- หน้าแรก
- เกิดใหม่อีกครั้ง ผมมีระบบดึงทักษะจากเกมมาใช้ในโลกจริง
- บทที่ 14 พบเพื่อนเก่าสมัยเรียน
บทที่ 14 พบเพื่อนเก่าสมัยเรียน
บทที่ 14 พบเพื่อนเก่าสมัยเรียน
เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นจิ้งอวิ๋นเดินเข้ามาในห้องผู้ป่วย
โจวอวี่เฉินเพิ่งพาเสี่ยวเยว่เยว่เข้าห้องน้ำเสร็จ เมื่อเห็นคุณแม่เดินเข้ามา สาวน้อยก็ฉีกยิ้มกว้าง "คุณแม่มาแล้ว!"
เสิ่นจิ้งอวิ๋นรับลูกสาวจากอ้อมกอดของโจวอวี่เฉินแล้วยิ้มถาม "อะไรกัน ไม่เจอกันคืนเดียว คิดถึงแม่ขนาดนี้เลยเหรอ"
เสี่ยวเยว่เยว่พยักหน้าหงึกหงัก แล้วกระซิบข้างหูคุณแม่เบาๆ "คุณแม่คะ หนูจะบอกความลับอะไรให้ เมื่อคืนหนูฝันดีมากๆ เลยค่ะ"
"ฝันดีอะไรเอ่ย เล่าให้แม่ฟังหน่อยสิ"
"หนูฝันว่าคุณพ่อกับคุณแม่พาหนูไปเที่ยวที่สวนสนุกเอลฟ์ทั้งวันเลยค่ะ สนุกมากๆ เลย"
เสิ่นจิ้งอวิ๋นยิ้มอย่างรู้ทัน "เด็กเจ้าเล่ห์ ที่แท้ก็อยากไปเที่ยวสวนสนุกนี่เอง"
เสี่ยวเยว่เยว่หัวเราะคิกคัก "คุณพ่อสัญญาแล้วค่ะว่าถ้าหนูหายดีเมื่อไหร่ จะพาหนูไปเที่ยวสวนสนุกเอลฟ์ คุณแม่ก็ไปด้วยกันนะคะ"
"ตกลงจ้ะ" เสิ่นจิ้งอวิ๋นตอบรับ
เสี่ยวเยว่เยว่ร้องดีใจ "เย้! คุณพ่อคุณแม่จะพาหนูไปเที่ยวสวนสนุกแล้ว!"
โจวอวี่เฉินกับเสิ่นจิ้งอวิ๋นสบตากัน ต่างคนต่างอมยิ้มบางๆ...
เวลาสิบโมงเช้า โจวอวี่เฉินเดินเข้าไปในสำนักงานนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ใกล้กับลี่เจียงการ์เด้น
เจ้าของสำนักงานเป็นหญิงสาววัยไล่เลี่ยกับเขา รูปร่างดี แต่งกายทันสมัย หน้าตาสะสวยระดับเจ็ดเต็มสิบ
โจวอวี่เฉินรู้สึกคุ้นหน้าเธอพิกล เมื่อเหลือบเห็นนามบัตรบนโต๊ะจึงนึกออก เธอคือ จางเซี่ย เพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอวิ๋นไห่ เอกการเงิน แม้จะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ก็เรียนเอกเดียวกันและเจอกันในคลาสแทบทุกวัน
"เธอคือโจวอวี่เฉินใช่ไหม"
ในฐานะนักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงสุดของมณฑลชิงเจียง และเป็นนักศึกษาหัวกะทิของมหาวิทยาลัยอวิ๋นไห่ ชื่อเสียงของโจวอวี่เฉินโด่งดังมากในมหาวิทยาลัย จางเซี่ยจึงจำเขาได้ทันที
โจวอวี่เฉินยิ้มทักทาย "จางเซี่ย ไม่เจอกันนานเลยนะ"
จางเซี่ยยกมือทาบอก ร้องอุทาน "พระเจ้าช่วย! เป็นเธอจริงๆ ด้วย!"
เมื่อมองดูชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง บุคลิกสุขุมตรงหน้า สีหน้าของจางเซี่ยเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
โจวอวี่เฉินพูดติดตลก "ฉันแค่ติดคุกปีเดียว ไม่ได้โดนประหารชีวิตซะหน่อย ต้องตกใจขนาดนี้เลยเหรอ"
จางเซี่ยมองสำรวจเขา "ฉันนึกว่าเธอออกจากเมืองอวิ๋นไห่ไปแล้วซะอีก"
"หลังจากออกจากคุก ฉันไปอยู่เมืองซูมาสองสามปี เพิ่งกลับมาอวิ๋นไห่เมื่อวานซืนเอง กะว่าจะมาเริ่มต้นทำธุรกิจที่นี่น่ะ"
จางเซี่ยชูนิ้วโป้งให้ แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม "โจวอวี่เฉิน เธอนี่สุดยอดจริงๆ"
โจวอวี่เฉินหัวเราะในลำคอ "ถ้าฉันสุดยอดจริง คงไม่คบคนผิดจนโดนใส่ร้ายติดคุกหรอก"
จางเซี่ยถามอย่างระมัดระวัง "แล้ว... เธอรู้เรื่องของพวกเขาสองคนในตอนนี้ไหม"
โจวอวี่เฉินส่ายหน้า "ฉันขาดการติดต่อกับทุกคนไปนานแล้ว ไม่รู้เรื่องอะไรเลย"
จางเซี่ยพูดด้วยความคับแค้นใจ "หลัวฮ่าวเป็นคนเลวทรามแค่ไหน ใครๆ ก็รู้ ตอนนั้นทุกคนรู้ดีว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีหลักฐาน แถมซูเสี่ยวหย่า แฟนของเธอเองยังไปเป็นพยานให้หลัวฮ่าวอีก ทำให้... เฮ้อ ช่างเถอะ ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า โจวอวี่เฉิน เธอจำศาสตราจารย์อู๋เจิ้นหัวได้ไหม"
โจวอวี่เฉินเลิกคิ้ว "จำได้สิ"
อู๋เจิ้นหัวเป็นนักเศรษฐศาสตร์ผู้ทรงคุณวุฒิ มีอิทธิพลอย่างมากในแวดวงการเงิน และได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล ท่านเอ็นดูโจวอวี่เฉินซึ่งเป็นนักศึกษาที่เรียนดีและมีความประพฤติเรียบร้อยเป็นอย่างมาก ในช่วงเวลาหนึ่งปีครึ่ง ท่านช่วยติวพิเศษให้โจวอวี่เฉินนับครั้งไม่ถ้วน
แม้เจ้าของร่างเดิมจะเป็นอัจฉริยะด้านการเรียน แต่การจะเรียนจบหลักสูตรสี่ปีได้ภายในเวลาเพียงปีกว่าๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากความช่วยเหลือจากศาสตราจารย์อู๋เจิ้นหัว
เดิมที ศาสตราจารย์อู๋เจิ้นหัววางแผนให้โจวอวี่เฉินสอบเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโทล่วงหน้าในช่วงสิ้นปีสอง แต่ใครจะคิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นเสียก่อน
จางเซี่ยเล่าต่อ "หลังจากเธอต้องติดคุกด้วยความอยุติธรรม ศาสตราจารย์อู๋โกรธมากจนความดันขึ้น ต้องเข้าโรงพยาบาล พอท่านรักษาตัวจนหายดีและรู้ว่าทางมหาวิทยาลัยไล่เธอออก ท่านก็ไปทุบโต๊ะอธิการบดีโวยวายใหญ่โต ถึงขนาดบุกไปร้องเรียนถึงกระทรวงเศรษฐกิจของรัฐบาลกลาง แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย"
โจวอวี่เฉินทะลุมิติมาหลังจากที่เจ้าของร่างเดิมออกจากคุกแล้ว และความทรงจำรวมถึงความรู้สึกต่างๆ ของทั้งสองก็ได้หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
เมื่อได้ยินว่าศาสตราจารย์อู๋เจิ้นหัวทุ่มเทเพื่อเขาถึงเพียงนี้ โจวอวี่เฉินก็รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง ความทรงจำเก่าๆ ยามที่ได้เรียนกับศาสตราจารย์อู๋เจิ้นหัวหลั่งไหลเข้ามาในหัว เขาเต็มไปด้วยความเคารพรักและกตัญญูต่ออาจารย์ผู้เฒ่าที่ทั้งอารมณ์ขันและเข้มงวดท่านนี้
ขอบตาของโจวอวี่เฉินแดงเรื่อ "ศาสตราจารย์อู๋สบายดีไหม"
จางเซี่ยตอบ "ศาสตราจารย์อู๋เกษียณไปเมื่อสามปีก่อนแล้ว นอกนั้นฉันก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่ โจวอวี่เฉิน ในเมื่อเธอกลับมาแล้ว จะไม่ไปเยี่ยมท่านหน่อยเหรอ"
โจวอวี่เฉินสูดลมหายใจลึก ปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ "รอให้ฉันประสบความสำเร็จ พิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าท่านมองคนไม่ผิดเสียก่อน แล้วฉันจะไปกราบเยี่ยมท่านแน่นอน"
จางเซี่ยพยักหน้า "ทะเยอทะยานสมเป็นโจวอวี่เฉินที่ฉันรู้จักจริงๆ"
โจวอวี่เฉินยิ้ม พลันจิตสังหารก็วาบขึ้นในใจ เขาเอ่ยถาม "จางเซี่ย เธอรู้เรื่องของซูเสี่ยวหย่ากับหลัวฮ่าวบ้างไหม"
สำหรับโจวอวี่เฉินแล้ว สองคนนี้คือศัตรูที่เขาเกลียดชังเข้ากระดูกดำ
หลัวฮ่าวพยายามจะล่วงละเมิดซูเสี่ยวหย่า เจ้าของร่างเดิมจึงเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยและซัดหลัวฮ่าวจนน่วม แต่ผลลัพธ์คือ ซูเสี่ยวหย่าไม่เพียงไม่พูดความจริง แต่กลับให้การปรักปรำเขา จนทำให้ชีวิตของเขาต้องพังทลายลง
เท่านั้นยังไม่พอ
หลังจากเขาติดคุก หลัวฮ่าวก็ยังไม่ยอมรามือ ส่งลูกสมุนสองคนเข้าไปหาเรื่องเขาในคุก โชคดีที่ได้ยอดฝีมือที่ติดคุกอยู่ช่วยไว้ พวกมันจึงทำอะไรเขาไม่ได้
หลังจากออกจากคุก เจ้าของร่างเดิมจึงไม่กล้าอยู่ในอวิ๋นไห่และหนีไปกบดานที่เมืองซู ส่วนหนึ่งก็เพื่อหลบหน้าหลัวฮ่าว เพราะเขารู้มาจากเพื่อนร่วมห้องขังว่า พ่อของหลัวฮ่าวคือหลัวไห่เฟิง เป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่มีลูกสมุนเดนตายอยู่ในมือมากมาย หากหลัวฮ่าวรู้ว่าเขาออกจากคุกแล้ว เขาต้องเดือดร้อนหนักแน่ๆ
ดังนั้น เมื่อรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ การหลบซ่อนจึงเป็นทางเลือกเดียวที่มี
แต่ตอนนี้ โจวอวี่เฉินกล้ากลับมาอวิ๋นไห่อย่างเปิดเผย สาเหตุสำคัญคือเขาได้กลายเป็นปรมาจารย์มวยสิงอี้แล้ว ต่อให้พวกลูกสมุนกระจอกๆ แห่กันมาเป็นโขยง ก็ไม่มีทางทำอะไรเขาได้อย่างแน่นอน
จางเซี่ยเล่า "ตอนนี้หลัวฮ่าวเป็นรองประธานกลุ่มบริษัทไห่เฟิงทรานสปอร์ต ส่วนซูเสี่ยวหย่าก็เป็นแฟนตัวจริงของเขา"
โจวอวี่เฉินเลิกคิ้ว "แฟนตัวจริง? หมายความว่าหลัวฮ่าวมีแฟนที่ไม่ใช่ตัวจริงด้วยเหรอ"
จางเซี่ยทำหน้าแหยงๆ "เท่าที่รู้ หลัวฮ่าวมีแฟนอย่างน้อยสี่คน ยังไม่รวมผู้หญิงคนอื่นๆ ที่พัวพันด้วยอีกนะ ได้ยินมาว่าหมอนี่ชอบยุ่งกับผู้หญิงที่มีสามีแล้วด้วย ซูเสี่ยวหย่าก็เป็นแค่หนึ่งในบรรดาผู้หญิงพวกนั้นแหละ โจวอวี่เฉิน เธออย่าใจร้อนไปมีเรื่องกับพวกมันเชียวนะ ไห่เฟิงทรานสปอร์ตมีเบื้องหลังเป็นพวกมาเฟีย เราไม่จำเป็นต้องเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือหรอก"
โจวอวี่เฉินพยักหน้า "ฉันเข้าใจ จางเซี่ย เรียนจบแล้วเธอไม่ได้ไปหางานทำเหรอ"
จางเซี่ยยิ้มเจื่อน "สมัยนี้งานหายาก แถมฉันก็ไม่มีเส้นสายอะไร เลยต้องมาเปิดสำนักงานเล็กๆ หาเลี้ยงชีพไปวันๆ นี่แหละ แล้วเธอล่ะ ทำงานอะไรอยู่"
"เหมือนเธอแหละ เป็นเจ้านายตัวเอง"
"แล้วนี่เธอจะมาซื้อบ้านหรือเช่าบ้านล่ะ"
"ฉันอยากเช่าห้องใหญ่ๆ ในลี่เจียงการ์เด้นหน่อย ที่นี่พอจะมีให้เช่าบ้างไหม"
"โอ้โห!" จางเซี่ยอุทานตาโต "นี่เธอรวยแล้วสินะ ค่าเช่าห้องในลี่เจียงการ์เด้น ห้องดีๆ หน่อยก็ปาไปสี่แสนแล้ว โจวอวี่เฉิน ฉันมองคนไม่ผิดจริงๆ เธอเก่งมาก!"
โจวอวี่เฉินหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "ฉันแค่มาเช่า ไม่ได้มาซื้อ เก่งตรงไหนกัน"
"แค่นี้ก็เก่งแล้วย่ะ! เพื่อนร่วมรุ่นของเราส่วนใหญ่ยังไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าที่นี่เลย" จางเซี่ยพูดพลางเปิดข้อมูลห้องในลี่เจียงการ์เด้นบนคอมพิวเตอร์
"โจวอวี่เฉิน ตอนนี้ในลี่เจียงการ์เด้นเหลือห้องให้เช่าอยู่แค่สามห้อง ห้องหนึ่งขนาด 360 ตารางเมตร อยู่ชั้น 12 ค่าเช่าเดือนละ 88,000 หยวน ต่อรองไม่ได้ ส่วนอีกสองห้อง ขนาด 177 ตารางเมตรเท่ากัน ค่าเช่าเดือนละ 45,000 หยวน ยังพอต่อรองได้"
"เธอมีกุญแจห้องไหม" โจวอวี่เฉินถาม
"มีสิ บอกตรงๆ เลยนะ ฉันแอบเข้าไปดูห้อง 360 ตารางเมตรนั่นมาหลายรอบแล้ว โอ้โห! มันหรูหราอลังการสุดๆ ถ้าเจ้าของห้องไม่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ คงไม่มีทางปล่อยเช่าแน่ๆ"
โจวอวี่เฉินพยักหน้า "งั้นพาฉันไปดูหน่อยสิ"
จางเซี่ยรีบหยิบกุญแจออกมาทันที "ได้สิ ไม่มีปัญหา ไปกันเลย!"