เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

39.อาจารย์ ข้าไม่ยอมแพ้!

39.อาจารย์ ข้าไม่ยอมแพ้!

39.อาจารย์ ข้าไม่ยอมแพ้!


เมื่อเห็นว่าเย่เทียนตอนนี้มีพลังบ่มเพาะขอบเขตก่อกำเนิดแล้ว

คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นั่นต่างคิดว่าเย่เฉินแพ้แน่นอน

แต่ทว่าในชั่วพริบตาที่เย่เฉินลงมือ

ทุกคนถึงกับตะลึงงัน

เพียงแค่หนึ่งกระบวนท่า

ก็มีคนหนึ่งถูกปราณแท้กระแทกจนร่างปลิวกระเด็นออกไปกลางสนามประลอง

และคนผู้นั้นไม่ใช่เย่เฉิน

กลับกลายเป็นเย่เทียนเสียอย่างนั้น!!

ร่างกายของเขามีแสงเรืองรองเปล่งประกาย

ปราณก่อกำเนิดแผ่ซ่านไปทั่วตัว

ใครที่ไม่ตาบอดก็สัมผัสได้ชัดเจน

ปราณก่อกำเนิดที่แผ่ออกมาจากร่างเย่เฉินนั้นเข้มข้นยิ่งกว่าเย่เทียนเสียอีก

เย่ซานเหอผู้ผ่านโลกมามากพอสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นอายเย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความตกตะลึงพร้อมตะโกนออกมา

“นี่คือ...ขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสาม?”

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่เมื่อไม่กี่วันก่อนเย่เฉินยังอยู่แค่ขอบเขตหลอมกายาขั้นเจ็ดไม่ใช่หรือ?”

“ทำไมถึงเพียงพริบตาเดียวก็ทะลวงสู่ขอบเขตก่อกำเนิด แถมยังขึ้นมาถึงขั้นสามในทันทีได้ล่ะ??”

เมื่อเห็นสายตาตกตะลึงและงุนงงของเย่ซานเหอ

เย่ผอจวิน บิดาของเย่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะเผยร้อยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ

“น้องรองพูดเช่นนี้มีความหมายอันใด?”

“อย่างไรเล่า...จะยอมให้เย่เทียนเด็กน้อยคนนี้ทะลวงสู่ขอบเขตก่อกำเนิดได้

แต่กลับไม่ยอมให้ลูกชายข้าก็ทะลวงบ้างได้หรือ?”

“โชควาสนาในใต้หล้านี้มิได้เป็นของเย่เทียนคนเดียวหรอกนะ!”

แม้หลายปีมานี้เย่ผอวินจะชอบหาเรื่องตนอยู่บ่อยครั้งแต่ท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็เป็นพี่ชายของตนเย่ซานเหอจึงเคารพพี่ใหญ่พอสมควร

พอได้ยินเช่นนั้นจึงรีบกล่าวขอโทษ

“พี่ใหญ่เข้าใจผิดแล้วข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!”

“เพียงแต่...เพียงแต่เห็นพลังบ่มเพาะของเฉินเอ๋อร์เพิ่มขึ้นรวดเร็วขนาดนี้ชั่วขณะหนึ่งจึงตกตะลึงไปเท่านั้น!”

“ไม่เป็นไร...อย่างที่ข้าเพิ่งพูดไปโชควาสนาในใต้หล้าไม่ได้เป็นของเย่เทียนคนเดียวจะไม่ยอมให้ลูกชายข้าได้รับโอกาสบ้างได้อย่างไร?”

เสียงสนทนาของคนอื่นๆเย่เทียนไม่มีเวลาสนใจแล้ว

ตอนนี้ในสมองของเขามีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น!

เขา...ทำไมถึงสู้เย่เฉินไม่ได้?

เจ้าหมอนี่จะมีพลังบ่มเพาะขอบเขตก่อกำเนิดได้อย่างไร?

เรื่องนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

เย่เทียนคลานลุกจากพื้นพอเช็ดเลือดที่มุมปากออกก็อดไม่ได้ที่จะจ้องเย่เฉินด้วยความโกรธแค้น

“เจ้ามีพลังบ่มเพาะขอบเขตก่อกำเนิดได้อย่างไร?”

“เย่เฉินเจ้าแอบทำอะไรไว้กันแน่?”

“.......”

“น้องชายกล่าวเล่นเสียแล้วข้าจะต้องใช้วิธีสกปรกอะไรด้วยหรือ?”

“ในใต้หล้าจะยอมให้เจ้าคนเดียวเท่านั้นที่พลังบ่มเพาะเพิ่มขึ้นได้งั้นหรือ?”

“เช่นนั้นต่อไปนี้ทุกคนอย่าฝึกฝนกันเลยดีกว่าลูกหลานตระกูลเย่ทั้งหมดพึ่งพาเจ้าคนเดียวก็พอแล้วไม่ใช่หรือ?”

เมื่อเห็นเย่เฉินยิ้มมองตน

เย่เทียนยิ่งโกรธจนแทบระเบิด

“อาจารย์...เรื่องนี้มันเกิดอะไรขึ้น?”

“ไม่กี่วันก่อนเย่เฉินยังอยู่ขอบเขตหลอมกายาขั้นเจ็ดแต่ทำไมถึงทะลวงสู่ขอบเขตก่อกำเนิดได้รวดเร็วขนาดนี้!”

“นี่มันไม่สอดคล้องกับหลักการบ่มเพาะเลยเจ้าสารเลวนี้ต้องโกงแน่!”

ด้วยสายตาของเหยียนจีย่อมมองความผิดปกติบนร่างเย่เฉินออก

วินาทีต่อมานางจึงถอนหายใจเบาๆแล้วเอ่ยว่า

“ในเวลาเพียงไม่กี่วันจากขอบเขตหลอมกายาขัันเจ็ดทะลวงสู่ขอบเขตก่อกำเนิดเรื่องนี้ย่อมแปลกประหลาดจริงๆแต่หากใช้วิธีพิเศษบางอย่างก็สามารถทำได้เช่นกัน!”

“เย่เฉินผู้นี้น่าจะใช้วิธีที่ทะลวงพลังจนเกินตัวจึงทำให้พลังบ่มเพาะเพิ่มขึ้นรวดเร็วขนาดนี้!”

“ในสายตาของอาจารย์การทำถึงขนาดนี้เพียงเพื่อการแข่งขันใหญ่ของตระกูลค่อนข้างคุ้มค่าไม่แต่ในกติกาแล้ว ไม่ถือว่าโกง!”

“ดังนั้น.......!”

ยังไม่ทันที่เหยียนจีจะพูดจบเย่เทียนก็เอ่ยขึ้น

“อาจารย์ท่านรู้ตั้งแต่แรกแล้วหรือว่าพลังบ่มเพาะของเย่เฉินเป็นอย่างไรทำไมถึงไม่เตือนข้า?”

“ไม่...ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติอะไรคงมียอดฝีมือท่านใดช่วยปกปิดให้เย่เฉินมิฉะนั้นอาจารย์คงเตือนให้เจ้าลงสนามยอมแพ้ตั้งแต่แรก!”

“ยอมแพ้? ทำไมต้องเตือนให้ข้ายอมแพ้?”

ราวกับสัมผัสได้ถึงความตกใจและโกรธแค้นของเย่เทียน เหยียนจีจึงอธิบายอย่างละเอียด

“ไม่ว่าเย่เฉินจะใช้วิชาต้องห้ามอะไรหรือไม่แต่พลังบ่มเพาะของเขาตอนนี้คือขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสามของจริง!”

“เจ้าเพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อกำเนิดทั้งสองต่างกันถึงสองขั้นย่อย!”

“โอกาสชนะแทบไม่มีเลยหากไม่เตือนให้เจ้ายอมแพ้แล้วจะให้ทำอย่างไร?”

“หากยอมลงสนามรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องได้รับบาดเจ็บฟรีเช่นนี้!”

ตอนนี้เย่เทียนจึงเข้าใจว่าทำไมเย่เฉินถึงทำร้ายตนได้หนักเพียงกระบวนท่าเดียว

ไอ้สารเลวนี้...อยู่ขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสามสูงกว่าตนถึงสองขั้นย่อยเต็มๆ

แม้จะรู้ความจริงแล้วแต่ในใจเย่เทียนยิ่งโกรธแค้นและไม่ยอมแพ้มากขึ้น

เขารอคอยโอกาสสร้างชื่อเสียงมานานขนาดนี้เขาจะยอมกลายเป็นหินลับมีดให้เย่เฉินอีกครั้งได้อย่างไร

ดังนั้นในวินาทีนี้เย่เทียนจึงร้องขอเหยียนจีโดยตรง

“อาจารย์...ข้ารู้ว่าท่านมีพลังบ่มเพาะที่ท้าทายสวรรค์ต้องมีวิธีช่วยข้าเอาชนะเจ้าสารเลวเย่เฉินได้แน่ใช่หรือไม่?”

“ขอโทษด้วย...เทียนเอ๋อร์...ในเรื่องนี้ข้าช่วยเจ้าไม่ได้!”

“ช่วยไม่ได้? ทำไมกัน? อาจารย์ไม่ใช่ยอดฝีมือไร้เทียมทานหรือทำไมถึงแม้แต่เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ยังทำไม่ได้?”

เหยียนจีสูดหายใจลึกแล้วอธิบายอย่างจนใจ

“อาจารย์มีวิชาหนึ่งที่เรียกว่าวิชารวมร่างสามารถถ่ายทอดพลังบ่มเพาะและปราณวิญญาณส่วนหนึ่งให้เจ้าได้ชั่วคราว”

“ทำเช่นนั้นย่อมทำให้พลังบ่มเพาะของเจ้าเพิ่มขึ้นมหาศาลในเวลาอันสั้น...”

“การบดขยี้เย่เฉินย่อมไม่ใช่ปัญหา...”

“แต่.....”

ยังไม่ทันที่เหยียนจีจะพูดจบเย่เทียนก็กล่าวด้วยความดีใจสุดขีด

“อาจารย์แล้วท่านยังลังเลอะไรอีกรีบถ่ายทอดพลังปราณวิญญาณให้ข้าเดี๋ยวนี้เลยสิ!!!”

“เทียนเอ๋อร์ไม่ใช่ว่าอาจารย์ไม่อยากถ่ายทอดพลังให้เจ้าแต่การประลองนี้เป็นเพียงการแข่งขันหากเจ้าชนะโดยอาศัยพลังของข้านั่นจะถือเป็นชัยชนะของเจ้าเองจริงๆหรือ?”

ในสายตาของเหยียนจี หนึ่งคือหนึ่ง สองคือสอง

ไม่ว่าเย่เฉินจะใช้วิชาต้องห้ามอะไรเขาก็เสียสละบางอย่างเพื่อแลกพลังมา

จุดนี้ไม่ถือว่าผิดกติกา

แต่หากตนลงมือถ่ายทอดพลังบ่มเพาะให้เย่เทียนนั่นถึงจะเรียกว่าการโกงจริงๆ

เหยียนจีคิดว่าเย่เทียนเป็นคนรู้เหตุรู้ผลน่าจะเข้าใจหลักการนี้

แต่ไม่คาดว่าปฏิกิริยาของเย่เทียนในวินาทีต่อมาจะทำให้นางตะลึงงัน!

“อาจารย์...ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะที่ข้าพยายามด้วยตนเองหรือไม่มันไม่สำคัญอีกแล้ว!”

“ตอนนี้ข้าแค่อยากชนะ!”

“ข้าทนรับความอัปยศอดสูมานานถึงห้าปีมิได้เพื่อมาเป็นหินลับมีดให้คนอื่นในการแข่งขันใหญ่ของตระกูล!”

“ข้าไม่ยอมให้คนอื่นดูถูกอีกต่อไป!”

“ดังนั้นไม่ว่าจะใช้วิธีใดขอแค่ชนะได้ข้าก็จะใช้!”

“อาจารย์โปรดเห็นแก่ความจริงใจของศิษย์ช่วยศิษย์สักแรงเถิด!!!”

“อาจารย์ข้าขอร้องท่านแล้ว!!!”

คำพูดของเย่เทียนดังขึ้น

ทำเอาเหยียนจีถึงกับอึ้งไปชั่วขณะพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว

จบบทที่ 39.อาจารย์ ข้าไม่ยอมแพ้!

คัดลอกลิงก์แล้ว