- หน้าแรก
- พรสวรรค์ มาทุกสิบวัน พอเป็นแวมไพร์ตัวฉันก็โกงเวอร์
- ตอนที่ 7: ระดับของผู้กินผลต้องห้าม
ตอนที่ 7: ระดับของผู้กินผลต้องห้าม
ตอนที่ 7: ระดับของผู้กินผลต้องห้าม
"เวลานานเกินไป"
"สองชั่วโมงครึ่ง รอให้ผู้พิทักษ์ของเธอมาถึง พวกเราคงถูกหนอนกลายพันธุ์กินจนไม่เหลือซากแล้ว"
อวี๋เสียนรู้ดีว่าตนเองได้เปิดเผยตัวตนต่อหน้านอร่าแล้ว รอให้ผู้พิทักษ์ของอีกฝ่ายมาถึง คนอื่นอาจจะไม่เป็นไร แต่เขาคงจะตกอยู่ในอันตราย
และนับตั้งแต่หนอนกลายพันธุ์เริ่มเปิดเผยตัวตนจนถึงตอนนี้ ก็ผ่านไปเพียงสิบกว่านาทีเท่านั้น นักเรียนในหลายห้องเรียนถูกกำจัดหมดแล้ว
ถ้าหนอนกลายพันธุ์รวมกำลังบุกเข้ามา เขามั่นใจว่าจะสามารถพาคนหนึ่งหรือสองคนกระโดดตึกหนีไปได้ แต่คนที่เหลือคงจะต้องตายทั้งหมด
"เหลาจาง นายกับเพื่อนนักเรียนชายอีกสองสามคนมาช่วยกันยันประตูไว้ ฉันจะลองไปหาอาวุธดู" อวี๋เสียนมองไปที่ลวดหนาม คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด
เพียงแค่ม้วนลวดหนามให้แน่นๆ บางทีอาจจะใช้เป็นท่อนไม้ได้
"ฉันมีอาวุธ!"
นอร่ารีบพูดขึ้นในตอนนี้
ขณะพูด เธอก็เผยให้เห็นกำไลข้อมือ ทันใดนั้นปืนพกสีแดงกระบอกหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
"อุปกรณ์มิติ?"
นักเรียนทุกคนต่างมองนอร่าอย่างประหลาดใจ
ถึงแม้ในอินเทอร์เน็ตจะมีข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์มิติ แต่ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นเพิ่งเคยเห็นของจริงเป็นครั้งแรก
"ยังมีอาวุธอะไรอีกไหม?"
อวี๋เสียนรับปืนพกมาลองเล็งไปที่ไกลๆ สุดท้ายก็คืนให้นอร่า พร้อมกับถาม
กระสุนปืนพกมีเพียงไม่กี่สิบนัด เขาไม่เคยใช้ปืนมาก่อน คาดว่าถึงจะยิงกระสุนจนหมดก็อาจจะยังฆ่าหนอนกลายพันธุ์ไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว
นอร่าเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หยิบมีดสั้นยาวครึ่งเมตรออกมา พูดว่า "นี่คือมีดที่ทำจากโลหะเงิน ถึงแม้จะไม่คมมากนัก แต่ก็มีผลยับยั้งแวมไพร์ได้ดีมาก นายใช้มันอย่างระมัดระวังด้วย"
"มีดที่ทำจากโลหะเงินเหรอ?" อวี๋เสียนรับมีดมา ยิ้มอย่างมีความนัย
นอร่าก้มหน้าลงทันที ใบหน้าแดงก่ำ เธอรู้ว่าอวี๋เสียนต้องเดาอะไรบางอย่างออกแล้วแน่นอน
"ขอบคุณ มีดเล่มนี้มาได้จังหวะพอดีเลย!"
อวี๋เสียนไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น อีกทั้งมีดเล่มนี้ก็มาได้ถูกเวลาจริงๆ
จากนั้นท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เขาก็บีบมีดสั้นให้กลายเป็นลูกกลมเงินขนาดเท่าลูกเปตอง เขาอ้าปากกัดไปคำหนึ่งแล้วยิ้มพูดว่า "พอดีเลย ฉันหิวแล้ว"
นอร่าเงยหน้ามองอวี๋เสียน ราวกับเห็นสัตว์ประหลาดที่ไม่อาจเชื่อสายตา
ไม่กลัวแสงแดด แถมยังกินโลหะเงินเป็นอาหาร นี่มันยังเป็นแวมไพร์อยู่อีกเหรอ?
คงไม่ใช่ว่าพวกของลั่วฉีเข้าใจผิดหรอกนะ?
นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
……
หลังจากอวี๋เสียนดูดกลืนโลหะเงินทั้งหมดแล้ว ก็รู้สึกอบอุ่นไปทั้งตัว ประสาทสัมผัสทั้งห้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างรอบด้าน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในรัศมีหลายร้อยเมตร เขาก็สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน
จากนั้นเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ร่างกายก็เปลี่ยนเป็นสีดำอย่างรวดเร็ว
"อวี๋เสียน?" จางโซ่วเห็นภาพนี้ อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
อวี๋เสียนเอ่ยปากว่า "วางใจเถอะ ฉันสบายดี ดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"
ในสายตาของคนอื่น เขาคือความมืดมิด สาเหตุหลักคือเขาใช้เลือดสีเงินเสริมความสามารถในการดูดกลืนแสงของตนเอง ก่อนหน้านี้ถึงแม้เขาจะสามารถดูดกลืนแสงได้ แต่ก็ไม่ใช่การดูดกลืนที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นจึงยังคงมีแสงสะท้อนออกไป ทำให้คนอื่นสามารถมองเห็นเขาได้
แต่ตอนนี้เขาใช้เลือดสีเงินเสริมความสามารถในการดูดกลืนแสงของร่างกาย ทำให้ร่างกายของเขาไม่มีแสงสะท้อนออกไปเลย
เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อวัตถุใดไม่สะท้อนแสงใดๆ เลย มันก็จะไม่ปล่อยโฟตอนใดๆ ที่ดวงตาของเราสามารถตรวจจับได้ออกมา และกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า "วัตถุดำสมบูรณ์แบบ"
ตอนนี้อวี๋เสียนก็อยู่ในสภาพนั้น
ตอนกลางวันทุกคนยังสามารถมองเห็นเขาได้ หากเป็นตอนกลางคืน เกรงว่าจะไม่มีใครสามารถสังเกตเห็นเขาที่ยืนอยู่ในความมืดได้เลย
นอกจากนี้ ในสภาวะนี้ ความเร็วในการฟื้นตัวของพละกำลังของเขารวดเร็วมาก ถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บก็สามารถฟื้นตัวได้ในพริบตา เพราะ 'อาหาร' นั้นอุดมสมบูรณ์เกินไปจริงๆ
"ฉันจะลงไปจัดการกับหนอนกลายพันธุ์พวกนั้น พวกเธออยู่ที่นี่อย่าไปไหน!"
หลังจากอวี๋เสียนคุ้นเคยกับสภาวะนี้แล้ว ก็ยิ้มให้ทุกคนเล็กน้อย จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
หลังจากอวี๋เสียนลงไปข้างล่างแล้ว เฉินหลิงจึงพูดอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า "อวี๋เสียนต้องเคยกินผลต้องห้ามแน่ๆ พวกเธอเดาสิว่าพลังของเขาคืออะไร?"
"อวี๋เสียนไม่น่าจะเคยกินผลต้องห้ามนะ การกลายเป็นผู้มีพลังพิเศษผ่านผลต้องห้าม เริ่มต้นก็คือระดับเหยี่ยวแล้ว การจะจัดการกับหนอนกลายพันธุ์ในโรงเรียนไม่จำเป็นต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก" นอร่าอดไม่ได้ที่จะพูด
นับตั้งแต่ผลต้องห้ามปรากฏขึ้นในโลก ผู้โชคดีจำนวนมากได้รับพลังที่หลากหลายผ่านผลต้องห้าม
ระบบที่แตกต่างกันมีการแบ่งระดับและขอบเขตที่เป็นของตนเอง การแบ่งระดับความแข็งแกร่งนั้นสับสนมาก ในที่สุดผู้มีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดหลายสิบคนก็ได้ประชุมร่วมกัน และกำหนดการแบ่งระดับที่เป็นมาตรฐานเดียวกันขึ้น
นั่นก็คือ: หนอน มด ผึ้ง นกกระจอก งู, เหยี่ยว หมาป่า เสือ มังกร เทพ
ระดับหนอนต่ำสุด ระดับเทพสูงสุด
ถึงแม้หนอนระดับต่ำสุดก็มีพลังที่สามารถสังหารคนธรรมดาได้อย่างง่ายดาย
แต่ดังคำพูดของท่านผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งที่ว่า: "อย่าคิดว่ามีพลังนิดหน่อยแล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจได้!"
ระดับหนอน
จริงๆ แล้วก็เพื่อเตือนสติผู้ที่พึ่งได้รับพลังพิเศษ
ในสายตาของผู้ที่แข็งแกร่งกว่า เจ้าก็ยังคงเป็นเพียงแค่หนอนแมลง!
"แล้วตอนนี้เสียนอวี๋อยู่ระดับไหนล่ะ?" จางโซ่ว มองนอร่าแล้วถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
นอร่าคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วคาดเดาว่า "น่าจะประมาณระดับหนอนขั้นสูง หรือระดับมดขั้นต่ำ พวกเธอว่า... เขาอาจจะเป็นแวมไพร์หรือเปล่า?"
"แวมไพร์? ฮ่าๆๆๆ เป็นไปได้ยังไง ไม่กลัวแสง แถมยังชอบกินโลหะเงินอีก จะเป็นแวมไพร์ได้ยังไง?" ทุกคนพอได้ยินก็หัวเราะออกมาทันที
ถึงแม้นอร่าอยากจะโต้แย้งมาก แต่ตัวเธอเองก็หาเหตุผลมาโต้แย้งไม่ได้
ไม่กลัวแสง ยังพอจะอธิบายได้ด้วยผู้เดินในแสงตะวัน
แล้วไม่กลัวโลหะเงินล่ะ?
หรือว่าอวี๋เสียนยังมีพรสวรรค์ของผู้กินโลหะเงินอีกอย่าง?
แต่ อย่าลืมสิว่าถ้าอวี๋เสียนกลายเป็นแวมไพร์ด้วยเลือดของเธอจริงๆ นี่ก็พึ่งผ่านไปไม่กี่วันเท่านั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีพรสวรรค์ที่สอง
นอกจากนี้ อวี๋เสียนยังมีความสามารถในการเปลี่ยนร่างทั้งตัวให้เป็นสีดำอีกด้วย
นี่มันสามความสามารถแล้วนะ
คิดยังไงก็ไม่น่าจะเป็นแวมไพร์ได้จริงๆ
นอร่ายิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าพวกของลั่วฉีสืบสวนผิดพลาด
ถึงแม้อวี๋เสียนจะใช้เงินเป็นจำนวนมาก แต่บางทีอาจจะใช้ไปกับเรื่องอื่น เช่น ซื้อโลหะเงินมาเป็นอาหาร?
โลหะเงินถูกตระกูลผีดูดเลือดปั่นราคาจนเกือบเท่าทองคำ การที่อวี๋เสียนใช้เงินจำนวนมากก็อธิบายได้
นอร่ารู้สึกว่าตนเองควรจะกลับไปพูดคุยกับพวกของลั่วฉีให้ดี
จะปรักปรำอวี๋เสียนไม่ได้
……
ชั้นล่าง
อวี๋เสียนเดินอยู่บนระเบียงชั้นหก นิ้วมือขยับราวกับกำลังเล่นเปียโน หนอนกลายพันธุ์สามตัวถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ในทันที
ถึงแม้เลือดในร่างกายของเขายังไม่ได้เปลี่ยนเป็นเลือดสีเงินทั้งหมด แต่อย่างน้อยสี่สิบเปอร์เซ็นต์ของเลือดก็เป็นเลือดสีเงินแล้ว
เมื่อมีเลือดสีเงินที่เพียงพอ เขาก็สามารถปล่อยเส้นโลหะเงินที่คมกริบออกมาได้
เส้นโลหะเงินชนิดนี้ไม่ใช่เงินบริสุทธิ์ แต่เป็นโลหะพิเศษที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างเลือดของเขากับโลหะเงิน ซึ่งมีความอ่อนนุ่มพร้อมกับความคมและความเหนียว
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเส้นเงินสามารถเคลื่อนไหวตามความคิดของเขาได้ แม้แต่ผนังห้องเรียนหรือเหล็กกล้าก็สามารถตัดขาดได้อย่างง่ายดาย รู้สึกเหมือนตัดเต้าหู้เลยทีเดียว
ในตอนนี้หนอนกลายพันธุ์จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ออกมาจากห้องเรียนต่างๆ แต่ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ก็ถูกอวี๋เสียนใช้เส้นโลหะเงินสังหารเสียก่อน
หนอนกลายพันธุ์ตัวหนึ่งที่สิงอยู่ในร่างของอาจารย์พึ่งออกมาก็เห็นภาพนี้ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จากนั้นก็ตะโกนเสียงดังว่า "ทุกคนรีบออกมา มีศัตรู ฆ่ามัน!!!"
หนอนกลายพันธุ์ในห้องเรียนหลายห้องข้างหลังต่างก็พุ่งออกมา พอเห็นอวี๋เสียนก็ตะโกนเสียงดังแล้วบุกเข้ามา อวี๋เสียนคิดในใจ เส้นโลหะเงินเส้นหนึ่งพุ่งออกมาจากนิ้วกวาดไป หนอนกลายพันธุ์ที่พุ่งเข้ามาทั้งหมดถูกเส้นโลหะเงินที่คมกริบตัดขาดกลางลำตัว กลายเป็นสองท่อนล้มลง
อวี๋เสียนมองไปที่ปลายสุดของทางเดิน อาจารย์สอนภาษาจีนที่เพิ่งตะโกนเสียงดังเมื่อครู่หนีหายไปแล้ว
แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับหนอนกลายพันธุ์ที่สิงอยู่ในร่างของนักเรียน หนอนกลายพันธุ์ที่สิงอยู่ในร่างของอาจารย์นั้นเจ้าเล่ห์กว่ามาก
ในตอนนี้ เสียงปืนใหญ่ดังมาจากระยะไกล เห็นได้ชัดว่าทางการเมืองซิลเวอร์ยังไม่ได้ถูกทำลายล้างทั้งหมด ในที่สุดก็เริ่มตอบโต้แล้ว