- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 29 พวกแกถูกล้อมแล้ว! วางอาวุธแล้วมอบตัวซะ!
บทที่ 29 พวกแกถูกล้อมแล้ว! วางอาวุธแล้วมอบตัวซะ!
บทที่ 29 พวกแกถูกล้อมแล้ว! วางอาวุธแล้วมอบตัวซะ!
บทที่ 29 พวกแกถูกล้อมแล้ว! วางอาวุธแล้วมอบตัวซะ!
ความหนาวเย็นจากข้างหลังแผ่ซ่านเข้ามาในกระดูกสันหลังของหลั่นปิ่งเยว่ ร่างกายของเธอแข็งทื่อไปชั่วขณะ ความตายที่กำลังใกล้เข้ามาทำให้สมองแทบหยุดคิด ทุกอย่างกลายเป็นสัญชาตญาณ เธออยากหันกลับไปมอง แต่ทันใดนั้นสิ่งที่เห็นกลับมีเพียงคมมีดที่พุ่งตรงเข้ามา!
ในมือของเธอยังถืออาวุธ แต่ทั้งอาวุธและสกิลที่มีอยู่…ไม่มีทางหลบทันแล้ว ความสิ้นหวังแล่นพล่านในหัว จนเธอคิดว่าชีวิตวันนี้คงจบลงที่ดินแดนรกร้างแห่งนี้เเล้ว ความทรงจำทั้งชีวิตเหมือนถูกย้อนกลับอย่างรวดเร็วในหัว
ทว่าในจังหวะที่เธอสิ้นหวังที่สุด ร่างหนึ่งกลับพุ่งเข้ามายืนบังเธอไว้!
เสียง “ปัง!” ดังสนั่น ร่างเล็กของเธอถูกแรงปะทะมหาศาลเหวี่ยงลอยออกไปในทันที แต่ความเจ็บปวดที่คาดว่าจะมากลับไม่เกิดขึ้น เธอรู้สึกเพียงแค่ว่ามีอ้อมแขนแข็งแรงโอบรัดเอวเธอไว้แน่น พาเธอหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะหยุดลงอย่างปลอดภัย
เมื่อเงยหน้าขึ้น สิ่งที่เห็นคือใบหน้าเปียกชุ่มเหงื่อของเจิ้งมู่ ชายหนุ่มที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้า เขากัดฟันแน่น เอ่ยพร่ำออกมาไม่หยุด
“ให้ตายสิ! พวกตัวเลเวลสามสิบกว่ายังต้องใช้วิธีขี้ขลาดแบบลอบฆ่าด้วยเรอะ?! จะไม่อายกันบ้างหรือไง!”
ในตำแหน่งที่เธอยืนอยู่ก่อนหน้านั้น ปรากฏร่างคนชุดดำ มือกำมีดสั้น เขาคือหัวหน้าสมาคม ของสมาคมเฮยเฟิง เสี่ยวกู่
เขามองมีดในมือพลางขมวดคิ้ว หันมาจ้องเจิ้งมู่ “สกิลอะไรงั้นเหรอ? ถึงกับป้องกันการโจมตีจากด้านหลังของฉันได้?”
เจิ้งมู่ยังไม่ทันตอบ อีกฝ่ายก็ยกอาวุธขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากยกยิ้มเย็น “ฉันเป็นนักฆ่าเงา ระดับ B แน่นอนว่าการลอบสังหารคืองานของฉัน นายอยากให้ฉันมาสู้ซึ่ง ๆ หน้าอย่างงั้นสิ? ฮึ!”
พูดจบ ร่างเขาก็หายวับไปในความมืด
แววตาของเจิ้งมู่พลันแข็งกร้าวขึ้น นักฆ่าเงา นั้นเด่นด้านการพรางกายยามค่ำคืน แต่วันนี้…โชคชะตากลับไม่เข้าข้างเสี่ยวกู่เลย
เพราะสกิล “สแกนสนามแม่เหล็กนาโน” ของเจิ้งมู่ พัฒนาถึงเลเวล 3 แล้ว และเวลาคูลดาวน์หนึ่งนาที บวกกับระยะเวลาต่อเนื่อง 30 วินาที ทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายล้วนอยู่ในสายตาของเขา ไม่มีโอกาสที่จะซ่อนเร้นแม้แต่นิดเดียว
“ปัง! ปัง! ปัง!”
กระสุนไฟพุ่งออกจากปากกระบอกปืน ร่างของเสี่ยวกู่ที่เพิ่งซ่อนตัวกลับถูกบังคับให้เผยออกมา เขาตกตะลึง “นาย…นายมองเห็นฉันได้ยังไง? อาชีพช่างกลมีสกิลแบบนี้ด้วยเหรอ?”
หลีเฉิงคุนที่อยู่ข้าง ๆ เห็นร่างศัตรูโผล่มาแบบนั้น เหงื่อเย็นพลันไหลพราก รีบวิ่งมาหลบหลังเจิ้งมู่ทันที “พวกนายระวัง! คนพวกนี้มันไม่ใช่พวกซอมบี้ ต่อกรยากกว่ามาก!”
