- หน้าแรก
- เกิดใหม่ก่อนโลกล่มสลาย หนึ่งเดือนพอให้ผมรอด
- บทที่ 29: สร้างความประทับใจ (1)
บทที่ 29: สร้างความประทับใจ (1)
บทที่ 29: สร้างความประทับใจ (1)
บทที่ 29: สร้างความประทับใจ (1)
ซอมบี้แบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือ ซอมบี้พลังธาตุ และซอมบี้ประเภทเสริมพลังร่างกาย
ซอมบี้พลังธาตุจะมีร่างกายที่ยืดหยุ่นใกล้เคียงกับผู้รอดชีวิตทั่วไป พวกมันมี 'แกนพลัง' อยู่ในสมองและใช้มันในการควบคุมพลังพิเศษต่างๆ เพื่อโจมตี
เมื่อระดับสูงขึ้น ซอมบี้พวกนี้จะค่อยๆ ฟื้นคืนสติปัญญาและความรู้สึกเจ็บปวด รวมถึงความชำนาญในการใช้พลังก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดความแข็งแกร่งของพวกมันคือความชำนาญในการควบคุมพลัง
นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ซอมบี้ระดับสองสองตัวก่อนหน้านี้ถูกจัดการได้อย่างรวดเร็ว
แต่ซอมบี้ประเภทเสริมพลังร่างกายนั้นต่างออกไป พวกมันไม่มีแกนพลังในหัว แต่ไวรัส SI เข้าไปปรับเปลี่ยนและเสริมสมรรถภาพร่างกายโดยตรง
ไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง ความเร็ว ความถึกทน การได้ยิน หรือการดมกลิ่น... ซอมบี้พวกนี้จะไม่ฟื้นคืนสติ การโจมตีไร้รูปแบบ และร่างกายไร้ความรู้สึกเจ็บปวด โดยเฉพาะพวกสายพละกำลังและสายความเร็วที่รับมือยากเป็นพิเศษ
เหล่าผู้มีพลังพิเศษมักไม่อยากเผชิญหน้ากับซอมบี้ประเภทเสริมพลัง เพราะเหตุผลหลักสองประการ
ข้อแรก
เมื่อพวกมันล็อกเป้าหมายแล้ว จะกัดไม่ปล่อยจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตายกันไปข้าง
ต่อให้หนีไปไกลพันลี้ พวกมันก็จะข้ามน้ำข้ามทะเลตามล่าอย่างไม่ลดละ ความมุ่งมั่นน่ากลัวสุดๆ
ข้อสอง
ผู้มีพลังพิเศษในช่วงต้นวันสิ้นโลกยังอ่อนแอและต้องการแกนพลังเพื่ออัปเกรด แต่ซอมบี้พวกนี้ดันไม่มีแกนพลังในหัว แถมยังรับมือยากกว่าซอมบี้พลังธาตุเสียอีก
อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนของซอมบี้ประเภทนี้ต่อซอมบี้พลังธาตุอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 100
ถือว่าไวรัส SI ยังปรานีมนุษย์อยู่บ้าง ไม่ได้กะล้างบางให้สิ้นซากทีเดียว
คิดถึงตรงนี้ เย่หนานซีก็ยกมือทาบหน้าอกตัวเอง
หัวใจของมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกคนก็มีไวรัส SI แฝงอยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำไมบางคนถึงกลายเป็น 'ผู้มีพลังพิเศษ' ได้ในไม่กี่วัน
ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมทุกคนมีไวรัสเหมือนกัน แต่มีแค่บางคนที่กลายพันธุ์ สถาบันวิจัยในชาติที่แล้วของเธอก็ยังหาคำตอบไม่ได้จนกระทั่งเธอตาย
แต่เย่หนานซีเชื่อส่วนตัวว่า มันอาจจะเหมือนการฉีดวัคซีน คนที่สร้างภูมิคุ้มกันได้ก็จะมีภูมิคุ้มกันจากการกลายสภาพเป็นซอมบี้
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด เย่หนานซีก็หลบหลีกการโจมตีของซอมบี้ระดับสองไปด้วยอย่างคล่องแคล่ว
เธอยังไม่ปลุกพลังพิเศษ และถ้าเทียบพละกำลังเพียวๆ เธอยังห่างชั้นกับซอมบี้ระดับสองสายพละกำลังอยู่มาก
แต่ถึงแม้ซอมบี้ระดับสองสายพละกำลังจะแข็งแรง แต่ความเร็วของมันเร็วกว่าซอมบี้ระดับหนึ่งแค่ 50% ซึ่งพอๆ กับคนเดินเร็ว และสมองของมันก็ทึ่มมาก
สมองของเย่หนานซีแล่นเร็ว แล้วจู่ๆ ก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา
แต่การจะใช้แผนนี้ เธอต้องเอาเครื่องมือออกมาจากมิติ และอีกสามคนนั้นก็จ้องเธอตาไม่กะพริบ... "ฉันคำนวณพลาด สู้มันไม่ไหว พวกคุณรออยู่นี่นะ เดี๋ยวฉันจะล่อมันไปทางอื่นก่อน"
เย่หนานซีคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตะโกนบอกสามคนนั้น ก่อนจะหันหลังวิ่งหนี
วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็หันกลับมาตะโกนย้ำด้วยความเป็นห่วงว่า "ต้องรอฉันนะ ฉันมียาอยู่ในกระเป๋า"
ฮี่ๆ ขอบคุณประสบการณ์เจ็บตัวนับครั้งไม่ถ้วนในชาติที่แล้ว ที่ทำให้เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่า 'ขาใหญ่' ท่านนี้กำลังบาดเจ็บ
เย่หนานซีวิ่งหายลับไปอย่างรวดเร็ว โดยมีซอมบี้ไล่กวดตามหลังติดๆ
"อาโจว" ชายชราเห็นเย่หนานซีล่อซอมบี้ไปคนเดียวก็ร้อนรนทันที "รีบวางฉันลง แล้วไปช่วยหนูคนนั้นเร็วเข้า"
"อาจารย์ ไม่ต้องห่วงครับ ผมไปแน่!"
ชายที่ชื่ออาโจวรีบวางชายชราลงและกำลังจะออกตัว จู่ๆ ซอมบี้ระดับหนึ่งห้าตัวก็โผล่มาจากหัวมุมตึกสูงด้านหลัง
พอพวกซอมบี้เห็นทั้งสามคนก็ตื่นเต้น วิ่งล้มลุกคลุกคลานตะเกียกตะกายพุ่งเข้ามาหา
"อาจารย์ ดูเหมือนเราจะเป็นเตี้ยอุ้มค่อม เอาตัวไม่รอดซะแล้วสิครับ"
อาโจวยิ้มขื่น รีบแบกชายชราขึ้นหลังอีกครั้ง เตรียมวิ่งหนี
"อาโจว พวกนี้ไม่เหมือนตัวเมื่อกี้ มันเคลื่อนที่ช้า เราแค่วิ่งวนอยู่แถวนี้แหละ ต้องรอหนูคนนั้นกลับมา"
ชายชราตบไหล่อาโจวเบาๆ
เขารู้ดีว่าสำหรับพวกเขา การหนีไปเลยคือทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่เด็กสาวคนนั้นยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยพวกเขา เขาจะทิ้งเธอไปเฉยๆ ไม่ได้ อย่างน้อยต้องเห็นกับตาว่าเธอปลอดภัย
หญิงสาวข้างกายขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนไม่เห็นด้วย แต่พอคิดอะไรบางอย่างได้ สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
"ครับอาจารย์ เข้าใจแล้ว"
อาโจวพยักหน้า แล้ววิ่งเหยาะๆ พาชายชราวนเวียนอยู่แถวนั้น
อีกด้านหนึ่ง เย่หนานซีวิ่งรวดเดียวมากว่าสองร้อยเมตร
หลังจากแน่ใจว่าสามคนนั้นมองไม่เห็น และไม่มีใครอยู่แถวนี้ แถมยังทิ้งระยะห่างจากซอมบี้ได้สิบเมตร เธอก็รีบหยิบพลาสติกแผ่นยาวสามเมตรออกมาปูบนพื้น
จากนั้นสาดหิมะและน้ำลงไปอย่างรวดเร็ว สร้างลานน้ำแข็งจำลองแบบง่ายๆ ที่มีทั้งน้ำแข็งและหิมะผสมกัน
ทันทีที่ซอมบี้ระดับสองเหยียบลงบนแผ่นพลาสติก เท้าของมันก็ลื่นพรืด ล้มลงเสียงดัง 'ตุ้บ'
ซอมบี้ระดับสองหน้าทิ่มพื้นเต็มแรง
มันพยายามจะลุกขึ้น แต่บนแผ่นพลาสติกที่ลื่นทั้งจากน้ำแข็งและหิมะ ทำให้มันตะเกียกตะกายอยู่นานก็ยังลุกไม่ขึ้น
เย่หนานซีรีบขยับไปด้านข้างแผ่นพลาสติก ชักมีดพร้ายาวหนึ่งเมตรออกมา แล้วสับคอซอมบี้ระดับสองขาดกระเด็นด้วยความเร็วแสง
ซอมบี้ระดับสอง สิ้นชีพ
มองดูซากซอมบี้ เย่หนานซียกยิ้มมุมปาก
เธอนี่มันฉลาดจริงๆ ที่คิดวิธีแบบนี้ออก
เย่หนานซีเช็ดมีดพร้านกับหิมะไปมาสองสามทีก่อนโยนกลับเข้ามิติ
แล้ววิ่งกลับไปหาสามคนนั้น
พอไปถึง ก็เห็นทั้งสามคนกำลังถูกซอมบี้ระดับหนึ่งห้าตัวไล่กวดอีกรอบ
เย่หนานซี: "..."
การจะเกาะแข้งเกาะขา 'ขาใหญ่' ท่านนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ
"หนู! กลับมาแล้วเหรอ!"
ใบหน้าซีดเซียวของชายชราเผยรอยยิ้มเมื่อเห็นเย่หนานซีปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
"ค่ะ หนูหลอกล่อมันลงหลุมหิมะไปได้ชั่วคราว แต่คงขังมันได้ไม่นาน เราต้องรีบหนีกันเถอะ"
เย่หนานซีไม่คิดจะเสียเวลากับซอมบี้ระดับหนึ่งกระจอกๆ ห้าตัวนี้ เลยเร่งให้ทั้งสามรีบหนีไปพร้อมกัน
"อาจารย์ครับ?"
อาโจวหันไปขอความเห็นชายชรา
สถานะของอาจารย์ไม่ธรรมดา เขาจึงไม่กล้าตัดสินใจโดยพลการ
"ตามหนูคนนั้นไป"
ชายชรามมองเย่หนานซีที่วิ่งนำหน้าไปแล้ว และตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
เขาเชื่อว่าคนที่ยอมเสี่ยงชีวิตล่อตัวอันตรายออกไปเพื่อช่วยพวกเขา ย่อมไม่ใช่คนเลว
อีกอย่างเพิ่งเจอกันครั้งแรก เด็กสาวไม่มีเหตุผลที่จะทำร้ายเขา
"ครับ"
อาโจวพยักหน้า แล้วทั้งสามก็รีบวิ่งตามไป
เย่หนานซีพาทั้งสามเข้าไปในร้านสะดวกซื้อที่ของถูกกวาดไปเกลี้ยงแล้ว
'กริ๊ก'
เย่หนานซีล็อกประตูตามหลัง แล้วปลดเป้ลง อาศัยจังหวะบังสายตา หยิบยาแก้อักเสบสองเม็ด ผ้าก๊อซม้วนหนึ่ง ยาฆ่าเชื้อขวดเล็กครึ่งขวด และผงห้ามเลือดซองเล็กออกมาจากมิติ
"หนูจมูกไวมากมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ" เย่หนานซีพูดปดหน้าตาย "เมื่อกี้ได้กลิ่นเลือดจากตัวคุณปู่ ของพวกนี้น่าจะพอใช้ได้นะคะ"
พูดจบก็ยื่นของให้
ตาของอาโจวเป็นประกาย ของพวกนี้คือสิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดในตอนนี้เลย
แต่เขายังไม่รับ เพียงแค่มองชายชราเพื่อขออนุญาต
ชายชราไม่ลังเล ยิ้มรับของไว้ "งั้นก็ขอบใจนะหนู"
ชายชราเว้นจังหวะก่อนเสริมว่า "ไม่ต้องเรียกคุณปู่อะไรให้มันห่างเหินหรอก ตาแซ่เซิ่ง ชื่อเซิ่งซวี่อวิ๋น
ถ้าไม่รังเกียจ เรียกตาว่าปู่เซิ่งก็ได้"
ได้ยินดังนั้น เย่หนานซีหัวเราะร่าอยู่ในใจ รังเกียจที่ไหนกันเล่า นี่มันเข้าทางสุดๆ!
แต่ภายนอกยังคงรักษาอาการได้อย่างแนบเนียน "สวัสดีค่ะ คุณปู่เซิ่ง หนูชื่อเย่หนานซีค่ะ"
เย่หนานซียิ้มให้ชายชรา
เร็วเข้า จำชื่อกับหน้าหนูไว้ให้แม่นๆ นะคะ ตอนหนูไปซื้ออาวุธเลเซอร์กับชุดรบ อย่าลืมลดราคาให้หนูด้วยล่ะ!