เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23: สตอร์มก็อดเดส

ตอนที่ 23: สตอร์มก็อดเดส

ตอนที่ 23: สตอร์มก็อดเดส


ตอนที่ 23: สตอร์มก็อดเดส

ณ เรือสตอร์มก็อดเดสในมหาสมุทรแอตแลนติก

“เซี่ยเฟยเดี๋ยวฉันจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับสมาชิกในกลุ่มสำรวจคนอื่น ๆ” อันเดร์กล่าว

“ไม่ใช่ว่าลูกเรือมีจำนวนนับร้อยคนเลยหรอ? คุณคงไม่คิดที่จะแนะนำพวกเขาทั้งหมดให้กับผมใช่ไหมครับ” เซี่ยเฟยกล่าว

เมื่อได้ยินคำถามมันก็ทำให้อันเดร์ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างร่าเริงก่อนที่เขาจะได้กล่าวออกไปว่า

“การสำรวจแอตแลนติสเป็นความฝันของฉันมาโดยตลอดและมันก็เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมฉันถึงค่อนข้างที่จะรู้สึกตื่นเต้นมากจนเกินไปสักหน่อย”

“ผมได้ยินจากพี่หลงมาว่าระบบรักษาความปลอดภัยของเรือนี้ไม่ค่อยดีนัก ผมคิดว่าพวกเราควรจะระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้หน่อยนะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวออกไปอย่างสงบ

การเคลื่อนไหวของแก๊งอสรพิษดำแปลกประหลาดมาก เพราะหลังจากที่เซี่ยเฟยได้ทำการสังหารแมดแมนและไวลด์โรสลงไปแล้วแก๊งอสรพิษดำก็ไม่ได้ไล่ตามเขาอีกเลย นอกจากนี้พวกแก๊งอสรพิษดำยังได้ถอดชื่อของพวกเขาออกจากบัญชี มันจึงทำให้พวกเขาเตรียมการสำหรับโครงการสำรวจในครั้งนี้ได้อย่างราบรื่น

เมื่อไหร่ก็ตามที่อะไรมันดูราบรื่นมากกว่าปกติมันก็จะต้องมีความผิดปกติอะไรบางอย่างเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นตามหลักการและเหตุผลแล้วไรนอร์ผู้เป็นหัวหน้าแก๊งอสรพิษดำยังเป็นคนที่มีความเคียดแค้นมากและการที่เขายอมอดทนรอมาจนถึงวินาทีนี้มันก็จะต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนเร้นอยู่แน่ ๆ

หากอู่หลงที่ปกติไม่ค่อยได้คิดอะไรยังตรวจพบถึงความวุ่นวายเบื้องหลังความสงบนี้ มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เซี่ยเฟยจะยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป

เมื่อเซี่ยเฟยเริ่มพูดถึงเรื่องที่จริงจังอันเดร์ก็ส่งสายตามาให้กับเขาเพื่อบ่งบอกว่าชาร์ลียังอยู่ที่นี่และมันยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องนี้

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ แล้วเย็นนี้พวกเรา 3 คนมาทานอาหารด้วยกันหน่อยดีไหม ถึงยังไงพวกเราก็ไม่ได้เจอกันนานแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับมองไปยังพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน

“ได้เลย ฉันจะขอให้พ่อครัวเตรียมอาหารดี ๆ เอาไว้ให้เอง คุณอาศัยอยู่ภายในหุบเขามาเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน ฉันคิดว่าคุณคงจะเบื่ออาหารกระป๋องแล้วใช่ไหม” อันเดร์กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“มันไม่สำคัญหรอกว่าผมจะกินอะไรเข้าไป สิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือปริมาณของพวกมันต่างหากล่ะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

ปริมาณพลังงานที่เขาต้องการได้รับในปัจจุบันสูงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก มันจึงทำให้อาหารที่เขาต้องกินในแต่ละมื้อเป็นอาหารในปริมาณของคนถึงหกคน

“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันจะให้พ่อครัวเตรียมอาหารสำหรับคน 20 คนเอาไว้ให้เอง ไม่ใช่สิ..เอาอาหารสำหรับคน 30 คนไปเลย!”

—--

ห้องพักของเซี่ยเฟยอยู่ใต้ดาดฟ้าชั้นที่ 1 ซึ่งมันเป็นห้องเดียวที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักแต่มันก็มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกถูกติดตั้งอยู่อย่างครบครัน

หลังจากที่เซี่ยเฟยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เปิดโน๊ตบุ๊กเพื่อเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตอีกครั้ง

กล่องอีเมลของเขายังคงกระพริบอยู่ตลอดเวลาโดยมันมีตัวเลขได้กำกับว่าเขายังมีอีเมลที่ยังไม่ได้อ่านถึง 342 ฉบับ

“ทำไมมันถึงมีอีเมลมากขนาดนี้ ใครเป็นคนส่งพวกมันมา?” เซี่ยเฟยกล่าวพึมพำกับตัวเอง

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้เปิดกล่องอีเมลขึ้นมาแล้วเขาก็ได้พบกับอีเมลเชิญชวนเป็นแถวยาว โดยอีเมลเหล่านี้ต่างก็ถูกส่งมาจากบริษัทขนาดใหญ่ต่าง ๆ หลังจากที่ข้อมูลของเขาได้ถูกแพร่กระจายออกไปนั่นเอง

เซี่ยเฟยทำเพียงแค่เผยรอยยิ้มให้กับอีเมลเหล่านี้เท่านั้น เนื่องมาจากว่าในปัจจุบันเขามีความร่ำรวยมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ไปไกล แล้วทำไมเขาจะต้องทำงานให้กับบริษัทพวกนี้ด้วย?

ในบรรดาอีเมลทั้งหมดมันได้มีอีเมลแสดงความยินดีที่ถูกส่งมาจากรัฐบาลกลาง 2-3 ฉบับแล้วมันก็มีคำเชิญให้เขาไปทำงานกับรัฐบาลกลางอีกด้วย แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเฟยก็ทิ้งอีเมลเหล่านี้ลงไปในถังขยะโดยไม่ลังเล

สมาพันธ์จัสทิสสาขาโลก

อีเมลฉบับนี้สามารถดึงดูดความสนใจของเซี่ยเฟยได้อย่างรวดเร็วและเขาก็รีบทำการเปิดมันขึ้นมาในทันที

สมาพันธ์จัสทิสสาขาโลกกำลังเตรียมจัดการประเมินเพื่อคัดสรรจัสทิสฝึกหัดจำนวน 3 คนในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องมีระดับความสามารถอยู่ในระดับสตาร์เบสขึ้นไปแต่ไม่เกินระดับสตาร์ฟิลด์ ส่วนผู้มีพลังสายพิเศษไม่ถูกจำกัดระดับ

ผู้ใช้ความสามารถพิเศษเป็นตัวตนที่หาได้ยากมากและพวกเขาก็ไม่ได้มีการจัดระดับความสามารถเหมือนกับผู้มีพลังพิเศษโดยทั่วไป ดังนั้นถึงแม้ว่าผู้มีความสามารถพิเศษเหล่านี้อาจจะดูเหมือนมีพลังเพียงแค่เล็กน้อยแต่ความสามารถของพวกเขาก็อาจจะสามารถสังหารผู้มีพลังพิเศษสายความแข็งแกร่งและความเร็วได้ในทันที

ในตอนที่เซี่ยเฟยได้พบกับไวลด์โรสในก่อนหน้านี้ความสามารถพิเศษของเธอถือว่าเป็นความสามารถที่ท้าทายสวรรค์ แต่โชคยังดีที่พลังในการควบคุมของเธอยังคงอ่อนแอ ไม่อย่างนั้นถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะแทงขาของตัวเองซ้ำ ๆ เป็นพันครั้งแต่เขาก็คงจะไม่สามารถหลุดออกมาจากการควบคุมของไวลด์โรสได้

หากคุณต้องการที่จะเข้าร่วมการประเมินคุณจะต้องทำการลงทะเบียนภายในเวลา 3 วัน

หลังจากได้อ่านอีเมลจนจบเซี่ยเฟยก็ไตร่ตรองสถานการณ์เล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวถามอันธออกไปว่า

“นายรู้เรื่องอาชีพจัสทิสหรือเปล่า?”

เมื่อได้ยินคำถามอันธก็ลอยออกมาจากหินมัวร์ก่อนที่เขาจะได้ถามกลับไปว่า

“จัสทิสเป็นอาชีพที่ค่อนข้างดี ว่าแต่นายถามทำไม?”

“สมาพันธ์จัสทิสสาขาโลกกำลังรับสมัครจัสทิสฝึกหัด 3 คน นายคิดว่ามันเร็วเกินไปสำหรับฉันหรือเปล่า?”

“ตลกละ! จัสทิสฝึกหัดจะต้องมีระดับความสามารถขั้นต่ำอยู่ที่ระดับสตาร์ฟิลด์แต่นายเพิ่งมีระดับความสามารถอยู่ที่ระดับสตาร์เบสเท่านั้น ถึงแม้ว่านายจะลงทะเบียนแต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมรับนายอยู่ดี” อันธกล่าวพร้อมกับส่ายหัวซ้ำ ๆ

เซี่ยเฟยเหลือบสายตามองไปยังอีเมลอีกครั้งก่อนที่เขาจะได้กล่าวออกมาว่า

“แต่มันเขียนว่าผู้มีระดับความสามารถอยู่ในระดับสตาร์เบสก็สามารถลงทะเบียนได้นะ”

“จริงดิ? ถ้าอย่างนั้นก็ลงทะเบียนไปเลย นายจะรออะไร!” อันธกล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“แต่นี่มันเป็นแค่ตำแหน่งจัสทิสฝึกหัดเท่านั้นนะ มันยังไม่ใช่ตำแหน่งจัสทิสอย่างเป็นทางการ”

“นายอย่าพึ่งดูถูกจัสทิสฝึกหัด นายรู้ไหมว่าโดยปกติอัตราการรับจัสทิสฝึกหัดอยู่ที่เท่าไหร่?” อันธกล่าวออกมาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ส่วนทางด้านของเซี่ยเฟยก็ส่ายหัวให้เป็นคำตอบ

“ในบรรดาผู้สมัครทุก ๆ 10,000 คนมันจะมีผู้ที่สามารถผ่านการประเมินกลายเป็นจัสทิสฝึกหัดได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น!!”

“ถ้าการเป็นจัสทิสฝึกหัดมันยังยากขนาดนั้นแล้วการเป็นจัสทิสอย่างเป็นทางการมันจะไม่ยากไปกว่านี้อีกหรอ” เซี่ยเฟยอุทานออกมาพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง

“จัสทิสไม่เพียงแต่จะได้รับสิทธิพิเศษที่น่าเหลือเชื่อเท่านั้นแต่พวกเขายังจะได้รับระบบการฝึกฝนที่ดีที่สุดและครอบคลุมที่สุดในจักรวาลอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังสามารถเข้าถึงทรัพยากรเป็นจำนวนมากที่คนโดยส่วนใหญ่ไม่สามารถจะเข้าถึงได้”

“สำหรับสวัสดิการของสมาพันธ์จัสทิสก็น่าสนใจ นอกจากนี้เมื่อนายมีระดับความสามารถที่สูงขึ้นนายก็จำเป็นที่จะต้องหาวัตถุดิบระดับสูงมาปรุงน้ำยาเช่นเดียวกัน แต่วัตถุดิบพวกนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะหาซื้อได้ง่าย ๆ แม้ว่านายจะมีเงินก็ตาม แต่ถ้าหากว่านายได้อยู่ในสมาพันธ์จัสทิสนายจะสามารถสรรหาวัตถุดิบปรุงยาพวกนั้นได้อย่างง่ายดาย”

“สมาพันธ์จัสทิสได้ควบคุมอารยธรรมชั้นสูงของจักรวาลเอาไว้มากกว่า 20% ถ้าหากว่านายได้มีโอกาสเข้าไปในอารยธรรมพวกนั้นแม้แต่เพียงครั้งเดียวและสามารถเก็บเกี่ยวอะไรบางอย่างกลับมาได้ นายก็จะร่ำรวยไปตลอดชีวิต!!”