หลั่นปิ่งเยว่ซึ่งยังอยู่ในอ้อมกอดของเจิ้งมู่ หน้าซีดเผือด หัวใจเต้นไม่เป็นจังหว่ะ แต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่ปืนในมือเขา ก่อนเธอจะสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อข่มความกลัวและเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ “พวกสารเลว! กล้าฆ่าพวกเราในแดนรกร้างแบบนี้? เมืองหยุนถงไม่มีวันปล่อยพวกแกไว้แน่!”
คำตะโกนของเธอกลับเรียกเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากกลุ่มคนที่รายล้อมอยู่ “ฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้หนุ่มจางเฉิงหลง พูดถูกซะด้วย! พวกแกมันโง่จนเกินกว่าจะโง่ได้อีก ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? ที่นี่มันแดนรกร้าง ตอนกลางคืน จะมีใครหน้าไหนผ่านมาอีกนอกจากพวกโง่อย่างพวกแก!”
หลีเฉิงคุนหน้าแดงก่ำ กำปืนแน่นจนเส้นเลือดปูด แต่ศัตรูที่ล้อมรอบยิ่งบีบเข้ามาเรื่อย ๆ ความหวังแทบไม่เหลือ
ชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มศัตรู สายตาโลมเลียเมื่อเห็นหลั่นปิ่งเยว่ที่ถูกเจิ้งมู่ปกป้องอยู่ เขาหัวเราะชั่วร้าย “ฮึ ๆ ๆ ไม่เสียแรงที่เป็นดาวโรงเรียนจริง ๆ ว่ะ! เดี๋ยวพวกแกอย่ารีบร้อนนักล่ะ ฉันจะเล่นกับเธอก่อน…”
คำพูดชั่วร้ายนั้นทำให้สีหน้าของหลั่นปิ่งเยว่ซีดเผือดไปอีก ร่างบอบบางสั่นสะท้าน ดาบในมือถึงกับสั่นระริก
แต่ในดวงตาของเจิ้งมู่กลับแวววับด้วยความโกรธ ไม่มีใครรู้เลยว่ารอบ ๆ ตรงนี้ บรรดาเครื่องจักรที่เขาแอบส่งออกไปก่อนหน้านี้ ทั้ง T-800 และลิคเกอร์ได้กระจายกำลังล้อมพวกมันไว้หมดแล้ว
เงาดำของเครื่องจักรค่อย ๆ โผล่ออกมาตามชายคาที่ผุพัง ตามพงหญ้าที่เงียบสงัด ปากกระบอกปืนเย็นเยียบเล็งไปยังหัวของเหล่าศัตรูพร้อมกัน
เจิ้งมู่หันไปจ้องเสี่ยวกู่ “พวกแกคิดว่าการจะฆ่าเราไม่ต้องการเหตุผล? แค่เพราะเราไม่ยอมเข้าสมาคมพวกแกงั้นเหรอ?”
เสี่ยวกู่หัวเราะเย็นชา “เด็กน้อย ไม่ต้องถ่วงเวลาเลย จะไม่มีใครมาช่วยพวกแกหรอก นี่คือสไตล์ของสมาคมเฮยเฟิงของเรา…หาเงินได้เท่าไหร่ก็คือกำไรทั้งนั้น ต้องโทษพวกแกที่โชคร้ายโผล่มาที่นี่เอง!”
เจิ้งมู่สูดลมหายใจ หยุดพูดต่อ “ถ้างั้น…เหตุผลที่พวกแกจะต้องตายในที่นี่ ก็คงไร้สาระไม่ต่างกันหรอก!”
เมื่อคำพูดเพิ่งจบ เสียงระเบิดก็ดังก้องราวกับสายฟ้าฟาดทั่วพื้นที่!
เขากดหัวหลั่นปิ่งเยว่และหลีเฉิงคุนลงกับพื้นในทันที กระสุนพุ่งเข้าใส่กลุ่มศัตรูอย่างไม่ปรานี เสียงกรีดร้องดังระงม ความโกลาหลเกิดขึ้นชั่วพริบตา
จางเฉิงหลงที่ยืนหัวเราะเยาะอยู่ด้านนอกวงล้อม ยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ระเบิดด้านหลังเขาก็พรากทุกอย่างไป ร่างทั้งร่างถูกแรงระเบิดซัดปลิว กระดูกแตกดัง กร๊อบ! เลือดกับเนื้อกระเซ็นเต็มหน้า
เสียงกรีดร้องดังสนั่น “อะไรกันเนี่ย! พระเจ้า!”
“รีบฮีล! รีบ! อ้ากกกก!”
แต่ไม่ทันแล้ว บรรดานักเวท นักบวช ทั้งหมดถูกยิงล้มในพริบตา ศัตรูกว่า 10 คน ล้มตายแทบหมดสิ้น เหลือเพียงไม่กี่คนที่อาศัยอาชีพแท็งค์ที่มีการป้องกันสูงประคองร่างเอาไว้ได้
เสี่ยวกู่ตาแทบถลน จ้องเจิ้งมู่ที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพื้น “ไอ้สารเลว! แกเล่นสกปรกลอบฆ่าพวกเราแบบนี้เหรอ!”