- หน้าแรก
- ใครว่าอาชีพช่างกลกระจอก
- บทที่ 21 ชิ้นส่วนระดับหายาก — 【รังจักรกล】
บทที่ 21 ชิ้นส่วนระดับหายาก — 【รังจักรกล】
บทที่ 21 ชิ้นส่วนระดับหายาก — 【รังจักรกล】
บทที่ 21 ชิ้นส่วนระดับหายาก — 【รังจักรกล】
【ทักษะมือทองคำ Lv3 ใช้งานสำเร็จ】
【กำลังแปลงวัสดุสีม่วงระดับหายาก “โลงแดงพันปี” เป็นกลไก……】
【คุณได้รับวัสดุสีม่วงระดับหายาก……】
เสียงของระบบดังขึ้นในหัว ทำเอาเจิ้งมู่ฝืนทนความเจ็บปวด ค่อยๆ เงยหน้ามองไปยังแท่นสูงข้างหน้า จากนั้นเขาก็เห็นภาพที่น่าตกตะลึง เจ้าหญิงหงอวี้ที่เดิมนั่งอยู่ในโลงศพสีเลือดนั้น กลับถูกกลืนหายไปพร้อมกับโลงทั้งใบภายใต้แสงทองสว่างไสว และกำลังถูกแปลงเป็นเครื่องจักร!
“เจ้า…เจ้าทำอะไรกับโลงศพของข้า!”
“เจ้าสวะต่ำตม! ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้! ตาย! เจ้าจะต้องตาย!!!”
เสียงกรีดร้องอันเกรี้ยวกราดสะท้อนก้อง แต่ในห้วงเสียงนั้น เจิ้งมู่กลับสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวัง ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
เขาไม่มีเวลาคิดต่อ แสงทองพลันดับลงในพริบตาเดียว โลงแดงพันปีและเจ้าหญิงหงอวี้ ก็ได้หายไปพร้อมกัน!
สิ่งที่ปรากฏแทนที่ คือตู้คอนเทนเนอร์สีทองแซมแดง หรือจะเรียกว่าพ่วงท้ายรถบรรทุกก็ได้
ทันใดนั้น ข้อความใหม่ก็ปรากฏตรงหน้าของเขา
【รังจักรกล : วัสดุระดับหายากสีม่วง (ผลงานของช่างกลเจิ้งมู่) มีพื้นที่โรงงานขนาดใหญ่อยู่ภายใน สามารถใช้สำหรับการเก็บรักษา ซ่อมแซม รวมทั้งประกอบกระสุนให้กับร่างกล มีระบบควบคุมหลักด้วยปัญญาประดิษฐ์ชั้นสูงในตัว】
“ซู่ววว!!!”
เจิ้งมู่ถึงกับสูดหายใจแรงด้วยความตกตะลึง
อย่างไรก็ตาม ความประหลาดใจไม่ได้มีเพียงเท่านี้
เมื่อเจิ้งมู่ล้มลง จากนั้นวิญญาณอาฆาตโบราณและทหารโครงกระดูกที่แห่กันเข้ามา โลงแดงพันปีและเจ้าหญิงหงอวี้ ต่างกลายเป็นเถ้าธุลีกระจายไปในอากาศ
บนหน้าจอแสดงผล มีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นเป็นบรรทัดๆ
【คุณสังหาร บอสเจ้าหญิงหงอวี้ Lv 32 ได้รับค่าประสบการณ์ 179,000】
【คุณได้รับอุปกรณ์พิเศษระดับผู้กล้าสีแดง "ตราคำสั่งเลือดฟีนิกซ์"】
【คุณได้รับหนังสือทักษะเฉพาะ สำหรับอาชีพของคุณแบบสุ่ม x1】
【ติ๊ง!เนื่องจากคุณได้ก่อความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ต่อดันเจี้ยน "โลงเลือดพันปี" ดันเจี้ยนนี้จะหายไปตลอดกาล】
【คุณได้ทำลายคำสาปโลก x1 ขอแสดงความยินดี คุณได้รับคะแนนเทพ x1 เปิดใช้งานฉายา "นักบุญเทพ"】
【คุณได้เลเวลอัพ 16】
【เนื่องจากดันเจี้ยนหายไป คุณจะถูกส่งไปยังพื้นที่ปลอดภัยรอบนอกสุดของพื้นที่มอนสเตอร์ปัจจุบันโดยการสุ่ม.......】
ไม่เเม้เเต่จะได้ให้โอกาสเจิ้งมู่ทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ท่ามกลางแสงสว่าง เจิ้งมู่รู้สึกเพียงว่าตรงหน้าพร่าเลือน ร่างกายบิดเบี้ยว ก่อนจะหายไปจากดันเจี้ยนแห่งนี้
....อีกด้านหนึ่ง
ใจกลางเมืองศพเน่า
สุดท้ายแล้วหลิวเล่ยกับพรรคพวกก็หักห้ามใจต่อแรงดึงดูดของดันเจี้ยนไม่ไหว หลังจากลังเลอยู่นานพวกเขาก็เลือกจะบุกเข้าไปยังใจกลางเมืองศพเน่า เพียงแต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้พามือใหม่อย่างหลีเฉิงคุน และคนอื่นๆ ไปด้วย
เมื่อเดินทางมาถึงใจกลางเมือง และเจอทางเข้าของดันเจี้ยน ซึ่งมีสภาพเหมือนสุสาน ก็พบว่าที่นี่มีคนจับจองอยู่ก่อนแล้ว
“หัวหน้า! พวกนั้น…เป็นคนของสมาคมเฮยเฟิง!”
หลิวเล่ยหันมองตามสายตาลูกทีม ก็เห็นชัดเจนว่าเป็นคนจากสมาคมที่ไม่มีใครในเมืองหยุนถงไม่รู้จัก
สมาคม “เฮยเฟิง”
ชื่อเสียงของพวกเขาไม่ได้เกิดจากผลงาน หรือการมีสมาชิกระดับสูง แต่เป็นเพราะการใช้วิธีการชั่วร้ายและสกปรก พวกเขารอดพ้นจากการถูกจับมาตลอด ทำตัวเป็นเสี้ยนหนามของเมืองหยุนถงมาจนถึงทุกวันนี้
ในบรรดาสมาชิกที่คุ้นหน้า หลิวเล่ยยังเห็นเด็กหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายคน
“โห! หัวหน้าหลิวข่าวไวไม่เบานี่นา เรามาถึงเป็นกลุ่มแรกแท้ๆ พวกคุณยังอุตส่าห์ตามมาทันอีก” ชายหนุ่มท่าทางหยิ่งยโสที่แต่งกายเหมือนนักลอบสังหารเดินนำหน้า กลิ่นอายเย็นยะเยือกออกมาจากตัวเขา ทำเอาคนรอบข้างอดขมวดคิ้วไม่ได้
“เสี่ยวกู่…สมาคมของพวกนายก็ถึงขั้นเริ่มรับพวกเด็กใหม่แล้วเหรอ?” หลิวเล่ยจ้องใบหน้าหนุ่มสาวเหล่านั้นอย่างระแวดระวัง
ถ้าเจิ้งมู่หรือหลีเฉิงคุนอยู่ตรงนี้ ต้องจำได้แน่ว่าในกลุ่มนั้นมีหนึ่งใบหน้าที่คุ้นตา!
จางเฉิงหลง ผู้ปลุกอาชีพระดับ C อัศวินเหล็กกล้า!
เสี่ยวกู่หัวหน้าสมาคมเฮยเฟิง แสยะยิ้มเย้ยหยัน ไม่ตอบคำถามนั้น แต่หันไปกวาดตามองบรรยากาศโดยรอบแล้วหัวเราะเบาๆ
“หัวหน้าหลิวไม่ต้องห่วง ถึงพวกเราจะมาก่อน แต่ก็ดูเหมือนจะช้ากว่าคนอื่นไปก้าวหนึ่ง”
คำพูดนี้ทำเอาทั้งสมาชิกสมาคมเฮยเฟิง และเหล่าผู้ปลุกอาชีพอิสระที่มุงอยู่รอบๆ ต่างหันไปจ้องที่ปากถ้ำสุสานสีดำสนิทด้วยสายตาครุ่นคิด
มีคนเข้าไปก่อนหน้าแล้ว!
นั่นก็หมายความว่า ถ้าคนพวกนั้นตายในดันเจี้ยน พวกเขาถึงจะได้สิทธิเข้าแทน หรือไม่…ก็รอให้อีกฝ่ายเคลียร์ดันเจี้ยนสำเร็จพร้อมกวาดรางวัลกลับมาเต็มมือ!
ความตึงเครียดปกคลุมทันที
รางวัลของดันเจี้ยนระดับยากนี้ ถ้าเคลียร์ได้ ผลตอบแทนขั้นต่ำล้วนเป็นของระดับหายากสีม่วง!
เสี่ยวกู่หันไปปรึกษาสมาชิกหลักของตนอย่างลับๆ ด้วยสีหน้ามั่นใจยิ่งขึ้น เพียงชิ้นส่วนระดับหายากสีม่วงสักชิ้น ก็เพียงพอจะทำให้สมาคมเฮยเฟิงก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น อาจถึงขั้นก้าวออกจากเมืองหยุนถงไปสู่โลกกว้างก็ไม่เกินจริง!
เเต่สิ่งเดียวที่สร้างความลำบากใจให้เขามากเป็นพิเศษ คือการที่มีหลิวเล่ยอยู่ตรงนี้ การฆ่าคนชิงของต่อหน้าต่อตาเขา ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจ เสียง ตูม ตูม ตูม ก็ดังก้องออกมาจากสุสาน!
“มีคนกำลังจะออกมา!!”
“อะไรนะ? เขาเคลียร์ดันเจี้ยนเสร็จแล้วงั้นเหรอ!”
คำตอบที่พวกเขาได้รับกลับไม่ใช่คน แต่เป็นเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดซัดกระแทกจนทุกคนที่ไม่ทันตั้งตัวถูกเหวี่ยงกระเด็นจนล้มระเนระนาด!
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง…สุสานทั้งแห่งไม่เหลือแม้แต่ซาก มีเพียงหลุมขนาดมหึมาแทนที่!
เสี่ยวกู่ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนความโกรธจะปะทุออกมา
“คนล่ะ! ดันเจี้ยนล่ะ ดันเจี้ยนหายไปไหน!”
เสียงคำรามก้องกังวาน ทุกคนรอบด้านต่างรีบหันมองโดยรอบอย่างหวาดระแวง คิดว่าคนที่เคลียร์ดันเจี้ยนได้ คงซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ นี่เอง
“ค้นให้ทั่ว! ไอ้หมอนั่นไม่มีทางเคลียร์ดันเจี้ยนได้โดยไม่บาดเจ็บหรอก! ค้น!!!”
ขณะที่เมืองศพเน่ากำลังอลหม่านเพราะสมาคมเฮยเฟิงและกิลด์อื่นๆ ที่ตามมา…
เส้นทางเปลี่ยวสู่เมืองหยุนถง รถบรรทุกคันยักษ์ได้ลากตู้คอนเทนเนอร์สีทองแดงกำลังแล่นฝุ่นตลบไปบนถนน!
ในห้องคนขับ เจิ้งมู่กำลังมองสิ่งที่อยู่ในมือ พลางสูดลมหายใจเย็นวาบ…