- หน้าแรก
- เกิดใหม่อีกครั้ง ผมมีระบบดึงทักษะจากเกมมาใช้ในโลกจริง
- บทที่ 13 ม้วนคัมภีร์สกิล
บทที่ 13 ม้วนคัมภีร์สกิล
บทที่ 13 ม้วนคัมภีร์สกิล
"คุณแม่คะ คุณพ่อจะไม่เอาเสี่ยวเยว่เยว่แล้วใช่ไหมคะ"
ภายในห้องผู้ป่วย เสี่ยวเยว่เยว่กอดตุ๊กตาผ้าที่โจวอวี่เฉินซื้อให้แน่น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร
เสิ่นจิ้งอวิ๋นลูบหัวลูกน้อยอย่างอ่อนโยน "คุณพ่อรักเสี่ยวเยว่เยว่ขนาดนี้ จะทิ้งหนูไปได้ยังไงล่ะจ๊ะ"
"แต่ว่ามันดึกป่านนี้แล้ว ทำไมคุณพ่อยังไม่กลับมาล่ะคะ คุณแม่คะ หนูโทรหาคุณพ่อได้ไหม"
เสิ่นจิ้งอวิ๋นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม "ได้สิจ๊ะ"
ไม่นานนัก ปลายสายก็รับสาย
"ฮัลโหล นั่นคุณพ่อใช่ไหมคะ"
โจวอวี่เฉินซึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดแกล้งหยอก "หนูเป็นใครเหรอครับ"
"หนูชื่อเสี่ยวเยว่เยว่ค่ะ"
"อ้าว บังเอิญจัง ลุงก็มีลูกสาวชื่อเสี่ยวเยว่เยว่เหมือนกัน ชื่อจริงว่าเสิ่นซินเยว่ หนูรู้จักไหมครับ"
"หนูก็คือเสิ่นซินเยว่ไงคะคุณพ่อ! หนูคิดถึงคุณพ่อจังเลย เมื่อไหร่คุณพ่อจะกลับมาคะ ฮือๆๆ..."
"โอ๋ๆ คนเก่งไม่ร้องนะครับ เอาแบบนี้ หนูหลับตาแล้วนับหนึ่งถึงสิบ คุณพ่อจะไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าหนูเลย"
"จริงเหรอคะ"
"จริงสิครับ"
"งั้นหนูจะนับแล้วนะ"
เสี่ยวเยว่เยว่หลับตาปี๋แล้วเริ่มนับเลขใส่โทรศัพท์
"10... 9... 8... 7..." เมื่อนับถึงเลข 5 โจวอวี่เฉินก็ย่องเข้ามาในห้องและยืนอยู่ตรงหน้าลูกสาวเป็นที่เรียบร้อย
เสิ่นจิ้งอวิ๋นที่นั่งอยู่ข้างๆ อมยิ้มมองดูสองพ่อลูกเล่นกันอย่างเอ็นดู
"3... 2... 1... 0!"
เสี่ยวเยว่เยว่ลืมตาขึ้นและเห็นรอยยิ้มอบอุ่นของโจวอวี่เฉินอยู่ตรงหน้า เธอร้องลั่นด้วยความดีใจ "คุณพ่อ!"
