- หน้าแรก
- ยอดคุณพ่อระบบเทพ เมื่อนางเอกหมื่นล้านอุ้มลูกมาเคาะประตูบ้าน
- บทที่ 8: ในที่สุดก็เริ่มหาเงินได้แล้ว!
บทที่ 8: ในที่สุดก็เริ่มหาเงินได้แล้ว!
บทที่ 8: ในที่สุดก็เริ่มหาเงินได้แล้ว!
ไม่นานนัก หลินเฉินและเสี่ยวเชี่ยนก็นั่งอยู่บนม้าหมุน
"เสี่ยวเชี่ยน จับราวให้แน่นๆ นะครับ" หลินเฉินเตือน
เขานั่งอยู่ข้างๆ ลูกสาว ต่อให้เธอจับไม่แน่น เขาก็สามารถเอื้อมมือไปคว้าตัวเธอไว้ได้ทันที
"อื้อ"
"ปะป๊าเองก็ต้องระวังด้วยนะค้า" เสี่ยวเชี่ยนตอบเสียงหวาน
เสียงดนตรีบรรเลงขึ้น ม้าหมุนเริ่มเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ
"ระบบ แบบนี้นับเป็นการขี่ม้าไหม?" หลินเฉินถามในใจ
ระบบ: "โฮสต์ครับ ต่อให้นับเป็นการขี่ม้าจริงๆ รอบหนึ่งก็ไม่น่าจะถึงห้านาทีหรอกครับ"
จริงอย่างที่ระบบว่า ม้าหมุนหยุดลงหลังจากผ่านไปเพียงสามนาที
"ปะป๊า ไปเล่นรถบั๊มกันเถอะ หม่าม้าเคยพาหนูเล่น สนุกม้ากมากเลย" เสี่ยวเชี่ยนชวนอย่างตื่นเต้น
ดวงตาของหลินเฉินเป็นประกาย รถบั๊มก็นับเป็นรถนี่นา
เขามีใบขับขี่ก็จริง แต่สอบผ่านมาตั้งแต่ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนตอนปีสอง หลังจากนั้นก็แทบไม่ได้แตะพวงมาลัยอีกเลย ใบขับขี่คงขึ้นสนิมไปหมดแล้ว
"เถ้าแก่ครับ รอบนี้เล่นได้กี่นาที?" หลินเฉินถามเมื่อมาถึงโซนรถบั๊ม
"สิบนาทีครับ"
ได้ยินคำตอบ หลินเฉินก็ควักเงินจ่ายอย่างอารมณ์ดี
"ไปลุยกันเลย!"
ห้านาทีผ่านไป
เสียงของระบบดังขึ้นตามคาด: "โฮสต์ ทักษะการขับรถของคุณเริ่มพัฒนาแล้ว อีกสิบชั่วโมงจะเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ และยี่สิบชั่วโมงสู่ระดับเทพเจ้า"
"เยี่ยมไปเลย"
หลินเฉินแอบดีใจอยู่ลึกๆ ทักษะการขับรถนี่มีประโยชน์มากจริงๆ
ในอนาคตเขาต้องซื้อรถสักคันแน่ๆ จะได้ไปไหนมาไหนสะดวก
ไม่อย่างนั้นเวลาฝนตกแดดออก ต้องมาอุ้มเสี่ยวเชี่ยนยืนรอรถริมถนน แค่คิดก็อนาถแล้ว ยิ่งถ้าเรียกรถไม่ได้ยิ่งน่าอนาถเข้าไปใหญ่
เวลาผ่านไปทีละวินาที
ทักษะการขับรถของหลินเฉินพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
"เสี่ยวเชี่ยน อยากเล่นอีกไหมลูก?" หลังจากจบรอบแรก หลินเฉินถามยิ้มๆ
"เอาอีกๆ! ปะป๊า หนูขอเล่นอีกสองรอบเลย!" เสี่ยวเชี่ยนร้องบอกอย่างดีใจ
หลินเฉินพาเสี่ยวเชี่ยนเล่นต่ออีกสองรอบ รวมเวลาทั้งหมดครึ่งชั่วโมง ตอนนี้ฝีมือการขับรถของเขาดีกว่ามือใหม่หัดขับแบบเทียบไม่ติด
ถ้าพาเสี่ยวเชี่ยนมาสวนสนุกอีกสักสองสามครั้ง เขาคงกลายเป็นเซียนรถ และถ้ามาอีกสักหน่อย เขาคงไปเป็นนักแข่งรถได้เลยทีเดียว
"เสี่ยวเชี่ยน อยากยิงปืนไหมครับ? ถ้ายิงลูกโป่งแตก อาจจะได้ตุ๊กตาพวกนั้นด้วยนะ" หลินเฉินชวน
เสี่ยวเชี่ยนมองตามแล้วพูดว่า "ปะป๊ายิงเลยค่ะ หนูอยากได้พี่หมาตัวใหญ่ตัวนั้น พี่หมามองหน้าหนูอยู่ด้วย อิอิ"
"ได้เลย ปะป๊าจะเอามาให้หนูให้ได้!" หลินเฉินรับปากด้วยรอยยิ้ม
"ปัง! ปัง!"
หลินเฉินยิงอย่างเชื่องช้า ใช้เวลาไปห้านาทีกว่าจะยิงหมดชุด เสียงระบบดังขึ้น: "ทักษะแม่นปืนของโฮสต์เริ่มพัฒนา อีกสิบชั่วโมงจะเข้าสู่ระดับปรมาจารย์..."
ความรู้และเทคนิคการยิงปืนมากมายหลั่งไหลเข้าสู่สมองของหลินเฉิน
"เสี่ยวเชี่ยน รอบนี้ปะป๊ายิงพลาดไปหน่อย เดี๋ยวปะป๊าลองใหม่นะ วันนี้ปะป๊าต้องเอาพี่หมาตัวใหญ่มาให้หนูให้ได้" หลินเฉินหอมแก้มลูกสาวแล้วพูดให้กำลังใจตัวเอง
"ค่ะ! ปะป๊าทำได้อยู่แล้ว" เสี่ยวเชี่ยนพยักหน้าหงึกๆ
รอบที่สอง หลินเฉินยังคงพลาดรางวัลใหญ่ แต่หลังจากผ่านไปสองรอบ ทักษะการยิงปืนของเขาก็พัฒนาขึ้นมากจนเริ่มชำนาญ
ในรอบที่สาม หลินเฉินก็คว้าเจ้าหมาตัวใหญ่มาครองได้สำเร็จ
เถ้าแก่ร้านถึงกับตาค้าง
ตอนแรกฝีมือห่วยแตกชัดๆ ทำไมอยู่ดีๆ ถึงแม่นราวจับวางแบบนี้?
"เถ้าแก่ครับ ฝากตุ๊กตาไว้ก่อนนะ เดี๋ยวพวกผมกลับมาเอา"
หลินเฉินยิ้มแล้วอุ้มเสี่ยวเชี่ยนเดินจากไป
เวลาค่อยๆ ผ่านไป หลินเฉินไม่ได้ทักษะใหม่อะไรเพิ่ม ในสวนสนุกยังมีซุ้มยิงธนูและชู้ตบาสเกตบอล แต่เสี่ยวเชี่ยนดูจะไม่สนใจเท่าไหร่
เป้าหมายหลักของเขาคือการพาเสี่ยวเชี่ยนมาเที่ยวเล่น การได้ทักษะใหม่ถือเป็นกำไรเท่านั้น
"เสี่ยวเชี่ยน เราต้องกลับบ้านกันแล้วนะลูก ดูสิ เมฆดำมาแล้ว ฝนน่าจะตกแน่ๆ" หลินเฉินบอกพลางอุ้มลูกสาวขึ้น
เสี่ยวเชี่ยนทำหน้าเสียดายเล็กน้อย "ปะป๊า สวนสนุกสนุกจังเลย วันหลังเรามาเล่นกันอีกได้ไหมคะ?"
"ได้แน่นอนครับ" หลินเฉินรับปาก
เขายังต้องกลับมาฝึกทักษะขับรถกับยิงปืนให้เก่งกว่านี้อีก
หลังจากรับตุ๊กตาหมาตัวใหญ่ที่ฝากไว้ หลินเฉินและเสี่ยวเชี่ยนก็นั่งแท็กซี่กลับบ้าน พอขึ้นรถได้ไม่นาน ฟ้าก็ร้องคำรามและฝนก็เริ่มเทลงมา
"เรื่องบ้านคงต้องพักไว้ก่อนเพราะแพงเกินไป แต่รถนี่สิ ต้องรีบซื้อแล้ว" หลินเฉินพึมพำกับตัวเอง
ถ้าจะซื้อรถ ก็ต้องแก้ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งก่อน นั่นคือ 'เงิน'
หลินเฉินครุ่นคิดเงียบๆ ทักษะไหนบ้างนะที่จะทำเงินได้สะดวกที่สุด?
ตอนนี้เขามีทักษะอยู่พอสมควร: ทำอาหาร, แต่งนิทาน, วาดภาพ, ฟุตบอล, คัดลายมือ, ขับรถ, ยิงปืน และภาษาอังกฤษ
"ถ้าวาดภาพกับคัดลายมือไปถึงระดับสูงสุด น่าจะทำเงินได้มหาศาล แต่ระดับตอนนี้ยังไม่พอ"
"ทำอาหาร... ฉันไม่อยากไปเป็นพ่อครัวให้ใครกิน ส่วนฟุตบอลกับแข่งรถ ถ้าเก่งจริงๆ ก็รวยเละ แต่ฉันคงไม่เลือกเดินสายนั้น"
"ตอนนี้วิธีหาเงินที่สะดวกที่สุดน่าจะเป็นแต่งนิทานกับภาษาอังกฤษ"
หลินเฉินวิเคราะห์
เขาสามารถเล่านิทานให้เสี่ยวเชี่ยนฟังเพื่ออัปเกรดทักษะ แล้วส่งต้นฉบับไปตามเว็บเพื่อกินค่าลิขสิทธิ์ได้
ส่วนภาษาอังกฤษ ตอนนี้เขาอยู่ในระดับล่ามแปลสดแล้ว สามารถรับงานแปลยากๆ ทางออนไลน์ได้สบาย
แม้คนจีนจะเรียนภาษาอังกฤษกันเยอะ และวงการแปลจะแข่งขันสูง แต่คนที่เก่งระดับเขาหาได้น้อยมาก
เรื่องหาเงินไม่น่าจะมีปัญหาแน่นอน
"ปะป๊า หนูคิดถึงหม่าม้าจังเลย ถ้าหม่าม้ามาด้วยก็คงดี" เสี่ยวเชี่ยนพึมพำขณะซบอยู่ในอ้อมกอดของพ่อ
ที่สวนสนุก เธอเห็นเด็กคนอื่นมากับพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตา แล้วก็อดอิจฉาไม่ได้
หลินเฉินปลอบลูกสาว "เสี่ยวเชี่ยน ไว้หม่าม้ากลับมา หนูลองคุยกับคุณแม่ดูนะ แล้วเราค่อยไปสวนสนุกด้วยกัน ตกลงไหมครับ?"
"อื้อ" เสี่ยวเชี่ยนพยักหน้าอย่างมีความหวัง
"เดี๋ยวปะป๊าเล่านิทานให้ฟังนะ"
"ค่ะ"
ตอนนี้ในหัวของหลินเฉินเต็มไปด้วยนิทานมากมาย เขาสามารถเล่าให้เสี่ยวเชี่ยนฟังได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดหนังสือ
เมื่อถึงบ้าน หลังจากทานมื้อเย็นและอาบน้ำเสร็จ เสี่ยวเชี่ยนก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
หลินเฉินเริ่มค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
"งานนี้น่าจะใช้เวลาแปลไม่กี่ชั่วโมง ค่าแปลห้าพันหยวน ถือว่าใช้ได้เลย ลองดูสักตั้ง" หลินเฉินพึมพำ
เขากดรับงานแปลออนไลน์ชิ้นหนึ่ง งานแปลยากระดับนี้มีคนรับทำน้อยมาก
แม้ค่าตอบแทนห้าพันหยวนจะไม่น้อย แต่ถ้าฝีมือไม่ถึงขั้น อาจต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะแปลงานแบบนี้ให้ออกมาดีได้
และถ้าแปลออกมาเละเทะ ผู้ว่าจ้างก็คงไม่ยอมจ่ายเงิน
"แกรกๆๆ!"
หลินเฉินเข้าไปในห้องทำงานและเริ่มรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ด
ในห้องทำงานของบ้านหลังนี้มีคอมพิวเตอร์เตรียมไว้อยู่แล้ว
"พิมพ์เร็วขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยแฮะ" หลินเฉินสังเกต
เขาเดาว่าเป็นเพราะสมรรถภาพร่างกายที่พัฒนาขึ้น
จากที่ประเมินไว้สี่ชั่วโมง หลินเฉินใช้เวลาจริงไปเพียงสามชั่วโมงเศษก็แปลเสร็จเรียบร้อย เขาตรวจทานอีกรอบและไม่พบข้อผิดพลาดใดๆ
ไม่นาน หลินเฉินก็ส่งไฟล์งานแปลไปทางอีเมลของผู้ว่าจ้าง
เขาเช็กดูแล้ว เจ้านี้มีเครดิตค่อนข้างดี
ต่อให้โดนโกงค่าแปล เขาก็เสียเวลาไปแค่สามชั่วโมงกว่า ค่อยตามไปคิดบัญชีทีหลังก็ยังได้
เผลอแป๊บเดียวก็เช้าวันใหม่
"หือ? เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?"
ผู้จัดการบริษัทแปลแห่งหนึ่งถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
บริษัทของเขารับงานแปลมาเยอะมาก ถ้าทำไม่ทันก็จะโพสต์หาฟรีแลนซ์มาช่วยทำ
เขาจำได้ว่างานชิ้นนี้เพิ่งมีคนกดรับไปเมื่อคืนเอง
"คงไม่ได้แปลมามั่วๆ ใช่ไหมเนี่ย?"
ผู้จัดการรีบเปิดอีเมลเพื่อตรวจสอบ
"นี่มัน..."
ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
งานแปลออกมาประณีตมาก เขารู้สึกได้เลยว่าฝีมือของอีกฝ่ายอยู่เหนือชั้นกว่าเขาไปไกลลิบ
"เชรด!"
พอกลับไปดูเวลา ผู้จัดการก็พบว่าอีกฝ่ายใช้เวลาตั้งแต่รับงานจนส่งงานรวมแล้วแค่สามชั่วโมงกว่าๆ
"คุณพระ เจอเทพเข้าให้แล้ว"
ผู้จัดการดีใจจนเนื้อเต้น
ถ้าเขาสามารถผูกมิตรกับยอดฝีมือคนนี้ได้ บริษัทก็จะสามารถรับงานหินๆ ได้มากขึ้น และกินส่วนต่างได้มหาศาล
"ท่านเทพครับ งานแปลของท่านสุดยอดมาก เราจะรีบโอนเงินให้ทันทีครับ"
"ท่านเทพครับ สนใจร่วมงานกันระยะยาวไหมครับ?"
"นี่เบอร์โทรศัพท์กับไอดีวีแชตของผมครับ..."
ผู้จัดการรีบส่งอีเมลตอบกลับหลินเฉินอย่างรวดเร็ว