- หน้าแรก
- ยอดคุณพ่อระบบเทพ เมื่อนางเอกหมื่นล้านอุ้มลูกมาเคาะประตูบ้าน
- บทที่ 27: ความกังวลของสวีกั๋วเฟิง!
บทที่ 27: ความกังวลของสวีกั๋วเฟิง!
บทที่ 27: ความกังวลของสวีกั๋วเฟิง!
"พ่อคะ พ่อให้ใครไปสืบเหรอ?" สวีเมิ่งเหยาถาม
สวีกั๋วเฟิงตอบ "พ่อให้เสี่ยวเหอ บอดี้การ์ดเก่าของพ่อไปสืบเองเลย หลินเฉินมาจากครอบครัวธรรมดา การศึกษาก็ธรรมดา หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แต่การแต่งตัวรสนิยมถือว่าบ้านๆ"
"เสี่ยวเหอไปถึงหมู่บ้านของเขา ไปถึงโรงเรียนมัธยมที่เขาเคยเรียน แถมยังได้คุยกับครูประจำชั้นเก่าของเขาด้วย"
"ข้อมูลไม่น่าจะมีอะไรตกหล่นนะ"
"ทำไมจู่ๆ ลูกถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมา?"
หัวใจของสวีกั๋วเฟิงกระตุกวูบ
หรือว่าลูกสาวเขาจะไปตกหลุมรักเจ้าหนุ่มนั่นเข้าให้แล้ว?
"พ่อคะ เขาดูไม่ธรรมดาขนาดนั้นนะ ฝีมือทำอาหารเขาเข้าขั้นเทพ แถมยังพูดภาษาต่างประเทศได้หลายภาษาด้วย" สวีเมิ่งเหยาเล่า
สวีกั๋วเฟิงประหลาดใจ "เขารู้ภาษาต่างประเทศหลายภาษาเหรอ? พ่อมีคะแนนสอบเอ็นทรานซ์ของเขา คะแนนภาษาอังกฤษก็งั้นๆ เองนะ"
"สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ CET-4 ก็ผ่านแบบฉิวเฉียด"
สวีเมิ่งเหยาแย้ง "ภาษาอังกฤษเขาเก่งกว่าหนูอีกค่ะ นอกจากนี้ภาษารัสเซีย เยอรมัน ฝรั่งเศส เขาก็คล่องปร๋อเลย"
สวีกั๋วเฟิงไม่อยากจะเชื่อ
ต่อให้เรื่องอื่นไม่เก่ง แต่การมีพรสวรรค์ด้านภาษาขนาดนี้ ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว
แล้วทำไมเมื่อก่อนเขาถึงทำตัวธรรมดาขนาดนั้น?
ช่วงอื่นไม่ว่ากัน แต่ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาก็ยังแกล้งโง่ด้วยเหรอ?
"เมิ่งเหยา ลูกแน่ใจนะ?"
"แน่นอนค่ะ หนูคุยภาษาอังกฤษกับเขามาแล้ว และหนูก็เห็นเขาคุยภาษารัสเซียกับคนอื่นต่อหน้าต่อตา"
สวีกั๋วเฟิงถาม "ลูกเริ่มหวั่นไหวกับเขาเพราะเรื่องพวกนี้เหรอ?"
"พ่อคะ เปล่าสักหน่อย"
"พ่อคะ หนูมีธุระต้องไปทำแล้ว แค่นี้นะคะ"
สวีเมิ่งเหยาวางสาย
สวีกั๋วเฟิงงุนงง คนเราจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยเหรอ?
เขาเดินกลับเข้าไปในห้องพักฟื้น
"คุณคะ ลูกโทรมามีอะไรหรือเปล่า?" หยางชิงเยว่ แม่ของสวีเมิ่งเหยาถามหลังจากตื่นนอน
สวีกั๋วเฟิงนั่งลงข้างเตียง "ที่รัก เมิ่งเหยาโทรมาบอกว่าหลินเฉินดูจะไม่ธรรมดาเท่าไหร่"
"เมิ่งเหยาบอกว่าเขารู้ภาษาต่างประเทศหลายภาษา"
"แถมยังบอกว่าฝีมือทำอาหารของเขาก็ยอดเยี่ยมมาก"
หยางชิงเยว่แปลกใจ "ลูกพูดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ?"
"ใช่" สวีกั๋วเฟิงพยักหน้า
"แสดงว่าลูกต้องมีความรู้สึกดีๆ ให้หลินเฉินบ้างแล้วล่ะ เผลอๆ อาจจะกำลังสนใจในตัวเขามากๆ เลยด้วย" หยางชิงเยว่วิเคราะห์
สวีกั๋วเฟิงขมวดคิ้ว หยางชิงเยว่จึงพูดต่อ "คุณคะ อย่าโทรไปยุ่งวุ่นวายกับลูกนะ ให้ลูกตัดสินใจเองเถอะ ลูกเราฉลาดกว่าคุณตั้งเยอะ"
สวีกั๋วเฟิง: "..."
"ต่อให้รู้ภาษาต่างประเทศหลายภาษา เขาก็ยังไม่คู่ควรกับเมิ่งเหยาอยู่ดี"
หยางชิงเยว่ดุ "เรื่องของหัวใจ มันไม่มีคำว่าคู่ควรหรือไม่คู่ควรหรอกค่ะ มันอยู่ที่วาสนา"
"หลังจากเหตุการณ์นั้น ลูกเรามีแผลในใจ ปิดกั้นตัวเองมาตลอด ถ้าหลินเฉินช่วยดึงลูกออกมาจากความเจ็บปวดนั้นได้ ก็ถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอคะ"
สวีกั๋วเฟิงมองภรรยาด้วยความประหลาดใจ
"ที่รัก เมื่อก่อนคุณไม่ได้คิดแบบนี้นี่ คุณเองก็เคยอยากให้เมิ่งเหยาหาคนที่ฐานะเสมอกันไม่ใช่เหรอ?"
"ยิ่งโปรไฟล์ดีกว่ายิ่งดี"
หยางชิงเยว่ตอบ "หลังจากผ่านมีดหมอ เฉียดประตูนรกมาแล้ว ฉันรู้สึกว่าหลายๆ อย่างมันก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอกค่ะ"
"ขอแค่ลูกชอบ เราก็ไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายมากนัก"
สวีกั๋วเฟิงขมวดคิ้ว "แต่ว่า..."
"ไม่ต้อง 'แต่' แล้วค่ะ พยุงฉันลุกขึ้นหน่อย"
สวีกั๋วเฟิงรีบเข้าไปประคองภรรยาให้ลุกนั่ง
"คุณคะ ต่อให้หลินเฉินเป็นคนธรรมดา แต่ถ้าลูกเรารักเขา เงินที่เรามีก็พอให้พวกเขาใช้ไปได้อีกสิบชาติแล้ว"
สวีกั๋วเฟิงถอนหายใจเบาๆ "ที่รัก คุณไม่เข้าใจหรอก"
หยางชิงเยว่ค้อนขวับ "ฉันจะไม่เข้าใจอะไรคะ?"
สวีกั๋วเฟิงหน้าเครียด "ถ้าตระกูลเรามีเงินแค่สามสี่สิบล้าน มันก็คงไม่มีปัญหาอะไร เราใช้ชีวิตสบายๆ โดยไม่มีใครมายุ่ง"
"แต่ตอนนี้เรามีสามหมื่นล้าน"
"สำหรับพวกจระเข้ยักษ์ เราก็คือชิ้นเนื้ออันโอชะ"
หยางชิงเยว่สงสัย "เราก็ไม่เห็นจะเจอปัญหาใหญ่อะไรเลยนี่คะ?"
สวีกั๋วเฟิงอธิบาย "นั่นเพราะผมมีพ่อตาดี แต่พ่อของคุณเพิ่งเสียไปเมื่อสองปีก่อน บารมีที่ท่านสร้างไว้ก็ใกล้จะหมดแล้ว"
"เส้นทางข้างหน้าของเราจะยากลำบากขึ้นอีกเยอะ"
หยางชิงเยว่ถาม "เราก็ยังมีคอนเนกชันอยู่ไม่ใช่เหรอคะ?"
สวีกั๋วเฟิงส่ายหน้า "มันต่างกัน ถึงเราจะรวย แต่เราหลุดจากวงโคจรนั้นมาแล้ว"
"อย่างช้าไม่เกินสองสามปี ต้องมีคนจ้องเล่นงานเราแน่"
หยางชิงเยว่แย้ง "แต่เราจะเอาความสุขของลูกมาเสี่ยงไม่ได้นะ"
สวีกั๋วเฟิงตอบ "ผมถึงหวังว่าเมิ่งเหยาจะหาคนที่เธอรักและมีฐานะทางบ้านที่สมน้ำสมเนื้อกันไง จะได้วินวินทั้งสองฝ่าย"
พูดมาถึงตรงนี้ สวีกั๋วเฟิงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ถ้าเหตุการณ์ในอดีตไม่เกิดขึ้น
การที่สวีเมิ่งเหยายังไม่แต่งงานแต่มีลูกติด ย่อมทำให้ทายาทตระกูลดังหลายคนถอดใจไปโดยปริยาย
"คุณคะ อย่าคิดมากเลย"
"ต่อให้เราเสียทรัพย์สินไปส่วนใหญ่ แต่ถ้ายังเหลือสักสามสี่ร้อยล้าน ก็พอให้ครอบครัวเราอยู่สุขสบายแล้วล่ะค่ะ" หยางชิงเยว่ปลอบ
สวีกั๋วเฟิงพยักหน้าช้าๆ
"ตอนนี้อย่าเพิ่งกังวลไปเลยค่ะ ตั้งใจรักษาตัวให้หายดีก่อนดีกว่า อย่างน้อยปีสองปีนี้คงยังไม่มีปัญหาอะไรหรอก"
...
"เรียบร้อย"
หลินเฉินยิ้มมุมปาก
เขาตรวจทานความเรียบร้อยรอบสุดท้ายจนแน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด
"สวีเมิ่งเหยา แปลเสร็จแล้วครับ"
หลินเฉินส่งไฟล์ที่แปลเสร็จแล้วกลับไปให้
สวีเมิ่งเหยาดูเวลา
เธอต้องประหลาดใจ
หลินเฉินใช้เวลารวมทั้งหมดแค่ยี่สิบเจ็ดนาที
"ขอบคุณค่ะ"
"รวมกับคราวที่แล้ว ฉันโอนให้คุณสองหมื่นเป็นค่าแปลดีไหม?" สวีเมิ่งเหยาถาม
หลินเฉิน: "..."
"เรามีลูกด้วยกัน จดทะเบียนกันแล้ว ก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอครับ? เพื่อนช่วยเพื่อนเขาไม่คิดเงินกันหรอก"
"ถ้าคุณยืนยันจะจ่าย วันหลังก็อย่ามาขอให้ผมช่วยอีก ผมขี้เกียจหาเงินแบบนี้ ผมต้องเลี้ยงลูก ไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น"
หลินเฉินตอบกลับทันควัน
สวีเมิ่งเหยาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ "ขอบคุณค่ะ"
ห้านาทีต่อมา ผู้ช่วยของสวีเมิ่งเหยาก็รายงาน "ท่านประธานครับ ล่ามภาษาเยอรมันของบริษัทเช็กแล้วบอกว่าเอกสารไม่มีปัญหาครับ แถมเขายังบอกว่าคนแปลฝีมือเหนือชั้นกว่าเขามากด้วย"
"อืม" สวีเมิ่งเหยาพยักหน้า
เธอทึ่งมาก
บริษัทของเธอเป็นบริษัทใหญ่ ล่ามที่จ้างมาก็ฝีมือดีทั้งนั้น แต่กลับกลายเป็นว่าเทียบกับหลินเฉินไม่ติดเลย
"ถ้าภาษาอังกฤษ รัสเซีย เยอรมัน เขาเก่งขนาดนี้ ภาษาฝรั่งเศสของหลินเฉินก็น่าจะไม่ธรรมดาเหมือนกัน" สวีเมิ่งเหยาคิดในใจ
...
ทางด้านหลินเฉิน
"ปะป๊า กล่องเยอะจังเลย!"
หลินเฉินพาเสี่ยวเชี่ยนมาที่ตึกแถวที่เช่าไว้
หนังสือสองพันเล่มมาส่งถึงที่แล้ว
กล่องละร้อยเล่ม รวมทั้งหมดยี่สิบกล่องใหญ่วางเรียงรายอยู่บนพื้น
หลินเฉินยิ้ม "เสี่ยวเชี่ยน จะเล่นก่อนหรือจะนอนก่อนดีครับ?"
หลินเฉินเตรียมเตียงเล็กๆ ไว้ในตึกแถวด้วย เสี่ยวเชี่ยนจะได้นอนกลางวันได้ระหว่างที่เขาทำงาน
"หนูยังไม่อยากนอน หนูอยากวาดรูปค่ะ" เสี่ยวเชี่ยนตอบเสียงใส
หลินเฉินยิ้ม "โอเคครับ งั้นหนูวาดรูปไปก่อนนะ"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสี่ยวเชี่ยนก็เริ่มง่วง
หลินเฉินอุ้มลูกสาวไปนอนบนเตียง ไม่นานหนูน้อยก็หลับสนิท
"ฟึ่บๆๆ!"
หลินเฉินจรดปากกาเซ็นชื่อลงบนหนังสืออย่างรวดเร็ว
ลายเซ็นของเขาดูเผินๆ เหมือนเดิม แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่ามีเสน่ห์ที่แตกต่างออกไป
คนทั่วไปอาจจะอธิบายไม่ถูก
แค่รู้สึกว่ามันดูสวยงามและน่าดึงดูดกว่าเดิม
แต่ถ้านักคัดลายมือระดับเซียนมาเห็น จะรู้ทันทีว่าลายมือของเขาไม่ได้อยู่ระดับเดิมอีกต่อไป
จากเดิมที่ทักษะคัดลายมือของหลินเฉินอยู่ที่ระดับ 'ปรมาจารย์' ตอนนี้มันก้าวเข้าสู่ระดับ 'เทพเจ้า' แล้ว
ซึ่งถือเป็นระดับสุดยอดของโลก!