เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 : ความบ้าคลั่ง

ตอนที่ 14 : ความบ้าคลั่ง

ตอนที่ 14 : ความบ้าคลั่ง


ตอนที่ 14 : ความบ้าคลั่ง

เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายตัวอ้วนถึงกับอึ้ง สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาแสร้งทำเป็นสับสนและพูดขึ้นมา

“นายหมายถึงอะไร ?”

หลี่เทียนเทียนยิ้มออกมาและโน้มตัวไปใกล้กับหน้าต่างรถแล้วพูดขึ้น

“มีพวกเจ้าเล่ห์มากมาย นายคิดจะปั่นหัวฉันหรือ ? ของพวกนี้...นายกล้ากินมันต่อหน้าฉันหรือเปล่า หากนายกล้ากิน ฉันถึงจะยอมซื้อ !”

“นายไม่เชื่อฉันหรือไง ?” ชายตัวอ้วนถามขึ้นมา

“พอแล้ว หลีกไปให้พ้นทาง...” หลี่เทียนเทียนหมดความอดทนและไม่คิดจะเถียงกับอีกฝ่ายต่อ

พร้อมกับได้นำโทรศัพท์ออกมาและชูขึ้น “ไม่งั้นฉันจะโทรเรียกตำรวจ”

“อย่าเพิ่ง !” ชายตัวอ้วนรีบโบกมือและยิ้มออกมา

“ถ้านายไม่อยากซื้อก็ไม่ต้องซื้อ แต่อย่ามาทำให้ธุรกิจของคนอื่นพัง...น้องชาย ฉันจะหลีกทางให้”

รถบรรทุกที่จอดขวางอยู่นั้นสุดท้ายก็เคลื่อนออกไป  เมื่อมีช่องว่างพอให้รถผ่านได้  หลี่เทียนเทียนก็ขับออกไปทันที

“พี่เทียน เขาเป็นคนขี้โกหกงั้นหรือ ?” หลี่ฮานเอ่ยถามขึ้นมา

“ใช่ !” หลี่เทียนเทียนพยักหน้า

ตอนที่ชายตัวอ้วนเปิดกระเป๋าเมื่อครู่นี้นั้น เขารู้ว่าแตงโมพวกนั้นเปื้อนรังสี

แม้ว่าจะไม่ได้มีรังสีมากนัก และมองแทบไม่ออก แต่หลี่เทียนเทียนที่ปลูกผักผลไม้มาหลายปี

หากเขาไม่เห็นสิ่งผิดปกติที่ผิวของแตงโมแล้ว เขาคงเสียเวลากับการเป็นชาวไร่เปล่า ๆ

“เขาเป็นคนโกหกและโกหกได้แย่อีกด้วย”

ตอนนี้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาแล้ว ผู้คนที่คิดจะเอาเปรียบคนอื่นก็มักจะฉวยโอกาสในตอนนี้ ถึงหลี่เทียนเทียนจะอยากได้กำไร แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่มีทางทำเช่นนี้เด็ดขาด !

ก็เหมือนกับตอนก่อนเกิดหายนะขึ้นมา มีคนเดินตามท้องถนนคอยขายยาให้กับคนแก่

ยาที่หลอกว่าทำมาจากโสมแต่อันที่จริงแล้วทำมาจากแป้ง..ถึงจะเป็นเช่นนั้นอย่างน้อยแป้งพวกนั้นก็ไม่ได้ฆ่าคนตายไม่ใช่หรือ ?

ทว่าผลไม้และผักที่เปื้อนรังสีนั้น หากกินไปแล้วก็เท่ากับตาย !

ในอดีตนั้นคนที่หาเงินโดยการฆ่าคนมักจะถูกจับ แต่ตอนนี้มันต่างออกไป

เมื่อมองจากจุดนี้แล้ว หลี่เทียนเทียนก็ยิ่งรับรู้ถึงผลกระทบจากการเกิดหายนะในครั้งนี้มากกว่าเดิม

แม้แต่การดูแลของกองทัพก็ยังอ่อนแอลงกว่าเดิม !

หลี่เทียนเทียนจำได้ว่าจากการแจ้งเตือนของระบบนั้นมีประโยคหนึ่งที่บอกว่าให้สร้างสังคมมนุษย์ขึ้นมาใหม่

หรือว่าสังคมของมนุษย์ในตอนนี้จะล่มสลายลงเพราะหายนะ ?

หลี่เทียนเทียนพึมพำออกมา “แม้ระบบในตอนนี้ยังไม่ล่มสลายลง แต่เมื่อหายนะครั้งที่สองเกิดขึ้น และแหล่งน้ำถูกทำลายไป ฉันกลัวว่าคงเกิดความวุ่นวายขึ้นทุกหนแห่ง แม้แต่กองทัพและตำรวจก็ไม่อาจจะรับมือไหว”

หลี่เทียนเทียนสูดหายใจเข้าลึก ๆ เอาจริง ๆ แล้วเขาก็ไม่อยากให้ระบบและสังคมล่มสลายลง แต่เขาไม่ใช่พระเจ้า เขาไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงโลกได้

....

