เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 46: เครื่องจักรสังหาร

ตอนที่ 46: เครื่องจักรสังหาร

ตอนที่ 46: เครื่องจักรสังหาร


ตอนที่ 46: เครื่องจักรสังหาร

เมื่อไข่โลหะได้ร่วงกระทบลงกับพื้นมันก็เริ่มส่องแสงเปล่งประกายออกมา

“นี่พวกแกกล้าใช้เครื่องจักรสังหารอย่างนั้นหรอ! เครื่องจักรพวกนี้มันผิดกฎนะ! ต่อให้พวกแกฆ่าฉันได้แต่พวกแกก็จะถูกตัดสิทธิ์ด้วยเหมือนกัน” ชายครึ่งสัตว์ประหลาดกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย

“ผิดกฎ? ตอนนี้มันไม่มีใครเห็น แล้วใครมันจะไปรู้ว่าฉันทำผิดกฎ ฉันคิดว่าแกควรจะดีใจนะที่พวกเราจะต้องเสียสละเครื่องจักรสังหารอันล้ำค่าเพื่อฆ่าแก!” ชายผู้ใช้ดาบกล่าวออกไปโดยไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

“เครื่องจักรสังหาร?” เซี่ยเฟยอุทานเพราะเขาไม่คิดว่าไข่โลหะที่แปลกประหลาดฟองนั้นจะเป็นอาวุธ

“อันธ เครื่องจักรสังหารที่พวกเขาพูดถึงมันคืออะไร?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยความงุนงง

“เมื่อนานมาแล้วมีอารยธรรมที่เจริญรุ่งเรืองได้ผลิตหุ่นยนต์ขึ้นมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเวลาได้ผ่านพ้นไปพวกหุ่นยนต์ก็เริ่มก่อกบฏและทำลายอารยธรรมโบราณจนสิ้นซาก ก่อนที่พวกมันจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”

“พันธมิตรมนุษย์ระหว่างดวงดาวในยุคปัจจุบันเป็นลูกหลานของมนุษย์ที่รอดตายมาจากยุคนั้น แล้วมันก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมในพันธมิตรจึงตั้งกฎห้ามผลิตหุ่นยนต์ขึ้นมาอย่างเด็ดขาด”

“เครื่องจักรสังหารเป็นหุ่นยนต์ชนิดหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อกำจัดเป้าหมาย แต่พวกมันเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นเพียงแค่เศษเหล็ก” อันธกล่าวอธิบาย

“หุ่นยนต์! ถ้าหุ่นยนต์เป็นของต้องห้ามแล้วพวกเขามีหุ่นยนต์ในครอบครองได้ยังไง” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยความสงสัย

“ฮึฮึ มันมีอะไรในจักรวาลนี้ที่เป็นข้อห้ามที่แท้จริงบ้าง ไม่งั้นมันจะมีตลาดมืดเอาไว้ทำไม ในความเป็นจริงมันยังมีคนคอยขุดซากปรักหักพังโบราณออกมาขายในตลาดมืดอยู่เสมอและเนื่องมาจากเครื่องจักรสังหารเป็นเครื่องจักรประเภทใช้ได้ครั้งเดียวราคาของมันจึงอยู่เพียงแค่ประมาณ 50 ล้านเท่านั้น” อันธกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ จากนั้นเขาก็กล่าวเสริมต่อไปอีกว่า

“ปกติแล้วคนมักจะใช้เครื่องจักรสังหารพวกนี้แบบลับ ๆ แต่คนพวกนี้กลับกล้าที่จะใช้พวกมันในการประเมินของสมาพันธ์จัสทิสอย่างเปิดเผย นี่พวกเขาไม่รู้จริง ๆ หรือยังไงว่าทางสมาพันธ์คอยจับตาดูผู้เข้าแข่งขันอยู่ตลอดเวลา”

ทันใดนั้นเองชายครึ่งสัตว์ประหลาดก็พุ่งจู่โจมเข้าหาอีกฝ่ายในทันทีและเนื่องมาจากเขาไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงความตายได้ เขาจึงตั้งใจที่จะลากอีกฝ่ายลงนรกไปพร้อมกับเขาด้วย

ในเวลาเดียวกันชายผู้ใช้ดาบก็คาดเดาสถานการณ์เช่นนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นเขาจึงถอยกลับพร้อมกับตวัดดาบยาวภายในมือออกไปอย่างดุเดือด

ทั่วทั้งร่างกายของชายครึ่งสัตว์ประหลาดได้ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดหนา ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวการจู่โจมจากชายผู้ใช้ดาบเลยแม้แต่น้อย

ในความเป็นจริงเขาไม่ได้มีความคิดที่จะหลบหลีกการจู่โจมจากดาบยาวพวกนี้เลย เพราะความคิดในหัวของเขาตอนนี้คือการทำยังไงก็เพื่อรั้งอีกฝ่ายไปลงนรกพร้อมกับเขาด้วย

ชายผู้ใช้ดาบเป็นผู้ใช้พลังสายความแข็งแกร่ง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้มีความเร็วในการเคลื่อนที่มากมายนัก นอกจากนี้เขายังมีอาการบาดเจ็บตรงบริเวณขามันจึงทำให้เขามีปัญหาในระหว่างที่เขากำลังพยายามทำการหลบหนี

ในระหว่างนั้นเซี่ยเฟยก็สังเกตเห็นหญิงสาวที่เดินทางมาพร้อมกับชายผู้ใช้ดาบเริ่มมีอาการกระวนกระวาย ซึ่งหลังจากที่เธอใช้เวลาในการตัดสินใจเพียงแค่ไม่นาน เธอก็พุ่งตัวไปยังร่างของชายครึ่งสัตว์ประหลาดด้วยความรวดเร็ว

พลั่ก!

หญิงสาวคนนั้นใช้ไหล่ของเธอกระแทกไปยังด้านหลังของชายผู้ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดหนา ด้วยการจู่โจมในครั้งนี้เป็นทั้งการจู่โจมแบบทีเผลอและเป็นการจู่โจมที่มีความรุนแรงมากมันจึงทำให้ร่างของชายครึ่งสัตว์ประหลาดพุ่งถลาไปด้านหน้าก่อนที่จะล้มตัวลง

ในเวลาเดียวกันหลังจากการจู่โจมสภาพของหญิงสาวคนนั้นก็ไม่ได้ดีกว่ากันไปซักเท่าไหร่นัก เพราะร่างของเธอกระเด็นออกไปไกลนับ 10 เมตรพร้อมกับเลือดสด ๆ ที่พุ่งออกมาจากปากของเธอ

การใช้ร่างกายอันบอบบางในการพุ่งเข้าจู่โจมศัตรูด้วยความเร็วสูงไม่ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ฉลาดมากนัก เพราะยิ่งความเร็วในการเคลื่อนที่ของผู้จู่โจมมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่พวกเขาก็จะต้องเผชิญกับแรงสะท้อนจากการโจมตีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

เซี่ยเฟยสามารถตระหนักได้ในทันทีว่าเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เขาจะทำการสังหารหญิงสาวคนนั้นแล้วและถ้าหากว่าเขาสามารถจัดการกับผู้ใช้พลังสายความเร็วได้ การจัดการกับศัตรูอีกสองคนก็จะกลายเป็นเพียงแค่เรื่องกล้วย ๆ

อย่างไรก็ตามเมื่อเซี่ยเฟยได้เหลือบสายตามองไปยังไข่โลหะเขาก็ตัดสินใจที่จะอยู่นิ่ง ๆ เอาไว้ก่อน เพราะท้ายที่สุดเขาก็ไม่รู้ว่าหลักการทำงานของเครื่องจักรสังหารเป็นยังไงและถ้าหากว่าเครื่องจักรชิ้นนี้ได้มุ่งเป้ามาที่เขา มันก็คงจะทำให้เขาต้องประสบพบกับปัญหาที่ยุ่งยาก

แผละ!

แต่หลังจากที่เซี่ยเฟยได้รอต่อไปอีกเพียงแค่ไม่นานไข่โลหะก็ส่งเสียงร้องพร้อมกับแตกออกเป็นสองส่วน ก่อนที่มันจะมีหุ่นยนต์ตัวเล็ก ๆ ขนาดเท่าฝ่ามือบินออกมาจากไข่โลหะนี้

ร่างของหุ่นยนต์ที่ฟักออกมาจากไข่ดูคล้ายกับหุ่นยนต์ที่มักจะเห็นในภาพยนตร์ไซไฟ โดยร่างโลหะของมันประกอบขึ้นมาจากชิ้นส่วนโลหะสีเงิน, ดวงตาของมันเป็นดวงตาเลเซอร์สีแดง 1 คู่และแขนทั้ง 2 ข้างของมันก็ถูกออกแบบมาให้ดูคล้ายกับใบมีดผ่าตัด

เจ้าหุ่นยนต์ตัวน้อยยืนอยู่นิ่ง ๆ ตรงจุดที่มันเพิ่งฟักออกมาจากไข่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่มันจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับดวงตาสีแดงอันน่ากลัว จากนั้นมันก็ทำการกวัดแกว่งคมมีดทั้งสองของมันและมุ่งเป้าตรงไปยังชายครึ่งสัตว์ประหลาด

ฟุบ!

ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเครื่องจักรสังหารรวดเร็วมาก มันจึงทำให้ร่างของหุ่นยนต์ตัวนี้ไปปรากฏด้านหลังชายครึ่งสัตว์ประหลาดในชั่วพริบตา

ปัจจุบันชายครึ่งสัตว์ประหลาดกำลังพยายามใช้แขนทั้งสองมาป้องกันด้านหน้าอย่างสุดความสามารถโดยไม่รู้เลยว่าความตายได้เคลื่อนที่มาอยู่ด้านหลังของเขาแล้ว

ไม่กี่วินาทีต่อมาหุ่นยนต์ตัวน้อยก็แทงมีดในมือของมันเข้าใส่ดวงตาของชายครึ่งสัตว์ประหลาดอย่างแม่นยำ จนทำให้เลือดของชายหนุ่มไหลทะลักออกมาอย่างรวดเร็ว

ไม่น่าเชื่อเลยว่าหุ่นยนต์ตัวนี้จะสามารถค้นหาจุดอ่อนของอีกฝ่ายได้ในทันทีและมันยังหาช่องทางในการโจมตีได้อย่างเลือดเย็น

ถึงแม้ว่าดวงตาของชายหนุ่มจะถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยเกล็ดหนา แต่การป้องกันตรงบริเวณดวงตาก็ยังอ่อนแอกว่าส่วนอื่น ๆ ในร่างกายของเขามาก

ฉึก! ฉึก! ฉึก! …

หุ่นยนต์ตัวเล็กยังคงแทงมีดในมือของมันออกไปอย่างเลือดเย็น ในขณะที่ชายครึ่งสัตว์ประหลาดส่งเสียงร้องอันน่าเวทนาออกมาอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าเสียงร้องโหยหวนของชายครึ่งสัตว์ประหลาดจะหยุดไปเป็นเวลาหลายนาทีแล้ว แต่หุ่นยนต์ตัวน้อยตัวนี้ก็ยังคงแทงต่อไปไม่หยุดเหมือนกับคนบ้าจนทำให้สภาพหัวของชายครึ่งสัตว์ประหลาดเป็นรูโบ๋จนเห็นทะลุเข้าไปถึงสมอง

หลังจากที่เวลาได้ผ่านพ้นไปอีกหลายนาทีในที่สุดการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ตัวนี้ก็หยุดลง โดยในปัจจุบันทั่วทั้งร่างของมันได้เต็มไปด้วยเลือดสด ๆ ก่อนที่แสงสีแดงในตาของมันจะดับลงไป

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยขนลุกขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจและในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมชายครึ่งสัตว์ประหลาดถึงรู้สึกตื่นตระหนกนักหลังจากที่เขาได้เห็นไข่โลหะชิ้นนี้

ตุบ!

หลังจากแสงในตาของหุ่นยนต์ตัวเล็กได้ดับลงไปแล้วร่างของมันก็หยุดทำงานและล้มลงไปกับพื้นโดยไม่มีสัญญาณว่ามันจะทำการเคลื่อนไหวอีกต่อไป

“ขอบคุณนะที่ช่วยชีวิตฉันไว้” ชายผู้ใช้ดาบกล่าวออกมาหลังจากที่เขาเดินกะเผลกไปหาหญิงสาวผู้ใช้ความเร็ว

“พี่เถา พวกเราเป็นคนรักกันนะ พี่ไม่จำเป็นต้องขอบคุณฉันแบบนั้นก็ได้” หญิงสาวกล่าวตอบกลับพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีแดงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มผู้ซึ่งรอดชีวิตกลับได้มองซ้ายมองขวาก่อนที่เขาจะดึงดาบออกมาและแทงไปยังหัวใจของหญิงสาวด้วยความรวดเร็ว

ฉึก!

“ทำไม…?” หญิงสาวอุทานออกมาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองเพราะเธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายที่เธอไว้ใจจะเป็นคนลงมือปลิดชีพเธอด้วยมือของเขาเอง

“เราได้แผ่นป้ายมาเพียงแค่ชิ้นเดียวและฉันก็ไม่มีทางกลับไปที่นรกนั่นอีกเป็นครั้งที่ 2 นอกจากนี้พวกเรายังได้ละเมิดกฎของสมาพันธ์และวิธีการเก็บความลับที่ดีที่สุดคือการฆ่าปิดปากทุกคนที่รู้เรื่องนี้” ชายหนุ่มกล่าวออกมาอย่างเฉยเมย

ฉากตรงหน้าทำให้เซี่ยเฟยค่อนข้างที่จะรู้สึกหดหู่ใจ เขาจึงตัดสินใจเดินออกมาจากที่ซ่อนด้วยสีหน้าอันเคร่งขรึม

“นั่นใคร!” ชายผู้ใช้พลังสายความแข็งแกร่งรีบยกดาบยาวของเขาขึ้นมาพร้อมกับร้องตะโกนถามออกไปด้วยความหงุดหงิด

ฉั่วะ!

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่ได้ต้องการที่จะสนทนากับชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย เขาจึงได้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมกับทำการปาดเชสซิ่งไลท์ไปที่คอของศัตรู

แต่ไหนแต่ไรผู้ใช้พลังสายความเร็วก็ถือได้ว่าเป็นหายนะสำหรับผู้ใช้พลังสายความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ดังนั้นก่อนที่ชายผู้ใช้ดาบจะได้ส่งเสียงอะไรออกมาร่างอันไร้วิญญาณของเขาก็ค่อย ๆ ทรุดตัวลงไปนอนกองกับพื้น

“คนอย่างแกไม่คู่ควรที่จะมีชีวิตอยู่หรอก” เซี่ยเฟยกล่าวออกไปอย่างเย็นชา

หลังจากกล่าวจบเซี่ยเฟยก็เช็ดเลือดที่ติดอยู่บนเชสซิ่งไลท์กับเสื้อผ้าของชายคนนั้น ในเวลาเดียวกันเขาก็เริ่มเก็บรวบรวมสินทรัพย์จากอีกฝ่าย

ถ้าหากว่าหญิงสาวผู้ใช้ความเร็วสามารถที่จะซื้อเครื่องจักรสังหารมูลค่า 50 ล้านสตาร์คอยน์ได้ นั่นก็แสดงว่าของที่เก็บเอาไว้ในแหวนมิติของเธอย่อมไม่ธรรมดา นอกจากนี้มันยังมีของจากชายครึ่งสัตว์ประหลาดคนนั้นด้วย

แปะ! แปะ! แปะ! แปะ!

“พี่เฟย ตอนพี่ฆ่าคนโคตรเท่เลย!” ทันใดนั้นมันก็มีเสียงชมของเด็กสาวดังขึ้นมาจากด้านหลัง เมื่อเขาได้หันหลังกลับไปเขาก็พบกับเซียวรั่วหยูที่แอบตามมาดูและกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มกว้าง

“เสี่ยวหยูเธอมาที่นี่ทำไม มันอันตรายนะ!” เซี่ยเฟยรีบกล่าวออกไปอย่างกระทันหัน

“หนูก็อยากปกป้องพี่บ้าง ทำไมพี่ต้องดุหนูด้วย” เซียวรั่วหยูกล่าวตอบพร้อมกับใบหน้าที่มุ่ยลงไปเล็กน้อย

“ฉันโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะทำไมฉันจะต้องให้เด็กอย่างเธอมาปกป้องฉันด้วย รอเธอโตกว่านี้อีกหน่อยดีไหม แล้วพวกเราค่อยกลับมาคุยเรื่องนี้กันทีหลัง” เมื่อเซี่ยเฟยได้เห็นสีหน้าของเด็กสาวมันก็ทำให้เขาอดที่จะเผยรอยยิ้มออกมาไม่ได้

“พี่ไม่เชื่อหนูหรอ! พลังพิเศษของหนูคืออเมทิสต์การ์ดเลยนะ” เซียวรั่วหยูกล่าวพร้อมกับยกแขนทั้งสองของเธอขึ้นมาและทำท่าต่อสู้

“อเมทิสต์การ์ด?” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยความอยากรู้

ท้ายที่สุดเขายังไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับพลังพิเศษต่าง ๆ มากนัก มันจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่รู้ว่าพลังอเมทิสต์การ์ดที่เซียวรั่วหยูเพิ่งกล่าวมาคืออะไร

“เซี่ยเฟยหนอเซี่ยเฟย.. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนายมันหายไปไหนหมด นายลองคิดดูนะว่าทำไมครอบครัวของเด็กสาวคนนี้ถึงปล่อยให้เธอมาเข้าร่วมการทดสอบในระดับวิกฤตได้ นอกเสียจากว่าพวกเขาจะมั่นใจว่าเธอจะไม่เสียชีวิตในการแข่งขัน ทำไมนายถึงไม่ลองถามเธอดูล่ะว่าพลังพิเศษของเธอมันทำอะไรได้” อันธกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ฉันไม่อยากรู้ความสามารถพิเศษของเธอหรอกเพราะถ้าหากว่าฉันรู้ว่าความสามารถของเสี่ยวหยูคืออะไร ฉันก็จะเอามันมารวมไว้ในแผนการของฉันด้วย แต่ในสายตาของฉันเธอยังเป็นเพียงแค่เด็กและเราก็ไม่ควรเอาเด็กมายุ่งกับเรื่องการฆ่าฟัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเม้มริมฝีปาก

“อ๋อ! ที่แท้เรื่องนี้มันก็คือจุดอ่อนของนายนี่เอง!” อันธอุทานพร้อมกับใช้มือตบขาหลังจากได้ยินคำตอบของเซี่ยเฟย

“ปกติแล้วนายจะจัดการกับปัญหาเรื่องต่าง ๆ อย่างชาญฉลาด แต่ถ้าหากว่ามันมีเด็กอยู่ในการคุ้มครองของนายมันก็ดูเหมือนกับว่านิสัยของนายจะเปลี่ยนไปจากเดิมในทันที ท้ายที่สุดในตอนนี้นายก็กำลังพยายามทำตัวเป็นผู้ปกครองของเด็กคนนั้นโดยที่นายไม่ได้ถามความสมัครใจของอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ”

“อันที่จริงการที่นายทำแบบนี้มันก็ไม่ผิดเพราะทุกคนต่างก็ปรารถนาอยากจะมีสิ่งที่ต้องปกป้องตามสัญชาตญาณอยู่แล้ว เพียงแต่ความต้องการในการปกป้องของนายมันมากกว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง” อันธอธิบายสิ่งที่เขาพึ่งคิดวิเคราะห์ออกมา

คำอธิบายของอันธทำให้เซี่ยเฟยสูญเสียคำพูดเพราะสิ่งที่วิญญาณนักฆ่าได้พูดออกมานั้นมันเป็นปมที่มีอยู่ในใจของเขามาตั้งแต่เด็ก

“ยอดนักรบที่มีสัญชาตญาณอันแรงกล้ากลับมีคติในการปกป้องเด็กตัวเล็ก ๆ เอาล่ะ! ดูเหมือนว่าฉันจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องนี้แล้ว ฉันขอตัวกลับไปแต่งบทกวีต่อแล้วนะ” อันธกล่าว

“เดี๋ยวก่อน! อเมทิสต์การ์ดของเสี่ยวหยูมันดีไหม” เซี่ยเฟยกล่าวถามพร้อมกับหยุดอันธเอาไว้ก่อน

“ดีไหม? มันไม่ใช่แค่ดีนะ แต่มันเป็นพลังที่โคตรดี!!” อันธกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างลึกลับ

***************

เอ๊าะ อ๊อย … ที่แท้นักฆ่าผู้เลือดเย็นกลับเป็นพวกรักเด็กหรอเนี่ย

ปล. เรื่องนี้ไม่โลลิ

ปล.1 ตอนนี้ตัวละครยังเด็ก ให้เวลาพวกเขาเติบโตบ้าง

จบบทที่ ตอนที่ 46: เครื่องจักรสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว