เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

11.ความหวาดกลัวของตัวเอก!

11.ความหวาดกลัวของตัวเอก!

11.ความหวาดกลัวของตัวเอก!


เมื่อได้ยินคำถามของเย่เทียน เนี่ยชิงจู้อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก!”

“ท่านปู่ก็เป็นคนนิสัยแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่มีอะไรก็ยังชอบตะโกนใส่คนอื่นสองสามคำ!”

เย่เทียนพอรู้จักนิสัยใจร้อนของตาเฒ่าเนี่ยอยู่บ้าง

พอได้ยินเนี่ยชิงจู้พูดแบบนี้เขาจึงไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม

“อ้อ...ใช่แล้วชิงจู้!”

“เมื่อกี้ข้าเหมือนจะได้ยินว่าพวกเจ้าพูดถึงอะไร ‘คุณชายเฉิน’ น่ะ...”

“คุณชายเฉินคือใครหรือ?”

ไม่คาดว่าเย่เทียนจะสนใจถามเรื่องคุณชายเฉิน เนี่ยชิงจู้จึงยิ้มหวานกำลังจะตอบ

แต่เพียงวินาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมาจากไม่ไกล

“ชิงจู้!”

เมื่อเทียบกับน้ำเสียงธรรมดาๆของเย่เทียน

น้ำเสียงชายที่ดังขึ้นทีหลังนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ไม่เพียงแต่หนักแน่นทรงพลังแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์

ยังแผ่กลิ่นอายแห่งความสุกงอม

ราวกับมีพลังวิเศษที่มองไม่เห็นตรงเข้าปะทะจิตใจ

ทำให้ผู้ฟังเผลอจมดิ่งลงไปโดยไม่รู้ตัว!

เมื่อมีคนเรียกชื่อชิงจู้

เย่เทียนจึงหันมองไปยังคนที่ส่งเสียงโดยสัญชาตญาณ

ผลคือพอเห็นเข้าเขาก็ตัวแข็งทื่อไปทันที!

ชายที่เดินมานั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีขาวราวกับแสงจันทร์ปักลาย

ผมสีเงินขาวราวกับหิมะสะอาดบริสุทธิ์

ร่างกายสง่างาม ท่วงท่าสง่า รูปโฉมหล่อเหลา

ดวงตาคู่หนึ่งประดุจดวงดาว คิ้วโค้งสองข้างราวกับพระจันทร์เสี้ยว

ทุกการยกมือเหวี่ยงเท้าล้วนแผ่เสน่ห์พิเศษที่ไม่อาจต้านทาน

ไม่เพียงแต่หล่อเหลาแต่ดวงตายังลึกล้ำไร้ก้นบึ้ง

รอยยิ้มบนใบหน้าก็อบอุ่นน่าหลงใหลทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกเป็นกันเองได้ง่าย

ช่างเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาจริงๆ

เย่เทียนรู้สึกไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

เติบโตมาขนาดนี้เขาไม่เคยคิดเลยว่าในโลกนี้จะมีชายใดที่เกิดมาหน้าตาดีได้ขนาดนี้!

ขณะที่เย่เทียนกำลังจ้องมองชายตรงหน้าก็ตกตะลึงกับความสง่างามจนเหม่อลอย

(และเเล้วก็เกิดเป็นความรัก!!! หยอกๆ555)

เนี่ยชิงจู้ก็เห็นคนที่มาเช่นกัน

ทันใดนั้นในส่วนลึกของดวงตาคู่สวยก็เผยแววดีใจที่ไม่อาจบรรยาย

“คุณชายเฉิน!!”

พร้อมกับความยินดีและความร่าเริงเนี่ยชิงจู้เดินเร็วราวนกน้อยรื่นรมย์ไปยังหน้าคุณชายเฉิน

แล้วทักทายเขาด้วยความสุขอย่างยิ่ง

“คุณชายเฉินเช้านี้มาทานเต้าฮวยอีกแล้วเหรอเจ้าคะ?”

เมื่อเห็นเนี่ยชิงจู้ที่ดวงตาเต็มไปด้วยความดีใจคุณชายเฉินไม่ได้ตอบคำถามนางทันที

แต่ขยับสายตาไปมองเย่เทียนแวบหนึ่ง

เป็นเพียงการมองธรรมดาๆ

แต่ในวินาทีนี้เย่เทียนไม่รู้ทำไมจู่ๆก็รู้สึกหนาวยะเยือกจากส่วนลึกของร่างกาย

ความหนาวเย็นแผ่ซ่านมาจากทุกทิศทาง

ในวินาทีนั้นเย่เทียนถึงกับหนังศรีษะชาขนลุกชันไปหมด!

นี่...นี่คือคุณชายเฉินที่ชิงจู้พูดถึงเมื่อกี้เหรอ?

คนผู้นี้...คนผู้นี้คือใครกัน?

ทำไมแค่เขามองตนแวบเดียวตนถึงตัวสั่นไปทั้งตัวแขนขาก็ขยับไม่ได้เลย??

เหงื่อเม็ดโตกลิ้งลงจากหน้าผากของเย่เทียน

ถ้ามีคนยืนดูใกล้ๆในตอนนี้จะต้องเห็นเส้นเลือดปูดที่หน้าผากเขาแน่

อยากขยับตัวแต่ร่างกายกลับไม่ฟังคำสั่ง

แม้จะใช้พลังทั้งหมดก็ขยับไม่ได้สักนิด!

แต่แรงกดดันนี้มาก็เร็วไปก็เร็ว

เมื่อคุณชายเฉินหันสายตาไปจากเขา

เย่เทียนก็รู้สึกว่าร่างกายขยับได้อีกครั้ง

ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่สูงเยี่ยงตัวเอกผู้ผงาดจากความยากลำบาก

พอพ้นจากการกดดันเย่เทียนก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที

ถึงขนาดพลิกโต๊ะและชามเต้าฮวยตรงหน้าล้มกระจาย!

“ท่านคือผู้ใดกัน!”

“เหตุใดจึงมาที่เมืองเลี่ยหยางของข้า??”

ความเปลี่ยนแปลงกะทันหันทำให้เนี่ยชิงจู้งงงวย

นางหันมองเย่เทียนโดยไม่รู้ตัว

“พี่เย่เทียน...พี่เป็นอะไรไป?”

“ชิงจู้...รีบมาทางนี้มายืนอยู่ข้างหลังข้า!”

“คนตรงหน้าพวกเราอันตรายมาก!!”

อันตรายมาก?

คราวนี้เนี่ยชิงจู้ยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่

พี่เย่เทียนบอกว่าใครอันตราย?

ยังไม่ทันที่นางจะได้ตอบอะไร

คุณชายเฉินก็ยิ้มอบอุ่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิเดินไปนั่งลงที่โต๊ะว่างโต๊ะหนึ่งอย่างไม่สนใจใคร

“เมืองเลี่ยหยางห้ามคนต่างถิ่นมาทานข้าวหรือ?”

เมื่อได้ยินคุณชายเฉินพูดและเห็นสีหน้าเต็มไปด้วยความตึงเครียดระวังตัวของเย่เทียน

เนี่ยชิงจู้ถึงได้เข้าใจในที่สุดว่าพี่เย่เทียนกำลังระแวงใคร

นางอดไม่ได้ที่จะทั้งขำทั้งจนใจ

แต่เพียงวินาทีต่อมานางก็รีบพูดกับเย่เทียน

“พี่เย่เทียน...อย่าตระหนกไป!”

“ท่านผู้นี้คือคุณชายเฉินที่ข้าพูดถึงเมื่อกี้!”

“เขาไม่ใช่คนเลวหรอก!”

“เขาคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้า!”

ไม่ใช่คนเลว? เป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตชิงจู้?

เย่เทียนไม่ได้ลดการป้องกันลงเพราะประโยคนี้แต่ยังคงจ้องคุณชายเฉินอย่างระวังตัวสุดชีวิต!

แต่คุณชายเฉินไม่ได้สนใจสายตาราวเผชิญศัตรูของเย่เทียนเลย

หันมองเนี่ยชิงจู้แทน

จากนั้นก็ยิ้มบางๆแล้วกล่าว

“ชิงจู้...เหมือนเดิมก็พอ”

“เหมือนเดิมหรือเจ้าคะ? ได้เลยข้าเข้าใจแล้ว!”

รู้จักกันมานานหลายวันเนี่ยชิงจู้ย่อมเข้าใจความหมายของคุณชายเฉิน

จึงรีบหันไปบอกปู่

“ท่านปู่...คุณชายเฉินขอเต้าฮวยราดน้ำมันต้นหอมหนึ่งชาม!”

“รู้แล้ว!”

ตาเฒ่าเนี่ยดูเหมือนจะไม่ชอบหน้าคุณชายเฉินเป็นพิเศษ

พอทำเต้าฮวยเสร็จก็วางลงตรงหน้าคุณชายเฉินก็พูดตรงๆ

“เจ้าหนุ่ม...กินชามนี้เสร็จแล้วรีบไปซะ!”

“...........”

ยังไม่ทันที่คุณชายเฉินจะตอบอะไรเมื่อเห็นปู่เนี่ยมีท่าทีเย็นชาเนี่ยชิงจู้กลับดูไม่พอใจแทน

อดไม่ได้ที่จะตำหนิเบาๆ

“ท่านปู่...ท่านพูดอะไรของท่าน!”

“คุณชายเฉินคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตหลานทำไมถึงพูดแบบนี้กับเขาได้!”

“ถึงจะเป็นแขกธรรมดาก็ไม่ควรพูดว่าให้รีบกินแล้วรีบไปแบบนี้หรอก!”

เมื่อเห็นหลานสาวเหมือนถูกคุณชายเฉินสะกดจิตคอยช่วยพูดให้เขาตลอด

ในใจตาเฒ่าเนี่ยก็พลันรู้สึกจนใจ

แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไร

แค่เหลือบมองคุณชายเฉินแล้วฮึดฮัดหนึ่งครั้งก่อนกลับไปยุ่งที่แผงลอยต่อ!

รู้ว่าปู่นิสัยแบบนี้เนี่ยชิงจู้จึงไม่ได้ถือสา

จากนั้นหันมองคุณชายเฉินยิ้มร่าแล้วกล่าว

“คุณชายเฉิน...เต้าฮวยราดน้ำมันต้นหอมเสร็จแล้วเจ้าค่ะ!”

“รีบกินตอนร้อนๆนะเจ้าค่ะ”

“ไม่งั้นเย็นแล้วจะไม่อร่อยเอา”

“ได้...ขอบคุณที่เตือนนะชิงจู้!”

คุณชายเฉินก็ไม่ได้รังเกียจว่าแผงลอยเล็กแคบหยิบช้อนตักเต้าฮวยเข้าปากหนึ่งคำ

แล้วจึงยิ้มน้อยๆมองเนี่ยชิงจู้

“ฝีมือท่านเนี่ยไม่เลว”

“แต่ข้ากลับยังรู้สึกว่าเต้าฮวยราดน้ำมันต้นหอมที่ชิงจู้ทำเองอร่อยกว่า!”

จบบทที่ 11.ความหวาดกลัวของตัวเอก!

คัดลอกลิงก์แล้ว