- หน้าแรก
- วันพีซ ยอดนักพัฒนาอสังหาฯ แห่งวาโนคุนิ
- บทที่ 6: อสังหาริมทรัพย์ = ฮาคิ!
บทที่ 6: อสังหาริมทรัพย์ = ฮาคิ!
บทที่ 6: อสังหาริมทรัพย์ = ฮาคิ!
บทที่ 6: อสังหาริมทรัพย์ = ฮาคิ!
นครหลวงบุปผา
ท้องถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกลูกค้าดังเซ็งแซ่ กลิ่นอาหารหอมฉุยลอยอบอวล บรรยากาศช่างแตกต่างจากหมู่บ้านยากจนรอบนอกราวกับอยู่คนละโลก ไดจิเดินทอดน่องอยู่กลางถนนแต่เพียงผู้เดียว ชุดสไตล์ไวกิ้งสุดดิบเถื่อนของเขาดูขัดตาอย่างแรงเมื่อเทียบกับชุดกิโมโนของผู้คนรอบข้าง
ไม่ต้องเอ่ยปากไล่... เพียงแค่เห็นเขาเดินมา ฝูงชนก็พร้อมใจกันแหวกทางให้ทันที ไม่มีใครกล้าสบตาเขาตรงๆ แม้แต่คนเดียว ความหวาดกลัว... ความรังเกียจ... ความเกลียดชัง... ไดจิสัมผัสได้ถึงอารมณ์ด้านลบเหล่านั้นอย่างชัดเจน เขารู้ดีว่าตัวเองเป็นที่รังเกียจแค่ไหน สำหรับคนในประเทศนี้ กลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรคือสัญลักษณ์แห่งหายนะ แม้จะไม่กล้าแสดงออก แต่ความแค้นที่ฝังลึกในใจนั้นไม่อาจลบเลือน
แต่ทว่า... ไดจิกลับกังวลเรื่องอื่นมากกว่า ‘แล้วตูจะปล่อยเช่าบ้านได้มั้ยวะเนี่ย?’ ชาวบ้านเกลียดขี้หน้าโจรสลัดขนาดนี้ ใครหน้าไหนมันจะกล้ามาเช่าบ้านเขา? ปัญหานี้ใหญ่หลวงนัก ต้องหาทางแก้ด่วน
ไม่นานนัก ไดจิก็เดินมาถึงเขตรอบนอกของนครหลวงบุปผา บรรยากาศที่นี่เงียบสงบกว่าในตัวเมืองมาก ครืดดดด... ขบวนเกวียนขนขยะสวนทางกับเขา “เหม็นชะมัด รีบๆ ขนไปทิ้งเร็วเข้า” “เอาขยะพวกนี้ไปเททิ้งที่เมืองเอบิสึให้หมด” “พวกยาจกที่นั่นชอบกินขยะเป็นที่สุด ฮ่าๆ”
เสียงบ่นพึมพำดังมาจากคนคุมขบวน ก่อนที่พวกมันจะมุ่งหน้าลงใต้ไปยังเมืองเอบิสึที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร ถึงจะเรียกว่า ‘เมือง’ เอบิสึ แต่ความจริงมันก็แค่หมู่บ้านโทรมๆ ที่ยังชีพด้วยเศษอาหารเหลือทิ้งจากเมืองหลวง ประชากรส่วนใหญ่มีแต่คนแก่ เด็ก และผู้หญิง ไดจิมองตามขบวนเกวียนไปยังทิศทางของเมืองเอบิสึ ทันใดนั้น ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัว เดี๋ยวก่อนนะ...
“ช่างเถอะ ธุรกิจต้องมาก่อน” ไดจิสลัดความคิดทิ้งแล้วเดินไปหยุดหน้าโกดังสินค้าแห่งหนึ่ง ชายชราร่างท้วมยืนยิ้มรออยู่ก่อนแล้ว พอเห็นไดจิ เขาก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาต้อนรับ “ท่านไดจิ! ในที่สุดท่านก็มา!”
“คุณแรนดอม” ไดจิพยักหน้าทักทาย เขารู้จักตาแก่คนนี้เมื่อเดือนก่อน หมอนี่เป็นเศรษฐีที่ดินชื่อดังในเมืองหลวง มีอสังหาฯ ในครอบครองเพียบ และโกดังตรงหน้านี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ช่วงหลังไม่รู้ผีเข้าหรือไง ตาแก่นี่ถึงได้เทขายทรัพย์สินเป็นว่าเล่น ข่าวลือวงในบอกว่า... น่าจะเอาเงินไปเปย์โออิรัน ‘โคโลราซากิ’ จนหมดตัว
ไดจิควักเงินที่เตรียมไว้ออกมา ค่าหัวยามาโตะได้มา 500 เหรียญทอง (ประมาณ 5 ล้านเบรี) หักส่วนแบ่งให้อุลติ 30% และให้ค่าขนมแก๊งแฟนคลับไป 50 เหรียญ เหลือถึงมือเขา 300 เหรียญทอง... พอดีกับราคาที่ตกลงกันไว้เป๊ะ
“นี่ครับ 300 เหรียญทอง” “โอ้! ท่านไดจินี่ใจป้ำจริงๆ” แรนดอมยิ้มหน้าบาน รีบหยิบโฉนดที่ดินออกมาจากอกเสื้อ หลังจากตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อย การซื้อขายก็จบลงอย่างรวดเร็ว พอได้เงิน ตาแก่ก็ยิ้มจนตาหยีแล้วรีบขอตัวลา “ถ้าเช่นนั้นกระผมขอตัวก่อนนะครับท่านไดจิ”
“อืม” ไดจิมองส่งด้วยสายตาแปลกๆ ไอ้เฒ่าบ้ากาม... อย่าบอกนะว่าโดนสาวหลอกจนหมดตัวจริงๆ แม่นางโออิรันคนนั้น... จิ๊ๆๆ สูบเลือดสูบเนื้อเก่งชะมัด!
ไดจิเดินเข้าไปในโกดัง มองดูพื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาแล้วก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะออกมา “วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
หลังจากตรากตรำทำงานหนักมาเกือบสามเดือน ในที่สุดเขาก็ได้กลับมาเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง! แม้จะเป็นแค่โกดังร้างชานเมือง แต่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ ความรวยรออยู่แค่เอื้อม!
“แล้วก็... ความรู้สึกนี้!” ไดจิกำหมัดแน่น แววตาเปี่ยมสุข ฮาคิ! เขาใช้ฮาคิเกราะได้แล้ว!
เข้าใจแล้ว... ในที่สุดก็บรรลุสัจธรรม! การมีอสังหาริมทรัพย์ = มีความมั่นคงในชีวิตขั้นพื้นฐาน และความมั่นคงนี้แหละคือ ‘ความมั่นใจ’ ที่จะเผชิญหน้ากับโลก ซึ่งแปรเปลี่ยนมาเป็นพลัง ‘ฮาคิ’!
เขียนเป็นสมการได้ว่า: อสังหาริมทรัพย์ = ความมั่นใจ = ฮาคิ!
เดี๋ยวนะ... ถ้าทฤษฎีนี้ถูกต้อง แปลว่ายิ่งเขาซื้อบ้านเยอะเท่าไหร่ ฮาคิของเขาก็จะยิ่งแกร่งขึ้นเท่านั้นใช่มั้ย? สุดยอดไปเลยโว้ยยย!
“ถือโอกาสทดสอบพลังใหม่เลยละกัน” แววตาของไดจิเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาคำรามลั่น “พวกแกทุกคน... ไสหัวออกมา!”
“.....” เงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เงาร่างผอมโซเจ็ดแปดคนจะพุ่งออกมาจากเงามืด ล้อมกรอบไดจิไว้ทุกทิศทาง โรนิน! (ซามูไรไร้นาย)
ไดจิกวาดตามองพวกซามูไรด้วยความสมเพช ถึงเขาจะยังไม่ตื่นรู้ฮาคิสังเกต แต่สัญชาตญาณและการเตือนภัยจากเจ้ากราวดอนตัวน้อยในท้องก็บอกเขามาสักพักแล้วว่ามีคนสะกดรอยตามมา “มีแค่นี้เรอะ? ไอ้พวกสวะ”
“อย่ามาดูถูกกันนะโว้ย!” พวกซามูไรโกรธจัด ชักดาบออกมาเตรียมพร้อม “สุนัขรับใช้ของไคโด... วันนี้คือวันตายของแก!”
“หมาจรจัดอย่างพวกแกน่ะเหรอ?” ไดจิแสยะยิ้ม พวกหนูสกปรกที่ไม่กล้าบุกไปโอนิงะชิมะ ดีแต่ลอบกัดคนที่หลงฝูงออกมา... น่าสมเพชสิ้นดี หลังยุคของโคสึกิ โอเด้ง กระดูกสันหลังของประเทศนี้ก็หักสะบั้นไปแล้ว จะหาซามูไรแท้ๆ ได้ที่ไหนกัน
คำดูถูกของไดจิได้ผล ซามูไรหนุ่มเลือดร้อนสามคนพุ่งเข้ามาทันที “ไอ้ชั่ว! ตายซะ!” “ไสหัวไป!” ไดจิเหวี่ยงดาบยักษ์สวนกลับไป พละกำลังมหาศาลบวกกับน้ำหนักดาบเกือบสองเมตร กวาดร่างซามูไรทั้งสามพร้อมดาบปลิวว่อนไปคนละทิศละทาง
“อ๊ากกกก!” เสียงกรีดร้องและเลือดสาดกระจายกลางอากาศ เหลืออีกสี่
ซามูไรที่เหลือหน้าซีดเผือด “อย่าปะทะตรงๆ!” แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าไดจิเป็นสายบ้าพลัง ขืนไปวัดแรงด้วยมีแต่ตายกับตาย “รุมมันพร้อมกัน!”
หัวหน้ากลุ่มจับดาบสองมือ เคลือบดาบด้วย ‘ริวโอ’ บางๆ แล้วกระโดดฟันผ่ากลางแสกหน้าไดจิ เคร้ง! ดาบยักษ์ยกขึ้นรับการโจมตีได้ทัน! ไดจิสัมผัสได้ถึงออร่าแปลกประหลาดที่เคลือบอยู่บนดาบอีกฝ่าย ฮาคิสินะ หรือที่คนประเทศนี้เรียกว่า ‘ริวโอ’ เสียดายที่แรงน้อยไปหน่อย... พวกซามูไรตกยากต้องหลบๆ ซ่อนๆ อาหารการกินก็ไม่สมบูรณ์ จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาสู้ แค่ใช้ฮาคิได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
“เสร็จล่ะ!” ขณะที่หัวหน้ากลุ่มตรึงไดจิไว้ ซามูไรอีกสองคนก็พุ่งเข้ามาขนาบข้าง แทงดาบใส่เอวไดจิซ้ายขวา ไดจิยิ้มมุมปาก เขากระทืบเท้าขวาลงพื้น ตึง! กำแพงหินพุ่งขึ้นมาจากดินขวางวิถีดาบทั้งสองเล่ม เคร้ง! คมดาบปะทะหินจนประกายไฟแลบ
ยังเหลืออีกหนึ่ง! ซามูไรคนสุดท้ายลอบเข้ามาด้านหลัง กระโดดตัวลอยเงื้อดาบฟันใส่คอหอยของไดจิสุดแรงเกิด หัวหน้าล่อเป้า ซ้ายขวาบีบวงล้อม และคนสุดท้ายปิดจ็อบ... ยุทธวิธีนี้พวกมันฝึกมาอย่างช่ำชองและจัดการศัตรูมานักต่อนัก
“ตาย!!” วินาทีที่คมดาบสัมผัสผิวคอ แววตาของซามูไรฉายแววปีติ แต่ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้มันต้องช็อกตาตั้ง
เพล้ง!
ดาบหักสะบั้นเป็นสองท่อน! “ริวโอ!” คอของศัตรูถูกเคลือบด้วยริวโอแข็งแกร่ง!
“มีปัญญาทำได้แค่นี้เองเหรอ?” น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้น กล้ามเนื้อทั่วร่างของไดจิขยายตัวขึ้น เส้นเลือดปูดโปนราวกับงูเลื้อย แผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรง! แววตาของซามูไรเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “หนีเร็ว!”
สายไปแล้ว...
ตูมมมม!!
โกดังทั้งหลังระเบิดและพังทลายลงมา ฝุ่นควันมหาศาลฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ผ่านไปเนิ่นนาน... เมื่อฝุ่นจางลง ภาพที่ปรากฏคือซากปรักหักพังราวกับเพิ่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ร่างของซามูไรทั้งสี่นอนจมกองเลือดอยู่ใต้ซากอิฐปูน ไดจิยืนอยู่ใจกลางความวินาศสันตะโร เท้าเหยียบอกหัวหน้ากลุ่มที่กำลังร่อแร่ สายตามองตรงไปยังเขตเมืองชั้นใน
“หน่วยเก็บกวาดมาแล้วสินะ” เสียงฝีเท้าคนกลุ่มใหญ่กำลังใกล้เข้ามา เสียงระเบิดดังขนาดนี้ คนในเมืองไม่รู้ก็บ้าแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นพวก ‘ลาดตระเวน’ ของโอโรจิ หรือแก๊งนักเลงของเคียวชิโร่
“หือ?” ทรงผมทรง ‘ปอมปาดัวร์’ อันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏแก่สายตา เคียวชิโร่!
ไดจิยิ้มกริ่มอย่างนึกสนุก “ตัวเป้งโผล่มาแล้วแฮะ!”
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═