ทว่าสิ่งที่เขาเห็นในคืนนี้ได้ปลุกความขยันในใจเขาขึ้นมา และเขาได้เรียนรู้ว่ามีแค่การพึ่งระบบและความขยันเท่านั้น ถึงจะทำให้เขากับหลี่ฮานไม่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับคนอื่น ๆ !

ทันทีที่เขากลับถึงฟาร์ม หลี่ฮานก็งอแงอยากกินข้าวทันที

เด็กน้อยน่ะยังมีแรงเหลือเยอะ หลี่ฮานเป็นเด็กกำลังโต ดังนั้นเธอจึงกินมากกว่า 4 มื้อต่อวัน

ไม่งั้นแล้วเธอคงตื่นเพราะความหิวตอนกลางดึก

เมื่อเข้าไปในบ้าน หลี่เทียนเทียนก็ใส่ผ้ากันเปื้อนและรีบเข้าไปทำอาหารง่าย ๆ ออกมาให้เธอรับกิน

ทันที

การทำอาหาร ทำสวน เก็บเกี่ยว บางทีนี่อาจจะเป็นความสามารถที่สืบทอดมาจากพ่อแม่ผ่านพันธุกรรม เขาไม่ได้รู้สึกแปลกหรือติดขัดกับเรื่องนี้ แต่เขากลับรู้สึกสนุก

เมื่อเห็นว่าอาหารที่เขาทำนั้นถูกหลี่ฮานกินอย่างมีความสุข  เขาก็พลอยมีความสุขไปด้วย

แกะที่ถูกฆ่าไปเมื่อไม่กี่วันก่อนถูกเอาออกมาจากตู้แช่ เพื่อละลายน้ำแข็ง

หลังจากที่ตัดหัวไชเท้าออกเป็นสองส่วน หลี่เทียนเทียนก็เติมน้ำลงไปในเตา เขานำขาแกะไปล้างเลือดออกด้วยน้ำเย็น ก่อนจะนำมันไปต้มในหม้อ

เขาไม่ได้ใส่เครื่องปรุงลงไปมากนักใส่แค่ขิงหั่นเท่านั้น

ถึงไม่มีเครื่องปรุงมากนัก รสชาติของขาแกะก็อร่อยอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้มันรสชาติจางลงไปเลย

เขาตุ๋นมันด้วยไฟอ่อน ๆ และไม่นานน้ำในหม้อก็เริ่มเดือด

กินเวลา 30 นาทีก่อนที่กลิ่นหอมจะลอยไปทั่วทั้งห้อง

จากนั้นหลี่เทียนเทียนก็เทเนื้อแกะออกมา ก่อนจะโรยด้วยเกลือ

หลี่ฮานนั่งถือถ้วยของตัวเองอยู่ เธอยืนอยู่ตรงหน้าห้องครัวด้วยสายตาละห้อย

อีก 10 นาทีต่อมา

ขาแกะก็ตุ๋นจนเสร็จ หลี่เทียนเทียนใช้ตะเกียบแทงลงไปที่ขาแกะ และพบว่ามันแทงทะลุได้อย่างง่ายดาย เมื่อเห็นแบบนั้นเขาก็ทำการโรยต้นหอมลงไป

“ซุปขาแกะพร้อมแล้ว”

นี่ถือว่าเป็นอาหารที่หนักไปหน่อยสำหรับมื้อดึก นอกจากซุปขาแกะคนละสองชามแล้ว สองพี่น้องก็ยังกินของหวานตบท้ายอีก

การกินเยอะในมื้อดึกนั้นไม่ได้ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่นัก ทว่าตั้งแต่ที่เขากินผักผลไม้กันรังสีไป หลี่เทียนเทียนก็รู้สึกว่ากระเพาะอาหารของเขานั้นใหญ่ขึ้น เขาไม่ได้รู้สึกอิ่มหรือจุกเลยแม้แต่น้อย

เขารู้สึกว่าตอนนี้เขากินอาหารลงไปแค่เพียง 7 ใน 10 ส่วนของกระเพาะเท่านั้น

และที่สำคัญที่สุด คือหลี่ฮานเหมือนจะกระเพาะใหญ่กว่าเขาเสียอีก

เธอกินซุปตรงหน้าจนหมดถ้วย

“ดูเหมือนว่าร่างกายเด็กที่กำลังโตนั้นจะต้องการสารอาหารมากขึ้นเรื่อย ๆ ...” หลี่เทียนเทียนคิดและมองไปที่หลี่ฮาน

ข้อมูลของเธอโผล่มาตรงหน้าเขา “ตามการพัฒนาแล้วเธอคงไม่กลายเป็นมนุษย์ไดโนเสาร์หรอกนะ ? ถ้าเป็นแบบนั้นเธอต้องกินเนื้อมื้อละกี่ตันกัน ?”

