- หน้าแรก
- วันพีซ ยอดนักพัฒนาอสังหาฯ แห่งวาโนคุนิ
- บทที่ 22: วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล
บทที่ 22: วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล
บทที่ 22: วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล
บทที่ 22: วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล
แคว้นฮาคุไม ท่าเรือฮาบุ
ที่นี่คือท่าเรือเพียงแห่งเดียวที่เชื่อมต่อประเทศวาโนกับโลกภายนอก
“วูบ... ครืนนน!”
โซ่ตรวนขนาดมหึมาดึงลิฟต์ยักษ์ที่บรรทุกเรือ “ฟลามิงโก้” ขึ้นมาจากอุโมงค์ใต้ดิน เคลื่อนเข้าสู่ร่องน้ำ จนมาจอดเทียบเคียงข้างเรือของกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร
“ฟุฟุฟุฟุ!”
พร้อมกับเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ โดฟลามิงโก้ปรากฏตัวขึ้นบนดาดฟ้าเรือ โดยมีเหล่าผู้บริหารดอนกิโฮเต้แฟมิลี่ยืนเรียงรายอยู่เบื้องหลัง
บนดาดฟ้าเรือกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรฝั่งตรงข้าม ไดจิยืนกอดอกอยู่ที่หัวเรือ ด้านหลังมีสปีดและสมาชิกกลุ่มร้อยอสูรคนอื่นๆ
ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันด้วยสายตาเย็นชา พร้อมจะปะทะกันได้ทุกเมื่อ
โดฟลามิงโก้จ้องมองไดจิ พลางยกมือขึ้นกุมหน้าผาก
“ฟุฟุฟุฟุ ดูเหมือนชั้นจะโดนดูถูกเข้าซะแล้วสิ”
ในฐานะหนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัด เขามีตำแหน่งและอำนาจสำคัญในโลก แต่กลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรกลับไม่เห็นหัวเขาเลยสักนิด คณะต้อนรับที่ส่งมาดันไม่มีแม้แต่หัวหน้าระดับสูงที่สมน้ำสมเนื้อ
ในความคิดของเขา ต่อให้ไคโดจะไม่มาต้อนรับด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ควรส่งระดับ “ดารานำ” มาสักคน สถานการณ์แบบนี้มันจงใจหยามเกียรติกันชัดๆ
ท่าทีหยาบคายนี้ทำให้เขาเดือดดาลอย่างมาก เขามาวาโนไม่ใช่เพื่อมาขอเข้าร่วมกับไคโด แต่มาเพื่อเจรจาความร่วมมือ!
เหล่าผู้บริหารแฟมิลี่ก็เริ่มมีน้ำโหเช่นกัน ดอนกิโฮเต้แฟมิลี่รุ่งเรืองมาตั้งหลายปี เคยโดนหยามขนาดนี้เสียที่ไหน?
“พวกมันกล้าไม่เห็นหัวพวกเรา!”
“สั่งสอนให้พวกมันรู้สำนึกกันหน่อย!”
“ดอฟฟี่ ชั้นทนไม่ไหวแล้วนะ!”
เหล่าผู้บริหารกระหายที่จะต่อสู้
ต่อให้เป็นกลุ่มโจรสลัดสี่จักรพรรดิแล้วไง!
ต่างฝ่ายต่างก็เป็นโจรสลัด วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะได้รับการยอมรับคือการแสดงความแข็งแกร่งของตัวเองให้ประจักษ์
พวกเขาอยากจะลองวัดฝีมือกับหัวหน้าของสี่จักรพรรดิมานานแล้ว!
ไดจิมองดูพวกดอนกิโฮเต้แฟมิลี่ที่กำลังกระเหี้ยนกระหือรือ สายตาของเขาเย็นชาลงเรื่อยๆ ก่อนจะค่อยๆ ยกฝ่ามือขึ้น
วินาทีถัดมา ปืนใหญ่นับสิบกระบอกที่ท่าเรือก็หันปากกระบอกเล็งไปที่เรือฟลามิงโก้พร้อมกัน เหล่าลูกสมุนด้านหลังและโจรสลัดบนฝั่งต่างก็ยกอาวุธขึ้นเล็ง!
“เฮ้ยๆ แบบนี้มันไม่ขี้โกงไปหน่อยเรอะ!”
พวกผู้บริหารที่กำลังจะก่อเรื่องเมื่อครู่ถึงกับเหงื่อตกทันที การโดนปืนใหญ่และปืนยาวจ่อหัวพร้อมกันขนาดนี้ ต่อให้เก่งแค่ไหนก็หนียาก
แถมเรือที่ยืนอยู่เนี่ย... จะเอาไง?
พวกเขาอยากจะดวลฝีมือกับอีกฝ่ายก็จริง แต่ไม่ใช่ในรูปแบบของการโดนระดมยิงใส่ เรือของพวกเขารับมือกับอำนาจการยิงระดับนี้ไม่ไหวหรอกนะ
“ฟุฟุฟุฟุ~~~”
โดฟลามิงโก้ยักไหล่แล้วเดินตรงเข้าหาไดจิด้วยความมั่นใจ ก้าวเท้าเหยียบอากาศทันทีที่พ้นขอบเรือ
ดวงตาของไดจิฉายแววเย็นเยียบ
เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ โดฟลามิงโก้เพิ่งฆ่านักค้าข่าวสารที่ชื่อ “ฮานาฟุดะ” เพื่อหวังจะเสียบแทนตำแหน่งคนกลางของหมอนั่น
การกระทำแบบนั้นถือเป็นการท้าทายกลุ่มร้อยอสูรอย่างชัดเจน แม้ไคโดจะยอมตกลงพบโดฟลามิงโก้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะปล่อยให้ลอยนวลไปง่ายๆ
ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับว่าโดฟลามิงโก้มีข้อเสนออะไรมาแลกเปลี่ยน และก่อนจะถึงตอนนั้น หน้าที่ของเขาคือการรับรอง (และข่มขวัญ) อีกฝ่าย
ดูจากการกระทำของโดฟลามิงโก้ เห็นชัดเลยว่าหมอนั่นอยากจะ “ลองของ” คงกะจะทำเท่แบบเดียวกับที่ชายผมแดงคนนั้นชอบทำเวลาไปทักทายคนอื่นสินะ
โชคดีที่เขาเตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว
ปิดประตู... ปล่อยหมา!
“ยามาโตะ!”
“จัดไป!”
ยามาโตะก้าวออกมาเผชิญหน้ากับโดฟลามิงโก้
วินาทีถัดมา สายตาของทั้งคู่คมกริบขึ้น พร้อมกันนั้นต่างฝ่ายต่างปลดปล่อย “ฮาคิราชันย์” อันทรงพลังออกมาปะทะกันอย่างรุนแรง!
“เปรี้ยงงง!!!”
คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวกวาดไปทั่วท่าเรือ!
เรือทั้งสองลำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผืนน้ำในแม่น้ำกระเพื่อมซัดสาด
“ตุบ!”
สมาชิกกลุ่มร้อยอสูรพากันน้ำลายฟูมปาก หมดสติล้มลงกับพื้นทีละคน จนเกิดความโกลาหลเล็กน้อย
“เฮ้ย เป็นอะไรกันไปเนี่ย?”
“ตื่นสิเว้ย!”
“ไม่ต้องตกใจ แค่สลบไปเฉยๆ”
สปีดตะโกนปลอบขวัญทุกคน พลางมองไปที่ไดจิซึ่งยืนอยู่ด้านหน้า
เมื่อเผชิญกับแรงปะทะของฮาคิระดับนี้ ชายคนนั้นกลับยืนนิ่งไม่ไหวติงดั่งหินผา กลิ่นอายของเขาแตกต่างจากเมื่อหลายเดือนก่อนอย่างสิ้นเชิง
บางที... เขาอาจจะก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งใน “ดารานำ” ได้จริงๆ ก็ได้!
ทางฝั่งตรงข้าม เหล่าผู้บริหารดอนกิโฮเต้แฟมิลี่ต่างยืนโซซัดโซเซ พยายามทรงตัวอย่างยากลำบาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา
“เหมือนกับดอฟฟี่เลย!”
“ฮาคิราชันย์!”
“ยัยเด็กนี่เป็นใครกันแน่?”
พวกเขามั่นใจในฝีมือตัวเองมาตลอด ก่อนมาที่นี่ก็คิดว่าต่อให้ต้องเจอกับระดับหัวหน้าหน่วยของสี่จักรพรรดิก็ไม่แพ้แน่
แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มลังเลแล้ว
เด็กผู้หญิงที่มีฮาคิราชันย์ กับหัวหน้าทีมที่มีกลิ่นอายกดดันน่าเกรงขาม...แค่สองคนนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาต้องงัดฝีมือทั้งหมดที่มีออกมาสู้
ทว่า สองคนนี้กลับไม่มีชื่อเสียงอะไรเลยในกลุ่มร้อยอสูร แค่เห็นส่วนเสี้ยวเดียวก็จินตนาการได้แล้วว่ากลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรนั้นน่ากลัวขนาดไหน
“อึก!”
ทันใดนั้น ร่างของโดฟลามิงโก้ก็ถูกแรงดันกระแทกกลับไปที่ดาดฟ้าเรือ สีหน้าของเขาทะมึนทึงถึงขีดสุด
“ดอฟฟี่!”
เหล่าผู้บริหารรีบเข้าไปประคองดอฟฟี่ พลางมองไปยังเด็กสาวที่กำลังกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจอยู่ฝั่งตรงข้าม หัวใจของพวกเขายิ่งตื่นตระหนก
ชัดเจนแล้วว่า... ดอฟฟี่พ่ายแพ้ในการปะทะฮาคิราชันย์!
ไดจิลูบหัวยามาโตะ สายตาเย็นชาของเขาเบนกลับไปมองโดฟลามิงโก้โดยไร้ซึ่งความปรานี
“ครั้งหน้า... คือสงคราม!”
“.....”
รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้าของโดฟลามิงโก้
ไดจิพยักหน้าเล็กน้อย ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ
“ไปกันเถอะ อย่าให้คุณไคโดรอนาน”
“ครับ!”
เรือทั้งสองลำแล่นมุ่งหน้าสู่เกาะโอนิงะชิมะตามลำดับ
เรือฟลามิงโก้ ห้องรับรอง
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบขาดผึง
โดฟลามิงโก้นั่งอยู่บนโซฟา ใบหน้าดำทะมึนราวกับจะมีน้ำหยดออกมา
การเผชิญหน้ากับกลุ่มร้อยอสูรเริ่มต้นขึ้นแล้ว และเขาแพ้ในยกแรก ซึ่งหมายความว่าการเจรจาต่อจากนี้เขาจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ในโลกใต้ดิน การจะเป็นผู้นำในความร่วมมือและกอบโกยผลประโยชน์ได้มากขึ้น จำเป็นต้องแสดงความแข็งแกร่งให้เป็นที่ประจักษ์
หากเกิดความผิดพลาดขึ้นอีก แผนการทั้งหมดของเขาจะพังทลาย และเขาอาจจะต้องจบชีวิตลงที่นี่
โชคดีที่เขาเตรียม “ไพ่ตาย” เอาไว้แล้ว!
“ฟุฟุฟุฟุ!”
โดฟลามิงโก้เปิดหีบสมบัติบนโต๊ะ รอยยิ้มกลับคืนสู่ใบหน้าอีกครั้ง
ไคโดไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอนี้ได้แน่!
อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องโดยสารเรือกลุ่มร้อยอสูร
สปีดนั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะ เอียงคอมองไดจิแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เมื่อกี้เท่สุดๆ ไปเลยนะ”
“ขอบใจที่ชม”
ไดจิเอนหลังพิงพนัก ยกขาขึ้นพาดโต๊ะด้วยท่าทีสบายๆ
แต่ความจริงแล้ว เหงื่อกาฬไหลท่วมหลังเขาไปหมดแล้ว
ถ้าเกิดต้องสู้กันขึ้นมาจริงๆ ด้วยกำลังคนที่มีตอนนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะชนะ
ต่อให้มียามาโตะ กว่าจะจัดการโดฟลามิงโก้ได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร แล้วพวกผู้บริหารคนอื่นล่ะจะทำยังไง?
ผู้บริหารดอนกิโฮเต้แฟมิลี่แทบทุกคนเป็นผู้ใช้พลังผลปีศาจ สำหรับโจรสลัดทั่วไป นั่นคือความได้เปรียบที่ขาดลอย
ลำพังแค่เขาต้านไว้ได้สักคนก็เก่งแล้ว
อย่างไรก็ตาม เขามั่นใจว่าโดฟลามิงโก้ไม่กล้าเปิดศึกเต็มรูปแบบแน่ วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้ฮาคิราชันย์ข่มขวัญ ซึ่งไม่ทำลายความสัมพันธ์จนเกินไปและไม่ต้องโชว์ฝีมือทั้งหมด
ทุกอย่างอยู่ในกาวางแผนของเขา!
เทียบกับการแก้ปัญหาด้วยกำลัง เขาชอบใช้สมองมากกว่า เพราะลำพังความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้
“ชั้นต้องแข็งแกร่งกว่านี้”
ไดจิกำหมัดแน่น สายตาลึกล้ำ
ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เขาแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า จนได้ขึ้นเป็นระดับ “ดาราเด่น” ของกลุ่ม
แต่มันยังไม่พอเลยสำหรับการต่อสู้ระดับสูง
และหนทางเดียวที่จะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากการป้อนอาหารให้ “กราวดอน” ในตัวเขาแล้ว ก็คือการพัฒนาฮาคิ
“ต้องซื้อบ้านเพิ่มอีก!”
ดวงตาของไดจิเป็นประกาย
ถ้าเขาซื้อเมืองเอบิสึได้สำเร็จ ฮาคิของเขาจะต้องเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลแน่นอน!
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═