- หน้าแรก
- เมื่อวายร้ายเลิกคลั่งรัก โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป ผมกลายเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์
- บทที่ 89 + 90 (ฟรี)
บทที่ 89 + 90 (ฟรี)
บทที่ 89 + 90 (ฟรี)
บทที่ 89 : ข้อเรียกร้องเกินกว่าเหตุของเจียงเช่อ และการยอมจำนนของอวี้หว่านเอ๋อร์
"พี่เหยาเหยา เลิกทดสอบหนูเถอะค่ะ หนูจะไม่มีวันติดต่อกับเจียงเช่ออีกเด็ดขาด"
หว่านเอ๋อร์ร้องโอดครวญอยู่ในใจด้วยความอึดอัด ในสายตาเธอ.. เย่เมิ่งเหยาต้องกำลังหึงแน่ๆ เพราะรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเจียงเช่อมันเริ่มจะข้ามเส้นไปไกล
พี่เหยาเหยาที่แสนดี เมื่อก่อนพี่เห็นฉันเป็นเพื่อนรักที่สุด ถึงขั้นยอมนอนเป็นหมอนข้างให้มาตั้งสองสามปี
พอหายจากโรคเกลียดผู้ชายแล้วไปหลงรักเจียงเช่อเข้าหน่อย.. พี่ก็เริ่มเห็นฉันเป็นส่วนเกินแล้วงั้นเหรอ? มิตรภาพของเรามันกำลังจืดจางลงจริงๆ แล้วนะ!
[เจียงเช่อ ทั้งหมดมันเป็นเพราะนายคนเดียว ไอ้โรคจิต ไอ้คนสารเลว ไอ้ขยะเปียก!]
เย่เมิ่งเหยาชำเลืองมองหว่านเอ๋อร์พลางรู้สึกหดหู่เล็กน้อย เธอชอบหว่านเอ๋อร์จริงๆ นะ เพื่อนตัวน้อยที่ทั้งน่ารัก ตัวนุ่ม และกลิ่นตัวหอมกรุ่น..
ถ้าเธอเป็นผู้ชายเธอก็คงชอบหว่านเอ๋อร์เหมือนกัน ดังนั้นเธอจึงไม่โทษเจียงเช่อเลยที่หลงเสน่ห์ยัยหนูคนนี้
การช่วยเจียงเช่อจีบอวี้หว่านเอ๋อร์... นั่นคือผลจากการไตร่ตรองอย่างรอบคอบของเธอแล้ว! แต่พอคิดถึง "บทเรียน" ที่เจียงเช่อฝากมาให้เล่น... ซึ่งมันเริ่มจากการต้องแกล้งผิดใจกับหว่านเอ๋อร์ก่อนเนี่ยนะ?
“หว่านเอ๋อร์ ตราบใดที่เธอไม่ชอบเจียงเช่อ พี่ก็สบายใจจ้ะ ไม่อย่างนั้นพี่คงไม่รู้จะสู้หน้าเธอยังไงดี”
เย่เมิ่งเหยาส่งยิ้มอ่อนโยนแล้วแอบจุ๊บแก้มเนียนของหว่านเอ๋อร์เบาๆ หัวใจของหว่านเอ๋อร์ว้าวุ่นไปหมด แต่เธอก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว.. เธอจะรักษาระยะห่างจากเจียงเช่อให้ถึงที่สุด “พี่เหยาเหยาไม่ต้องห่วงนะพวกเราคือเพื่อนรักกันที่สุด!” สายตาของหว่านเอ๋อร์เริ่มแน่วแน่ขึ้น
[เจียงเช่อ ไอ้คนถ่อย นายโชคดีที่มีพี่เหยาเหยา แต่อย่าได้ริอาจมาแตะต้องตัวฉันอีกนะ]
“เจียงเช่อ นายมันคนนิสัยเสีย!” ที่ข้างประตูรถ อวี้หว่านเอ๋อร์ผลักเจียงเช่อออกสุดแรง เธอจ้องเขาเขม็งเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่กำลังพองขนด้วยความโกรธจัด
“เจียงเช่อ... นายก็มีพี่เหยาเหยาอยู่แล้ว ทำไมยังต้องมาตามตอแยฉันอีก?”
หว่านเอ๋อร์น้ำตาคลอเบ้า ไอ้เจียงเช่อบ้า!
เรื่องนี้มันจะยืดเยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว เธอต้องตัดความสัมพันธ์ให้เด็ดขาด จะปล่อยให้คลุมเครือแบบนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นถ้าเย่เมิ่งเหยารู้เข้า.. ความเป็นเพื่อนคงขาดสะบั้นแน่
“เจียงเช่อ! จบเรื่องนี้ซักทีเถอะ เลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว!”
ภาพเด็กสาวตัวเล็กที่มีน้ำตาคลอเบ้านั้นช่างน่าสงสารจนใครเห็นก็ต้องใจอ่อน แต่เจียงเช่อคือคนทั่วไปที่ไหนกันล่ะ?
“ก็ได้ ฉันจะเลิกยุ่งกับเธอ” คำพูดของเจียงเช่อทำเอาหว่านเอ๋อร์อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้ว
[เขาจะยอมเลิกง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ? ทำไมมันง่ายจัง?]
[หรือเขาเบื่อฉันแล้ว? หึ... ฉันรู้อยู่แล้วว่าไอ้โรคจิตนี่มันไอสารเลว เบื่อของเก่าแล้วจ้องจะหาของใหม่ตลอด]
..
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี—”
“แต่ฉันมีข้อแม้หนึ่งข้อ” เจียงเช่อพูดพลางยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และดูร้ายกาจที่มุมปาก
หว่านเอ๋อร์ใจหายวูบ เธอรู้ดีว่าเจียงเช่อไม่มีทางปล่อยเธอไปง่ายๆ แน่ “ข้อ... ข้อแม้เคืออะไร?”
เจียงเช่อโน้มตัวลงไปกระซิบสองประโยคข้างหูของหว่านเอ๋อร์ ดวงตาของเด็กสาวเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “ไม่มีทาง!”
“หึหึ... ถ้าเธอตกลง ฉันจะไม่ตามตอแยเธออีกเลย เป็นไงล่ะ?”
หว่านเอ๋อร์เงียบไป เธอมีความรู้สึกดีๆ ให้เจียงเช่อบ้างก็จริง แต่มันก็ยังเป็นเพียงความรู้สึกที่คลุมเครือ ตอนนี้เธออยากตัดขาดกับเขามากที่สุด ไม่อย่างนั้นเธอคงจะจมลึกไปมากกว่านี้
“นาย... นายพูดจริงนะ?” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตา เม้มริมฝีปากแน่น
“แน่นอน ฉันลงทุนลงแรงกับเธอไปตั้งเยอะ ถ้าไม่ได้อะไรกลับมาเลยมันก็คงขาดทุนแย่” มุมปากเจียงเช่อยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว อวี้หว่านเอ๋อร์ยัยหนูคนนี้ มีใจให้เขาเห็นๆ เด็กสาวใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะพยักหน้ายอมรับอย่างหนักแน่น
“ก็ได้... ฉันตกลง แต่นายห้ามอัดคลิป ห้ามแบล็กเมล์... และห้ามบอกพี่เยาเยาเด็ดขาด หลังจากวันนี้... นายห้ามมายุ่งกับฉันอีกนะ”
เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยขณะพูด “ไม่มีปัญหา” เจียงเช่อดึงหว่านเอ๋อร์เข้าสู่อ้อมกอดแล้วเปิดประตูรถมายบัคทันที
หว่านเอ๋อร์เคยนั่งรถของเจียงเช่อมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้.. ความรู้สึกมันซับซ้อนกว่าครั้งไหนๆ ขณะที่มองออกไปนอกหน้าต่าง ใจของเด็กสาวเต็มไปด้วยความสับสน ถ้าเป็นตัวเธอในยามปกติ.. เธอคงไม่มีวันตกลง และคงด่าเขาเปิงไปแล้ว
เจียงเช่อชำเลืองมองยัยหนูที่กำลังกังวล หว่านเอ๋อร์อาจจะดูฉลาดทันคน แต่ก้นบึ้งของหัวใจ เธอก็ยังเป็นเด็กสาวที่ใสซื่ออยู่ดี!
เจียงเช่อไม่ได้พาหว่านเอ๋อร์กลับบ้าน แต่เขากลับพาเธอมาที่โรงแรมระดับห้าดาว หว่านเอ๋อร์ประหม่าจนร่างกายเกร็งไปหมด “เจียง... เจียงเช่อ ฉัน... ฉันเสียเปรียบมากนะ นายต้องให้เงินฉันด้วย!”
หว่านเอ๋อร์กำปกเสื้อไว้แน่น ถ้าเธอจะยอมให้เจียงเช่อเอาเปรียบแบบนี้.. มันจะไม่ขาดทุนเกินไปเหรอ?
ในเมื่อยังไงก็ต้องเสียทีอยู่ดี เธอจึงตัดสินใจเรียกเงินจากเจียงเช่อเพิ่มเสียเลย โรคของแม่เธอยังต้องใช้ค่ารักษาอีกเยอะ!
“หืม? เธออยากได้เท่าไหร่ล่ะ?” เจียงเช่อที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและสวมชุดคลุมหลวมๆ มองหว่านเอ๋อร์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หว่านเอ๋อร์อาจจะดูฉลาดแต่เธอก็ยังเป็นยัยซื่อบื้อตัวน้อย เมื่อก้าวขึ้นเรือของเขามาแล้ว.. เธอคิดจริงๆ เหรอว่าจะลงไปได้ง่ายๆ? ไม่มีทางซะหรอก
หว่านเอ๋อร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“สองหมื่น... ไม่สิ! ห้าหมื่น!”
เธอนึกถึงตอนที่เจอแม่ของเจียงเช่อครั้งแรก คุณน้าเจียงยุนลี่เคยให้การ์ดเธอใบหนึ่ง ซึ่งเห็นว่ามีเงินเป็นล้านอยู่ในนั้น ถ้าเธอรู้ว่าเรื่องจะลงเอยแบบนี้.. ตอนนั้นเธอคงรับเงินล้านนั่นไปแล้ว!
“ห้าหมื่น?” เจียงเช่อมองหว่านเอ๋อร์พลางขำในใจ ก็นะ.. ด้วยหน้าตาอย่างอวี้หว่านเอ๋อร์ เธอมีค่ามากกว่านั้นเยอะแน่ๆ ก็เธอคือนางเอกตามชะตากรรมนี่นา.. แถมยังเป็นสเปกโลลิที่หาได้ยากสุดๆ
คิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ งั้นเหรอ? ส่วนเงินห้าหมื่นสำหรับเขาน่ะ... มันก็แค่เศษเงินหลังตู้เท่านั้นเอง
บทที่ 90 : ร่วมมือกันแกล้งหว่านเอ๋อร์ และน้ำตาของโลลิตัวน้อย
ที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง เย่เมิ่งเหยาชำเลืองมองโทรศัพท์ในมือ เธอหลับตาลงช้าๆ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง ตามบทที่เจียงเช่อวางไว้ เธอต้องรับหน้าที่เป็นคนบุกมา "จับคาหนังคาเขา"
"เจียงเช่อ นายมันคนนิสัยเสีย ถ้าแกกล้ารังแกหว่านเอ๋อร์ล่ะก็... ข้าสาบานว่าจะกัดแกให้ตายเลย!"
เมื่อคิดว่าเพื่อนสนิทผู้แสนใสซื่อต้องมาถูกเจียงเช่อหลอกล่อ หัวใจของเธอก็ปวดปร่าขึ้นมาทันที แต่เธอกลับต้องเป็นคนลงมือแสดงละครทำลายมิตรภาพนี้เองงั้นเหรอ? มันไม่ใจร้ายกับหว่านเอ๋อร์ไปหน่อยหรือไง?
ข้างหนึ่งคือเพื่อนรัก อีกข้างคือผู้ชายของตัวเอง... สุดท้ายคุณหนูเย่ก็เลือกยืนเคียงข้างเจียงเช่ออย่างมั่นคง "หว่านเอ๋อร์... ขอโทษนะ!"
"เจียง... เจียงเช่อ ฉัน... ฉันโตแล้วนะ!" หว่านเอ๋อร์หวาดกลัวจริงๆ ร่างกายของเธอสั่นเทาไปหมด เจียงเช่อเลียริมฝีปากพลางยกยิ้มอย่างพึงใจ
"ฉันลาหยุดที่โรงเรียนให้แล้วสามวัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นหรอก"
(เนื้อหาถูกละไว้ในฐานที่เข้าใจ)
กลางดึกคืนนั้น อวี้หว่านเอ๋อร์เริ่มมีไข้ขึ้นสูง ร่างกายของเธอค่อนข้างบอบบางและป่วยบ่อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำราวกับเตาผิงเครื่องน้อย ไอความร้อนที่แผ่ออกมาใต้ผ้าห่มอบอวลไปด้วยกลิ่นกายของเด็กสาว
เจียงเช่อทอดถอนใจออกมาเบาๆ เขาไม่นึกเลยว่าหว่านเอ๋อร์จะถึงขั้นจับไข้ ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนดูแลเธอไปโดยปริยาย เขาคอยเช็ดตัวและป้อนยาให้เธอเกือบทั้งคืน จนกระทั่งไข้ที่สูงลิบลิ่วค่อยๆ ลดลงในที่สุด "ฉันล่ะยอมใจเธอจริงๆ เลย!"
เจียงเช่อพิงพนักเตียงพลางมองดูหว่านเอ๋อร์ที่หลับสนิท เขาใช้นิ้วนวดคลึงขมับด้วยความเพลีย
เช้าวันถัดมา อวี้หว่านเอ๋อร์ตื่นขึ้นมาด้วยอาการที่ดีขึ้นเล็กน้อย แต่เธอกลับรู้สึกหดหู่จนไม่อยากจะขยับตัวแม้แต่นิ้วเดียว ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงกว่าปกติเล็กน้อย
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีบอกให้เธอรีบลุกขึ้นและตัดขาดกับเจียงเช่อซะ แต่อีกใจหนึ่ง... เธอกลับไม่อยากขยับไปไหน เธออยากจะอยู่ข้างกายเจียงเช่อแบบนี้... ตลอดไป
เพราะเธอรู้ดีว่าเมื่อก้าวออกจากห้องนี้ไป ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาก็ต้องจบสิ้นลง
แม้เมื่อคืนเธอจะกึ่งหลับกึ่งตื่นเพราะพิษไข้ แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงการดูแลที่แสนละเอียดอ่อนของเจียงเช่อ
ตั้งแต่จำความได้ นอกจากแม่แล้ว... ก็มีเพียงเจียงเช่อคนเดียวที่ปฏิบัติกับเธอดีขนาดนี้ ในตอนนี้... เธอเริ่มรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมาเสียแล้ว!
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องพักโรงแรมก็ถูกเปิดออก "เจียงเช่อ พวกเธอ—" เย่เมิ่งเหยาทำใจดีสู้เสือเปิดประตูเข้ามา ถึงเวลาที่เธอต้องโชว์ทักษะการแสดงแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย หว่านเอ๋อร์ก็แข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนที่ใจจะหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม พี่... พี่เมิ่งเหยา? ทำไมพี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้? สภาพของเธอกับเจียงเช่อในตอนนี้... ไม่นะ เรื่องนี้มันต้องไม่ใช่ความจริง!
เมื่อวานเธอเพิ่งจะให้สัญญาเป็นมั่นเหมาะว่าจะไม่มีวันแย่งผู้ชายของเพื่อนสนิทเด็ดขาด หว่านเอ๋อร์พยายามมุดตัวลงใต้ผ้าห่ม กอดแขนเจียงเช่อไว้แน่นราวกับว่านั่นจะช่วยซ่อนเธอจากสายตาของเย่เมิ่งเหยาได้
"เจียงเช่อ... หว่านเอ๋อร์? พวกเธอมาอยู่ด้วยกันได้ยังไง!" เย่เมิ่งเหยาเอามือปิดปาก แสร้งทำเป็นตกใจสุดขีด เจียงเช่อปรือตาขึ้นอย่างงัวเงียพลางนึกในใจว่าใครกล้ามาขัดจังหวะการนอน
แต่ไม่นานเขาก็จำได้... อ้อ บทละครที่เขาวางไว้นี่เอง ไม่มีปัญหา ฉากเด็ดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว! เย่เมิ่งเหยาในตอนนี้กลายเป็นสาวคลั่งรักที่โดนเขาปั่นหัวจนมืดบอดไปหมดแล้ว
ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ยอมทำตามคำสั่งทรยศเพื่อนสนิทแบบนี้ ส่วนอวี้หว่านเอ๋อร์... ยัยหนูที่ชอบแอบด่าเขาว่าเป็นไอ้โรคจิตในใจ ถ้าไม่สั่งสอนซักหน่อย.. คงเสียชื่อวายร้ายหมด! "เย่เมิ่งเหยา ใครสั่งให้เธอเข้ามา?"
"เจียงเช่อ หว่านเอ๋อร์... หว่านเอ๋อร์ เมื่อวานเพิ่งจะบอกฉันว่า..." เย่เมิ่งเหยาเริ่มบทพูดที่ดูขัดเขินเล็กน้อย ก็นะ.. การแสดงของเธอมันไม่ได้ยอดเยี่ยมระดับดารานำเสียเมื่อไหร่ แต่นั่นไม่สำคัญเลย เพราะอวี้หว่านเอ๋อร์ในตอนนี้สติแตกไปเรียบร้อยแล้ว
เธอไม่มีกะจิตกะใจจะมาจับผิดเรื่องการแสดงหรอก ความจริงที่ว่าเธอแอบกินลับหลังเพื่อนสนิทมันชัดเจนจนเธอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
โลกทั้งใบของเธอเหมือนพังทลายลง! เธออยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เหลือเกิน
"พี่เมิ่งเหยา หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่ได้ตั้งใจจะแย่งผู้ชายของพี่นะคะ" เด็กสาวทนแรงกดดันไม่ไหวจึงโผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม น้ำตาไหลพรากอาบแก้มดูน่าสงสารจับใจ ในห้องนี้ทุกคนกำลังเล่นละคร มีเพียงหว่านเอ๋อร์คนเดียวที่ถูกหลอก
เจียงเช่อดึงหว่านเอ๋อร์เข้ามากอด
"เมิ่งเหยา เธอออกไปก่อนเถอะ..."
เย่เมิ่งเหยา: "..." หน้าที่ตัวประกอบของเธอจบลงแล้ว อย่างน้อยก็น่าจะมีรางวัลให้คนแสดงบ้างนะ?
เธอสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปแสร้งทำเป็นโกรธจัด
อวี้หว่านเอ๋อร์ในตอนนี้ร้องไห้โฮจนตัวสั่น "พี่เมิ่งเหยา มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ" แม้เธอจะชอบเกาะเย่เมิ่งเหยากินบ้างในบางครั้ง แต่มิตรภาพที่พวกเธอมีให้กันนั้นคือเรื่องจริง
เมื่อเห็นเย่เมิ่งเหยาเดินจากไป หว่านเอ๋อร์รู้สึกเหมือนเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวได้ทอดทิ้งเธอไปแล้ว เธอระเบิดเสียงร้องไห้ออกมาอย่างหนักด้วยความเสียใจจนแทบขาดใจ