หลี่เทียนเทียนตกใจกับความคิดของตัวเอง ก่อนที่สุดท้ายจะสลัดความคิดนั้นทิ้งไป

ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ด้วยการที่มีระบบอยู่ แม้ว่าในอนาคตหลี่ฮานจะกินจุแค่ไหน แต่เขาก็ดูแลเธอได้อยู่ดี  !

หลังจากที่กินและดื่มเสร็จแล้ว หลี่เทียนเทียนก็เข้าไปในเว็บไซต์ของเมือง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง  ไม่อาจจะรู้ได้จากข่าว มีแค่ในอินเทอร์เน็ตเท่านั้นที่จะหาข้อมูลพวกนี้ได้

ทันทีที่เขาเปิดเว็บขึ้นมา ก็มีโพสต์นับไม่ถ้วนโผล่มา

ส่วนมากพูดถึงประสบการณ์ของพวกเขาใน 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ความลำบากที่พวกเขาเผชิญ โพสต์หาอาหารรวมไปถึงความน่ากลัวต่าง ๆ ที่พบมา

ยกตัวอย่างเช่น มีคนเห็นสัตว์กลายพันธุ์โจมตีคน อีกฝ่ายโดนกัดจนเหลือแต่กระดูก

อีกโพสต์บอกว่าเขากับเพื่อนต้องมาทะเลาะกันเองเพื่อแย่งข้าว พวกเขาถึงกับลงไม้ลงมือกัน

หลี่เทียนเทียนคลิกเข้าไปดูในโพสต์หนึ่ง

“ไม่นานมานี้พวกสัตว์เลี้ยงที่กลายพันธุ์ได้เข้าโจมตีมนุษย์รอบ ๆ หมู่บ้านของเรา บ่ายวันนี้พ่อฉันได้ฆ่าควายที่ครอบครัวเราเลี้ยงกันมานาน น่าเจ็บใจจริง ๆ ! ตอนฉันยังเด็กยังเคยขี่มันด้วย พ่อฉันตัดเขาของมันมาทำเป็นหวี ตอนนี้ฉันปวดใจอย่างมาก เห็นหวีนั่นเมื่อไร่ น้ำตาฉันก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว..”

หลี่เทียนเทียนมองดูโพสต์พวกนี้แล้วถอนหายใจออกมา

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย หลายคนต้องฆ่าสัตว์เลี้ยงที่พวกเขาเลี้ยงดูมาหลายปีทิ้ง

แม้แต่ตำรวจก็ต้องเริ่มออกกำจัดพวกแมวและหมาจรจัดตามท้องถนน

เมื่อหลี่เทียนเทียนไล่อ่านความคิดเห็น ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็แข็งทื่อไป

“เดาว่าตอนนี้นายคงใช้หวีนั่นหวีผมอยู่พร้อมกับมืออีกข้างที่ถือเนื้อควายย่างอยู่สินะ ? พวกตอแหล !”

“นายช่วยแบ่งเนื้อควายให้เราหน่อยได้ไหม ? ฉันอยากซื้อมันจากนาย...”

“เอาเนื้อที่เหลือเอามาแบ่งกันได้หรือเปล่า ?”

“ทุกคนบ้าไปหมดแล้ว”

สุดท้ายหลี่เทียนเทียนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ถึงอ่านความคิดเห็นพวกนี้ต่อก็มีแต่ทำให้เขาเศร้าใจเปล่าๆ

หลี่เทียนเทียนกดออกมาจากโพสต์เหล่านั้น พร้อมกับเรียกสติตัวเองกลับมา

หลังจากนั้นก็มีหลายโพสต์ที่ทำให้เขาสนใจ

“ให้รางวัล ! ตามหาเจ้าของโพสต์เมื่อสามวันก่อน ! เขาโพสต์เรื่องวันหายนะ ! ขอบคุณที่ให้ข้อมูล ! รางวัล 300,000 หยวน...”

หลี่เทียนเทียนเลื่อนลงมาดูพร้อมสีหน้าที่บิดเบี้ยวไป มีโพสต์คล้าย ๆ กันแบบนี้อีกกว่า 2 ถึง 3 โพสต์จากใน 10 โพสต์

แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังตามหาเขา ตั้งแต่เมื่อ 3 วันก่อน !

“ยังมีอีกหรือ ....” หลี่เทียนเทียนคิ้วขมวด

“นี่จะตามหาให้เจอให้ได้หรือไง ?”

…………………………………………

จบบทที่ ตอนที่ 14 : ความบ้าคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว