เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

5.นางเอกผู้มีโชคชะตาสวรรค์งดงามจริงๆ!

5.นางเอกผู้มีโชคชะตาสวรรค์งดงามจริงๆ!

5.นางเอกผู้มีโชคชะตาสวรรค์งดงามจริงๆ!


งดงามยิ่งนักถึงขั้นกล่าวได้ว่าเป็นหญิงงามที่ล้มเมืองได้ทีเดียว

นี่สินะคือเสน่ห์เฉพาะตัวของนางเอกผู้มีโชคชะตาแห่งสวรรค์?

แต่สิ่งที่ทำให้เฉินเลี่ยพูดไม่ออกคือแม้ซูชิงเหยียนจะงดงามไร้ที่ติแต่ในระบบกลับให้คะแนนเพียง 90 คะแนน!

ความงามที่ตื่นตะลึงขนาดนี้ยังได้แค่ 90 คะแนนในระบบเท่านั้น

เฉินเลี่ยไม่กล้าจินตนาการเลยว่าสตรีที่มีคะแนนสูงกว่านี้จะงดงามสะพรั่งขนาดไหน!

ได้แค่ผ่านเกณฑ์ก็ถือว่า “ไม่เลว” แล้ว!

มาตรฐานการตัดสินของระบบที่สูงขนาดนี้ก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ?

ถึงแม้เป้าหมายของเขาคือขยายจำนวนสมาชิกตระกูลแต่เฉินเลี่ยก็ไม่ต้องการให้คนรอบตัวเป็นแค่พวกที่มาเติมจำนวน!

มีเพียงสตรีที่งดงามและมีคุณภาพอย่างแท้จริงเท่านั้นจึงจะคู่ควรเป็นคนใกล้ชิดเคียงหมอนกับเขา

อืม...ตอนนี้มีระบบช่วยแล้วเขาคงไม่ต้องกังวลเรื่องภัยคุกคามจาก “ตัวเอกผู้โชคมีชะตา” อีกต่อไป

ส่วนเหตุผลที่เฉินเลี่ยเรียกซูชิงเหยียนมาพบเป็นการส่วนตัว

ในสถานการณ์แบบนี้วัตถุประสงค์ของเขาก็ชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?

“เจ้าหรือคือคุณหนูใหญ่ตระกูลซูแห่งเมืองเลี่ยหยาง ซูชิงเหยียน?”

ตั้งแต่คุกเข่าลงซูชิงเหยียนก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา

ใบหน้าซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัดเพราะเฉินเซวียนประมุขน้อยเกิดเรื่องขึ้นที่ตระกูลซูของนาง

แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวนางจะไม่หวาดกลัวตื่นตระหนกได้อย่างไร?

ต่อหน้าตัวตนระดับบรรพชนเพียงตระกูลซูเล็กๆอย่างพวกนางแทบจะเท่ามดแมลง

เพราะกลัวว่าเฉินเลี่ยจะโทษความผิดมาใส่ตนและตระกูลซูจากเรื่องที่เฉินเซวียนเกิดเรื่องซูชิงเหยียนจึงหวาดกลัวขนาดนี้!

พอเห็นบรรพชนเอ่ยปากนางไม่กล้าชักช้า

กัดริมฝีปากบางๆแน่นจากนั้นจึงตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

“ตอบท่านบรรพชน...ข้าคือซูชิงเหยียนเจ้าค่ะ!”

วินาทีต่อมาเฉินเลี่ยก็พูดต่อ

“เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเรียกเจ้ามาเพื่อเรื่องใด?”

“รู้เจ้าค่ะท่านบรรพชนต้องการสอบถามเรื่องที่ประมุขน้อยได้รับบาดเจ็บ!”

อาจเพราะกลัวว่าเฉินเลี่ยจะโทษความผิดมาใส่ตนและตระกูลซูจริงๆ

ยังไม่ทันที่เฉินเลี่ยจะพูดต่อซูชิงเหยียนก็รีบอธิบายด้วยความร้อนรน

“ท่านบรรพชน...เรื่องที่ประมุขน้อยเกิดเรื่องนั้นไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลซูของข้าจริงๆนะเจ้าค่ะ”

“พวกเราก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำร้ายประมุขน้อยขอท่านบรรพชนโปรดไตร่ตรองให้ดีอย่าได้โทษความผิดมาตระกูลซูของข้าเลยเจ้าค่ะ!”

เห็นซูชิงเหยียนคุกเข่าอยู่ตรงหน้าใบหน้าซีดเซียวขณะอธิบายว่าตน “ไม่รู้เรื่อง” นี้

วินาทีต่อมาเฉินเลี่ยก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมาจงใจทำให้สีหน้าแสดง “ความเยาะเย้ย” ออกมาเล็กน้อย

“จริงๆไม่รู้หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้?”

ท่...ท่านบรรพชนหมายความว่าอย่างไรเจ้าค่ะ?

หรือว่าท่านบรรพชนรู้เรื่องอะไรบางอย่างแล้ว?

แต่...แต่เป็นไปไม่ได้น่าเรื่องนั้นถูกปกปิดไว้แนบเนียนขนาดนั้นบรรพชนไม่น่าจะรู้ได้

ขณะที่ในใจซูชิงเหยียนกำลังคิดไปต่างๆนานา

วินาทีต่อมาเฉินเลี่ยก็ตบโต๊ะดังปังหนึ่งที

โต๊ะหินขนาดใหญ่แตกกระจายเป็นผุยผงในพริบตา

จากนั้นก็ได้ยินเฉินเลี่ยกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียง “โกรธจัด”

“ดีมาก! ดีมาก! คุณหนูใหญ่ตระกูลซูต่อหน้าข้าแล้วยังกล้าปกปิดความจริงอยากจะหลอกข้าใช่ไหม?”

“ข้าไม่เคยมีเจตนา......”

“พอแล้วอย่าพูดอีก!”

ยังไม่ทันที่ซูชิงเหยียนจะพูดจบด้วยความร้อนรนเฉินเลี่ยก็ตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา

จากนั้นก็เล่า “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” ออกมาทีละคำอย่างไม่ตกหล่น

“พวกเซวียนเอ๋อร์น่าจะถูกคนจากตระกูลเย่ทำร้ายใช่ไหม?”

“คุณหนูซูยังกล้าบอกอีกหรือว่าไม่รู้เรื่องนี้?”

อะไรนะบรรพชนรู้แล้วว่าประมุขน้อยถูกคนตระกูลเย่ทำร้าย?

ในวินาทีนี้ซูชิงเหยียนถึงกับอึ้งไปทั้งตัว

ดวงตาคู่สวยของนางฉายแววไม่อยากเชื่ออย่างรุนแรง

เรื่องนี้...เรื่องนี้มีคนรู้แค่ไม่กี่คนบรรพชน...รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?

..........

ในนิยายต้นฉบับซูชิงเหยียนก็รู้เรื่องที่เฉินเซวียนจะส่งคนไป “สั่งสอน” เย่เทียน

เพื่อให้นางเอกอย่างนางเกิดความรู้สึกดีต่อตนเพิ่มขึ้นและยังได้แสดงความกล้าหาญของตัวเองไปในตัว

ก่อนส่งผู้อาวุโสสิบสามลงมือเฉินเซวียนจึงเล่าเรื่องนี้ให้ซูชิงเหยียนฟัง

เย่เทียนไม่คู่ควรกับข้าแล้วข้าไปขอถอนหมั้นมีอะไรผิด?

แต่เย่เทียนกลับไม่รู้จักดียังกล้าตะโกนโวยวายบอกว่าจะทำให้ข้าต้องเสียใจในภายหลัง

พอเจอเรื่องนี้ซูชิงเหยียนเองก็โกรธไม่น้อย

จึงยอมรับโดยปริยายตราบใดที่ไม่ถึงชีวิตการสั่งสอนให้เขาสักหน่อยก็ไม่เป็นไรให้เขาได้รู้ซึ้งว่าในสายตานางตอนนี้ เขาเป็นเพียงสิ่ง “เล็กน้อย” แค่ไหน!

เฉินเซวียนก็ส่งคนลงมือจริงๆ

แต่พัฒนาการของเรื่องก็ออกนอกเหนือความคาดหมายของซูชิงเหยียน

ผู้อาวุโสสิบสามไม่กลับมา

แถมประมุขน้อยเฉินยังเกิดเรื่องในคืนเดียวกันนั้นด้วย

ประมุขน้อยสำนักอู่จี๋เกิดเรื่องขึ้นที่ตระกูลซูนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กแน่

นางกลัวว่าบรรพชนจะโทษความผิดมาตระกูลซูซูชิงเหยียนจึงรีบนำทั้งสองคนมาที่นี่เพื่อ “ชี้แจง” ด้วยตัวเอง!

จบบทที่ 5.นางเอกผู้มีโชคชะตาสวรรค์งดงามจริงๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว