- หน้าแรก
- อาจารย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์
- บทที่ 18 - ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านถึงดีต่อข้าเช่นนี้?
บทที่ 18 - ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านถึงดีต่อข้าเช่นนี้?
บทที่ 18 - ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านถึงดีต่อข้าเช่นนี้?
เมื่อได้ยินคำกล่าวของเหล่าจู่ จีฝูเหยาก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
นางมิได้ตอบรับ และมิได้ปฏิเสธ
คาดว่าเหล่าจู่คงจะมองเห็นร่องรอยบางอย่างเข้าเสียแล้ว
นางกำลังครุ่นคิดว่าเหล่าจู่ล่วงรู้ความลับบนตัวนางไปมากเพียงใด?
ฐานะจักรพรรดินีฝูเหยานั้นนับเป็นเรื่องรอง เพราะการล่มสลายของอาณาจักรฝูเหยาในสายตาของขุมกำลังใหญ่อย่างสำนักต้าเต้า ก็เป็นเพียงแค่ระลอกคลื่นเล็ก ๆ ในกระแสธารแห่งชีวิตของแดนร้างทักษิณเท่านั้น
ทว่าวิชาลับการกลับชาติมาเกิดนั้นเกี่ยวข้องกับความลับอันสูงสุด หากถูกเปิดเผยออกไป เกรงว่าจะทำให้แดนร้างทักษิณต้องสั่นสะเทือน แม้แต่จักรพรรดิแห่งเขตหวงห้ามก็อาจจะลงมือด้วยตนเอง!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ภายในใจของนางก็บังเกิดแรงกระเพื่อม นางจึงเอ่ยถามว่า “เหล่าจู่มองเห็นสิ่งใดหรือเจ้าคะ?”
ฮุยเผาเหล่าจู่ยิ้มน้อย ๆ “ฝูเหยาเอ๋ย เจ้ามิพักต้องกังวล หากข้าคาดการณ์มิผิด เจ้าคงจะมีความเกี่ยวพันบางอย่างกับอาณาจักรฝูเหยาเมื่อ 3,000 ปีก่อน”
“สำนักต้าเต้าของพวกเรายืนหยัดอยู่ในแดนร้างทักษิณมาหลายยุคสมัย หากแม้แต่ศิษย์ของตนเองยังปกป้องมิได้ จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด?”
“ยามนี้เจ้าเป็นส่วนหนึ่งของสำนักต้าเต้าแล้ว! เมื่ออยู่นอกสำนัก เจ้าอาจจะมีฐานะอื่นใดก็ตามแต่ ทว่าเมื่ออยู่ในสำนักต้าเต้า เจ้าคือศิษย์ของสำนักต้าเต้าตลอดกาล!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จีฝูเหยาก็เข้าใจและลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เหล่าจู่เพียงแค่คิดว่านางมีความสัมพันธ์บางอย่างกับอาณาจักรฝูเหยาเท่านั้น
อีกทั้งสำนักต้าเต้ายังพร้อมที่จะปกป้องนาง!
นางทำความเคารพอย่างนอบน้อมแล้วกล่าวว่า “ขอบพระคุณเหล่าจู่เจ้าค่ะ!”
ฮุยเผาเหล่าจู่หัวเราะเบา ๆ “เอาเถิด เรื่องนี้ข้าจะเตือนท่านจงจู่เอง”
มินานนัก ท่านจงจู่ก็ประกาศผลการทดสอบศิษย์ฝ่ายในจนเสร็จสิ้น
“วันพรุ่งนี้ ศิษย์สิบอันดับแรกของการทดสอบศิษย์ฝ่ายใน จงไปรับรางวัลที่วิหารต้าเต้า!”
บรรดาศิษย์ต่างพากันตื่นเต้นอย่างยิ่ง
การทดสอบในครั้งนี้ช่างเหนือความคาดหมายของทุกคนนัก!
ผู้ใดจะคาดคิดว่าศิษย์ที่เพิ่งเข้าสำนักมา จะสามารถคว้าอันดับหนึ่งของการทดสอบไปได้!
เรื่องเช่นนี้มิเคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสำนักต้าเต้า!
และในการทดสอบครั้งนี้ แม้แต่ยอดฝีมืออย่างลั่วหลิงคง ก็ยังมิอาจบีบให้จีฝูเหยาแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้เลย!
ขีดจำกัดของนางอยู่ที่ใดกันแน่?
ครู่ต่อมา ฮุยเผาเหล่าจู่กึ่งจักรพรรดิก็มิได้รั้งอยู่ต่อ เขาหายตัวไปในทันที
ลู่เสวียนหันไปมองจีฝูเหยาด้วยรอยยิ้ม “ฝูเหยา พวกเรากลับกันเถิด”
จีฝูเหยาเอียงคอเล็กน้อย แล้วเข้ามากอดแขนของลู่เสวียน “เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์”
นางยื่นมือเรียวงามออกมา บังเกิดกลุ่มเมฆหมอกสายหนึ่งปรากฏขึ้น
ลู่เสวียนและจีฝูเหนายืนอยู่บนกลุ่มเมฆนั้น แล้วลอยละล่องกลับไปยังยอดเขาชิงเสวียน
เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนต่างพากันถอนหายใจยาว
ลู่เสวียนยังคงได้เป็นอาจารย์ของจีฝูเหยาต่อไป!
มิรู้ว่าเหตุใดเมื่อครู่ท่านเหล่าจู่ถึงยินยอมให้เขาเป็นอาจารย์ต่อกันนะ?
ช่างเหลวไหลยิ่งนัก!
แม้ลู่เสวียนจะชนะเดิมพัน
แต่พวกเขาก็ยังมิยอมสยบ
มิยอมสยบอย่างยิ่ง!
...
ณ ยอดเขาชิงเสวียน
จีฝูเหยามาที่ถ้ำบำเพ็ญของลู่เสวียน นางมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านอาจารย์ วันพรุ่งนี้ข้าอาจจะต้องรับภารกิจออกไปฝึกฝนนอกสำนักเจ้าค่ะ”
ลู่เสวียนพยักหน้า “ได้สิ”
ใบหน้าของจีฝูเหยาขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย “ท่านอาจารย์คงพอจะเดาได้แล้วว่า ข้ามีความลับบางอย่างปกปิดอยู่ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ข้าจะบอกท่านนะเจ้าคะ”
ลู่เสวียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “มิเป็นไร เจ้าจงทำตามแผนการของเจ้าเถิด ทว่าก่อนจะจากไป ข้าจะพาเจ้าไปยังวิหารต้าเต้าสักรอบ เพื่อแลกเปลี่ยนสมบัติบางอย่างให้เจ้า เช่นนี้เมื่อเจ้าออกไปนอกสำนัก จะได้มีพลังในการปกป้องตนเอง”
จีฝูเหยาพยักหน้า “เจ้าค่ะ ขอบพระคุณท่านอาจารย์”
วันต่อมา
เมื่อลู่เสวียนตื่นขึ้นมาระดับการบำเพ็ญของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย
ดูเหมือนว่าจีฝูเหยาจะบำเพ็ญเพียรตลอดทั้งคืนอีกแล้ว!
เขาเดินออกจากถ้ำบำเพ็ญไปยังลำธารเพื่อล้างหน้าล้างตา
จากนั้นเขาก็นอนลงบนเก้าอี้โยกหน้ากระท่อมฟางเพื่อรับแสงแดด
มินานนัก เงาร่างสีแดงเพลิงสายหนึ่งก็เหยียบรุ้งเทพพุ่งทะยานมาจากแดนไกล มุ่งหน้ามายังยอดเขาชิงเสวียน เสียงอันไพเราะดังแว่วมาแต่ไกล
“ท่านอาจารย์ อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ”
“เมื่อครู่ข้าไปที่วิหารต้าเต้าเพื่อรับรางวัลจากการทดสอบศิษย์ฝ่ายใน และรางวัลจากการทดสอบเข้าสำนักมาแล้วเจ้าค่ะ”
ลู่เสวียนพยักหน้า “ดีแล้ว”
จีฝูเหยาร่อนลงบนยอดเขาชิงเสวียน นางยิ้มอย่างสดใสแล้วเดินตรงมาหาลู่เสวียน
“ในป้ายคำสั่งฐานะของข้ายามนี้ มีแต้มคุณูปการอยู่ 1,000,000 แต้มเจ้าค่ะ นอกจากนี้ยังมีศัสตราศักดิ์สิทธิ์สายโจมตี ทวนเพลิงมายา อีกหนึ่งเล่ม!”
“ข้ายังได้เลือกคัมภีร์วิชาระดับศักดิ์สิทธิ์ วิชาอัคคีสามสภาวะ มาด้วยเจ้าค่ะ”
ลู่เสวียนกล่าวว่า “ดีมาก การบำเพ็ญเพียรต่อจากนี้ เจ้าจงทำตามแผนการของเจ้าเถิด”
จีฝูเหยาเอียงคอเล็กน้อยพลางพยักหน้า แล้วกลับไปยังถ้ำบำเพ็ญของตนเอง
นางเริ่มจัดระเบียบสิ่งที่ได้รับมาในช่วงเวลานี้!
เพียงหนึ่งเดือน จากขอบเขตต้าเสวียนหวงก้าวสู่ขอบเขตเสวียนจง!
รากฐานวิถีได้รับการเติมเต็มจนสมบูรณ์!
วิถีอัคคีจิตวิญญาณบรรลุขั้นสมบูรณ์!
ทั้งยังได้รับคัมภีร์วิชาระดับจักรพรรดิหกดาวมาอีกด้วย!
นับว่าได้รับมามากมายยิ่งนัก!
ทว่าน่าเสียดาย หากนางต้องการแลกเปลี่ยน คัมภีร์ต้าเต้า แต้มคุณูปการยังห่างไกลนัก
คัมภีร์ต้าเต้า มีทั้งหมดสามระดับ
เพียงแค่ระดับแรกก็ต้องใช้แต้มคุณูปการถึง 8,000,000 แต้ม!
นางยังต้องสะสมแต้มไปอีกสักระยะ
ทว่ายามนี้นางก็นับว่าพอใจมากแล้ว
ต่อจากนี้ นางจะไปรับภารกิจหนึ่ง เพื่อเดินทางไปยังเทือกเขาอัคคีทมิฬ ติดต่อกับองครักษ์มังกรและตระกูลเย่แห่งเมืองชิงเฉิง!
ทันใดนั้น จีฝูเหยาวางข่ายอาคมผนึกจำนวนมากไว้ภายในถ้ำบำเพ็ญ
นางหยิบป้ายคำสั่งฝูเหยาออกมา กระตุ้นวิชาลับโบราณเพื่อติดต่อกับองครักษ์มังกรแห่งอาณาจักร!
พลังอันลึกลับและซับซ้อนไหลเวียนไปทั่ว
เสียงของแม่ทัพหวังหมานและชิงเยียนดังมาจากป้ายคำสั่ง
“ฝ่าบาท!”
จีฝูเหยากล่าวว่า “วันนี้ข้าจะเดินทางไปยังเทือกเขาอัคคีทมิฬ ข้าตรวจสอบดูแล้วต้องใช้เวลาเดินทางหลายวัน”
หวังหมานกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ฝ่าบาท พวกเราได้ส่งคนออกไปลาดตระเวนรอบนอกเทือกเขาอัคคีทมิฬแล้วขอรับ หากท่านเสด็จมาถึง โปรดส่งกระแสจิตแจ้งพวกเราในทันที พวกเราจะรีบไปรับเสด็จขอรับ”
“ส่วนตระกูลเย่แห่งเมืองชิงเฉิง พวกเราติดต่อเรียบร้อยแล้ว ทว่าพวกเขามีคำขอประการหนึ่ง คือต้องเห็นป้ายคำสั่งฝูเหยาและตัวท่านด้วยตาตนเอง จึงจะยอมกล่าวคำสาบานต่อวิถีสวรรค์เพื่อจงรักภักดีต่อท่านต่อไปขอรับ”
“ส่วนอีกขุมกำลังหนึ่งยังมิมีการตอบกลับมา เมื่อเรื่องทางนี้เสร็จสิ้น พวกเราจะเดินทางไปยังที่นั่นเพื่อจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองขอรับ”
จีฝูเหยากล่าวว่า “ดีมาก”
ชิงเยียนกล่าวว่า “ฝ่าบาท เทือกเขาอัคคีทมิฬนับเป็นเขตแดนของพวกเรา หากท่านเสด็จมาถึง พวกเราจะเปิดใช้งานค่ายกลโบราณ รับรองว่าจะไม่มีข่าวรั่วไหลออกไปแน่นอนขอรับ”
จีฝูเหยาพยักหน้า “ข้ารับทราบแล้ว”
ครู่ต่อมา จีฝูเหยาเก็บป้ายคำสั่งฝูเหยาลงไป
อีกเพียงไม่กี่วัน ก็จะได้พบกับลูกน้องเก่าอีกครั้ง!
ภายในใจของนางยังคงมีความคาดหวังอยู่ไม่น้อย!
มินานนัก ลู่เสวียนก็ส่งกระแสจิตถึงจีฝูเหยา “ฝูเหยา ในเมื่อเจ้ากำลังจะจากไป พวกเราไปที่วิหารต้าเต้าเพื่อแลกเปลี่ยนสมบัติให้เจ้าสักหน่อยเถิด”
จีฝูเหยากล่าวว่า “ขอบพระคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ”
นางรีบเดินออกจากถ้ำบำเพ็ญในทันที
ลู่เสวียนยิ้มแล้วกล่าวว่า “ไปกันเถิด”
จีฝูเหยาคล้องแขนลู่เสวียน รุ้งเทพสายหนึ่งปรากฏขึ้นใต้เท้า ทั้งสองพุ่งทะยานไปยังวิหารต้าเต้าด้วยกัน
ณ หน้าวิหารต้าเต้า
จีฝูเหยาและลู่เสวียนร่อนลงสู่พื้นอย่างมั่นคง
ศิษย์บางคนที่อยู่แถวนั้นมองลู่เสวียนด้วยความประหลาดใจ
ลู่เสวียนถึงกับมาที่วิหารต้าเต้าด้วยตนเองเชียวหรือ?
ในความทรงจำของพวกเขา ตลอดหกเจ็ดปีที่ผ่านมา นอกจากงานรับศิษย์แล้ว ลู่เสวียนมักจะขลุกตัวอยู่แต่บนยอดเขาชิงเสวียน มิเคยออกไปที่ใดเลย
ลู่เสวียนเดินฝ่าฝูงชนเข้าไป
ศิษย์บางคนจำต้องทำความเคารพอย่างเลี่ยงมิได้ “คารวะเจ้าคณะยอดเขาลู่!”
“คารวะเจ้าคณะยอดเขาลู่”
ในใจของพวกเขาช่างซับซ้อนยิ่งนัก
เจ้าคณะยอดเขาที่เคยถูกมองว่าเป็นคนไร้ค่า ยามนี้เพราะจีฝูเหยา ฐานะของเขาจึงพุ่งสูงขึ้นราวกับน้ำขึ้นโถงน้ำ
อาจารย์ผู้รุ่งโรจน์เพราะศิษย์!
เมื่อก่อนพวกเขามักจะค่อนแคะลู่เสวียนอยู่บ่อยครั้ง ทว่ายามนี้กลับมิกล้าแล้ว
เพราะหากถูกจีฝูเหยาจับได้ นางคงจะกดดันพวกเขาจนหมอบลงกับพื้นเป็นแน่
เรื่องนี้ทำให้พวกเขายอมรับได้ยากยิ่งนัก
ไม่นานนัก ลู่เสวียนและจีฝูเหยาก็ก้าวเข้าสู่วิหารต้าเต้า ตรงไปหาคุณตาท่านหนึ่งนามว่ามู่เหล่า
“มู่เหล่า ข้าต้องการแลกเปลี่ยนสิ่งของบางอย่างขอรับ”
มู่เหล่ากำลังจะเอ่ยถามว่า เจ้ามีแต้มคุณูปการงั้นหรือ?
ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนที่อาจารย์ของลู่เสวียนสิ้นชีพ ได้ทิ้งแต้มคุณูปการไว้ให้เขานับหลายสิบล้านแต้ม
มู่เหล่าขมวดคิ้วแน่น จ้องมองลู่เสวียนด้วยสายตาฝ้าฟาง แล้วหยิบหยกโบราณชิ้นหนึ่งออกมา
“เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนสิ่งใด? จงตรวจสอบดูในหยกนี้เองเถิด”
ลู่เสวียนรับหยกมาโดยมิได้ตรวจสอบสิ่งใด แล้วกล่าวออกไปทันทีว่า “คัมภีร์ต้าเต้า ระดับที่หนึ่งขอรับ”
สิ้นเสียงกล่าว!
มู่เหล่าถึงกับอึ้งงัน
จีฝูเหยาตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
ลู่เสวียนคงมิได้แลกเปลี่ยนสิ่งนี้เพื่อนางหรอกนะ?
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
มู่เหลี่ยมองลู่เสวียน “เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการแลกเปลี่ยน คัมภีร์ต้าเต้า ระดับที่หนึ่ง? มันต้องใช้แต้มคุณูปการถึง 8,000,000 แต้มเชียวนะ”
ลู่เสวียนหยิบป้ายคำสั่งฐานะของตนออกมา ภายในยังมีแต้มคุณูปการเหลืออยู่อีกกว่า 20,000,000 แต้ม
กล่าวได้ว่าเขามั่งคั่งอย่างยิ่ง!
ลู่เสวียนกล่าวว่า “มู่เหล่า หักแต้มไปได้เลยขอรับ”
มู่เหล่ารับป้ายคำสั่งไป พลังอันลึกลับโบราณสายหนึ่งไหลเวียนอยู่ในมือ
ในพริบตา แสงรัศมีสายหนึ่งก็พวยพุ่งออกมา
หยกคัมภีร์วิชา คัมภีร์ต้าเต้า ระดับที่หนึ่งปรากฏขึ้น
มู่เหล่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “หยกคัมภีร์วิชา คัมภีร์ต้าเต้า เล่มนี้ ผู้เดียวเท่านั้นที่เปิดดูได้ และเมื่อดูจบมันจะมอดไหม้ไปเองในทันที!”
“วิชาไม่อาจถ่ายทอดโดยง่าย! คัมภีร์เล่มนี้ถูกลงตราประทับขอบเขตจักรพรรดิเอาไว้ ผู้บำเพ็ญมิอาจถ่ายทอดต่อให้ผู้อื่นได้!”
ลู่เสวียนพยักหน้า รับหยกคัมภีร์มา “รับทราบขอรับ”
มู่เหล่าเองก็รู้ดีว่า ลู่เสวียนแลกเปลี่ยน คัมภีร์ต้าเต้า นี้มาเพื่อจีฝูเหยา
ยามนั้น ลู่เสวียนหันไปมองจีฝูเหยา “ฝูเหยา ในหยกเล่มนี้มีสมบัติล้ำค่าที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ เจ้าจงเลือกเอาเองเถิด”
กล่าวจบ ลู่เสวียนก็วางหยกแลกเปลี่ยนสมบัติลงบนฝ่ามือของจีฝูเหยา
จีฝูเหยาส่งสัมผัสวิญญาณเข้าไป ทันใดนั้นนางก็มองเห็นพื้นที่มายาอันกว้างใหญ่ไพศาล
ภายในมีศัสตราวิญญาณ สมุนไพรวิญญาณ ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ และแผ่นยันต์นับมิถ้วน!
แม้แต่ศัสตราจักรพรรดิก็ยังมี!
ทว่าแต้มคุณูปการของศัสตราจักรพรรดินั้นช่างน่าตกใจยิ่งนัก
ต้องใช้แต้มคุณูปการเริ่มต้นหลายสิบล้านแต้มขึ้นไป!
จีฝูเหยาเลือกแผ่นยันต์มาจำนวนหนึ่ง ซึ่งล้วนอยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์ โดยใช้แต้มคุณูปการไป 1,000,000 แต้ม
ลู่เสวียนส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “น้อยเกินไป”
จีฝูเหยารู้สึกเกรงใจที่จะเลือกต่อ
ลู่เสวียนจึงจัดการแลกเปลี่ยนแผ่นยันต์ระดับราชันศักดิ์สิทธิ์และระดับกึ่งจักรพรรดิให้แก่นางโดยตรง!
รวมถึงสมบัติป้องกันตัวอีกจำนวนหนึ่ง!
มู่เหล่าถึงกับจ้องมองตาค้าง
นี่กะจะติดอาวุธให้จีฝูเหยาจนถึงรากฟันเลยรึอย่างไร?
มินานนัก ลู่เสวียนก็มอบแหวนมิติวงหนึ่งให้แก่จีฝูเหยา “สิ่งเหล่านี้ควรจะเพียงพอแล้ว”
จีฝูเหยาอึ้งไป ภายในใจบังเกิดกระแสน้ำอุ่นไหลผ่าน
ลู่เสวียนซื้อของรักษาชีวิตให้มากมายถึงเพียงนี้!
พริบตาเดียวเขาก็ใช้แต้มคุณูปการไปอีก 6,000,000 แต้ม!
นางถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ท่านอาจารย์ดีต่อนางมากเกินไปแล้ว
ลู่เสวียนยิ้มน้อย ๆ “เอาเถิด ฝูเหยา พวกเรากลับกันเถิด”
ในตอนนั้นเอง
มู่เหล่าก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “เอ๊ะ ลู่เสวียน แล้วระดับการบำเพ็ญของเจ้าเล่า?”
ลู่เสวียนอึ้งไปครู่หนึ่ง
เขาใช้ระบบปกปิดระดับการบำเพ็ญเอาไว้
หากเขามิเปิดเผยออกมาเอง ผู้อื่นย่อมมิอาจมองเห็นได้
ลู่เสวียนกล่าวว่า “ข้าซ่อนมันไว้ขอรับ”
ใบหน้าชราของมู่เหล่ากระตุกวูบ
???
เจ้าที่มีเพียงระดับรวบรวมลมปราณ จะซ่อนระดับไปเพื่อสิ่งใดกัน!
ทำตัวเป็นยอดฝีมือกระนั้นหรือ?
มู่เหล่าฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า น่าจะเป็นวิชาปกปิดที่จีฝูเหยามอบให้แก่ลู่เสวียน ซึ่งคงจะมีระดับสูงยิ่งนัก แม้แต่เขาก็ยังมองมิออก
เหล่าจู่ได้บอกเขาแล้วว่า จีฝูเหยามีความเกี่ยวข้องกับอาณาจักรฝูเหยาเมื่อ 3,000 ปีก่อน
ยามนี้พวกเขาต่างพากันสงสัยว่า ลู่เสวียนเองก็น่าจะมีความเกี่ยวพันบางอย่างกับอาณาจักรฝูเหยาเช่นกัน
มิเช่นนั้น เหตุใดจีฝูเหยาถึงได้ปกป้องลู่เสวียนถึงเพียงนี้!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น มู่เหล่าก็โบกมือ “ลู่เสวียน ไปเถอะ ไปเถอะ”
เขาทำท่าทางรำคาญใจ
ลู่เสวียนจึงพาจีฝูเหยาเดินจากไป
ทว่าในเวลานี้ ภายในใจของจีฝูเหยากลับบังเกิดความสั่นสะเทือนประดุจคลื่นยักษ์
เมื่อครู่แม้แต่มู่เหล่าก็ยังมิอาจมองเห็นระดับการบำเพ็ญของลู่เสวียนได้!
ต้องรู้ว่ามู่เหล่านั้นอยู่ในขอบเขตกึ่งจักรพรรดิเชียวนะ!
เห็นได้ชัดว่า ท่านอาจารย์ลู่เสวียนของนางคือนักพรตระดับจักรพรรดิผู้หนึ่ง!
ริมฝีปากนวลเนียนของจีฝูเหยาขยับยิ้มน้อย ๆ นางคล้องแขนลู่เสวียนพลางคิดในใจ
ท่านอาจารย์ ท่านซ่อนตัวได้ลึกล้ำยิ่งนัก!
มินานนัก จีฝูเหยาและลู่เสวียนก็กลับมาถึงยอดเขาชิงเสวียน
ลู่เสวียนมอบหยกคัมภีร์ คัมภีร์ต้าเต้า ระดับที่หนึ่งให้แก่จีฝูเหยาโดยตรง
มือเรียวงามของจีฝูเหยาสั่นเทา นางถึงกับยืนอึ้ง
นี่คือ คัมภีร์ต้าเต้า ระดับที่หนึ่ง!
นางเข้าร่วมสำนักต้าเต้าก็เพื่อ คัมภีร์ต้าเต้า เล่มนี้!
คิดมิถึงว่าเพียงเดือนเดียว นางก็ได้รับระดับที่หนึ่งมาไว้ในมือ
นี่คือแต้มคุณูปการถึง 8,000,000 แต้มเชียวนะ!
ลู่เสวียนยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฝูเหยา รับไว้เถิด หากเจ้าสามารถหยั่งรู้ความลึกลับของ คัมภีร์ต้าเต้า นี้ได้ อนาคตของเจ้าย่อมมิอาจประเมินค่าได้!”
จีฝูเหยารู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่ง น้ำเสียงของนางสั่นเครือ “ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านจึงดีต่อข้าถึงเพียงนี้เจ้าคะ?”
...
[จบบท]