“นายห้ามดูถูกตำแหน่งจัสทิสฝึกหัดเป็นอันขาด เพราะแม้แต่จัสทิสฝึกหัดก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับผลประโยชน์ของสมาพันธ์จัสทิสได้ หากนายต้องการที่จะเลื่อนระดับความสามารถไปจนถึงระดับสตาร์ฟิลด์ อย่างน้อยที่สุดนายก็จะต้องใช้เวลาไปอีกหนึ่งปีและต้องใช้สตาร์คอยน์อีกเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ถ้าหากว่านายได้เข้าร่วมกับสมาพันธ์จัสทิส ฉันก็เชื่อว่านายจะสามารถเลื่อนระดับความสามารถไปจนถึงระดับสตาร์ฟิลด์ได้ในเวลาเพียงแค่ครึ่งปี”

“โดยสรุปแล้วมันก็มีเพียงแต่คนโง่เท่านั้นที่ไม่อยากจะเป็นจัสทิสแม้ว่าตำแหน่งนั้นจะเป็นเพียงแค่ตำแหน่งจัสทิสฝึกหัดก็ตาม”

หลังจากได้ฟังคำอธิบายของอันธเซี่ยเฟยก็รีบตอบกลับอีเมลของสมาพันธ์จัสทิสไปอย่างว่องไว

ข้อมูลของคุณถูกป้อนเข้าสู่ระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากได้เวลาและสถานที่ในการประเมินที่แน่นอน พวกเราจะรีบส่งอีเมลไปให้คุณทันที

—--

อาหารเย็นบนเรือครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่ห้องของอันเดร์ ซึ่งบนโต๊ะอาหารได้ถูกเติมเต็มไปด้วยอาหารเลิศรสอย่างมากมายที่เซี่ยเฟยสามารถที่จะกินเข้าไปได้อย่างพอใจ

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้รับประทานอาหารจนอิ่มหนำสำราญ เขาก็ใช้ผ้าเช็ดปากก่อนที่จะจุดบุหรี่ของเขาขึ้นมา

“คุณอันเดร์ผมอยากจะถามเพื่อความแน่ใจว่าพ่อครัวบนเรือได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วใช่ไหมครับ? ถ้าหากว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของแก๊งอสรพิษดำ พวกเราก็อาจถูกวางยาพิษได้ทุกเวลา”

เมื่อได้ยินความกังวลของเซี่ยเฟยอันเดร์ที่กำลังดื่มน้ำอยู่ก็เกือบที่จะสำลักน้ำออกมา

“นี่คุณจะระแวงมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า? พ่อครัวพวกนั้นทำงานภายในคฤหาสน์ของฉันมาเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี พวกเขาเป็นคนที่เชื่อใจได้แน่นอน”

“ลูกเรือทุกคนต่างก็ได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ถ้าหากว่าใครมีข้อสงสัยแม้แต่เพียงเล็กน้อยพวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์เหยียบเท้าขึ้นมาบนเรือสตอร์มก็อดเดสได้ด้วยซ้ำ”

เมื่อได้ยินคำยืนยันเซี่ยเฟยก็พ่นควันสีขาวออกมาจากปากก่อนที่จะกล่าวว่า

“สำหรับชาวจีนอย่างพวกผมมีสุภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่า ‘ผู้ที่ระมัดระวังสามารถที่จะนำทางเรือได้เป็นเวลานานนับหมื่นปี’ ผมคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องเสียหายหากเราจะระมัดระวังตัวเอาไว้ก่อน”

“ผมเห็นด้วยกับคำพูดของน้องเฟย การรับมือกับพวกแก๊งอสรพิษดำไม่ใช่เรื่องที่ประมาทได้” อู่หลงกล่าวพร้อมกับพยักหน้าซ้ำ ๆ

เซี่ยเฟยเงียบเสียงไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินไปรอบ ๆ ห้อง

“อย่าลืมว่าสาเหตุที่พวกเราได้พบกันนั่นก็เพราะว่าพวกแก๊งอสรพิษดำต้องการโกลเดนสทิงเกอร์ แต่ถ้าสมมติว่าพวกแก๊งอสรพิษดำไม่ได้สนใจโกลเดนสทิงเกอร์จริง ๆ แต่พวกเขาให้ความสนใจแอตแลนติสล่ะ คุณคิดว่าพวกเขาจะเดินหมากยังไง”

“ถ้าฉันเป็นพวกเขา ฉันจะติดตามสตอร์มก็อดเดสและรอจนกว่าแอตแลนติสจะถูกค้นพบ แต่ดูทะเลอันกว้างใหญ่แห่งนี้สิ นอกจากพวกเราแล้วมันก็ไม่มีเรือลำอื่นในระยะสายตาเลย ส่วนลูกเรือของพวกเราทั้งหมดต่างก็ได้รับการตรวจสอบมาเป็นอย่างดี ฉันคิดว่าคุณกังวลเรื่องนี้มากจนเกินไป” อันเดร์กล่าว

‘ฉันระวังตัวมากเกินไปจริง ๆ หรอ?’ เซี่ยเฟยคิดเงียบ ๆ ภายในใจ

ระหว่างนั้นอันเดร์ก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าตู้หนังสือ จากนั้นเขาก็กดปุ่มที่ซ่อนอยู่ทำให้ตู้หนังสือถูกแยกออกจากกันและเผยให้เห็นตู้นิรภัยที่ซุกซ่อนอยู่

“ฉันจะให้พวกคุณทั้งสองดูสมบัติอีกชิ้นหนึ่งจากแอตแลนติส” อันเดร์กล่าวออกมาอย่างลึกลับก่อนที่เขาจะทำการกดรหัสและหยิบโซ่ที่มีกุญแจออกมาจากกระเป๋า

เมื่อได้ยินเรื่องสมบัติทั้งเซี่ยเฟยและอู่หลงต่างก็เข้ามาใกล้ตู้เซฟด้วยความสนใจ ส่วนทางด้านของอันเดร์ก็หยิบสิ่งของที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมจตุรัสที่ถูกปกคลุมไปด้วยผ้าสีขาวออกมาอย่างระมัดระวัง

หลังจากนั้นอันเดร์ก็ได้นำของสิ่งนี้มาวางไว้บนโต๊ะก่อนที่เขาจะได้แกะกล่องของมันออกมา โดยภายในกล่องนี้ได้บรรจุกระดานสี่เหลี่ยมทองคำที่แต่ละด้านมีความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร

ที่จุดศูนย์กลางของกระดานทองคำมีลวดลายวงกลมที่ถูกล้อมรอบเอาไว้ด้วยลวดลายอันแปลกประหลาดและตรงบริเวณมุมของกระดานได้ถูกแกะสลักเอาไว้ด้วยตัวอักษรที่ไม่รู้จัก

ในทันใดนั้นเองไมโครชิพแปลภาษาในสมองของเซี่ยเฟยก็เริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว!

“เมื่อใดก็ตามที่เทพธิดาแห่งดวงจันทร์เผยรอยยิ้ม ประตูที่แตกสลายจะถูกเปิดออก เส้นทางสู่ดินแดนลับจะได้รับการชี้นำจากเทพแห่งการสังหาร” เซี่ยเฟยอ่านข้อความขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“เซี่ยเฟยนี่คุณสามารถอ่านภาษาแอตแลนติสได้อย่างนั้นหรอ?!” อันเดร์อุทานออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อโดยในปัจจุบันเสียงของเขากำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

***************

อะไรคือเทพธิดาแห่งดวงจันทร์? แล้วอะไรคือการชี้นำจากเทพแห่งการสังหารหว่า เราอ่านแล้วงง 555

จบบทที่ ตอนที่ 23: สตอร์มก็อดเดส

คัดลอกลิงก์แล้ว