เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22: ออกเดินทาง

ตอนที่ 22: ออกเดินทาง

ตอนที่ 22: ออกเดินทาง


ตอนที่ 22: ออกเดินทาง

มหาสมุทรแอตแลนติกในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงสงบและท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งปราศจากเมฆครึ้มที่เป็นสัญญาณก่อให้เกิดลมพายุ

ขณะเดียวกันกลางทะเลก็มีเรือบรรทุกสินค้าสตอร์มก็อดเดสกำลังแล่นอยู่และเพื่อให้เรือลำนี้มีความเหมาะสมสำหรับการสำรวจใต้ทะเล มันจึงได้รับการดัดแปลงจนแตกต่างไปจากเรือบรรทุกสินค้าโดยทั่วไป

บนดาดฟ้าของเรือเต็มไปด้วยหุ่นยนต์ดำน้ำและเรือดำน้ำที่ทันสมัย ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีเครนขนาดใหญ่ที่สามารถยกสิ่งของได้มากกว่า 500 ตัน ส่วนทางด้านใต้ท้องเรือก็มีห้องสังเกตการณ์ที่เปิดไฟส่องสว่างทั่วทุกทิศทาง ซึ่งโดยรวมแล้วเรือลำนี้ก็ถูกออกแบบมาสำหรับการสำรวจทางท้องทะเลโดยเฉพาะ

เมื่อเฮลิคอปเตอร์ที่เซี่ยเฟยเดินทางมาได้ลงจอดบริเวณดาดฟ้าตรงท้ายเรือ อันเดร์กับชาร์ลีก็มารอต้อนรับพวกเขาอยู่แล้ว

“ในที่สุดคุณก็มาแล้วสินะ ไม่อย่างนั้นคุณก็คงจะพลาดการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษนี้ไป” อันเดร์กล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปกอดทักทายเซี่ยเฟยอย่างเป็นมิตร

“ดูเหมือนว่าคุณจะมั่นใจในการสำรวจครั้งนี้มากเลยนะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ฮ่า ๆ ๆ ฉันย่อมมีความมั่นใจอยู่แล้วและการเดินทางครั้งนี้ฉันก็มีความรู้สึกว่าพวกเราใกล้จะได้ค้นพบแอตแลนติสมากขึ้นทุกที” อันเดร์กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่และถึงแม้ว่าชายชราผู้นี้จะมีอายุมากกว่า 70 ปีแล้วแต่ใบหน้าของเขาก็ดูแจ่มใสมาก

“เป็นยังไงบ้างชาร์ลี? ฉันได้ยินมาจากปู่ของนายว่านายเป็นคนที่เก่งมากและในอนาคตนายจะกลายเป็นนายธนาคารที่โดดเด่นที่สุดของตระกูล” เซี่ยเฟยกล่าวกับชาร์ลี

เมื่อได้ยินคำยกยอจากเซี่ยเฟยใบหน้าของชาร์ลีก็เปลี่ยนไปอย่างเขินอายก่อนที่เขาจะพยักหน้าซ้ำ ๆ และกล่าวออกมาว่า

“ผมไม่เพียงแต่จะกลายเป็นนายธนาคารนะครับ แต่ผมยังต้องการเป็นผู้ใช้พลังพิเศษสายความเร็วเหมือนกับคุณด้วย”

“ทำไมนายถึงอยากเป็นผู้ใช้ความเร็วล่ะ ผู้ใช้ความแข็งแกร่งแบบฉันก็เท่นะ ลองดูนี่สิ!!” อู่หลงกล่าวก่อนที่เขาจะงอท่อเหล็กจนกลายเป็นรูปตัวยู จากนั้นเขาก็ได้กล่าวต่อไปว่า

“เป็นยังไงบ้าง? ผู้ใช้ความแข็งแกร่งก็เท่ดีเหมือนกันใช่ไหมล่ะ”