โจวอวี่เฉินหัวเราะร่วน "เห็นไหมล่ะ พ่อบอกแล้วว่าถ้านับถึงสิบ พ่อจะมาอยู่ตรงหน้าหนูทันที"
เสี่ยวเยว่เยว่มองเขาด้วยสายตาเทิดทูน "คุณพ่อเก่งจังเลยค่ะ"
โจวอวี่เฉินวางหนังสือนิทานภาพลงบนโต๊ะ "เสี่ยวเยว่เยว่ก็เก่งเหมือนกันนะครับ วันนี้หนูเป็นเด็กดีเชื่อฟังคุณแม่หรือเปล่า"
เสี่ยวเยว่เยว่เชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ "หนูเป็นเด็กดีที่สุดเลยค่ะ"
โจวอวี่เฉินยิ้ม "คุณแม่เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เราให้คุณแม่กลับไปพักผ่อนที่บ้านดีไหมครับ"
"แล้วคืนนี้คุณพ่อจะอยู่เป็นเพื่อนหนูไหมคะ"
"แน่นอนครับ"
"แต่ถ้าหนูคิดถึงคุณแม่ด้วยล่ะคะ"
"พรุ่งนี้เช้าคุณแม่ก็จะมาหาหนูแล้วครับ คนเก่ง ตอนที่หนูอยู่โรงพยาบาล ตอนกลางวันคุณแม่จะมาอยู่เป็นเพื่อนหนู แล้วกลับไปพักผ่อนตอนกลางคืน ส่วนคุณพ่อจะพักผ่อนตอนกลางวัน แล้วมาอยู่เป็นเพื่อนหนูตอนกลางคืน แบบนี้คุณพ่อกับคุณแม่ก็จะไม่เหนื่อยไงครับ เข้าใจไหมเอ่ย"
เสี่ยวเยว่เยว่พยักหน้าหงึกหงัก "เข้าใจแล้วค่ะ คุณแม่รีบกลับไปพักผ่อนนะคะ ให้คุณพ่ออยู่เป็นเพื่อนหนูก็พอแล้ว"
"ตกลงจ้ะ" เสิ่นจิ้งอวิ๋นหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่ ก่อนจะหันไปถามโจวอวี่เฉิน "พรุ่งนี้เช้าจะให้ฉันซื้อข้าวเช้ามาเผื่อไหมคะ"
โจวอวี่เฉินโบกมือปฏิเสธ "ไม่ต้องหรอกครับ วันนี้ผมกลับไปเก็บของใช้จำเป็นที่เมืองซูมาหมดแล้ว พรุ่งนี้จะไปหาเช่าห้อง กว่าลูกจะออกจากโรงพยาบาล ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยพอดี"
"คุณวางแผนจะเช่าที่คอนโดไหนเหรอคะ"
"ลี่เจียงการ์เด้นครับ"
คอนโดที่เสิ่นจิ้งอวิ๋นอาศัยอยู่ชื่อว่า หมิงเต๋อ แม้ทำเลจะดี แต่สภาพตึกค่อนข้างเก่าและมีพื้นที่ใช้สอยน้อยที่สุดไม่ถึงหนึ่งร้อยตารางเมตร จัดอยู่ในระดับกลางๆ
โจวอวี่เฉินไม่ค่อยพอใจกับสภาพแวดล้อมของที่นี่นัก เมื่อคืนเขาจึงลองค้นหาข้อมูลและพบว่า ลี่เจียงการ์เด้น ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองร้อยเมตรนั้นมีสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นสวยงามกว่ามาก แถมยังมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางตั้งแต่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบไปจนถึงสามร้อยหกสิบตารางเมตร
และในวันนี้ โจวอวี่เฉินก็ได้ขับรถไปสำรวจลี่เจียงการ์เด้นด้วยตาตัวเองมาแล้ว ซึ่งเขาก็พอใจกับที่นี่มากจริงๆ
"ลี่เจียงการ์เด้นเหรอคะ" เสิ่นจิ้งอวิ๋นอุทานด้วยความตกใจ "คุณรู้ไหมคะว่าค่าเช่าที่นั่นแพงขนาดไหน"
ลี่เจียงการ์เด้นถือเป็นหนึ่งในคอนโดหรูระดับแนวหน้าของเมืองอวิ๋นไห่ ด้วยราคาเปิดตัวสูงถึงตารางเมตรละหนึ่งแสนหยวน ซึ่งถือว่ามหาโหดมาก
เสิ่นจิ้งอวิ๋นเคยเข้าไปดูที่นั่นครั้งหนึ่ง ตัวตึกตกแต่งอย่างประณีตด้วยวัสดุรักษ์โลกเกรดพรีเมียมระดับสากล สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมยังมีพื้นที่สีเขียวมากถึง 55%
ว่ากันว่าราคาของลี่เจียงการ์เด้นในตอนนี้มีแต่จะพุ่งสูงขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย และมีแนวโน้มว่าจะติดหนึ่งในสามคอนโดที่แพงที่สุดในเมืองอวิ๋นไห่
หากโจวอวี่เฉินต้องการจะเช่าที่นั่น นอกจากจะต้องลุ้นว่าจะมีห้องว่างหรือไม่ ค่าเช่าต่อปีก็คงไม่ต่ำกว่าสามถึงสี่แสนหยวน ซึ่งเกือบจะเท่ากับเงินเดือนสามปีของเสิ่นจิ้งอวิ๋นเลยทีเดียว
โจวอวี่เฉินยิ้มบางๆ "ผมพนันกับคุณพ่อของคุณไว้ว่าจะหาเงินพันล้านหยวนให้ได้ภายในครึ่งปี ต่อให้ค่าเช่าที่ลี่เจียงการ์เด้นจะแพงแค่ไหน สำหรับว่าที่มหาเศรษฐีพันล้านอย่างผม มันก็เป็นแค่เศษเงินเท่านั้นแหละครับ"
คำพูดของเขาทำเอาเสิ่นจิ้งอวิ๋นหลุดขำออกมา "คุณมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอคะว่าจะหาเงินได้พันล้าน"
โจวอวี่เฉินครุ่นคิดครู่หนึ่ง "น่าจะมากกว่านั้นนะครับ"
เสิ่นจิ้งอวิ๋นกุมขมับ "ฉันล่ะไม่รู้จริงๆ ว่าคุณเอาความมั่นใจมาจากไหน"
"ก็คอยดูกันต่อไปสิครับ"
เมื่อสบกับแววตาที่หนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเขา จู่ๆ เสิ่นจิ้งอวิ๋นก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้อาจจะทำได้จริงๆ ก็เป็นได้
แต่คิดไปคิดมา มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย คนที่ไม่มีพื้นฐานครอบครัว ไม่มีเส้นสาย และไม่มีเงินทุน จะหาเงินพันล้านหยวนในครึ่งปี มันช่างดูเพ้อฝันเสียเหลือเกิน...
หลังจากเสิ่นจิ้งอวิ๋นกลับไปแล้ว โจวอวี่เฉินก็นั่งอ่านนิทานภาพเป็นเพื่อนเสี่ยวเยว่เยว่ ยังไม่ทันจบเรื่องที่สาม สาวน้อยก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของเขาเสียแล้ว
โจวอวี่เฉินวางลูกลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ห่มผ้าห่มบางๆ ให้ แล้วกระซิบเบาๆ "ฝันดีนะครับคนเก่ง"
เขาปิดไฟแล้วกลับมานั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะเรียก "ระบบอัปเกรดอัจฉริยะ" ขึ้นมาในใจ
แผงควบคุมระบบปรากฏขึ้นตรงหน้าทันที
เมื่อคลิกที่ต้นไม้แห่งทักษะ ก็พบกับผลไม้ทักษะนับหมื่นลูกแขวนอยู่บนกิ่งก้าน ยกเว้นผลไม้ "มวยสิงอี้" ที่ส่องแสงสว่างไสว ผลไม้อื่นๆ ล้วนอยู่ในสภาพมืดหม่น
โจวอวี่เฉินตัดสินใจไว้แล้ว "ต่อไป ฉันเลือกทักษะ แฮกเกอร์"
ทันใดนั้น ผลไม้ทักษะแฮกเกอร์ก็สว่างวาบขึ้นมา
ในชีวิตก่อน โจวอวี่เฉินเป็นถึงผู้จัดการฝ่ายพัฒนาเกมและเป็นปรมาจารย์ด้านแฮกเกอร์ แม้ข้อจำกัดทางสติปัญญาจะทำให้เขาไปไม่ถึงขั้น "เทพ" แต่เขาก็คู่ควรกับฉายา "กึ่งเทพ" อย่างแท้จริง
ด้วยพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ บวกกับความช่วยเหลือจากระบบ การจะก้าวขึ้นเป็นสุดยอดแฮกเกอร์ระดับเทพย่อมเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ หรือแม้แต่จะก้าวไปถึงจุดสูงสุดในฐานะ "ราชาแห่งแฮกเกอร์" ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ด้วยวิธีนี้ เขาจะสามารถพัฒนาทักษะแฮกเกอร์ไปถึงระดับปรมาจารย์ได้ในเวลาอันสั้นที่สุด ก่อนจะหันไปเลือกฝึกฝนทักษะอื่นๆ ต่อไป
โจวอวี่เฉินดีใจจนเนื้อเต้น รีบเปิดดูแผงสถานะทันที
เมื่อเห็นว่าทักษะแฮกเกอร์ของเขาพุ่งขึ้นมาถึงระดับเชี่ยวชาญ 62% โจวอวี่เฉินก็แทบจะหัวเราะออกมาดังๆ ดูเหมือนว่าความรู้ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัยจะไม่ได้สูญเปล่าเลยจริงๆ
ส่วนเรื่องม้วนคัมภีร์สุ่มทักษะ โจวอวี่เฉินไม่ลังเลที่จะกดสุ่มทันที
กงล้อเสี่ยงโชคของระบบหมุนอย่างรวดเร็ว
"หยุด!"
แสงสว่างวาบขึ้น ม้วนคัมภีร์ม้วนหนึ่งปรากฏขึ้นในช่องเก็บของของเขา — ม้วนคัมภีร์ทักษะ (การทำอาหาร ระดับเชี่ยวชาญ)
"บ้าเอ๊ย" โจวอวี่เฉินถึงกับพูดไม่ออก
ในเกมระบบอัปเกรดอัจฉริยะ การสุ่มได้ม้วนคัมภีร์ทักษะถือเป็นความโชคดีขั้นสุดยอด เพราะมันสามารถถ่ายทอดทักษะเข้าสู่สมองได้โดยตรง เหมือนกับการ "รับการถ่ายทอดพลังยุทธ์" ในนิยายกำลังภายในไม่มีผิด
เพียงแต่ฝีมือทำอาหารของโจวอวี่เฉินก็อยู่ในระดับที่ดีมากอยู่แล้ว การได้ทักษะนี้มาจึงทำให้เขารู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
แต่ถึงอย่างนั้น มีก็ดีกว่าไม่มี โจวอวี่เฉินจึงกดใช้ม้วนคัมภีร์ทันที ในชั่วพริบตา สูตรอาหารนับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา ครอบคลุมแทบทุกเมนูที่มีอยู่บนโลกใบนี้
เมื่อมองไปที่ทักษะ การทำอาหาร (ระดับเชี่ยวชาญ 99%) ที่เพิ่มเข้ามาในแถบสถานะ โจวอวี่เฉินก็เริ่มรู้สึกว่าเขาอาจจะประเมินทักษะนี้ต่ำเกินไป
เกณฑ์การประเมินทักษะของระบบนั้นเข้มงวดมาก ระดับปรมาจารย์ถือเป็นจุดสูงสุดของวงการนั้นๆ ส่วนระดับเชี่ยวชาญที่สูงกว่า 90% ขึ้นไป ก็เทียบเท่ากับสุดยอดฝีมือในวงการแล้ว
นั่นหมายความว่า ตอนนี้โจวอวี่เฉินสามารถเรียกตัวเองว่าเป็น "เทพเจ้าแห่งการทำอาหาร" ของโลกนี้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ที่สำคัญคือเขาเชี่ยวชาญทั้งอาหารตะวันออกและตะวันตกอย่างรอบด้าน
หึหึ ดูท่าชีวิตนี้เขาคงไม่ต้องอดอยากเรื่องของอร่อยๆ ซะแล้วสิ
โจวอวี่เฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กแนวโน้มของฟิวเจอร์สน้ำมันดิบอีกครั้ง ซึ่งก็พบว่ามันเคลื่อนไหวตรงกับกราฟในหัวของเขาทุกประการ ทำให้เขาสามารถวางใจได้อย่างสมบูรณ์