- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 51 เปิดมุมมองใหม่!
บทที่ 51 เปิดมุมมองใหม่!
บทที่ 51 เปิดมุมมองใหม่!
บทที่ 51 เปิดมุมมองใหม่!
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความเงียบที่มาอย่างกะทันหัน
เมื่อครู่นี้ เจิ้งมู่ยังมีสีหน้าภาคภูมิใจ เตรียมจะพาทั้งสองเข้าไปในรถฐานทัพ เพื่ออวดผลงานชิ้นเอกของตนเองอยู่เลย แต่เพียงพริบตาเดียว เมื่อเห็นเงาร่างสองร่างที่ยืนอยู่ตรงทางเข้า เขาก็เงียบลงทันที
เขาลืมไปเสียสนิทว่าก่อนออกเดินทาง เขาได้นำ “ผลงานชิ้นเอกอื่นๆ” ของตัวเองเก็บไว้ในรถฐานทัพนี้ด้วย
จนเมื่อสบตากับหลั่นปิ่งเยว่ ที่เต็มไปด้วยแววดูแคลนอย่างชัดเจน เจิ้งมู่ก็รู้สึกได้ทันทีว่าภาพลักษณ์ของเขาในสายตาของเธอ คงพังครืนไปหมดแล้ว
แต่เขาจะทำอย่างไรได้?
การใฝ่หาความงาม เป็นจุดอ่อนที่มนุษย์ทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับความปรารถนาที่จะลบเลือนความเสียดายในอดีต สิ่งเหล่านี้คือแรงยั่วยวนที่ต่อให้เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้
และบังเอิญว่า…ตอนนี้เขาดันมีความสามารถที่จะทำให้นางเอก 3D ที่เคยอยู่เพียงในความทรงจำ มาปรากฏตัวต่อหน้าได้จริงๆ ทั้งยังสามารถพูดคุยกับพวกเธอได้ บ่งบอกว่าในอดีตเขาชื่นชอบพวกเธอเพียงใด...
เจิ้งมู่สบสายตาเย็นชาของหลั่นปิ่งเยว่ เขาเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะยักไหล่พลางเอ่ยเบาๆ
“ฉันก็แค่ทำผิดพลาดแบบที่ผู้ชายทุกคนอาจเคยทำเท่านั้นเอง”
ดวงตาของหลั่นปิ่งเยว่เย็นชากว่าเดิม เธอกวาดตามองสองร่างงามที่ยืนงุนงงอยู่ตรงทางเข้า ก่อนจะเดินผ่านเจิ้งมู่ไป พร้อมเสียงแค่นที่เย็นยะเยือก
“น่าขยะแขยง!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายก้าวตรงเข้าไปในรถฐานทัพเเล้ว เจิ้งมู่ก็รู้สึกได้ถึงแรงดึงที่ชายเสื้อของตน
“หัวหน้า ฮี่ฮี่…ดูเหมือนฉันจะเข้าใจนายผิดมาตลอดนะ ฉันเคยคิดว่านายเป็นคนมีศีลธรรม ไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย ไม่คาดคิดว่า…ฮี่ๆๆ โลลิผมทองแถมยังมีเด็กเปียอีกด้วย”
“หัวหน้าช่างรู้จักเลือกหาความสนุกจริงๆ”
เจิ้งมู่เหลือบมองไปยังตัวละครที่หลีเฉิงคุนพูดถึง สาวน้อยโลลิผมทอง ที่กำลังยืนงุนงงอยู่ที่ทางเข้า สายตาสับสน หันมามองหลั่นปิ่งเยว่ที่เดินผ่านไปด้วยความโมโห
“คุณท่าน…มารีโรสทำอะไรผิดหรือคะ?”
ทว่าน้ำเสียงหวานนุ่มนั้นกลับทำให้หลีเฉิงคุนตระหนักขึ้นมาได้ในทันที ว่าหุ่นยนต์เทพีฮาร์ดดิสก์รุ่นพิเศษที่เขาเพิ่งได้จากเจิ้งมู่เมื่อไม่กี่วันก่อนนั้น มันก็เป็นเพียงของกระจอกๆ เท่านั้นเอง!
“หัวหน้า ไม่สิ พ่ออุปถัมภ์! ฉันมีคำขอที่ไม่เหมาะสม…ท่านพ่อพอจะ…”
“ปัง!” เจิ้งมู่เตะไล่หลีเฉิงคุนที่คิดแต่เรื่องต่ำทรามออกไปอีกครั้ง ก่อนจะก้าวขึ้นรถ
เขารู้ดีว่าไอ้หมอนี่คิดอะไรอยู่ แค่ใช้ปลายเล็บเท้าก็เดาออกแล้ว
หุ่นยนต์เทพีฮาร์ดดิสก์ที่เขาเคยยกให้หลีเฉิงคุนไปนั้น ก็ถือว่ามากเกินพอแล้ว ส่วนพวกที่อยู่ข้างเขาตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นทีฟ่า มารีโรส ชิรานุยฟุมิ หรือน้องสาว 2B ทั้งหมดนั้นคือ คอลเลกชั่นส่วนตัวของเขา
นอกจากเขาเเล้ว…ก็ไม่มีใครแตะต้องได้แม้แต่นิดเดียว!
เมื่อเจิ้งมู่เดินเข้ามาในรถ ก็เห็นหลั่นปิ่งเยว่ายืนขวางอยู่ตรงทางเดิน คิ้วขมวดแน่น
เธอมองรอบๆ ความกว้างของทางเดิน แล้วหันไปคิดถึงขนาดตัวรถภายนอก
เพียงชำเลืองทองดู เจิ้งมู่ก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่
“พอเถอะ ตัวรถฐานทัพนอกจากขนาดจะใหญ่แล้ว ภายในยังมีพื้นที่เสริมพิเศษอีก ความจริงแล้วพื้นที่ภายในกว้างกว่าที่เห็นจากภายนอกสองถึงสามเท่าเลยนะ”
ได้ยินดังนั้น หลั่นปิ่งเยว่ก็เหลือบตามองเขาอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง
เเต่เมื่อเห็นทีฟ่าและมารีโรสเดินตามเข้ามา เธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะหยันเบาๆ
“อาชีพช่างกลในมือนาย กลับแสดงผลเกินกว่าอาชีพระดับ A ไปไกลเลยนะ ถ้าใครบางคนเอาแรงไปใช้พัฒนา ‘พลังต่อสู้’ มากกว่านี้ ก็คงดีไม่น้อย”
ทว่าเจิ้งมู่เพียงยักไหล่เบาๆ ไม่คิดจะโต้ตอบ
เเละภายใต้การนำพาของทีฟ่าและมารีโรส พวกเขาก็เดินมาถึงศูนย์ควบคุมของรถฐานทัพ หรือก็คือห้องขับขี่
ซึ่งในนั้น มีหญิงสาวในชุดโบราณสีแดงสดยืนรออยู่เงียบๆ เเละร่างนั้นก็คือ เรดควีน
เมื่อเห็นดังนั้น หลั่นปิ่งเยว่ก็อดระเบิดอารมณ์ออกมาไม่ได้อีกครั้ง
“เจิ้งมู่! นายนี่ไม่เคยคิดจะจริงจังเลยสักเรื่องหรือไง!มาทำการทดสอบ เเต่ก็ยังไม่ละทิ้งความคิดสกปรกพวกนั้นอีก!”
เจิ้งมู่กะพริบตา ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่เรดควีนซึ่งยืนกอดอกอยู่ตรงหน้า
“เธอเข้าใจผิดแล้ว คนตรงหน้านี้ไม่เหมือนทีฟ่าและมารีโรส นี่คือเรดควีน เธอคือปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงของรถฐานทัพคันนี้ เธอถือเป็นสิ่งมีชีวิตอัจฉริยะ เพียงแต่ฉันสร้างร่างจำลองมนุษย์ให้เธอเท่านั้น”
หลั่นปิ่งเยว่ถึงกับอึ้งไป หันไปสบสายตากับรอยยิ้มบางของเรดควีน
เเต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร เสียงของเรดควีนก็ดังขึ้นมาทันที
“คุณผู้หญิง กรุณาวางใจได้ ถึงเจ้านายจะสร้างทีฟ่าและมารีโรสขึ้นมา แต่เรื่องที่คุณกังวลนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นจริง โปรดอย่ากังวลไปเลยค่ะ”
หลั่นปิ่งเยว่แทบไม่เชื่อหูตัวเอง ปัญญาประดิษฐ์ตรงหน้านี้ช่างฉลาดเกินคาด ดูไม่ออกเลยแม้แต่น้อยว่ามันไม่ใช่มนุษย์
แต่เเล้วไม่นาน ใบหน้าของเธอก็แดงระเรื่อขึ้น เมื่อไตร่ตรองถึงความหมายในคำพูดนั้น
“ฉะ…ฉันไม่ได้กังวลอะไรทั้งนั้น! ฉันก็แค่ทำตามคำสั่งของแม่ให้มาคอยดูเจิ้งมู่เท่านั้น!”
คำแก้ตัวที่อ่อนแรงเช่นนั้นทำให้เรดควีนเพียงยิ้มรับ พยักหน้าเบาๆ ทว่าในสายตาของเธอกลับทอดมองไปยังเจิ้งมู่ที่ยืนอยู่ข้างกาย
“นายท่าน ขั้นตอนต่อไป เราจะไปที่ไหนกันคะ?”
ทันใดนั้น บนจอใหญ่ด้านข้างก็ปรากฏแผนที่ทะเลทรายกลืนกระดูกขึ้นมา มีทั้งตำแหน่งของพวกเขา และตำแหน่งเมืองหวงซาแสดงอย่างชัดเจน
เจิ้งมู่หัวเราะเบาๆ “ไปเมืองหวงซา แทนที่จะบุกเข้าฝูงแกะแล้วลำบากลำบนไล่ล่า ฉันชอบการนั่งรอให้เหยื่อเดินเข้ามาหามากกว่า”
เรดควีนพยักหน้า และในวินาทีต่อมา รถฐานทัพก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ โดยที่ไม่มีใครเห็นเธอแตะต้องสิ่งใดเลย
ขณะนั้น ทีฟ่าก็ถือถาดน้ำชาเข้ามา วางไว้เบื้องหน้า
“เจ้านาย คุณผู้หญิง ที่นี่มีชา กาแฟ และโซดาเย็น คุณอยากดื่มอะไรดีคะ?”
หลีเฉิงคุนมองทีฟ่าที่สวมชุดสาวใช้ ดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนจะเหลือบมองเจิ้งมู่ แต่เขาก็เพียงทำเป็นเมินเฉย
หลีเฉิงคุนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วหยิบโซดาเย็นแก้วหนึ่งขึ้นมาอย่างเงียบๆ
ในห้องควบคุม เมื่อเห็นรถฐานทัพค่อยๆ เคลื่อนที่ไปบนแผนที่ หลั่นปิ่งเยว่ก็ขมวดคิ้วขึ้นมาราวกับคิดอะไรบางอย่างได้ ก่อนจะถามว่า “นายคิดจะปล้นคะแนนจากคนที่มุ่งหน้าไปจุดอพยพ ก่อนที่พวกเขาจะถึงใช่ไหม?”
เจิ้งมู่พยักหน้า…แล้วก็ส่ายหน้า
“คะแนน แน่นอนว่าต้องได้จากพวกเขา แต่เราไม่อาจมองแค่คะแนนเพียงอย่างเดียวได้”
เขามองไปที่ทั้งสองคน ก่อนจะเปิดเผยแผนการในที่สุด
“ทะเลทรายกลืนกระดูก…ไม่ใหญ่จนหาที่สิ้นสุด แต่ก็ไม่เล็กเกินไป ด้วยความสามารถของเราตอนนี้ การตามหาคนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องยากเย็น”
“แค่พวกเราสามคนเข้าเรียน มันง่ายก็จริง…แต่ว่า หากปีนี้มหาวิทยาลัยทหารตะวันตกเฉียงใต้เหลือนักศึกษาใหม่เพียงไม่กี่คน การลดระดับก็หลีกเลี่ยงไม่ได้”
หลีเฉิงคุนที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับสะอึก เขาถือโซดาแน่น หายใจแรง
“หัวหน้า…นายคงไม่ได้หมายความว่า นายจะพานักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ทั้งสองพันคนเข้ารอบไปด้วยกันจริงๆ หรอกนะ!”
“นั่นมันคะแนนตั้งสองพันคนเลยนะ!”