“นั่นมันอุปกรณ์ทดสอบคุณภาพน้ำนะครับ คุณทำลายมันทำไม” ชาร์ลีกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เอ่อ.. ขอโทษด้วย ฉันรู้ว่าฉันมันเป็นพวกไม่มีประโยชน์” อู่หลงกล่าวพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นสีแดง

เดิมทีอู่หลงเพียงแค่ต้องการจะอวดความสามารถของตัวเองเท่านั้น แต่เขาลืมคิดไปว่าสิ่งที่เขาทำมันคือการทำลายอุปกรณ์ที่มีประโยชน์

สถานการณ์นี้ทำให้อันเดร์กับเซี่ยเฟยอดที่จะส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดอู่หลงก็เป็นคนที่มีนิสัยตรงไปตรงมาและพวกเขาก็ชื่นชอบนิสัยแบบนี้ของอู่หลงอยู่แล้ว

“ไม่ต้องห่วงพวกเรามีอุปกรณ์สำรองอยู่อีกเยอะ ถ้ามันพังพวกเราก็แค่ต้องเอาอันใหม่ออกมาเปลี่ยนเท่านั้น” อันเดร์กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

“เซี่ยเฟยตามฉันมาทางนี้ดีกว่าฉันจะได้แนะนำให้คุณได้รู้จักกับผู้เชี่ยวชาญในโครงการสำรวจครั้งนี้”

หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เข้าไปในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีคน 8 คนนั่งกระจายกันอยู่คนละมุม ซึ่งบนโต๊ะของห้องประชุมก็เต็มไปด้วยเครื่องมือที่ไม่รู้จักอย่างมากมาย ส่วนผนังรอบ ๆ ห้องประชุมก็เต็มไปด้วยแผนที่ด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนี้มันยังมีภาพโปรเจคเตอร์ที่กำลังฉายภาพวิดีโอที่ถ่ายจากใต้น้ำอยู่ตลอดเวลา

“ขอเวลาพวกคุณสักครู่ ฉันขอแนะนำให้พวกคุณรู้จักกับเซี่ยเฟย เขาเป็นหุ้นส่วนของฉันและเป็นพันธมิตรที่ดีของตระกูลรอธส์ไชลด์อีกด้วย” อันเดร์กล่าวแนะนำทุกคนภายในห้อง

“สวัสดีครับยินดีที่ได้รู้จักพวกคุณทุกคน การสำรวจในครั้งนี้ขึ้นอยู่กับพวกคุณทุกคนแล้ว ถ้าหากว่าพวกเราสามารถค้นหาซากปรักหักพังของแอตแลนติสได้สำเร็จ ผมก็จะทำการมอบของขวัญแทนคำขอบคุณให้กับพวกคุณทุกคนอย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อได้ยินคำพูดจากเซี่ยเฟยทุกคนในห้องประชุมต่างก็ปรบมือ ยกเว้นชายชราผมดำที่มีอายุประมาณ 60 ปีก่อนที่เขาจะได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า

“พวกเราทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาของตัวเองและพวกเราก็มาที่นี่เพื่อค้นหาแอตแลนติส ดังนั้นสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเรามากที่สุดคือการค้นพบประวัติศาสตร์ พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อเงินสกปรกของพวกตระกูลนายธนาคาร”

ทันใดนั้นทั่วทั้งห้องก็ได้ตกอยู่ในความน่าอึดอัดใจ

ขณะเดียวกันอู่หลงก็พับแขนเสื้อขึ้นมาและจ้องมองไปยังชายชราผมดำด้วยสีหน้าอันดุร้าย แต่เซี่ยเฟยได้รั้งตัวของเขาเอาไว้ก่อน

ตั้งแต่เหตุการณ์บนเครื่องบินครั้งก่อน อู่หลงก็ให้ความเคารพเซี่ยเฟยมากขึ้นและถึงแม้ว่าเขาจะแก่กว่าเซี่ยเฟยเป็น 10 ปีแต่เขาก็ยังยินดีที่จะทำตามการตัดสินใจของชายหนุ่ม

“เซี่ยเฟย! เขาคนนี้คือศาสตราจารย์โคบายาชิ โกจิโร่ พวกคุณต่างก็มาจากเอเชียตะวันออกเหมือนกัน พวกคุณน่าจะทำความรู้จักกันไว้นะ” อันเดร์พยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์

“ยินดีที่ได้รู้จักครับศาสตราจารย์โคบายาชิ ผมชื่อเซี่ยเฟยเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ๆ ถ้าหากว่าในก่อนหน้านี้ผมทำอะไรให้ศาสตราจารย์ขุ่นเคืองก็โปรดยกโทษให้กับผมด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปทักทายอย่างสุภาพ

เมื่อโคบายาชิเห็นว่าเซี่ยเฟยยอมถอยให้กับเขาเล็กน้อยเขาก็ไม่อยากจะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดไปกว่านี้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเขาจึงยื่นมือออกไปพร้อมกับจับมือของเซี่ยเฟยอย่างรุนแรง

“ผมรู้ดีว่าพวกคุณทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถแต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังต้องสวมเสื้อผ้าและรับประทานอาหารด้วยเช่นกัน นอกจากนี้การวิจัยของพวกคุณก็จำเป็นที่จะต้องใช้เงิน ดังนั้นผมให้สัญญากับพวกคุณทุกคนว่าถ้าหากพวกเราสามารถค้นพบแอตแลนติสได้สำเร็จผมจะบริจาคเงินจำนวน 10 ล้านแอลไลคอยน์เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการวิจัยของพวกคุณ” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาเสียงดัง

เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้เชี่ยวชาญทุกคนต่างก็ปรบมืออย่างยินดี เพราะท้ายที่สุดพวกเขาทุกคนก็ยังคงเป็นมนุษย์ แล้วมันจะมีใครอยากพลาดเงินจำนวนมากขนาดนั้นได้ยังไง?

ด้วยเงินอัดฉีดจากเซี่ยเฟยมันจึงทำให้พวกผู้เชี่ยวชาญมีความกระตือรือร้นในการทำงานมากยิ่งขึ้น

‘10 ล้านแอลไลคอยน์! เขาคนนี้ช่างเป็นคนใจกว้างจริง ๆ ทุนวิจัยตลอดทั้งปีของฉันมีเพียงแค่ 2 ล้านแอลไลคอยน์เท่านั้น ถ้าหากว่าเขายืนกรานที่จะมอบทุนวิจัย ฉันก็จะทำใจยอมรับมันไปก่อนก็แล้วกัน’ โคบายาชิแอบคิดภายในใจ

แต่อย่างไรก็ตามคำกล่าวต่อไปที่เซี่ยเฟยได้พูดออกมามันก็ถึงกับทำให้โคบายาชิต้องอ้าปากค้าง

“ศาสตราจารย์โคบายาชิ ผมรู้ดีว่าคุณเป็นคนที่รักคุณธรรมและไม่ชื่นชอบเงิน ดังนั้นถ้าหากว่าพวกเราได้ค้นพบแอตแลนติสพวกเราจะขอมอบธงปักให้กับคุณเป็นการส่วนตัว ผมจะไม่ยอมให้เงินทำให้คุณสูญเสียศักดิ์ศรีของคุณไปอย่างเด็ดขาด” เซี่ยเฟยกล่าวออกมาเสียงดังและน้ำเสียงของเขาก็จริงจังมาก

(ธงปักเป็นธงสัญลักษณ์สำหรับการพิชิตสถานที่บางแห่ง ยกตัวอย่างเช่น การนำธงไปปักบนดวงจันทร์)

เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนต่างก็พยายามเอามือมาปิดปากและกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองเอาไว้โดยเฉพาะอู่หลงที่เกือบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ส่วนทางด้านชาร์ลีก็แอบหัวเราะอยู่ด้านหลังของอันเดร์เบา ๆ

