- หน้าแรก
- ราชันย์เวทพันธุกรรม ปฐมบทพ่อมดนักดัดแปลง
- บทที่ 4: อัจฉริยะ? หรือทาส?
บทที่ 4: อัจฉริยะ? หรือทาส?
บทที่ 4: อัจฉริยะ? หรือทาส?
"มังกร? นั่นมันมังกรใช่ไหม?"
"บ้าน่า? ไม่ใช่ว่าพวกมันสูญพันธุ์ไปหมดแล้วเหรอ?"
"ช่างงดงามจริงๆ..."
เหล่าผู้ฝึกหัดต่างตกตะลึง พากันเบียดเสียดแย่งชิงกันมุงดู เพราะถึงอย่างไรในโลกพ่อมด มังกรก็ถือเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนานที่หาดูได้ยากยิ่ง
สีหน้าเคร่งขรึมของพ่อมดฮอร์นเปลี่ยนไปเช่นกันเขายืดตัวขึ้น มือขวาคว้าจับไปทางลินชี่ ราวกับมีมือขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็นฉวยเอาร่างเล็กจิ๋วที่ไต่ขึ้นมาเกาะอยู่บนอกของลินชี่แล้วดึงกลับไป
พ่อมดฮอร์นไม่สนใจการดิ้นรนขัดขืนของเจ้าตัวเล็ก เขาหยิบมันขึ้นมาจ่อใกล้ดวงตาและพิจารณาอย่างละเอียด
"อืม... กิ้งก่ามังกรไฟ ที่มีปีกเนื้อซึ่งเพาะเลี้ยงขึ้นจากเซลล์ของตัวเองงั้นหรือ?"
"แนวคิดไม่เลว"
หลังจากการประเมินสั้นๆ เขาปล่อยกิ้งก่ามังกรไฟและหันกลับมามองลินชี่ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เคยเย็นชา
เขาเอ่ยชมเชย "เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมาก และไม่ใช่แค่เรื่องแนวคิดเท่านั้น"
"การจะปลูกถ่ายปีกเนื้อที่เพาะเลี้ยงเองลงบนร่างกิ้งก่ามังกรไฟต้องใช้เทคนิคการดัดแปลงที่แม่นยำอย่างยิ่ง เพื่อให้บรรลุสิ่งนี้ อย่างน้อยต้องใช้วิชาดัดแปลงพื้นฐานระดับ 2 เจ้าทำได้ดีมาก ผู้ฝึกหัด"
เสียงของพ่อมดฮอร์นไม่ได้ดังมากนัก แต่ผู้ฝึกหัดทุกคนในที่นั้นได้ยินอย่างชัดเจน และพวกเขาทุกคนต่างตกตะลึง
"ระดับ 2! วิชาพื้นฐานของมีคนถึงระดับ 2 แล้ว!"
"เป็นไปไม่ได้..."
"เจ้านั่นมันตัวอะไร? สัตว์ประหลาดรึไง?"
วิชาพื้นฐานของผู้ฝึกหัดส่วนใหญ่ยังคงวนเวียนอยู่ที่ระดับ 1 และมีเพียงไม่กี่คนที่เพิ่งจะทะลวงผ่านระดับ 1 มาได้อย่างยากลำบาก แม้แต่ผู้ฝึกหัดผมเขียวที่ทำผลงานได้ดีที่สุดก่อนหน้านี้ด้วยการปลูกถ่ายลูกตาศิลา ก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามไประดับ 2 ได้
ในขณะนี้ เมื่อได้ยินว่ามีคนที่ก้าวถึงระดับ 2 อย่างแท้จริง จึงไม่แปลกที่ทุกคนจะประหลาดใจขนาดนี้
"บอกชื่อของเจ้ามาสิ ผู้ฝึกหัด" พ่อมดฮอร์นหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงและท่าทีของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
คำถามของเขาทำให้ผู้ฝึกหัดรอบข้างหูผึ่ง ทุกคนต่างอยากรูัตัวตนของม้ามืดที่โผล่มาอย่างกะทันหันคนนี้
ลินชี่กล่าว "ลินชี่ วอลเลน ครับท่าน"
แม้จะอยู่ที่นี่มา 2 ปี แต่ลินชี่มักขลุกอยู่แต่ในห้องเพื่อศึกษาและฝึกฝน จึงไม่ค่อยได้สุงสิงกับผู้ฝึกหัดคนอื่น ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้ยินชื่อของเขา ปฏิกิริยาแรกของผู้ฝึกหัดเหล่านั้นคือความไม่คุ้นเคยและสับสน
พ่อมดฮอร์นมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะถามด้วยความไม่แน่ใจ "ขุนนางหรือ?"
ขุนนางจำนวนมากสามารถเข้าถึงความรู้เกี่ยวกับพ่อมดที่เกี่ยวข้องได้ก่อนที่จะเข้าสู่โลกพ่อมด โดยมีการศึกษาล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี ดังนั้นปฏิกิริยาแรกของพ่อมดฮอร์นจึงคิดว่าลินชี่น่าจะเกิดในตระกูลขุนนาง และผู้ฝึกหัดคนอื่นๆ ก็คิดเช่นเดียวกัน
ทว่า คำตอบกลับเกินความคาดหมายของทุกคน
ลินชี่ส่ายหัวและตอบตามตรง "ทาสติดที่ดินครับท่าน"
"ห๊ะ?"
"ทาสติดที่ดิน? เป็นไปไม่ได้?"
"ฉัน... ฉันแพ้ให้กับทาสงั้นเหรอ?"
เหล่าผู้ฝึกหัดไม่อาจยอมรับเรื่องนี้ได้ เพราะอย่างไรเสีย ทาสติดที่ดินซึ่งเป็นชนชั้นล่างสุดของโลกใบนี้ มักถูกมองว่าซื่อบื้อ หัวทึบ และเชื่องช้า ไม่มีใครอยากเชื่อว่าตนเองจะพ่ายแพ้ให้กับ 'คนโง่ผู้ซื่อสัตย์' เช่นนี้
"ลินชี่... ลินชี่! ฉันจำได้แล้วว่าเขาเป็นใคร นั่นมันลินชี่จอมซวยคนนั้นไม่ใช่เหรอ?"
"ฉันก็จำได้..."
"เจ้าคนดวงซวยที่โดนสับเปลี่ยนวัสดุคนนั้นไง!"
"อ๋อ เป็นเขานี่เอง?"
ทันใดนั้น ผู้ฝึกหัดคนหนึ่งก็จำตัวตนของลินชี่ได้ เพราะการรับสมัครผู้ฝึกหัดเมื่อ 2 ปีก่อนเป็นเรื่องฮือฮา และทุกคนต่างรู้เรื่องของผู้ฝึกหัดที่พลาดโอกาสทองและเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ฉับพลัน สายตาของผู้ฝึกหัดเปลี่ยนไปอีกครั้ง ความตกตะลึง ความอิจฉา ริษยา และความสมน้ำหน้าปรากฏขึ้นชัดเจน
ทาสผู้ซื่อสัตย์ก็ยังเป็นแค่ทาสผู้ซื่อสัตย์ ไม่รู้จักความถ่อมตัวและการอำพรางตนเลยสักนิด
ที่นี่คือโลกพ่อมด ไม่ใช่สรวงสวรรค์ของเด็กดี การหลอกลวงและการแก่งแย่งชิงดีมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง คนที่ไม่รู้จักเก็บงำประกายความสามารถและทำตัวอวดดีแบบนี้ ไม่ช้าก็เร็วจะต้องเจ็บตัวแน่
พ่อมดฮอร์นพยักหน้าเล็กน้อย แววตาชื่นชมของเขาลึกซึ้งยิ่งขึ้น "ดี"
"ในโลกพ่อมด ไม่มีทาสและขุนนาง มีเพียงพลังจิตในตัวและความรู้ในสมองเท่านั้น"
"เจ้ามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม ข้าหวังว่าเจ้าจะรักษามาตรฐานนี้ต่อไป ผู้ฝึกหัด"
ลินชี่โค้งคำนับอย่างนอบน้อม "ข้าจะจดจำคำสอนของท่าน"
"คะแนน 91 ผ่านการประเมิน!"
นี่เป็นคะแนนที่สูงจนหาได้ยาก หากจะให้สูงกว่านี้ต้องมีความรู้ระดับ 2 ขั้นกลางถึงปลายอย่างน้อย ส่วนคะแนนเต็มนั้นสงวนไว้สำหรับอัจฉริยะที่อยู่ในระดับ 3 ขั้นสูงสุดเท่านั้น
การประเมินดำเนินต่อไปจนจบสิ้น
"ผู้ฝึกหัดที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ โปรดออกมาข้างหน้า ลินชี่ วอลเลน, คริส ไรท์, เจสสิก้า สโตน"
หลังจากการประเมินเสร็จสิ้น พ่อมดฮอร์นเรียกชื่อผู้ฝึกหัด 3 คนที่ทำคะแนนได้สูงสุดในการประเมินครั้งนี้
นอกจากลินชี่และคริสแล้ว ยังมีผู้ฝึกหัดหญิงชื่อเจสสิก้า เธอมาจากสายธาตุและได้รับคะแนน 82 จากการวิเคราะห์และโครงสร้างของธาตุน้ำ จัดเป็นอันดับ 3
เมื่อเรียกทั้งสามคนออกมาแล้ว พ่อมดฮอร์นหยิบถุงผ้าใบเล็ก 3 ใบออกมาและแจกจ่ายให้ "นี่คือรางวัลพิเศษของพวกเจ้า"
ตามกฎการประเมิน ผู้ฝึกหัด 3 อันดับแรกจะได้รับรางวัลเพิ่มเติม
เมื่อรับถุงผ้าจากพ่อมดฮอร์น ลินชี่ก็รู้สึกยินดีเช่นกัน ความพยายามทั้งหมด หรือแม้แต่การเปิดเผยวิชาดัดแปลงพื้นฐานระดับ 2 ก็เพื่อรางวัลพิเศษนี้เป็นหลัก
นี่คือรางวัลที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างมาก ประการแรก ตัวถุงผ้าเองคือ 'ถุงมิติ' ซึ่งมีพื้นที่ภายในประมาณ 2 ลูกบาศก์เมตร
ไอเทมเวทมนตร์ประเภทมิตินั้นมีราคาแพงมหาศาล เพียงแค่ถุงนี้ใบเดียวก็มีค่าถึง 100 หินเวทมนตร์แล้ว
นอกจากนี้ ภายในถุงยังมีสิ่งของอีก 3 อย่าง ได้แก่ หินเวทมนตร์ 100 ก้อน, ไม้กายสิทธิ์ด้ามสั้นที่เปลี่ยนรูปร่างได้ และตราความรู้ระดับต่ำ ด้วยตรานี้ ผู้ถือสามารถแลกเปลี่ยนความรู้คาถาระดับต่ำในห้องสมุดของหอคอยได้
ผู้ฝึกหัดคนอื่นๆ ที่ผ่านการประเมินจะได้รับเพียงบทเรียนการทำสมาธิ ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านจะไม่ได้รับอะไรเลย
นิสัยของลินชี่นั้นระมัดระวังตัวมาก และเขาผ่านวัยที่อยากจะอวดอ้างศักดามานานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะรางวัลมหาศาลเหล่านี้ เขาคงสามารถผ่านการประเมินด้วยผลงานชิ้นอื่นได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องทำตัวเด่นดังขนาดนี้
"ขอบคุณครับท่าน"
ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา ริษยา และความเกลียดชังของฝูงชน ทั้งสามคนที่ได้รับรางวัลอย่างงามก็เดินกลับเข้าไป
การประเมินสิ้นสุดลง จากนั้นพ่อมดฮอร์นจึงแจกจ่าย 'บทเรียนการทำสมาธิ' ฉบับทางการให้กับผู้ฝึกหัดที่ผ่านเกณฑ์
พูดตามตรง ในตอนนี้พวกเขายังไม่ใช่ผู้ฝึกหัดพ่อมดอย่างเต็มตัว เป็นเพียงคนธรรมดาที่ผ่านการขัดเกลาประสาทสัมผัสทั้งห้าเท่านั้น การจะได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางสายพ่อมดอย่างแท้จริง ต้องผ่านการทำสมาธิอย่างเป็นทางการเสียก่อน
และเงื่อนไขเบื้องต้นของทั้งหมดนี้ก็คือ บทเรียนการทำสมาธิ
ผู้ฝึกหัดที่ได้รับบทเรียนการทำสมาธิจะสามารถเริ่มฝึกฝนและก้าวเข้าสู่เส้นทางสายพ่อมดได้ ในขณะที่ผู้ฝึกหัดที่เหลือทำได้เพียงรอการประเมินรอบต่อไป
ตามกฎของหอคอย การประเมินครั้งแรกสำหรับผู้ฝึกหัดหน้าใหม่จะมีขึ้นหลังจากผ่านไป 2 ปี และจากนั้นจะมีขึ้นปีละ 1 ครั้ง นั่นหมายความว่าผู้ฝึกหัดที่เหลือจะต้องรออย่างน้อยจนถึงปีหน้าเป็นอย่างเร็วที่สุด
ช้าเพียงก้าวเดียว ก็เท่ากับตามหลังไปตลอดก้าว ในปีหน้า ผู้ฝึกหัดรุ่นเดียวกันอาจจะเชี่ยวชาญแบบจำลองคาถาที่สมบูรณ์และร่ายเวทมนตร์ได้แล้ว ในขณะที่พวกเขายังเพิ่งจะเริ่มหัดทำสมาธิ... เรื่องนี้ช่างยากเกินกว่าที่ใครจะทำใจยอมรับได้จริงๆ
ทันใดนั้น ผู้ฝึกหัดที่ผ่านต่างดีใจจนเนื้อเต้น ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านต่างหดหู่ และเด็กสาวบางคนถึงกับร้องไห้ออกมา
แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือข่าวที่พ่อมดฮอร์นประกาศในลำดับถัดไป
"นอกจากนี้..."
หลังจากแจกจ่ายบทเรียนการทำสมาธิเสร็จสิ้น พ่อมดฮอร์นก็ประกาศว่า "กำหนดการประเมินสำหรับ 'ผู้ฝึกหัดวงแหวนชั้นใน' ของรุ่นนี้ถูกกำหนดแล้ว จะจัดขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า ผู้ฝึกหัดที่ได้รับบทเรียนการทำสมาธิและสนใจจะเข้าร่วมการประเมิน สามารถมาลงชื่อกับข้าได้"
สายตาของผู้ฝึกหัดทุกคนจับจ้องไปที่เขาเป็นจุดเดียวในทันที
เสียงกลืนน้ำลายดังอึกทึก สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น