เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 สำนักจิตมาร

บทที่ 42 สำนักจิตมาร

บทที่ 42 สำนักจิตมาร


บทที่ 42 สำนักจิตมาร

กู้เฉินวางตะเกียบลง ชายตามองหลัวเฟิงด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

"นอกจากจะชื่อเสียงไม่ดีแล้ว เจ้ายังติดหนี้ข้าอีก บอกมาสิว่ามีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องเชื่อคำพูดของเจ้า?" กู้เฉินถามยิ้มๆ

หลัวเฟิงทำท่าร้อนรน "ข้าขอเอาเกียรติยศและศักดิ์ศรีเป็นประกัน! ทุกคำที่ข้าพูดล้วนเป็นความจริง!"

กู้เฉินเลิกคิ้ว "โจรราคะมีเกียรติยศด้วยรึ?"

"ข้าบอกแล้วไงว่าข้าคือจอมยุทธ์ผู้ผดุงความยุติธรรม!" หลัวเฟิงเถียงคอเป็นเอ็น

เมื่อเห็นกู้เฉินทำท่าจะลุกหนี หลัวเฟิงก็รีบเข้าประเด็น "พี่กู้! การที่ข้าเสี่ยงชีวิตมาหาท่านถึงที่นี่ ก็นับว่าแสดงความจริงใจมากพอแล้ว เรื่องที่ข้าจะบอกต่อไปนี้ ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ท่าน"

เขาโน้มตัวข้ามโต๊ะ กระซิบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

"เจิ้งจินอัน... เศรษฐีใหญ่แห่งเมืองหวายหยาง แท้จริงแล้วคือผู้อาวุโสที่หลงเหลืออยู่ของพรรคมาร 'สำนักจิตมาร'!"

กู้เฉินชะงัก คิ้วกระบี่ขมวดมุ่น

หน่วยจิ้งเทียนมีเครือข่ายข่าวกรองที่ครอบคลุมทั่วแผ่นดิน ข้อมูลลับสุดยอดที่แม้แต่สำนักใหญ่ยังไม่รู้ หน่วยจิ้งเทียนก็มักจะรู้ ดังนั้นการที่เขามีข้อมูลเกี่ยวกับเจิ้งจินอันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่หลัวเฟิงเป็นเพียงโจรราคะพเนจร ไปเอาข้อมูลเชิงลึกระดับนี้มาจากไหน?

เจิ้งจินอันสร้างภาพลักษณ์เป็นคนดีศรีสังคมมาตลอดหลายสิบปี เป็นพ่อพระของคนยากคนจน เป็นสหายรักของข้าราชการ และมีลูกชายเป็นศิษย์เอกสำนักใหญ่

ในสายตาชาวบ้านและชาวยุทธ์ เขาคือผู้มีบุญบารมีที่น่าเคารพยกย่อง

หากคนอื่นมาพูดแบบนี้ กู้เฉินคงหัวเราะเยาะ แต่เมื่อออกมาจากปากของหลัวเฟิง ผู้ที่ดูเหมือนจะรู้อะไรดีๆ เยอะแยะ มันก็น่าสนใจ

"เจ้าเอาอะไรมามั่นใจ?" กู้เฉินถามหยั่งเชิง

หลัวเฟิงถอนหายใจ "พี่กู้... ท่านคงสงสัยสินะว่าทำไมข้าถึงถูกตราหน้าว่าเป็นโจรราคะ ทั้งที่ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด"

กู้เฉินพยักหน้า

"เรื่องลูกสาวเศรษฐีเฉียน นางเฆี่ยนตีสาวใช้จนเกือบตายเพียงเพราะทำถ้วยชาแตก... คุณหนูรองตระกูลซ่ง นางอัปลักษณ์ทั้งกายและใจ สั่งคนรุมโทรมภรรยาของชายที่นางหลงรักต่อหน้าต่อตา จนทั้งคู่ต้องฆ่าตัวตาย... ส่วนศิษย์น้องเถียนแห่งสำนักตะวันคล้อย นางอิจฉาริษยาหญิงงามคนหนึ่ง จับนางแก้ผ้าแล้วมัดประจานไว้ในป่าทั้งคืน..."

แววตาของหลัวเฟิงลุกโชนด้วยความโกรธแค้น "คนพวกนี้ภายนอกดูดีมีสกุล แต่จิตใจต่ำช้าสามานย์ ข้าทนดูไม่ได้ เลยสั่งสอนพวกนางด้วยวิธีเดียวกัน... ตาต่อตา ฟันต่อฟัน!"

"แต่พวกนางมีอำนาจ มีเงิน มีอิทธิพล ข่าวสารจึงถูกบิดเบือน กลายเป็นข้าที่เป็นโจรราคะรังแกหญิงสาวผู้บริสุทธิ์... ฮ่าๆๆ น่าขันสิ้นดี!"

กู้เฉินมองหลัวเฟิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เขาไม่ได้สัมผัสถึงคำโกหกในน้ำเสียงนั้น

ที่แท้ เบื้องหลังฉายา 'โจรราคะ' คือวีรบุรุษนอกกฎหมายผู้โดดเดี่ยว

"แล้วเจิ้งจินอันล่ะ?" กู้เฉินถามต่อ

"เจิ้งจินอันฝึกวิชามารของสำนักจิตมาร ซึ่งต้องใช้ 'หัวใจสดๆ' ของผู้ฝึกยุทธ์เป็นวัตถุดิบในการบำเพ็ญเพียร!" หลัวเฟิงกล่าวเสียงเข้ม

สำนักจิตมาร หรือ เสี่ยซินจง เป็นแขนงหนึ่งของ 'นิกายเทพหกทิศ' หรือที่ชาวยุทธ์เรียกขานกันว่า 'พรรคมาร'

เมื่อสามร้อยปีก่อน ในยุคที่ปีศาจยังไม่ปรากฏ พรรคมารรุ่งเรืองถึงขีดสุด ภายใต้การนำของประมุขพรรคผู้เก่งกาจ พวกเขาสยบทุกสำนักในยุทธภพไว้แทบเท้า เป็นยุคมืดที่น่าหวาดกลัวที่สุด

จนกระทั่งชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะและราชสำนักต้าเซี่ยผนึกกำลังกันบุกถล่มพรรคมารจนแตกพ่าย ประมุขพรรคเสียชีวิต พรรคมารล่มสลายแตกกระสานซ่านเซ็น กลายเป็นหนูสกปรกที่ต้องหลบซ่อนในเงามืด

สำนักจิตมาร ขึ้นชื่อเรื่องวิชาที่โหดเหี้ยมอำมหิตที่สุด คือการควักหัวใจคนมาฝึกวิชา จึงเป็นเป้าหมายแรกๆ ที่ถูกกวาดล้าง

ไม่น่าเชื่อว่ายังมีเดนตายหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน แถมยังแฝงตัวเป็นคนดีมีหน้ามีตาในสังคมอีกด้วย

"เจิ้งจินอันบาดเจ็บจากการต่อสู้ในวัยหนุ่ม ทำให้พลังติดอยู่ที่ขอบเขตปราณสำแดง ไม่สามารถก้าวหน้าต่อได้ เขาจึงใช้วิชามารกลืนกินหัวใจผู้ฝึกยุทธ์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและทะลวงคอขวด!" หลัวเฟิงอธิบาย

"ทำไมเจ้าถึงมาบอกข้า?"

หลัวเฟิงจ้องตากู้เฉิน "เพราะวันที่ข้าถูกรุมที่ร้านอาหาร ท่านเป็นคนเดียวที่กล้ายื่นมือเข้าช่วยชาวบ้าน และกล้าต่อกรกับศิษย์สำนักตะวันคล้อย ข้ามองคนไม่ผิด ท่านเป็นคนดีมีคุณธรรมเหมือนข้า!"

กู้เฉินยกมือห้าม "หยุดๆๆ ไม่ต้องมายกย่องข้า ข้าแค่รำคาญพวกนั้นเฉยๆ ไม่ได้มีอุดมการณ์อะไรยิ่งใหญ่หรอก"

หลัวเฟิงยิ้ม "จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง แต่การกระทำของท่านพิสูจน์แล้วว่าท่านไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว ข้าเกลียดพวกสำนักใหญ่ที่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของยุทธภพ โดยเฉพาะสำนักตะวันคล้อยที่เน่าเฟะข้างใน ข้าเชื่อว่าท่านก็คิดเหมือนกัน"

กู้เฉินยอมรับในใจว่าหลัวเฟิงเป็นคนกล้าพูดกล้าทำ และมีความคิดที่น่าสนใจ

"แล้วเจ้าต้องการอะไรจากข้า?"

หลัวเฟิงโน้มตัวเข้ามาใกล้ "อีก 7 วัน จะเป็นวันเกิดครบรอบ 54 ปีของเจิ้งจินอัน จะมีการจัดงานฉลองใหญ่โต มีชาวยุทธ์และขุนนางมาร่วมงานมากมาย..."

"ข้าอยากชวนท่าน... ร่วมมือกับข้า แฝงตัวเข้าไปในงาน แล้วกระชากหน้ากากจอมปลอมของเจิ้งจินอันออกมาประจานต่อหน้าธารกำนัล!"

"เมื่อความจริงเปิดเผย ชาวยุทธ์ทั่วหล้าจะรุมทัณฑ์มันเอง โดยที่เราไม่ต้องเปลืองแรง!"

(บทที่ 50 ขึ้นไป ตอนจะยาวขึ้นนะครับ )

จบบทที่ บทที่ 42 สำนักจิตมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว