยเฟยต้องการที่จะค้นหาความลับในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเขาได้นึกถึงเรื่องราวของชาวแอตแลนติส

ตามตำนานได้กล่าวเอาไว้ว่าชาวแอตแลนติสใช้ชีวิตร่วมกับหุ่นยนต์ มันจึงทำให้เขามีข้อสงสัยว่าพวกชาวแอตแลนติสจะเป็นกลุ่มของผู้ที่รอดพ้นจากการก่อกบฏของพวกหุ่นยนต์หรือเปล่า?

หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปไม่นาน เซี่ยเฟยก็พยายามสะบัดหัวไล่ความคิดพวกนี้ออกจากสมองของเขาไป เพราะในตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการผ่านการประเมินแล้วเขาค่อยมาทำการคิดพิจารณาเรื่องพวกนี้ใหม่ในภายหลัง

“ไข่อันนี้มันใช้ยังไง?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับชี้ไปที่ไข่ทองคำภายในมือ

“นายลองมองดูข้างบนไข่ดี ๆ นายจะพบกับเส้นใยบาง ๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น”

เซี่ยเฟยลองทำการตรวจสอบด้านบนของไข่ตามที่อันธได้อธิบายไว้ เขาก็พบกับเส้นใยบาง ๆ ที่ติดอยู่ด้านบนของไข่จริง ๆ  ถ้าหากว่าเขาไม่ได้ใช้สมาธิในการค้นหาดี ๆ แล้วล่ะก็เขาก็คงจะไม่สามารถมองเห็นเส้นใยเส้นนี้อย่างแน่นอน

“เส้นใยนั้นเป็นระบบรักษาความปลอดภัยไม่ให้ไข่ถูกใช้งานอย่างไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นถ้าหากว่านายต้องการที่จะใช้จักจั่นทองคำ นายก็จำเป็นที่จะต้องดึงเส้นใยเส้นนั้นหมุนไปตามเข็มนาฬิกาแล้วมันก็จะเผยให้เห็นปุ่มกดสำหรับเปิดใช้งาน”

“ปุ่มกดสำหรับเปิดใช้งานเป็นระบบรักษาความปลอดภัยชั้นที่ 2 เพราะมันจำเป็นที่จะต้องใช้นิ้วกดปุ่มเพื่อเปิดใช้งานเท่านั้น ซึ่ง AI ของหุ่นจะสแกน DNA และไม่จู่โจมเข้าใส่ผู้ที่เปิดใช้งานมันขึ้นมา”

ดูเหมือนว่าพวกมนุษย์โบราณจะระวังจักจั่นทองคำมากพอสมควร พวกเขาถึงได้วางระบบรักษาความปลอดภัยเอาไว้อย่างซับซ้อนมากขนาดนี้ ไม่อย่างนั้นการเปิดใช้งานมันขึ้นมาอย่างไม่ระมัดระวังก็อาจจะพลาดพลั้งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างไม่ได้ตั้งใจ

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้เรียนรู้วิธีการเปิดใช้งานจักจั่นทองคำแล้ว เขาก็เก็บมันเอาไว้ในแหวนมิติ ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเซียวรั่วหยูก็แบ่งหมวดหมู่ของที่เขาเทออกมาจากแหวนมิติจนเสร็จ

ตรงกลางสิ่งของทั้งหมดเป็นแผ่นโลหะวงกลมสีแดงที่มีตัวอักษรคำว่า ‘จัสทิส’ ถูกแกะสลักเอาไว้ ซึ่งมันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแผ่นป้ายโลหะชิ้นนี้คือแผ่นป้ายสำหรับการผ่านบททดสอบ

สิ่งของที่น่าสนใจอย่างอื่นมีเพียงน้ำ, อาหารและผลเนตรนาคาเท่านั้น ส่วนของที่เหลือก็มีเพียงแค่เครื่องมือเอาตัวรอดและเสื้อผ้าซึ่งแทบจะไม่มีค่าอะไรเลย

“คนพวกนี้ยากจนจริง ๆ นอกเหนือจากจักจั่นทองคำแล้วของในแหวนก็แทบที่จะไม่มีค่าอะไรเลย” อันธกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ยังค่อนข้างพึงพอใจกับการเก็บเกี่ยวในครั้งนี้พอสมควร เพราะท้ายที่สุดเขาก็ได้รับแหวนมิติที่มีความจุประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตรมาสองวง ซึ่งถ้าหากว่าเขานำแหวนทั้งสองวงนี้ไปขายมันก็จะมีมูลค่ารวมกันอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านสตาร์คอยน์

หลังจากจัดเก็บสิ่งของที่จำเป็นเข้าไปในแหวนมิติแล้วชายหนุ่มก็แบ่งผลเนตรนาคาไปให้เซียวรั่วหยูกินพร้อมกับแบ่งส่วนหนึ่งเอาไว้กินเอง

เมื่อได้เห็นพี่ชายเอาผลไม้ลูกเล็ก ๆ เข้าไปในปาก เซียวรั่วหยูก็ลองกินผลเนตรนาคาเข้าไปบ้าง แต่มันกลับทำให้ใบหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างเหยเก

“แหยะ! ไม่อร่อย”

เหตุการณ์นี้อดที่จะทำให้เซี่ยเฟยส่งเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาจึงได้เอื้อมมือออกไปและบีบแก้มของสาวน้อยเบา ๆ

“ถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยอร่อยแต่มันก็มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เธอควรอดทนสักหน่อย พอโตขึ้นร่างกายของเธอจะได้แข็งแรง”

เมื่อได้รับคำแนะนำเซียวรั่วหยูก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟังก่อนที่เธอจะฝืนใจกินผลเนตรนาคาส่วนที่เหลือเข้าไป จากนั้นเธอก็เอียงศีรษะและกล่าวถามออกมาว่า

“ผลไม้นี้มันมีรสช็อกโกแลตหรือเปล่า?”

—--

เพื่อควบคุมการประเมินระดับวิกฤตในครั้งนี้ ทางสมาพันธ์จัสทิสไม่เพียงแต่จะส่งยานรบมาประจำการตามวงโคจรรอบโลกเท่านั้น แต่ยานรบที่มาประจำการยังเป็นยานรบของกองยานที่ 5 จากสมาพันธ์อีกด้วย

ในตอนที่สมาพันธ์ตัดสินใจส่งกองยานที่ 5 อันทรงพลังไปยังโลกมันก็ก่อให้เกิดคำถามขึ้นมาอย่างมากมายว่าการประเมินบนดาวเคราะห์ดวงเล็ก ๆ จำเป็นที่จะต้องใช้ระบบรักษาความปลอดภัยในระดับนี้เลยอย่างนั้นหรอ

กองยานที่ 5 ประกอบไปด้วยยานฟริเกตรุ่นเรเว่น 4 ลำ, ยานแบทเทิลครุยเซอร์รุ่นธอร์แรค 24 ลำ นอกจากนี้มันยังมียานเล็ก ๆ อยู่ในกองยานอีกเป็นจำนวนหลายร้อยลำ มันจึงทำให้ค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนกองยานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่เงินจำนวนที่ประชาชนโดยทั่วไปสามารถหาได้ตลอดทั้งชีวิตของพวกเขา

ในความเป็นจริงค่าใช้จ่ายในการขับเคลื่อนกองยานที่ 5 เพียงอย่างเดียวก็ครอบคลุมงบประมาณสำหรับการประเมินไปถึง 80% แล้ว

อย่างไรก็ตามผู้อำนายการโรเบิร์ตก็เพิกเฉยต่อข้อเสนอแนะจากทุกคนโดยสมบูรณ์และความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะใช้กองยานที่ 5 สำหรับการควบคุมการประเมินในครั้งนี้ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกสับสน

ในระหว่างที่กองยานที่ 5 กระจายกำลังกันอยู่รอบ ๆ ดาวโลก ผู้บัญชาการของกองยานที่ 5 ก็ไม่รู้เลยว่าในตอนนี้มันได้มียานสเตลท์รุ่นเฮลิโออยู่ห่างออกไปจากโลกประมาณ 1 ปีแสง

ตัวยานสเตลท์ลำปริศนานี้ได้รับการดัดแปลงโดยละทิ้งอาวุธส่วนใหญ่ของมันไปแต่ได้เพิ่มระบบดักจับสัญญาณและระบบลอบเร้นเข้ามาแทน มันจึงทำให้ยานลำนี้ไม่เพียงแต่จะสามารถดักจับสัญญาณการสื่อสารจากอีกฝ่ายหนึ่งได้เท่านั้นแต่มันยังสามารถเดินทางในอวกาศได้โดยปราศจากการพบเห็นจากศัตรูอีกด้วย

ขณะเดียวกันยานสเตลท์ลำนี้ก็ไม่มีหมายเลขประจำเครื่องใด ๆ ซึ่งอันที่จริงถึงแม้ว่าจะมีใครค้นหาข้อมูลของยานจากฐานข้อมูลของพันธมิตรแต่พวกเขาก็จะไม่พบข้อมูลของยานลำนี้เลยด้วยซ้ำ

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนนับไม่ถ้วนบนยานสเตลท์กำลังทำงานของมันอย่างต่อเนื่องและข้อมูลทุกส่วนที่ถูกส่งไปยังโลกมนุษย์ก็ถูกดักฟังเอาไว้โดยยานลำนี้

สำหรับจักรวาลอันกว้างใหญ่การดักฟังข้อมูลไม่ถือว่าเป็นเรื่องยากลำบากมากเป็นพิเศษ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าการดักฟังคือการถอดรหัสข้อมูลที่พวกเขาได้รับมา

องค์กรทุกแห่งที่โลดแล่นอยู่ในจักรวาลมักจะมีการเข้ารหัสข้อมูลสำหรับตัวเอง มันจึงทำให้การพยายามถอนรหัสที่มีตัวเลขหลายร้อยล้านหลักไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ซึ่งแม้แต่คอมพิวเตอร์ที่แรงที่สุดก็อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 10,000 ปีในการถอดรหัสข้อมูลเหล่านี้

ด้วยความยากลำบากในการถอดรหัสเช่นนี้มันจึงไม่ค่อยมีใครเต็มใจที่จะถอดรหัสของอีกฝ่ายมากนัก เพราะนอกเหนือจากการถอดรหัสจะต้องใช้เวลานานมากแล้วอีกฝ่ายอาจจะมีการสลับระบบใหม่ในระหว่างที่พวกเขากำลังทำการถอดรหัสได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามบนหน้าจอของยานสเตลท์ปริศนากลับมีข้อมูลของสมาพันธ์จัสทิสปรากฏขึ้นมาอย่างครบถ้วน แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือข้อมูลทั้งหมดยังถูกถอดรหัสออกมาอย่างไม่มีข้อผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย

สมาพันธ์จัสทิสพึ่งเริ่มใช้การเข้ารหัสข้อมูล 12.8 พันล้านบิตเมื่อต้นปี แต่หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปเพียงแค่ไม่นานมันกลับมีตัวตนปริศนาสามารถถอดรหัสข้อมูลของพวกเขาได้!!

บนหน้าจอที่ใหญ่ที่สุดของยานสเตลท์ได้แสดงวิดีโอของผู้สมัครมากกว่า 10 คนขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ซึ่งหนึ่งในวิดีโอเหล่านั้นเป็นภาพของเด็กสาวผมสั้นอายุประมาณ 12 ปีที่กำลังเคี้ยวผลเนตรนาคาและกล่าวถามเซี่ยเฟยออกไปว่า

“ผลไม้นี้มันมีรสช็อกโกแลตหรือเปล่า?”

***************

ใครอ่ะ? เหมือนมีกลิ่นว่าพี่เฟยจะโดนลากไปเข้าเรื่องยุ่ง ๆ อีกแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 47: จักจั่นทองคำ

คัดลอกลิงก์แล้ว