‘ธงปัก!? คุณให้เงินพวกเขาทุกคนคนละ 10 ล้านแอลไลคอยน์แต่ให้ฉันแค่ธงปักเนี่ยนะ!’ โคบายาชิคิดในใจอย่างโกรธเกรี้ยว ซึ่งมันก็ทำให้ใบหน้าของเขาได้เปลี่ยนจนกลายเป็นสีแดง

หลังจากออกมาจากห้องประชุมอู่หลงก็อดที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้ จากนั้นเขาก็ได้กล่าวไปว่า

“ฮ่า ๆ ๆ น้องเฟยนายทำได้ดีมาก! เจ้าโคบายาชิคนนั้นกวนประสาทฉันมาระยะหนึ่งแล้ว หลังจากที่พวกเราได้ค้นพบแอตแลนติสฉันจะเป็นคนมอบธงปักให้กับเขาเป็นการส่วนตัวเอง”

“เซี่ยเฟยคุณไม่ควรทำให้ศาสตราจารย์โคบายาชิรู้สึกขุ่นเคืองนะ ท้ายที่สุดเขาก็เป็นนักอุตุนิยมวิทยาทางทะเลเพียงแค่คนเดียวในคณะสำรวจของพวกเรา” อันเดร์กล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ก็เขาบอกเองว่าเขาไม่ชอบเงินแล้วผมจะยัดเยียดเงินให้กับเขาไปทำไม” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างซุกซน

—--

ณ สมาพันธ์จัสทิสระหว่างดวงดาว สาขาโลกซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองนิวยอร์ก

ปัจจุบันคาห์นผู้ซึ่งเป็นจัสทิสระดับ 3 ดาวทองแดงกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายมากและเขาก็ได้วางเท้าทั้งสองข้างของเขาลงบนโต๊ะทำงานพร้อมกับดื่มเบียร์เย็น ๆ เข้าไปด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความขี้เกียจ

คาห์นเข้ามาทำงานยังสมาพันธ์จัสทิสแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีก่อน แต่นอกเหนือจากการดื่มเบียร์ในทุก ๆ วันแล้วเขาก็ไม่มีงานอะไรให้ทำอีกเลย

“ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าคนพวกนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้มาตั้งสมาพันธ์บนดาวเคราะห์ที่คร่ำครึแบบนี้ โชคดีที่ถ้าหากว่าฉันสามารถอดทนไปได้อีกปีครึ่งฉันก็จะได้กลับไปยังที่ที่ฉันสมควรอยู่” คาห์นกล่าวกับตัวเอง

แต่ในทันใดนั้นอุปกรณ์สื่อสารก็เริ่มมีการกระพริบขึ้นมาด้วยแสงสีเหลือง คาห์นจึงรีบลุกจากที่นั่งโยนขวดเบียร์ทิ้งและจัดผมเผ้าของเขาให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะทำการเปิดอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา

ในอุปกรณ์สื่อสารได้ปรากฏภาพของชายชราผู้ซึ่งมีร่างกายอันผอมเพรียว, มีเบ้าตาลึก, จมูกโด่งและปากที่ค่อนข้างใหญ่ราวกับว่าเขาสามารถกลืนกินคนเข้าไปได้ทั้งตัว

“ผู้อำนวยการโรเบิร์ตสบายดีไหมครับ?” คาห์นเอ่ยทักทาย

โรเบิร์ตเป็นผู้อำนวยการสมาพันธ์จัสทิสของภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่หรือมันอาจจะกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าเขาเป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่าจัสทิสทั้งหมดที่อยู่ในภูมิภาคดาวแห่งนี้

“สบายดีไหม? ฉันไม่สบาย! ดูสภาพตัวเองหน่อยเถอะ คุณเป็นคนจัดการเรื่องนี้ไปใช่ไหม!” โรเบิร์ตกล่าวขึ้นมาด้วยความโกรธ

หลังจากนั้นหน้าจอของเครื่องสื่อสารก็ฉายภาพเอกสารที่ออกมาจากสมาพันธ์จัสทิสสาขาโลกและตราประทับบนเอกสารก็เป็นตราประทับของคาห์น

“ใช่ครับท่านผู้อำนวยการ ผมเป็นคนออกเอกสารประกาศรับสมัครจัสทิสฝึกหัดแผ่นนั้นเอง ไม่ทราบว่ามันมีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรอครับ” คาห์นกล่าวถามขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง

“มีปัญหาอะไร? นี่คุณยังกล้าถามจริง ๆ เหรอว่ามันมีปัญหาอะไร!” โรเบิร์ตรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังจะกลายเป็นบ้าเมื่อได้เห็นท่าทีอันไม่รู้สึกรู้สาของคาห์น

“ไอ้โง่! สมาพันธ์ต้องการสรรหาจัสทิสฝึกหัดเพื่อเอาใจโลกที่เพิ่งเข้าร่วมกับพันธมิตรมนุษย์ระหว่างดวงดาว แต่ดูสิ่งที่คุณทำลงไป! ทำไมถึงไม่รับสมัครเฉพาะชาวโลกเท่านั้น!?”

เมื่อคาห์นได้อ่านประกาศใหม่อีกครั้งดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตกใจ

ในตอนที่เขาทำเอกสารออกประกาศเขาได้ทำการคัดลอกเอกสารมาจากสำนักงานใหญ่ โดยเขาตั้งใจที่จะทำการแก้ไขเอกสารเล็กน้อยก่อนที่จะประกาศออกไป

อย่างไรก็ตามในวันนั้นเขาก็ดื่มไปค่อนข้างมากมันจึงกลายเป็นว่าเขาได้ออกเอกสารรับสมัครพลเมืองภายในเขตภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่ทั้งหมด ซึ่งมันก็หมายความว่าไม่ว่าใครที่เป็นผู้มีพลังพิเศษภายในเขตภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่ต่างก็สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการประเมินในครั้งนี้ได้

จัสทิสมีสถานะที่สูงศักดิ์มากและผู้มีพลังพิเศษทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีความใฝ่ฝันที่จะได้เป็นจัสทิสด้วยกันทั้งสิ้น

โดยปกติการรับสมัครจัสทิสจะคัดสรรผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนมาจากในทั่วทุกพื้นที่ มันจึงทำให้สมาพันธ์จัสทิสเป็นแหล่งรวมตัวของนักสู้ชั้นยอด

ขณะเดียวกันสาเหตุที่สำนักงานใหญ่ต้องการที่จะให้สมาชิกภายในโลกกลายเป็นจัสทิสฝึกหัด นั่นก็เพราะพวกเขาต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาปฎิบัติตัวต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมแม้ว่าโลกจะเป็นดาวเคราะห์ที่อ่อนแอมากเพียงใดก็ตาม

ผู้ที่ลงทะเบียนในสหพันธ์โลกทั้งหมดมีผู้มีพลังพิเศษระดับสตาร์เบสอยู่น้อยกว่า 100 คน ซึ่งการประเมินขนาดเล็กลักษณะนี้มันก็เพียงพอที่จะรับสมัครจัสทิสฝึกหัดจากโลกจำนวน 3 คนได้

แต่ตอนนี้คาห์นกลับได้ออกประกาศรับสมัครผู้คัดเลือกจากภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่ทั้งหมด ด้วยความผิดพลาดของเขามันก็จะมีผู้ที่มีความสามารถมาสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จำนวนหลายล้านคนและมันก็คงจะไม่มีที่ว่างสำหรับคนที่อาศัยอยู่บนโลกอย่างแน่นอน

จากแผนการที่จะทำการแข่งขันกันในกลุ่มเล็ก ๆ กลับพัฒนากลายเป็นการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างภูมิภาคดาว ซึ่งสำหรับสหพันธ์โลกที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาได้เพียงแค่ไม่นานเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นหายนะอย่างไม่ต้องสงสัย!

***************

จะมีการแข่งขันชิงตำแหน่งจัสทิสบนโลกแหละ… พี่เฟยจะมาแข่งขันกับเขาด้วยหรือเปล่านะ

จบบทที่ ตอนที่ 22: ออกเดินทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว