เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 แลกเปลี่ยนเคล็ดวิชา

บทที่ 34 แลกเปลี่ยนเคล็ดวิชา

บทที่ 34 แลกเปลี่ยนเคล็ดวิชา


บทที่ 34 แลกเปลี่ยนเคล็ดวิชา

เมื่อเดินเข้ามาภายในหน่วยจิ้งเทียน กู้เฉินอาศัยความทรงจำของร่างเดิม เดินลัดเลาะไปตามทางอย่างคุ้นเคย จนมาหยุดอยู่หน้าอาคารสูงสามชั้น

อาคารนี้มีนามว่า "หอเกียรติยศ" เป็นสถานที่สำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยจิ้งเทียนใช้แต้มผลงานแลกเปลี่ยนของรางวัล

ภายในหอเกียรติยศเป็นโถงกว้าง แบ่งเป็นห้องย่อยๆ หลายห้อง แต่ละห้องมีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่มากมาย คนพวกนี้คือฝ่ายสนับสนุนที่คอยดูแลงานเอกสารและธุรการ ไม่ต้องออกไปเสี่ยงตายล่าปีศาจเหมือนผู้ลาดตระเวนหรือผู้ตรวจการ และส่วนใหญ่ก็ไม่มีวรยุทธ์

บรรยากาศภายในคึกคักไปด้วยผู้คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ลาดตระเวน เนื่องจากที่นี่เป็นเพียงสาขาเขตชั้นนอก หากใครสอบเลื่อนขั้นเป็นผู้ตรวจการได้ ก็จะมีสิทธิ์เข้าสู่สำนักงานใหญ่ในเขตชั้นใน

ในฐานะผู้ลาดตระเวนขั้นหนึ่ง กู้เฉินได้รับการทักทายจากเพื่อนร่วมงานตลอดทาง เขายิ้มแย้มตอบกลับอย่างเป็นกันเอง ไม่ถือตัว

กู้เฉินแหวกฝูงชนเข้าไปยังเคาน์เตอร์ตรวจสอบแต้มผลงาน ยื่นป้ายประจำตัวให้เจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่รับป้ายไปตรวจสอบกับสมุดบันทึกรายชื่อ ไม่นานก็เงยหน้าขึ้นแจ้งยอด

"ท่านกู้ ตอนนี้ท่านมีแต้มผลงานสะสมอยู่ทั้งหมด 28 แต้มขอรับ"

ก่อนออกเดินทางไปเมืองหนิง กู้เฉินใช้แต้มเก่าจนหมดเกลี้ยง ดังนั้น 28 แต้มนี้จึงมาจากการทำภารกิจที่เมืองหนิงล้วนๆ

อย่าดูถูกตัวเลข 28 เพราะในหน่วยจิ้งเทียน แต้มผลงานนั้นหายากยิ่งกว่าทองคำ ต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตจากการล่าปีศาจ ยิ่งปีศาจระดับสูง แต้มก็ยิ่งมาก

แต้มที่กู้เฉินได้มาครั้งนี้ มากกว่าที่ร่างเดิมหามาได้ตลอดหลายปีรวมกันเสียอีก

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะตอนแรกร่างเดิมยังมีฝีมืออ่อนด้อย ทำได้แค่ปราบภูตผีเล็กๆ น้อยๆ ได้ทีละ 1-2 แต้ม พอเก่งขึ้นถึงเริ่มล่าปีศาจระดับสูงขึ้นได้

แต่ถึงอย่างนั้น การทำภารกิจหนึ่งครั้งปกติจะได้แค่ 3-4 แต้มเท่านั้น การได้มาถึง 28 แต้มในคราวเดียวจึงถือว่ามหาศาลมาก

ในหน่วยจิ้งเทียนมีสมบัติและคัมภีร์วิชามากมายนับไม่ถ้วน วิชายุทธ์ทั้งหมดของร่างเดิม ล้วนแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายทั้งสิ้น

ข้อดีของหน่วยจิ้งเทียนคือความเปิดกว้าง ขอแค่มีแต้มผลงาน ไม่ว่าจะเป็นวิชาระดับกลาง ระดับสูง หรือแม้แต่ระดับยอดเยี่ยม ระดับปฐพี ระดับสวรรค์ ก็สามารถแลกได้หมด

ต่างจากสำนักยุทธ์หรือตระกูลใหญ่ในยุทธภพ ที่หวงแหนวิชาและถ่ายทอดให้เฉพาะศิษย์ในสำนักหรือคนในสายเลือดเท่านั้น

แต่แน่นอนว่า... ของดีย่อมราคาแพง

วิชาระดับต่ำใช้แต้มแค่ 3-4 แต้ม ระดับกลาง 5-7 แต้ม ส่วนระดับสูงขึ้นไปนั้นแพงหูฉี่ จนผู้ลาดตระเวนธรรมดาอาจต้องเก็บหอมรอมริบทั้งชีวิตกว่าจะแลกได้สักวิชา

นอกจากวิชาแล้ว ยังมีศัสตราวุธวิเศษ สมุนไพรล้ำค่า และโอสถทิพย์ ให้เลือกแลกอีกมากมาย

ดังนั้น แต้มผลงาน 28 แต้มของกู้เฉิน หากรู้ไปถึงหูผู้ลาดตระเวนคนอื่น คงได้อิจฉากันตาร้อนผ่าว

ความสำเร็จนี้แลกมาด้วยการสังหารปีศาจไปถึง 9 ตน และกอบกู้เมืองหนิงจากหายนะ ซึ่งต้องอาศัยทั้งฝีมือและโชคช่วย

กู้เฉินวางแผนมาแล้วว่าจะแลกวิชายุทธ์ เพราะวิชาเดิม ยกเว้นหมัดเส้นเอ็นมังกร บรรลุขั้นสมบูรณ์หมดแล้ว จึงต้องการวิชาใหม่มาเสริมเขี้ยวเล็บ

ส่วนวิชาตัวเบาและกำลังภายใน เขายังไม่คิดจะเปลี่ยน เพราะ 'พลังวัตรหยางบริสุทธิ์' เป็นวิชาระดับกลางที่ยังใช้งานได้ดีอยู่ อีกอย่างวิชากำลังภายในนั้นแพงมาก แต้มที่มีคงไม่พอสำหรับวิชาระดับสูง

"ข้าต้องการแลกคัมภีร์ยุทธ์" กู้เฉินแจ้งความจำนง

"ได้ขอรับ เชิญท่านเลือกดูได้เลย" เจ้าหน้าที่ยื่นสมุดรายการเล่มหนาปึ้กให้

สมุดเล่มนี้หนายิ่งกว่าหนังสือเตรียมสอบเอนทรานซ์ในชาติก่อนเสียอีก

กู้เฉินเปิดดูรายการวิชา ซึ่งระบุชื่อ สรรพคุณ และราคาไว้อย่างชัดเจน วิชายุทธ์เดิมของร่างเดิมก็มีอยู่ในนี้เช่นกัน

หลังจากพลิกดูและเปรียบเทียบอยู่นาน กู้เฉินก็ตัดสินใจเลือกวิชาที่ต้องการได้ 3 วิชา

ตัวเลือกของเขามีจำกัดด้วยจำนวนแต้มที่มี แม้จะดูเยอะ แต่ก็แลกวิชาระดับสูงไม่ได้มากนัก

"ท่านกู้เลือก 'ดัชนีสกัดชีพจร' 'ท่าเท้าเงามายา' และ 'เพลงกระบี่หงส์เหิน' สามวิชานี้ถูกต้องไหมขอรับ?" เจ้าหน้าที่ทวนรายการ

"ถูกต้อง" กู้เฉินยืนยัน

ดัชนีสกัดชีพจร (ระดับกลาง): วิชาสายควบคุม ใช้สกัดจุดชีพจรคู่ต่อสู้ ทำให้ลมปราณติดขัด หรือใช้ไม่ได้ชั่วคราว ลดทอนกำลังรบของศัตรูได้ชะงัด เป็นวิชาที่ใช้งานได้จริงและมีประโยชน์มาก

ท่าเท้าเงามายา (ระดับกลาง): วิชาตัวเบาสายความเร็ว ช่วยลบจุดอ่อนเรื่องความคล่องตัว เดิมทีกู้เฉินอาศัยแค่พลังวัตรมหาศาลในการพุ่งตัว ซึ่งขาดความพลิกแพลง หากเจอคู่ต่อสู้ที่ระดับสูงกว่าอาจเสียเปรียบได้ วิชานี้จะช่วยให้การเคลื่อนไหวของเขาลื่นไหลและคาดเดายากขึ้น

เพลงกระบี่หงส์เหิน (ระดับกลาง): วิชาศัสตราวุธสายกระบี่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการโจมตี แม้หมัดมวยจะสำคัญ แต่ในบางสถานการณ์ การใช้ศัสตราวุธก็ช่วยทุ่นแรงและเพิ่มระยะสังหารได้ดีกว่า

เหตุผลที่เขาไม่เลือกวิชาระดับสูงเพียงวิชาเดียว ก็เพราะการอัปเกรดวิชาระดับสูงใช้ 'แต้มยุทธ์' เยอะมาก เขาต้องการกระจายความเสี่ยงและพัฒนาฝีมือให้รอบด้านมากกว่า

คนทั่วไปอาจเลือกฝึกเฉพาะทางเพราะข้อจำกัดเรื่องเวลาและพรสวรรค์ แต่กู้เฉินมี 'ระบบ' ช่วยโกง ขอแค่มีแต้มยุทธ์ เขาก็ฝึกให้เทพได้ทุกวิชา!

"สามวิชานี้ รวมเป็น 21 แต้ม ยืนยันการแลกเปลี่ยนนะขอรับ?"

"ยืนยัน"

"เรียบร้อยขอรับ ท่านสามารถไปรับคัมภีร์ได้ที่หอคัมภีร์" เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลลงในระบบ

"ข้าเหลืออีก 7 แต้มสินะ... ช่วยแลกกระบี่ดีๆ สักเล่มให้ข้าด้วย" กู้เฉินสั่งต่อ

"ได้เลยขอรับ"

เจ้าหน้าที่ยื่นสมุดรายการศัสตราวุธให้ กู้เฉินเลือกกระบี่เหล็กกล้าชั้นดีเล่มหนึ่งที่ราคาพอดีกับแต้มที่เหลือ

หลังจากนั้น กู้เฉินก็ไปที่หอคัมภีร์ รับคัมภีร์ทั้งสามเล่มมาอ่านและจดจำเนื้อหาจนขึ้นใจ ก่อนจะส่งคืนเจ้าหน้าที่

ภารกิจเสร็จสิ้น กู้เฉินกลับถึงบ้านในช่วงบ่าย

เขาช่วยเดินลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บให้อาอีกครั้ง ทานอาหารเย็นร่วมกับครอบครัว แล้วจึงขอตัวกลับเข้าห้องพัก

ค่ำคืนนี้... จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุด

กู้เฉินเตรียมพร้อมสำหรับการยกระดับความแข็งแกร่งครั้งใหญ่ ด้วยแต้มยุทธ์มหาศาลที่สะสมมา!

จบบทที่ บทที่ 34 แลกเปลี่ยนเคล็ดวิชา

คัดลอกลิงก์แล้ว