- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 49 กฎอะไร? หนีจากทะเลทรายกลืนกระดูก?
บทที่ 49 กฎอะไร? หนีจากทะเลทรายกลืนกระดูก?
บทที่ 49 กฎอะไร? หนีจากทะเลทรายกลืนกระดูก?
บทที่ 49 กฎอะไร? หนีจากทะเลทรายกลืนกระดูก?
“นี่คือแผ่นบอกตำแหน่ง พร้อมทั้งเวทย์ขอความช่วยเหลือ หากเปิดใช้งาน จะสร้างกำแพงเวทย์ป้องกันรอบตัวพวกคุณชั่วระยะหนึ่ง”
“กำแพงนี้สามารถต้านการโจมตีของมอนสเตอร์ในทะเลทรายกลืนกระดูกได้ชั่วคราว คุณเพียงแค่ยืนหยัดจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง ก็ไม่มีปัญหาอะไรเเล้ว”
“แต่จงจำไว้ให้ดี เมื่อเลือกใช้สิ่งนี้เเล้ว ก็จะถือว่าพวกคุณสละสิทธิ์ในการทดสอบทันที จากนั้นก็จะถูกตัดชื่อออกโดยไม่มีข้อยกเว้น!”
“อีกทั้ง เวทย์นี้ยังสามารถตัดสินใจเองได้ หากประเมินได้ว่าพลังของคุณไม่พอรับมือกับการโจมตีที่จะมาถึง มันจะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ”
“คุณยังสามารถโจมตีคนอื่นเพื่อแย่งชิงคะแนนได้ แต่ห้ามฆ่าใครเด็ดขาด”
“บนท้องฟ้ามีเรือเหินเมฆาสามพันลำ บนเรือแต่ละลำมีผู้ตรวจสอบเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา และแผ่นบอกตำแหน่งที่อยู่ในมือของพวกคุณ ก็จะบันทึกทุกการต่อสู้อีกด้วย”
“ต่อไปนี่คือ เวทย์ขนนก ทางเราจะให้คนละหนึ่งแผ่น”
“ในการทดสอบที่จะเริ่มขึ้น พวกคุณทั้งหลายจะถูกส่งขึ้นเรือเหินเมฆา จากนั้นต้องกระโดดลงมาจากที่สูง เลือกลงจอดในพื้นที่ใดก็ได้ของทะเลทรายกลืนกระดูก ภายในหนึ่งเดือน ต้องไปให้ถึงจุดถอนตัวก่อนกำหนด ถึงตอนนั้นจึงจะเริ่มคำนวณคะแนน”
“ผู้ที่ทำคะแนนถึงเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยที่สมัครไว้ จะได้รับคัดเลือก ส่วนที่เหลือ…จะถูกคัดออกทั้งหมด!”
เมื่อฟังจบ สีหน้าของเจิ้งมู่ก็พลันประหลาดใจขึ้นมาในทันใด ต้องนั่งเรือเหินเมฆาแล้ว “กระโดดร่ม” ลงมาจากฟ้าอย่างนั้นเหรอ?
เขาก้มมองแผ่นเวทย์สีน้ำเงินสดในมือตัวเองอย่างสงสัย กระโดดลงจากที่สูงหลายร้อยเมตร แผ่นเวทย์กระจิ๋วหลิวแผ่นนี้ จะทำให้รอดตายได้จริงเหรือ?
หลีเฉิงคุนที่อยู่ข้างๆ เมื่อได้ยินว่าจะต้องกระโดดจากความสูงหลายร้อยเมตร ขาทั้งสองของเขาถึงกับอ่อนยวบ “หะ…หัวหน้า นายช่วยฉันทีสิ ฉันกลัวความสูง จะทำยังไงดีล่ะ…”
ท่าทางขาสั่นราวกับลูกกวางของเขา ได้ดึงความสนใจเเละเสียงหัวเราะเยาะจากแถวของมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยในทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า ดูไอ้ขี้ขลาดของมหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้สิ! แบบนี้ยังกล้ามาทดสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำอีกเหรอ? เดี๋ยวคงต้องรอให้ใครสักคนเตะก้น ถึงจะกล้ากระโดดลงจากเรือเป็นเเน่!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้ขี้ขลาด ต่อให้มอนสเตอร์ในทะเลทรายเห็น ก็คงส่ายหัวหนีแล้ว!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งเห็นแววตาโกรธเกรี้ยวของหลีเฉิงคุน แต่กลับยิ่งเยาะเย้ยไม่ขาด ยกนิ้วชี้หน้าพลางทำท่าทางโอหัง
“ไอ้หนู ฟังให้ดี ฉันชื่อ หวังหลง นักเลียนแบบสัตว์ระดับ S! ถ้าเจอฉันล่ะก็ ฮ่าฮ่าฮ่า…”
แววตาของเจิ้งมู่หรี่ลงทันที นักเลียนแบบสัตว์…ระดับ S? เจอเร็วกว่าที่คิดเสียอีก
ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนี้ไหลเข้าสู่สมองของเขาอย่างรวดเร็ว ฆ่ามอนสเตอร์ ดูดซับวิญญาณและโลหิตเพื่อปรับแต่งร่างกาย หากบ้านมีเส้นสาย คอยจัดหามอนสเตอร์ที่เหมาะสมให้ดูดซับตั้งแต่แรกเริ่ม ก็สามารถก้าวกระโดดขึ้นไปได้ทันที
เเละเพียงเห็นท่าทางโอหังของอีกฝ่าย เจิ้งมู่ก็เดาออกแล้วว่าภูมิหลังคงจะไม่ธรรมดาแน่นอน
นักเลียนแบบสัตว์งั้นหรือ? ถ้าฉันแย่งทักษะดูดซับวิวัฒนาการของมันมาได้ล่ะก็…
ดวงตาของเขาวับวาบด้วยแสงแห่งความโลภในมุมที่หวังหลงไม่ทันสังเกต
【ตราคำสั่งเลือดฟีนิกซ์】ของเขา หลังจากผ่านช่วงคูลดาวน์หนึ่งเดือน ตอนนี้คงกลับมาใช้ได้ใหม่อีกครั้งแล้ว
ไม่นาน เรือเหินเมฆาขนาดมหึมาก็เลื่อนลงมาจากบนท้องฟ้า นี่ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ แต่คือผลงานที่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นช่างตีเหล็ก นักอาคม หรือนักอักขระ ร่วมกันสร้างขึ้นมา
แม้จะดูโอ่อ่าหรูหรา ทว่าในสายตาของเจิ้งมู่ มันก็เป็นเพียง “ของเล่น” เท่านั้น
“เดี๋ยวกระโดดตามฉันลงมา” เขากล่าวเสียงเบา หลั่นปิ่งเยว่และหลีเฉิงคุนจึงพยักหน้าตาม ถึงอย่างนั้น ขาของหลีเฉิงคุนก็แทบงอเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว ตัวสั่นห้อยเกาะขอบเรือ ราวกับจะร่วงลงไปทุกเมื่อ
เรือเหินเมฆาค่อยๆ ลอยสูงขึ้นจนทะลุชั้นเมฆ พอผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง เสียงจากลำโพงก็ดังขึ้น
“เรือเหินเมฆาจะเริ่มลดระดับความสูงลง ผู้เข้าทดสอบทุกคน สามารถเริ่มการทดสอบได้!”
สิ้นเสียงประกาศ เรือทั้งลำก็พลันลดระดับลงมาอย่างรวดเร็ว!
เมื่อทะลุเมฆลงมาอีกครั้ง สิ่งที่เห็นด้านล่างคือทะเลทรายเหลืองกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ไม่มีสิ่งใดนอกจากทราย!
เจิ้งมู่ไม่เสียเวลามองคนอื่น มือคว้าเพื่อนร่วมทีมทั้งสองไว้แน่น “กระโดด!”
ทันใดนั้น
“อ๊ากกกกกกกกกกก!”
เสียงกรีดร้องของหลีเฉิงคุนดังแข่งกับแรงลมที่ตีใบหน้าจนเบี้ยวบิด ข้างๆ หลั่นปิ่งเยว่ก็กำมือเจิ้งมู่แน่น ใบหน้าขาวซีด แม้ไม่เอ่ยสักคำ แต่ความหวาดกลัวก็ฉายชัดเต็มสองตา
บนท้องฟ้า กลุ่มผู้เข้าทดสอบจากมหาวิทยาลัยเทียนเป่ยและมหาวิทยาลัยเซิ่งชิง เห็นทั้งสามกระโดดเร็วขนาดนั้น ก็หัวเราะเยาะกันอื้ออึง
“ฮ่าฮ่าฮ่า ดูสิ พวกมันกลัวจนรีบกระโดด! กลัวจะได้ลงพร้อมกับพวกเราหรือไง?”
“มหาวิทยาลัยเตรียมทหารตะวันตกเฉียงใต้ไม่มีผู้เข้าทดสอบระดับ S สักคน พวกมดตัวเล็กแบบนี้ไม่ต้องไปสนใจหรอก รีบไปเก็บแต้มจากมอนสเตอร์เถอะ!”
อีกฟากหนึ่ง บนเรือเหินเมฆานับพันลำที่ลอยคุมการทดสอบ
เหอกวงซึ่งยืนอยู่ด้านหลังพลเอกฉินอุทานขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นภาพสามคนนั้นกระโดดลงเร็วผิดปกติ “ท่านนายพล มองดูนั่นสิ!”
“มีอะไร?” พลเอกฉินขมวดคิ้ว
เหอกวงรีบชี้ไปที่หน้าจอแสง “นั่นคือสามคนที่ผมรับมาจากเมืองหยุนถง ผู้ปลุกอาชีพระดับ A สองคน และระดับ B หนึ่งคน เลเวลของทั้งสามเกินสิบห้าหมดแล้ว!”
พอได้ยินเเบบนั้น พลเอกฉินก็จ้องหน้าจอทันที แต่เมื่อเห็นพิกัดการร่วงของเจิ้งมู่กับพวก เขากลับขมวดคิ้วแน่น
“เลเวลเกินสิบห้า พลังต่อสู้ก็น่าจะไม่เลว เเล้วทำไมถึงเลือกลงจอดที่ชายขอบ? คะแนนจากมอนสเตอร์แถวนั้น มันจะเพียงพอได้ยังไง?”
บนหน้าจอ ตำแหน่งของเจิ้งมู่เเละอีกทั้งสองคนอยู่ที่ชายขอบทะเลทรายกลืนกระดูก ใกล้เมืองหวงซามากที่สุด
เหอกวงได้ยินก็หน้าเจื่อน “เอ่อ…ชายหนุ่มชื่อเจิ้งมู่ เขาเป็นช่างกลระดับ A ดูแล้วเป็นคนฉลาดมาก แถมมีออร่าเหมือนผู้นำด้วยครับ…”
ทว่าเมื่อพลเอกฉินได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็น “ช่างกล” ก็ชะงักไปอึดใจ ก่อนถอนหายใจ แล้วหันไปดูหน้าจอแสงอื่นทันที
เห็นชัดว่า เมื่อรู้ว่าเป็นช่างกล พลเอกฉินก็เลิกใส่ใจเจิ้งมู่ไปแล้วในใจ
ในช่วงเริ่มต้นของการทดสอบ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต่างมุ่งลงที่ใจกลางทะเลทราย จับทีมใหญ่เพื่อล่ามอนสเตอร์ที่มีคะแนนสูง ใครเล่าจะนึกถึงการมุ่งหน้าไปยังจุดถอนตัวตั้งแต่แรก?
เหอกวงยกปากขึ้น อยากช่วยพูดดีๆ ให้เจิ้งมู่ แต่ในที่สุดก็ไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกไปได้…