เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ผงสีเทาลึกลับ แผนการของตระกูลเถียน!

บทที่ 12 ผงสีเทาลึกลับ แผนการของตระกูลเถียน!

บทที่ 12 ผงสีเทาลึกลับ แผนการของตระกูลเถียน!


แม้ว่าปีศาจโลหิตจะถูกฟันจนสิ้นชีพ บาดแผลภายนอกอาจไม่มากนัก แต่แรงสะท้อนกลับทำให้ตับไตไส้พุงของเฉินจิ่งสิงบอบช้ำ

หลี่เหยียนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เสมียนใหญ่ของนายอำเภอจึงอนุมัติวันลาพักให้เฉินจิ่งสิงครึ่งเดือน

เฉินจิ่งสิงกลับมายังบ้านตระกูลเฉินด้วยความช่วยเหลือของผู้อื่น

น้องสาวของเขา พอเห็นใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษของพี่ชาย ขอบตาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที

"พี่ใหญ่ ทำไมสภาพเป็นอย่างนี้?"

จิ่งหมิง น้องชายตัวน้อยก็แยกเขี้ยวขู่ราวกับลูกสุนัข จ้องมองเหล่าหัวหน้าหมู่ที่พาพี่ชายกลับมา เขานึกว่าคนพวกนี้เป็นต้นเหตุทำให้พี่ชายเจ็บตัวอีกแล้ว

"ไม่มีอะไรหรอก ระหว่างเดินตรวจเวรกลางคืนโดนลอบทำร้าย บาดเจ็บนิดหน่อย พักสักไม่กี่วันก็หาย!"

เฉินจิ่งสิงปลอบใจ แต่สิ่งที่เขาพูดก็เป็นความจริง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน อาการบอบช้ำภายในระดับนี้คงต้องพักฟื้นเป็นสิบวันหรือครึ่งเดือน แต่ด้วยความช่วยเหลือจาก โอสถปราณเที่ยงธรรม อย่างเร็วสามวันก็หายดี

"พี่เฉิน... พี่เฉินพูดถูกแล้ว วันนี้พี่เฉินสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ วันที่ตระกูลเฉินจะรุ่งเรืองคงอีกไม่ไกลแล้ว!"

หลังจากเฉินจิ่งสิงสังหารปีศาจโลหิต สวี่เอ้อร์หลางก็ทำตัวประจบสอพลอเต็มที่ วิ่งวุ่นไปมา คอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง

น้องสาวมองดูสวี่เอ้อร์หลางที่สวมเครื่องแบบหัวหน้าหมู่แต่กลับทำตัวนอบน้อมถ่อมตน น้ำตาที่เอ่อคลอก็ลดน้อยลง นางเริ่มเชื่อคำพูดเขาบ้างแล้ว

ทว่าเฉินจิ่งสิงกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อเรื่องนี้

"ช่วงนี้ข้าต้องพักผ่อน ถ้ามีข่าวอะไร รบกวนพี่สวี่ช่วยแจ้งข้าด้วย"

"ไม่มีปัญหา! ไม่มีปัญหา!"

สวี่เอ้อร์หลางทุบหน้าอกตัวเองดัง "ปึกๆ" สีหน้าจริงจังขึงขัง

เฉินจิ่งสิงมองดูสวี่เอ้อร์หลางรีบร้อนจากไป ถึงค่อยเผยรอยยิ้มออกมา

"พี่ใหญ่ ทำไมต้องไปคบค้าสมาคมกับคนพรรค์นั้นด้วย?"

น้องสาวผู้เฉลียวฉลาดมองออกทันทีว่าสวี่เอ้อร์หลางพยายามจะประจบพี่ชาย

เฉินจิ่งสิงเอนตัวลงบนเตียง สัมผัสถึงความอบอุ่นของโอสถปราณเที่ยงธรรมที่แผ่ซ่านไปทั่วอวัยวะภายใน

"ทำไมรึ? เจ้าดูถูกคนผู้นี้เหรอ?"

"ดูแค่หน้าก็รู้แล้วว่าเป็นคนประจบสอพลอ พี่ใหญ่อยู่ห่างๆ คนแบบนี้ไว้ดีกว่า เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าพี่ใหญ่เป็นคนประเภทเดียวกัน!"

น้องสาวเบะปากอย่างไม่พอใจ แต่พอเห็นใบหน้าซีดเซียวของพี่ชาย ก็อดใจหายไม่ได้

เฉินจิ่งสิงส่ายหน้า

"คนที่ใช้งานได้ดีที่สุดในโลกนี้ มักจะไม่ใช่วิญญูชนผู้เที่ยงธรรม แต่เป็นทรชนผู้เจ้าเล่ห์"

"ถ้าข้าสั่งการลงไป พวกมันจะไม่สนว่าถูกหรือผิด มันจะสนแค่วิธีทำให้สำเร็จ!"

"และสิ่งที่ข้าต้องสนใจคือ ข้าแข็งแกร่งพอหรือไม่!"

"เพราะความภักดีของพวกมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น แต่ขึ้นอยู่กับตัวข้าเอง"

"ตราบใดที่ข้ายังไม่ล้ม พวกมันจะเป็นสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ที่สุดของข้าตลอดไป"

"คนคนเดียวทำอะไรได้ไม่มากนัก"

"คนอย่างสวี่เอ้อร์หลางช่วยข้ารวบรวมข่าวสาร จัดการเรื่องที่ข้าลงมือเองไม่ได้ หรือแม้แต่ช่วยรับบาปแทนข้า... เอ่อ อันนี้ตอนนี้ยังไม่จำเป็น"

"สรุปคือ การใช้คน อย่าดูที่นิสัยใจคอ แต่ให้ดูว่าเขานำผลประโยชน์หรือผลเสียมาให้"

น้องสาวยังเป็นเพียงเด็กสาวที่ไม่เคยเผชิญโลกภายนอก นางได้แต่ขมวดคิ้วครุ่นคิดตามคำพูดของเฉินจิ่งสิง

นางคงเข้าใจได้เพียงบางส่วนแต่ยังเข้าไม่ถึงอีกส่วน

เมื่อเหลือเพียงเฉินจิ่งสิงอยู่ในห้อง คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่น

เขายังไม่ลืมความผิดปกติของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทันใดนั้น เขากัดฟันข่มความเจ็บปวดในอวัยวะภายใน ลุกขึ้นถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบอะไร

"เจ้าปีศาจโลหิตนั่น พอเห็นทหารอำเภอยิงพลุสัญญาณ มันก็ตั้งใจจะหนีชัดๆ แต่สุดท้ายกลับวกมาโจมตีข้า"

"ต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างแน่!"

ฉับพลัน เขานึกถึงท่าทีแปลกๆ ของชุ่ยคุนตอนทักทายเขาเมื่อเย็นวาน

เขารีบคว้าเทียนไขมาส่องดูบริเวณหัวไหล่เสื้ออย่างละเอียดถี่ถ้วน

และแล้ว เขาก็พบผงสีเทาจางๆ เกาะติดอยู่ที่หัวไหล่ของเสื้อคลุมตัวนอก หากไม่สังเกตดีๆ แทบจะมองไม่เห็น

นาทีนี้ สีหน้าของเฉินจิ่งสิงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย

เขาหาเศษผ้ามาแผ่นหนึ่ง ค่อยๆ กวาดผงสีเทานั้นใส่ลงไป แล้วหาตลับมาเก็บปิดผนึกไว้

"หรือตาเฒ่าชุ่ยคุนจะเป็นสาวกลัทธิโลหิตเทวะ? ไม่งั้นจะมีของที่ดึงดูดปีศาจโลหิตได้ยังไง!"

ชั่วพริบตา เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้อีก

"ตาแก่ผีเปรตนั่นคงโดนใครสั่งมาอีกที หลี่เหยียนงั้นรึ?"

"หลี่เหยียนรู้เรื่องลัทธิโลหิตเทวะด้วยหรือ?"

"หรือว่าเขาก็เป็นคนของลัทธิโลหิตเทวะ?"

คิดได้ดังนี้ แววตาของเฉินจิ่งสิงก็ฉายแววอำมหิต

"ได้ยินมาว่าตระกูลหลี่สวามิภักดิ์ต่อนายอำเภฝ่ายทหารมาหลายปีแล้ว นายอำเภอฝ่ายทหารคุมทหารทั้งอำเภอ แม้แต่กองปราบปรามก็ขึ้นตรงต่อเขา"

"หลักฐานพวกนี้เอาผิดหัวหน้าหมู่คนหนึ่งได้สบายๆ แต่ยังไม่พอจะสั่นคลอนตระกูลหลี่ที่มีนายอำเภอฝ่ายทหารหนุนหลังได้"

แน่นอน เขาสามารถบุกไปฆ่าล้างตระกูลได้เลย แต่ความแข็งแกร่งของเขาถูกเปิดเผยไปแล้ว ย่อมทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาอย่างแน่นอน

"นายอำเภอฝ่ายทหารเป็นยอดฝีมือที่ก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่ขอบเขตลมปราณภายในแล้ว ถ้าข้าไปงัดข้อตรงๆ อาจเอาชีวิตไปทิ้งได้!"

"หลี่เหยียนมีอำนาจขนาดนี้ในที่ว่าการอำเภอ ดูท่าท่านนายอำเภอฝ่ายปกครองคงเสียเปรียบในการงัดข้อกับนายอำเภอฝ่ายทหารอยู่... ถ้าอย่างนั้น ข้าอาจจะยืมมือนายอำเภอฝ่ายปกครองได้..."

...ค่ำคืนนั้น พระจันทร์สว่างไสว ดาวระยิบระยับ

เหล่าชนชั้นสูงทั่วทั้งอำเภอต่างพากันคึกคัก

โดยเฉพาะตระกูลเถียน ที่พำนักของชายชราเคราขาว

ต่างจากตระกูลหลี่ที่เป็นตระกูลเศรษฐีใหม่ในอำเภอชวีเจียง ตระกูลเถียนหยั่งรากลึกในชวีเจียงมากว่าสองร้อยปี ถือเป็นตระกูลเก่าแก่ที่สุดในย่านนี้

ภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลเถียน แสงไฟสว่างไสว

ชายชรามีนามว่า เถียนฉีเหวิน ประมุขตระกูลเถียน และเป็นยอดฝีมือระดับ โลหิตทองคำ เพียงหนึ่งเดียวในหมู่สามัญชนแห่งอำเภอชวีเจียง

เถียนฉีเหวินกวาดตามองลูกหลานที่ไม่เอาถ่านเบื้องล่าง แล้วหวนนึกถึงความเก่งกาจของเฉินจิ่งสิงในการสังหารปีศาจ ความโกรธก็ปะทุขึ้นในอก

"ปัง!"

ฝ่ามือของผู้ฝึกยุทธ์ระดับโลหิตทองคำฟาดลง โต๊ะไม้เนื้อแข็งหนาหนึ่งนิ้วแตกกระจายทันที

เห็นชายชราเกรี้ยวกราด ผู้คนที่กำลังซุบซิบกันอยู่เบื้องล่างก็เงียบกริบ

"พวกเจ้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้แล้วใช่ไหม?"

"ในอำเภอมีอัจฉริยะรุ่นเยาว์เช่นนี้ ตระกูลเถียนของเราย่อมต้องหาทางดึงตัวมา"

"ใครจะไป?"

สายตาของเถียนฉีเหวินกวาดมองผู้คนที่นั่งอยู่ด้านล่าง ทุกคนต่างนิ่งเงียบ

เมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มไม่สู้ดี เถียนเหล่าต้า ในฐานะบุตรชายคนโต จึงลุกขึ้นยืนยิ้มเจื่อนๆ

"ท่านพ่อ หลายปีมานี้ พวกเราดึงตัวเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์จากสำนักยุทธ์มาก็ไม่น้อย"

"แต่พอเจ้าเด็กพวกนั้นเริ่มมีฝีมือ ก็หนีไปเข้าสำนักใหญ่หรือไปรับราชการกับราชสำนักกันหมด ไม่เคยกลับมาเลย"

"เงินทองตำลึงที่เสียไปเหมือนละลายแม่น้ำ!"

"อีกอย่าง เจ้าเด็กนั่นเพิ่งจะเข้าสู่ระดับกระดูกหยก ใครจะรู้ว่าจะบรรลุระดับโลหิตทองคำได้เมื่อไหร่!"

พอพูดจบ ทุกคนด้านล่างต่างพยักหน้าเห็นด้วย

ได้ยินดังนั้น เถียนฉีเหวินแทบจะสำลักความโกรธตาย

หน้ามืดตามัว ราวกับเห็นบรรพบุรุษตระกูลเถียนลอยมาตรงหน้า

"แม้ตระกูลเถียนของเราจะไม่ใช่ตระกูลที่มีเมตตาธรรมล้ำเลิศ แต่เราก็ไม่เคยขกดขี่ชาวบ้าน ในปีที่เกิดภัยพิบัติ เราก็แจกจ่ายเสบียงอาหารและเงินทอง ควรจะสั่งสมกุศลไว้บ้าง!"

"ทำไมถึงได้มีลูกหลานอกตัญญูออกมามากมายขนาดนี้!"

เถียนเหล่าต้าตกใจ รีบก้าวเข้าไปพยุง

"ท่านพ่อ!"

"ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า ไอ้ลูกไม่รักดี!"

เถียนฉีเหวินตาแดงก่ำด้วยความโกรธ หมดอารมณ์จะพูดต่อ หันหลังเดินออกจากห้องโถงไป

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้คนที่นั่งอยู่ด้านล่างก็รีบแยกย้ายกันไป

"พี่ใหญ่พูดถูก หลายปีมานี้เราเสียเงินไปเท่าไหร่แล้ว? ต่อให้เอาเงินไปละลายน้ำ อย่างน้อยก็ต้องเห็นน้ำกระเพื่อมบ้างสิ!"

"แต่นี่ เงียบกริบไม่เห็นอะไรเลย!"

เถียนเหล่าซานกระซิบเห็นด้วยกับเถียนเหล่าต้า

"เหอะ! ที่ทรัพย์สมบัติของตระกูลเถียนยังคงอยู่มาจนถึงตอนนี้ ไม่ใช่เพราะบารมีท่านพ่อหรอกรึ?"

"ต่อให้ท่านแก่เฒ่า เรี่ยวแรงถดถอย ก็ไม่ใช่เรื่องที่ลูกหลานอย่างเราจะมาพูดจาล่วงเกิน!"

มีคนแย้งขึ้นมา ทันใดนั้นทั้งสองฝ่ายก็เริ่มโต้เถียงกัน

ช่างครึกครื้นเสียจริง!

ที่ด้านข้าง ชายวัยกลางคนผู้เงียบขรึมเฝ้ามองฉากนี้เงียบๆ ส่ายหน้าเบาๆ แล้วหันไปสั่งบุตรชาย

"พรุ่งนี้เตรียมของขวัญชุดใหญ่ แล้วไปเยี่ยมเยียนเขา จำไว้ว่าให้ปฏิบัติกับคุณชายตระกูลเฉินผู้นั้นอย่างให้เกียรติเสมอกัน!"

เด็กหนุ่มที่เดินตามหลังมา ซึ่งมีเค้าโครงหน้าคล้ายบิดาอยู่สามส่วน ขมวดคิ้ว

"ท่านพ่อ แม้คำพูดของท่านลุงจะดูเกินเลยไปบ้าง แต่อัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่ตระกูลเราทุ่มเงินดึงตัวมาตลอดหลายปีนี้ก็มีไม่น้อย แต่กลับไม่มีใครตอบแทนบุญคุณเลยสักคน..."

เด็กหนุ่มกำลังจะพูดต่อ แต่เห็นสายตาดุๆ ของบิดาจ้องมองมา จึงโดนตำหนิ

"เจ้าไปเรียนรู้คำพูดตื้นเขิน ไร้เกียรติพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"ทำไมปู่เจ้าถึงพยายามผูกมิตรกับเหล่าวีรบุรุษนัก?"

"ตอนนี้ราชวงศ์ต้าหลี่ดูเหมือนจะสงบสุขรุ่งเรือง แต่แท้จริงแล้วเปราะบางและจวนเจียนจะล่มสลาย ราวกับรังนกนางแอ่นบนผ้าม่าน!"

"เมื่อไม่นานมานี้เจ้าก็ได้ยินข่าว สองมณฑลทางใต้ไม่สงบ ปีศาจอาละวาด กบฏและลัทธิมารก่อความวุ่นวาย"

"ขนาดเมืองหลวงส่งหน่วยเจิ้นอู่ห้าหมื่นนายลงไปปราบ สถานการณ์ก็ยังไม่สงบ"

"ตระกูลเถียนของเราเป็นแค่ตระกูลเล็กๆ ในอำเภอ แถมลูกหลานในตระกูลก็ไม่มีใครได้เรื่องได้ราว หากราชวงศ์ล่มสลาย รังคว่ำแล้วไข่จะไม่แตกได้อย่างไร?"

"เงินทองเป็นของนอกกาย ขอแค่เราส่งของขวัญไป แล้วเขารับน้ำใจนี้ไว้ คุณธรรมน้ำมิตรนั้นจะไม่สูญหาย!"

"ขอเพียงแค่คนที่เราสนับสนุนสักคนได้ดิบได้ดี ตระกูลเถียนของเราก็จะมีทางรอดเพิ่มขึ้นอีกทาง!"

จบบทที่ บทที่ 12 ผงสีเทาลึกลับ แผนการของตระกูลเถียน!

คัดลอกลิงก์แล้ว