- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 69 ยามจน ใช้กลยุทธ์แทรกซึม ยามรวย ใช้กำลังยิงถล่ม
บทที่ 69 ยามจน ใช้กลยุทธ์แทรกซึม ยามรวย ใช้กำลังยิงถล่ม
บทที่ 69 ยามจน ใช้กลยุทธ์แทรกซึม ยามรวย ใช้กำลังยิงถล่ม
บทที่ 69 ยามจน ใช้กลยุทธ์แทรกซึม ยามรวย ใช้กำลังยิงถล่ม
"นายพลฉิน ผมเข้าใจว่าคุณร้อนใจ... แต่อย่าเพิ่งใจร้อนนักสิ"
เจิ้งมู่ยกมือชี้ไปรอบๆ ภายในรถฐานทัพขนาดใหญ่ที่ทุกคนยืนอยู่ พลางเอ่ยอย่างมีนัย
"คุณไม่คิดจริงๆ หรอกใช่ไหมว่า รถฐานทัพของผมมีไว้แค่ขนของกับใช้ชีวิตสบายๆ เท่านั้น?"
คำพูดนี้ทำเอานายพลฉินจือเงียบลง สายตาของเขาไล่มองผู้คนที่อยู่ตรงหน้า
นอกจากเจิ้งมู่ หลั่นปิ่งเยว่ และหลีเฉิงคุนที่ยังดูปกติเเล้ว เจียงหลานหลานกลับนั่งสบายในชุดนอนขนนุ่มที่มีหูกระต่าย กอดถังไก่ทอดไว้แน่น ทั้งที่กินไปแล้วครึ่งถังแต่ยังราดซอสเพิ่มไม่หยุด
ด้านเก๋อเฟิงกับซังลั่วก็แต่งตัวเหมือนอยู่ร้านสปามากกว่ามาออกรบ เสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ ไม่มีเค้าโครงของนักสู้เลยสักนิด
มีก็แต่กู่หมิงเท่านั้นที่ยังดูปกติอยู่บ้าง ถึงแม้มือจะถือแก้วน้ำส้ม รองเท้าแตะ และใส่ชุดฝึกปกติ แต่ก็นับว่ายังรักษาภาพความเป็นนักสู้ได้ดีที่สุดแล้ว
"อะแฮ่ม!"
เจิ้งมู่กระแอมเสียงดัง เขาเองก็รู้สึกเก้อเขินอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงทำหน้าชื่นตาบานพูดต่อ
"นายพลฉิน อย่ามองพวกเขาแบบนั้นสิครับ คนที่ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ก็มักจะตื่นตาตื่นใจอยู่แล้วล่ะ... เอาจริงๆ คุณคิดว่าพวกเรากำลังใช้ชีวิตหรูหราอยู่เหรอ?"
นายพลฉินจือยังคงเงียบ
เขาอดนึกถึงสิ่งที่เคยเห็นบนเรือเฟยหยุนไม่ได้ เสื้อผ้าของเจิ้งมู่กับพรรคพวกไม่เคยซ้ำกันเลยสักวัน โดยเฉพาะหลั่นปิ่งเยว่ที่ยังแต่งหน้าอ่อนๆ อยู่เสมอ
เปรียบเทียบกับผู้เข้าสอบคนอื่นๆที่ใส่ชุดเดิมวนซ้ำทั้งเดือน บางคนซวยกว่านั้น อุปกรณ์เเละเสื้อผ้าหลุดรุ่ยเสียหายในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ จนต้องใส่เสื้อผ้าที่ดูไม่เข้ากันสักชิ้นก็มี
ยิ่งเรื่องผู้หญิงแต่งหน้า อาบน้ำอุ่น นอนหลับสบาย... นั่นมันเป็นไปไม่ได้เลยในทะเลทรายกลืนกระดูกที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ทุกประเภทเเบบนี้!
ใครจะมีรถฐานทัพกันแดดกันลมขนาดนี้? ใครจะมีสิ่งประดิษฐ์จักรกลที่ลาดตระเวนและคุ้มกันตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนเจิ้งมู่?
