- หน้าแรก
- สกิลขยะของผมมันบัค
- บทที่ 05
บทที่ 05
บทที่ 05
บทที่ 05 - ม่านมรณะ
༺༻
ในที่สุด หลังจากผ่านห้องและโถงทางเดินมาไม่กี่แห่ง วริตราก็พบสถานที่ที่สมบูรณ์แบบที่เขาสามารถพักหลบได้สักสองสามชั่วโมง
มันเป็นโถงที่มีรอยเลือดบนผนังบ้าง แต่สภาพของสถานที่นั้นดูดีกว่าที่อื่นๆ มากด้วยเหตุผลบางอย่าง หลังจากเข้าไป วริตราตรวจสอบด้วยสายตาก่อน จากนั้นจึงตัดสินใจเดินดูรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอันตรายใดๆ
เขาเก็บดาบเข้าฝักและเริ่มเดินสำรวจ
ทันทีที่เขาเข้าใกล้ตรงมุมห้อง มือของเขาก็คว้าไปที่ดาบโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้นเท้าของเขาก็เหยียบลงบนแผ่นหินที่แทบมองไม่เห็นซึ่งฝังอยู่บนพื้น
ฉับพลันนั้น พื้นดินก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย
หลุมพรางที่ซ่อนอยู่เปิดอ้าออกตรงหน้าเขา ความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุดอัดแน่นอยู่ภายในหลุมนั้น ส่งสัญญาณถึงการร่วงหล่นอันเลวร้าย ดวงตาของวริตราเบิกกว้าง ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวเมื่อเขารู้สึกว่าพื้นใต้เท้าหายไป และพบว่าตัวเองกำลังตกลงไปในกับดัก มันเกิดขึ้นกะทันหันจนเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
ด้วยอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน เขาบิดตัวกลางอากาศ คว้าขอบหลุมไว้ได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด นิ้วมือเกร็งแน่นขณะดึงตัวเองขึ้นมา กล้ามเนื้อกรีดร้องประท้วง
เขานอนหอบอยู่บนพื้น หัวใจเต้นรัวกระแทกซี่โครงจากความตกใจสุดขีดเมื่อครู่ มันน่ากลัวกว่าเกมสยองขวัญใดๆ ที่เขาเคยเล่นเป็นพันเท่า ไม่มีการต่อสู้ครั้งไหนในสังเวียนที่จะเทียบได้กับสภาพแวดล้อมเช่นนี้
นี่เป็นเพียงชั้นแรก ชั้นที่ควรจะง่ายและปลอดภัยที่สุด แต่เขากลับเกือบจะเสียชีวิตในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ
'เกือบไปแล้ว' เขาคิด สายตากวาดมองหลุมขนาดใหญ่ที่ยังคงเปิดอยู่ กับดักนี้คงกลืนกินผู้คนไปไม่น้อย ไม่แปลกใจเลยที่โถงนี้สะอาดกว่าที่อื่น
เขาเริ่มระแวงสถานที่แห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เขาวงกตกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่ทรยศ เต็มไปด้วยอันตรายที่ซ่อนอยู่ทุกรูปแบบ
ขณะที่ตรวจสอบหลุม สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับถุงขาดๆ ใบเล็กที่ห้อยอยู่ตรงปลายแหลมบนผนัง ห่างจากปากหลุมดำมืดไปเพียงเล็กน้อย
"มันคงเป็นของนักผจญภัยที่ตกลงไปในหลุมนี้แน่ๆ" วริตราพึมพำขณะลุกขึ้นยืน ถุงนั้นห้อยต่องแต่งจวนเจียนจะร่วง
ด้วยความอยากรู้ เขาค่อยๆ เข้าไปใกล้ ประสาทสัมผัสตื่นตัวเต็มที่ เขาชะโงกตัวเข้าไปในหลุมและสามารถเก็บถุงขึ้นมาได้โดยไม่ยากนัก เพราะมันอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
เมื่อเปิดออก เขาพบขวดแก้วกองหนึ่ง ของเหลวภายในเรืองแสงจางๆ อย่างน่าอัศจรรย์
วริตราจำพวกมันได้ทันที
น้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิต น้ำยาฟื้นฟูมานา และยังมีบางขวดที่ดูเหมือนจะช่วยเพิ่มพละกำลังและความว่องไว ในไม่ช้าเขาก็พบข้อความเขียนอยู่ใต้ขวด และด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาสามารถเข้าใจข้อความนั้นได้ แม้ว่าจะไม่ได้แปลกใจมากนักก็ตาม
"มีน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาอยู่พอสมควร แต่ดูเหมือนจะเป็นระดับกลาง มีประสิทธิภาพน้อยกว่าที่ไดอาน่าให้เรามา
ฉันมีอย่างละหนึ่งร้อยขวดอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีแค่สิบขวดที่เป็นของฉันจริงๆ ก็เถอะ อย่างไรก็ตาม มีน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตกว่าสามสิบขวดและน้ำยาฟื้นฟูมานายี่สิบห้าขวด นอกจากนั้นยังมีน้ำยาเพิ่มความว่องไวและพละกำลังระดับพื้นฐานอีกอย่างละสิบขวด"
เขาอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับน้ำยาเพิ่มพลังและพบว่าพวกมันมีความสามารถในการเพิ่มความเร็วและพละกำลังของเขาได้มากกว่ายี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็นเวลานานกว่ายี่สิบนาที
เขารีบเก็บขวดเหล่านั้นลงในช่องเก็บของ สมองคำนวณประโยชน์ใช้สอยของพวกมัน
'พวกนี้อาจจะมีประโยชน์ แม้ว่าฉันจะขอของที่ดีกว่านี้ได้จากเทพธิดาหรือพระราชา' เขาคิด แต่ก็ยังรู้สึกพอใจที่พบบางสิ่งในสถานที่เฮงซวยนี้
เปรี้ยะ!!
ทันทีที่เขากำลังจะหันกลับ กระแสไฟฟ้าก็ช็อตเขาจากด้านหลังและแล่นผ่านร่างกายของเขา กล้ามเนื้อเกร็งกระตุก และการมองเห็นก็พร่ามัว
ความเจ็บปวดแสบร้อนแล่นผ่านแขนขา และเขารู้สึกว่าตัวเองทรุดลงคุกเข่า ร่างกายสั่นเทาขณะที่กระแสไฟวิ่งผ่านเส้นประสาท ลมหายใจติดขัด และขอบตาเริ่มมืดดับ แต่เขากัดฟันฝืนสติไว้
ร่างกายของเขาปฏิเสธที่จะขยับเขยื้อนไม่ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหน
เขาได้ยินเสียงแผ่วเบาในระยะไกล เป็นเสียงที่เขาไม่มีวันจำผิด เสียงนั้นเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน ปนเปไปกับเสียงฝีเท้านับสิบคู่
"โว้! โดนจริงๆ ด้วย อย่าบอกนะว่ามันตายเพราะแค่นั้นน่ะ ฉันแค่กะจะทำให้มันสลบเฉยๆ นะ จ- จัดการมันต่อเลย" เสียงของแม็กซ์เจือไปด้วยความประหลาดใจและความสะใจปนความหวาดกลัวเล็กน้อย ดังแทรกเข้ามาในประสาทสัมผัสที่มึนงงของเขา
"ไม่เป็นไร ข้าต้องการให้เจ้ามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ด้วย เจ้าจะชินกับเรื่องแบบนี้ในไม่ช้า จำไว้ว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของเจ้า
นั่นเป็นวิธีเดียวที่ข้าจะไว้ใจเจ้าได้ และไม่ต้องห่วง มันยังหายใจอยู่ ร่างกายของมันแข็งแรงและทนทานอย่างน่าประหลาดสำหรับตัวถ่วงคนหนึ่ง เอาล่ะ เจ้าอยู่ตรงนี้ในขณะที่ข้าจัดการให้จบๆ ไป" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นตามมา ผสมกับเสียงพึมพำแผ่วเบา
ใชัแรงทั้งหมดที่รวบรวมได้ วริตราผลักร่างกายไปข้างหน้า ทิ้งตัวลงสู่ความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด ลงสู่หลุมที่ดูเหมือนจะยังดีกว่าความตายที่แน่นอน
ใครจะรู้ มันอาจจะมีโอกาสรอดก็ได้
เมื่อเห็นดังนั้น ผู้บัญชาการก็พุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยสุดกำลัง ร่างกายของเขากลายเป็นภาพเบลอขณะปรากฏตัวตรงจุดที่วริตราอยู่เมื่อครู่นี้ แต่มันสายเกินไป และตอนนี้เขาทำได้เพียงมองดูวริตราร่วงหล่นลงไปในหลุม ความมืดกลืนกินเขาไปจนหมดสิ้น
"บัดซบ!!" ผู้บัญชาการสบถให้กับความล้มเหลวที่น่าสมเพช
วริตราได้ยินเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดของผู้บัญชาการที่ค่อยๆ ห่างออกไป ทำให้เขาเข้าใจว่าแค่ฆ่าเขาไม่ใช่เป้าหมายเดียวของพวกมัน ดูเหมือนผู้บัญชาการวางแผนจะเอาร่างไร้วิญญาณของเขาไปทำอะไรบางอย่าง
ขณะที่หนีพ้นจากสถานการณ์อันตรายหนึ่ง วริตราก็พบว่าตัวเองกำลังเผชิญกับเหตุการณ์เสี่ยงตายอีกครั้ง ขณะที่ร่างกายยังคงร่วงหล่น ประสาทสัมผัสของเขาก็เริ่มกลับคืนมา
วริตราพยายามชะลอความเร็วด้วยการคว้าอะไรบางอย่าง แต่มันส่งผลให้เกิดบาดแผลที่ฝ่ามือและนิ้ว ภายในไม่กี่วินาทีเล็บของเขาเกือบทั้งหมดถูกฉีกกระชาก และรอยบาดลึกปรากฏขึ้นทั่วฝ่ามือ
แต่ถึงกระนั้น เขาก็สามารถหมุนตัวเพื่อไม่ให้หัวกระแทกพื้น
ในที่สุด หลังจากการร่วงหล่นอันยาวนาน เขาก็ตกลงมากระแทกพื้นด้วยเสียงดังตุบที่น่าสะอิดสะเอียน ร่างกายปวดร้าวและการมองเห็นหมุนคว้างขณะที่ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง เขาได้รสชาติของโลหิตในปากและไม่รู้สึกถึงขาของตัวเอง
ขาของเขารับแรงกระแทกส่วนใหญ่จากการตก ดังนั้นเขาจึงมั่นใจยิ่งกว่ามั่นใจว่าขาทั้งสองข้างอยู่ในสภาพย่ำแย่สุดขีด
เขาพยายามจะลุกขึ้น แต่แขนขาหนักอึ้งและไม่ตอบสนอง
เขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พยายามเรียกสติกลับคืนมา ร่างกายชาด้านไปหมด ผลกระทบจากไฟฟ้าช็อตยังคงหลงเหลืออยู่ หลังจากสูดหายใจลึกๆ สองสามครั้ง เขาก็เงยหน้ามองดูเท้าของตัวเอง และเป็นไปตามคาด เท้าของเขาแหลกเหลว กระดูกหักละเอียดจนถึงต้นขาและแทงทะลุผิวหนังออกมา มันเป็นภาพที่สยดสยองและนองเลือด
ยังมีบาดแผลอื่นๆ อีกมากมายทั่วร่างกาย แต่อย่างน้อยเขาก็รอดพ้นจากความตายที่แน่นอนมาได้ ถ้าหลุมไม่ได้ลาดเอียงเล็กน้อย เขาคงกลายเป็นเศษเนื้อติดพื้นไปแล้ว
เมื่อเขาสามารถขยับมือขวาได้ วริตราก็ดึงน้ำยาระดับกลางขวดหนึ่งออกมาจากช่องเก็บของ และกระดกมันลงไปกว่าครึ่งขวดก่อนจะเก็บกลับเข้าไป
แทบจะในทันที ความเจ็บปวดถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขาได้ยินเสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ และภายในไม่กี่นาที บาดแผลก่อนหน้านี้ก็หายไปจนหมดสิ้น
กระบวนการนี้เจ็บปวดเล็กน้อย แต่น่าอัศจรรย์
"เจ้านี่มันวิเศษจริงๆ ถ้าเป็นที่โลกเดิม ไม่มีทางที่ขาฉันจะรักษาหายได้แน่ และที่นี่ ฉันหายเป็นปลิดทิ้งในเวลาไม่กี่นาที"
วริตราพึมพำขณะลุกขึ้นนั่งและมองดูร่างกายตัวเอง เสื้อผ้าของเขายังคงเปื้อนเลือดและฉีกขาด แต่ผิวหนังกลับดูเรียบเนียนเหมือนเคยโดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน แม้แต่แผลเก่าที่แขนจากการต่อสู้ในสังเวียนก็หายไป
"บัดซบ!!" เขาสบถ กรามขบแน่น "ไอ้พวกเวรนั่น พวกมันสมรู้ร่วมคิดกันหมด แต่ทำไมพวกมันถึงพยายามฆ่าฉัน?
ต่อให้ฉันมีความสามารถห่วยแตก นั่นก็ยังไม่อาจอธิบายได้ หรือบางทีอาจจะมีบางอย่างที่พวกมันจะได้จากการฆ่าคนที่มาจากต่างโลก"
วริตราขมวดคิ้วกับความคิดนี้ แต่มันก็สมเหตุสมผลเมื่อนึกถึงเสียงคำรามโกรธเกรี้ยวของผู้บัญชาการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกมันต้องการศพของเขาหลังจากฆ่าแล้ว
"งั้นพวกมันก็เลือกฉันเพราะฉันมีความสามารถห่วยแตก แม่ปลอดภัยไหมนะ? แม่บอกว่าแม่มีความสามารถเกี่ยวกับการทำอาหารใช่มั้ย?" วริตรารู้สึกถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นในใจ แต่หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตระหนักว่าคนที่มีความสามารถไร้ประโยชน์ที่สุดจะอยู่ในกลุ่มที่สามหรือสี่
'ดังนั้นมีโอกาสสูงที่แม่จะปลอดภัย และความสามารถของแม่ก็ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่แม่ทำให้ดู' เขาได้แต่หวังไว้เช่นนั้นในตอนนี้
วริตรายืนขึ้นและไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ ในร่างกาย จากนั้นเขาก็ตัดสินใจมองไปรอบๆ แสงในที่นี้สลัวกว่าชั้นแรก เขาจึงต้องใช้เวลาสองสามวินาทีกว่าจะมองเห็นได้ชัดเจน
เมื่อสายตาของวริตราปรับสภาพได้ เขาพบว่าตัวเองกำลังจ้องมองกำแพงสูงตระหง่าน—สถานที่เดียวกับที่เขาตกลงมา
เมื่อหันไปทางซ้าย เขาเห็นกำแพงอีกด้านอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร การมีอยู่ของมันยิ่งเพิ่มความเวิ้งว้างน่าขนลุกให้กับพื้นที่แห่งนี้
เมื่อมองไปทางขวา เขาก็พบกับภาพเดียวกัน ความจริงเริ่มกระจ่าง—เขาติดอยู่ในโถงขนาดมหึมา ที่ยังไม่อาจทราบขนาดที่แท้จริงได้
"หึ การร่วงหล่นนี่ฆ่าคนไปตั้งมากมายเชียวเหรอ? กับดักนี้ยังดีกว่าโดนไอ้กลุ่มบ้านั่นฆ่าตายซะอีก..." วริตราพึมพำกับตัวเองขณะยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย
ทันใดนั้น เสียงแผ่วเบาก็ดังแว่วมาจากด้านหลัง
เขาหันขวับและตัวแข็งทื่อ ดวงตาของวริตราเบิกโพลงและหัวใจเต้นรัวเร็วราวกับเงินเฟ้อในตลาด เบื้องหน้าเขา พื้นที่ดูเหมือนจะทอดยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เขาตกใจ
ในแสงสลัว เขาเห็นดวงตานับไม่ถ้วนเรืองแสงและจ้องมองมาที่เขา มันคือกองทัพก๊อบลินที่ไร้จุดสิ้นสุด พวกมันสูงกว่าหนึ่งเมตรเล็กน้อย ทุกตัวถือไม้พลองหนักหรือมีดที่ทำจากกระดูก ก๊อบลินคำรามต่ำขณะจ้องเขม็งมาที่เขา
[ท่านได้เข้าสู่ 'ม่านมรณะ']
[พื้นที่สังหารปิดตายที่ถูกออกแบบมาเพื่อการทำลายล้างอย่างสมบูรณ์ พื้นที่ที่อยู่ใต้ชั้นที่สิบของเขาวงกต เมื่อเข้ามาแล้วจะไม่มีทางออก และกองทัพปีศาจจะเกิดขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด โดยจะเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา การโจมตีจะเริ่มจากปีศาจจากชั้นที่ 1 ของเขาวงกต และจะรุนแรงขึ้นในแต่ละช่วงเวลา หากระลอกปัจจุบันล้มเหลวในการกำจัดผู้บุกรุก ปีศาจจากชั้นถัดไปจะถูกอัญเชิญมาหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง— ไล่ระดับความโหดเหี้ยมไปจนถึงชั้นที่ 10 จำนวนของพวกมันไม่มีขีดจำกัด การโจมตีจะหยุดลงก็ต่อเมื่อผู้บุกรุกเสียชีวิตเท่านั้น]
[โอกาสรอดชีวิต: ไม่มี]
[ระดับความยาก: เป็นไปไม่ได้]
"..."
༺༻