เจิ้งมู่ยักไหล่ ยิ้มกว้าง "นายพล มองผมแบบนั้นก็ไม่แฟร์ ผมทุ่มเทแรงกายแรงใจ ฝ่าฟันเสียงหัวเราะเยาะที่ว่าช่างกลไร้ค่า มุ่งมั่นสร้างสิ่งประดิษฐ์จักรกลขึ้นมา... สุดท้ายผมจะไม่มีสิทธิ์ได้พักผ่อนบ้างเลยเหรอ?"
เอาเถอะ เขาเลิกแก้ตัวดีกว่า ยอมรับตรงๆ ว่าอาจจะใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยไปหน่อย แต่ก็เพราะหลั่นปิ่งเยว่เด็กคนนี้อยู่บนรถนี่แหละ ไม่งั้นเขาคงไม่เปลืองแรงถึงขนาดนี้
นายพลฉินจือถอนหายใจ "พูดกันตามตรง รถฐานทัพของนาย ถึงจะมีฟังก์ชันหลากหลาย แต่ก็ไม่เหมาะกับการสู้รบเลยสักนิด ความเร็วก็ช้าเกินไป ยิ่งในทะเลทรายที่พื้นขรุขระแบบนี้ ต่อให้แปลงเป็นรถก็ยังเสียเปรียบ หากถูกแมลงตามทัน มันจะถูกล้อมจนพังเป็นเศษเหล็ก"
เจิ้งมู่เลิกคิ้ว เอ่ยเสียงเบา "นายพล ผมไม่ชอบใช้วิธีชนกันซึ่งๆ หน้าแบบคนป่า ผมชอบนั่งดูสิ่งประดิษฐ์ของตัวเองไล่บดขยี้ศัตรูมากกว่า"
สายตาของฉินจือเลื่อนไปมองหน้าจอข้างตัว เหอกวง นักสู้ระดับ A ตอนนี้กำลังฝ่าเข้าไปกลางฝูงแมลงด้วยกำลังหมัดเพียวๆ ราวกับสัตว์ร้ายตัวหนึ่ง
กู่หมิงเองก็เผลอมองดาบที่เอว... แล้วเผลอคิดขึ้นมา ในสายตาของเจิ้งมู่ เขาก็เป็น "คนป่า" อีกคนใช่ไหม?
เจิ้งมู่เห็นนายพลไม่ยอมเชื่อ เขาก็ไม่เสียเวลาพูดอีก เขาสั่งให้ "เรดควีนเปิดฐาน"ทันที
ทันใดนั้น ภายในรถฐานทัพก็เริ่มเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างเสร็จสิ้นในพริบตาเดียว
"เรดควีน รวบรวมข้อมูลจากอินทรีลาดตระเวนทั้งหมดบนสนามรบ ฉันต้องการตำแหน่งแมลงทุกตัว ไม่ให้มันรอดสายตาไปแม้แต่ตัวเดียว"
"รับคำสั่งค่ะ" เสียงหวานตอบรับ
ฉินจือที่ยืนข้างๆ เห็นท่าทีมั่นใจของเจิ้งมู่ก็อดสงสัยไม่ได้ เขาจะจัดการกับฝูงแมลงที่แม้แต่กองทัพยังต้องขอกำลังเสริมได้จริงหรือ?
แม้เขาจะยอมรับว่าเจิ้งมู่เป็นอัจฉริยะที่อนาคตไกล หากไม่เดินผิดทาง อีกไม่กี่สิบปีก็อาจกลายเป็นหนึ่งในสิบเทพผู้พิทักษ์ประเทศแน่นอน แต่...นั่นคืออนาคต ไม่ใช่ตอนนี้!
"เจิ้งมู่ นายไม่จำเป็นต้องเสี่ยงอีก คะแนนของนายพอแล้ว และตำแหน่งที่หนึ่งก็ไม่มีใครแย่งไปได้ เมื่อนายเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ รางวัลก็จะส่งถึงมือนายแน่นอน... ตอนนี้จงทำตามคำสั่ง พาคนของนายไปที่จุดอพยพทันที!"
เจิ้งมู่ทำหูทวนลม เดินนำทุกคนขึ้นลิฟต์ไปยังดาดฟ้าฐาน
ทันทีที่ออกสู่ชั้นบนสุด สนามรบทั้งหมดก็ปรากฏชัดตรงหน้า
"เจ้านาย อินทรีลาดตระเวนประจำการเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้มีมอนสเตอร์เเมลงปรากฏบนสนามรบ 36,615 ตัว และจำนวนยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ"
คำรายงานนี้ทำเอาฉินจือแทบไม่เชื่อหูตัวเอง แต่เมื่อแบบจำลองทรายสามมิติสีฟ้าเรืองรองโผล่มาตรงหน้า พร้อมระบุตำแหน่งแมลงทุกตัวอย่างละเอียด คำพูดที่ค้างอยู่ในลำคอก็ถูกกลืนหายไป
แววตาของเขาเป็นประกายทันทีที่มองเห็นสนามรบเสมือนจริง ซึ่งสร้างขึ้นจากอินทรีลาดตระเวนที่บินอยู่เหนือฟ้า
"...เจิ้งมู่ นายขายสิ่งประดิษฐ์จักรกลพวกนี้ได้ไหม?"
เจิ้งมู่ชะงัก ขายสิ่งประดิษฐ์จักรกล? ไม่เคยคิดมาก่อน แต่ระบบก็ไม่ได้ห้าม อย่างมากก็แค่ถ้ามีคนเอาไปใช้ทำร้ายเขา ฟังก์ชันจะปิดตัวเองโดยอัตโนมัติ
"เอาไว้คุยทีหลังเถอะครับ ตอนนี้ช่วยรีบสั่งให้คนของคุณถอนกำลังก่อนดีกว่า ที่นี่กำลังจะเริ่มแล้ว"
ฉินจือลังเล... เพราะกองกำลังของเขาเพิ่งบุกเข้าใกล้เขตกลาง ใกล้ถึงตัวแม่แมลงเรืองทองแล้ว จะถอนตอนนี้จริงเหรอ?
"จริงเหรอ?" เขาถามเสียงเข้ม "ตอนนี้เหอกวงกับคนอื่นกำลังจะถึงตัวมันแล้วนะ"
เจิ้งมู่กลอกตา "นายพลคิดว่าอาจารย์เหอกวงกับพวกมีปัญญารับมือการโจมตีทางจิตนั่นได้เหรอครับ?"
ฉินจือพูดไม่ออก สุดท้ายเมื่อเห็นจำนวนแมลงบนแบบจำลองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาก็กัดฟันคว้าอุปกรณ์สื่อสาร
"ทุกหน่วยฟังให้ดี! ถอนกำลังออกจากเขตสู้รบทันที! ย้ำอีกครั้ง ถอนกำลังเดี๋ยวนี้!"
เมื่อเสียงคำสั่งดังขึ้นจากอุปกรณ์สื่อสาร เหอกวงและคนอื่นๆ ที่กำลังต่อสู้ถึงกับชะงัก ตกตะลึงไปชั่วขณะ แม้จะไม่พอใจอย่างมาก และมองเห็นเงาแม่แมลงเรืองทองสีขาวอยู่ไม่ไกลแล้วก็ตาม
แต่ในฐานะทหาร พวกเขาก็ปฏิบัติตามคำสั่งทันทีโดยไม่ลังเล
ขณะเดียวกัน บนท้องฟ้า ในห้องบัญชาการใหญ่ ผู้ที่กำลังรับผิดชอบติดต่อขอกำลังสนับสนุนต่างถึงกับอึ้ง
เมื่อเสียง "รีบออกจากเขตสู้รบทันที" ของพลเอกฉินจือดังไปถึงหู ทุกคนในห้องประชุมถึงกับโกลาหล
"อะไรนะ? ถอนกำลัง! นายพลฉินคิดอะไรอยู่เนี่ย! อีกนิดก็จะถึงตัวแม่แมลงอยู่แล้ว ทำไมต้องถอยด้วย!"
นายทหารหนุ่มผู้หนึ่งมีสีหน้าขึงขัง หยิบเครื่องสื่อสารขึ้นมา ตั้งใจจะยกเลิกคำสั่งนั้นด้วยตัวเอง
แต่ชายชราข้างกายกลับเอ่ยเสียงเรียบ
"ไม่ต้อง...ทุกคนถอยออกมาแล้ว"
สิ้นเสียง ทุกคนก็หันไปมองหน้าจอ ก็เห็นเหอกวงกับทีมกำลังถอนตัวออกจากวงล้อมฝูงแมลงแล้วจริงๆ
ตอนบุกเข้าไปแทบจะหาเส้นทางไม่ได้ แต่ตอนถอนกลับรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ราวกับถูกเปิดทางไว้
สายตาของท่านหลี่หรี่ลง มองแม่แมลงเรืองทองที่ถอยห่างด้วยความเย็นชา
มอนสเตอร์ระดับนี้ไม่เพียงแต่แข็งแกร่ง แต่ยังฉลาดไม่แพ้มนุษย์ ถึงแม้จะมีฝูงแมลงนับหมื่นคุ้มกัน มันกลับไม่ไล่ตาม แถมยังสั่งเปิดทางให้พวกมนุษย์ถอยอีกด้วย
"ท่านหลี่ ให้ผมลงไปเองเถอะ!" นายพลซีหยงขมวดคิ้ว เสียงเต็มไปด้วยไฟโทสะ "ฉินจือมันคิดอะไร ถึงได้สั่งให้ถอยตอนนี้?!"
ท่านหลี่ปรายตามองเขา แววตาเฉียบขาดกวาดลงไปยังขากางเกงข้างที่ลีบลงเล็กน้อย
"เสี่ยวซีหยง ฉันเชื่อว่าความกล้าของนายมีไม่แพ้ใคร แต่ลองดูซิว่าฉินจือมันจะใช้แผนอะไร นายก็รู้ นิสัยมันอาจดื้อรั้น แต่เมื่อถึงเวลาเลือกสิ่งที่ถูก มันก็ยังรู้ดีอยู่"
พูดจบ ท่านหลี่ก็สั่งให้แสดงตำแหน่งปัจจุบันของนายพลฉินจือทันที
"หืม? นั่นคือสิ่งประดิษฐ์จักรกลของไอ้หนุ่มเจิ้งมู่สินะ?"
เมื่อเห็นอาคารเหล็กมหึมาที่ปรากฏตรงชายขอบสนามรบ ดวงตาของท่านหลี่ก็วาววับขึ้นมา
"ติดต่อไปที่ฝ่ายฉินจือเดี๋ยวนี้!"
บนดาดฟ้ารถฐานทัพ พลเอกฉินจือเมื่อได้ยินเสียงท่านหลี่สอบถามโดยตรง เขาก็ยืดอกตอบออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ครับท่านหลี่ ผมตรวจสอบจากสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนเจิ้งมู่ พบว่าการโจมตีของเราไม่เพียงไร้ผล แต่กลับดึงดูดแมลงให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และคนของเราก็แทบไม่มีใครรับมือการโจมตีทางจิตไหว"
ท่านหลี่เงียบไปชั่วครู่
ฉินจือหันไปมองเจิ้งมู่ เห็นอีกฝ่ายพยักหน้าอย่างมั่นใจ เขาจึงกัดฟันพูดต่อ
"ท่านหลี่...นักเรียนเจิ้งมู่บอกว่า เขามีวิธีจัดการกับแมลงเหล่านี้ครับ!"
ห้องบัญชาการบนเรืออากาศถึงกับอึ้งไปทั้งแถว
"???"
นายพลซีหยงแทบจะฉีกเครื่องสื่อสารตะโกนลั่น
"ฉินจือ! นายสั่งถอนกำลังทั้งกอง เพราะคำพูดของเจิ้งมู่? เจิ้งมู่ที่เพิ่งปลุกพลังได้ไม่กี่เดือน! นายรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรอยู่!"
เสียงคำรามดังลั่นจนแม้แต่เจิ้งมู่ที่ยืนข้างๆ ยังได้ยินชัด
เขาขมวดคิ้ว แย่งเครื่องสื่อสารมากล่าวโต้ทันที
"นายพลที่ไม่รู้จักคนนั้น ถึงผมจะเพิ่งปลุกพลังไม่กี่เดือน แต่ถ้าจะดูถูกผมเพราะเรื่องนี้ มหาวิทยาลัยเทียนจี๋กับมหาวิทยาลัยอื่นๆ คงทำให้คุณได้เห็นตัวอย่างแล้ว! และอย่าลืมตอนนี้ผมกำลังช่วยพวกคุณแก้ปัญหาที่พวกคุณควบคุมไม่ได้อยู่!"
เสียงของเขาเฉียบคมจนทุกคนเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เจิ้งมู่จะปิดเครื่องสื่อสารในทันที
"พวกสวะนั่นเก่งแต่ปาก ดันกล้าดูถูกช่างกลอัจฉริยะอย่างฉัน หึ! ขอภาวนาอย่าให้มีลูกสาวเลย ไม่งั้นได้ร้องไห้แน่!"
เจิ้งมู่สบถต่ำๆ แล้วหันไปมองกองทัพที่เพิ่งถอนตัวออกจากวงล้อม
เขาออกคำสั่งทันที "เรดควีน เริ่มได้!"
เรดควีนพยักหน้าด้วยสีหน้าตื่นเต้น
"ระบบอาวุธ ‘คลื่นมหาสมุทร’ กำลังติดตั้ง... คาดใช้เวลา 30 วินาที"
สิ้นคำรายงาน เสียงเหล็กกลไกดังสนั่น ฐานทั้งหลังสั่นไหวเบาๆ กระบอกปืนขนาดมหึมาถูกยกขึ้นพร้อมแขนกลหลายท่อนที่เริ่มบรรจุกระสุนทองลงช่องยิง
เสียงเรดควีนดังอย่างเยือกเย็น
"ข้อมูลจากอินทรีลาดตระเวนเชื่อมต่อแล้ว วิถีกระสุนคำนวณเสร็จสิ้น"
"คลื่นมหาสมุทร รอบแรก ยิง!"
"ตูม! ตูม! ตูม!"
เสียงระเบิดคำรามสนั่นสะเทือนฟ้า ทุกคนถึงกับหูอื้อ เงาดำนับร้อยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทิ้งเส้นควันขาวโค้งงดงามพุ่งตรงไปยังฝูงแมลง
เสียงหวีดหวิวแหลมสูงดังขึ้นจากเบื้องบน
เหอกวงเงยหน้ามองตาค้าง ขณะที่นายพลฉีกับอาจารย์ชิงหยุนข้างๆ กลับตื่นเต้นจนหน้าแดง ราวกับรอช่วงเวลานี้มานาน
วินาทีต่อมา การระเบิดรุนแรงนี้ก็ได้กวาดล้างฝูงแมลงตรงหน้า คลื่นระเบิดมหึมาก่อพายุทรายโหมซัดเข้าใส่ทุกคน
"พรึ่บ!"
แรงลมพัดจนหมวกของเหอกวงปลิวว่อน ก่อนที่ของเหลวเหนียวข้นจากซากแมลงจะกระแทกเต็มหน้า กลิ่นเหม็นคลุ้งทำให้เขาแทบอาเจียน แต่ยังไม่ทันอ้าปาก พายุทรายก็กระแทกซ้ำ
โชคดีที่มีผู้ปลุกอาชีพลมกับน้ำคอยกางกำแพงป้องกันไว้ ไม่เช่นนั้นเขาคงถูกฝังทั้งเป็นไปแล้ว
แต่ฝนเหนียวคาวกลับเริ่มโปรยลงมาจากฟ้า พร้อมเศษซากแมลงร่วงกระแทกพื้น
"ตึง! ตึง! ตึง!"
เสียงกระแทกดังระรัว ผู้คนถอยร่นไปพลางสบถกันไป
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!"
"บ้าชะมัด! ใครก่อเรื่อง คิดจะส่งพวกเราขึ้นสวรรค์พร้อมกันหรือไง!"
แล้วทุกคนก็พลันนิ่งไป ก้มมองพื้น... ก่อนจะพบว่ามีแขนขาของแมลงกองเกลื่อนเต็มไปหมด!
ในเวลาเดียวกัน นายพลซีหยงที่เพิ่งจะด่าเจิ้งมู่ไปเมื่อครู่ ยังไม่ทันหาคำมาสวน ก็ต้องหน้าซีดเผือดกับแรงระเบิดที่ดังสนั่นจนเกือบล้มทั้งยืน
"เฮ้ย! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!"