เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 : โดนตบ

บทที่ 21 : โดนตบ

บทที่ 21 : โดนตบ


บทที่ 21 : โดนตบ

สีหน้าของเย่หนานซีมืดครึ้มลงทันตา!

เธอไม่น่าเผลอขี้เกียจไปชั่ววูบเลย ปล่อยให้นังบ้าหน้าห้องได้ใจอาละวาดอยู่ได้

"เล่อเหยียน เล่อเหยียน หยุดหมุนก่อน ฉันเหมือนจะได้ยินแม่หนูน้อยห้อง 1509 ข้างๆ อาละวาดอยู่นะ!"

เฉิงหลินที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายแทรกผ่านเสียงเครื่องปั่นไฟมือหมุน รีบร้องบอกสวี่เล่อเหยียนที่กำลังปั่นไฟอย่างขะมักเขม้นให้หยุดมือ

ในขณะเดียวกัน ฉู่จวินโม่ก็เปิดประตูพุ่งตัวออกไปด้วยแววตาอำมหิตแผ่ซ่าน

บัดซบ ถ้าเหยียนหรั่นจือกล้าแตะต้องแม่หนูน้อยที่เขาหมายตาไว้แม้แต่ปลายเล็บ เขาจะส่งนางไปคุยกับยมบาลเดี๋ยวนี้แหละ

แต่น่าเสียดาย แม่หนูน้อยที่เขาเฝ้าคะนึงหาไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาได้ทำเท่เลยแม้แต่น้อย

ทันทีที่ฉู่จวินโม่ก้าวเท้าออกมา เขาก็เห็นเย่หนานซีที่มีขวานสะพายอยู่บนหลัง พุ่งตัวออกมาจากห้อง 1509 ราวกับลูกระเบิดขนาดจิ๋ว

เริ่มจากกระโดดถีบหลินหรั่นที่กำลังยืนขวางเหยียนหรั่นจือด้วยท่าทางแข็งทื่อเพราะความหนาวจนกระเด็น จากนั้นก็ง้างมือตบหน้าเหยียนหรั่นจือฉาดใหญ่!

เพียะ!

ใบหน้าของเหยียนหรั่นจือหันไปตามแรงตบ นางยืนตะลึงงันไปทันที

นางไม่คาดคิดว่าเย่หนานซีที่ดูบอบบางจะลงไม้ลงมือรุนแรงได้ขนาดนี้

และยิ่งไม่คาดคิดว่าเย่หนานซีจะกล้าตบหน้านาง!

"หน้าตาก็ขี้ริ้วขี้เหร่แล้ว ปากยังเน่าเหม็นอีก!"

เย่หนานซีกระชากคอเสื้อเหยียนหรั่นจือเข้ามา แล้วตบหน้าซ้ำด้วยหลังมืออีกสองที

"อากาศหนาวขนาดนี้ยังหยุดปากพล่อยๆ ของแกไม่ได้สินะ สงสัยจะใส่เสื้อผ้าหนาเกินไป!"

เย่หนานซีฉีกกระชากเสื้อกันหนาวตัวหนาของเหยียนหรั่นจือออกอย่างป่าเถื่อน แล้วโยนไปให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอุ้มลูกอยู่ตรงทางเดินชั้นสิบห้า

จากนั้นก็หันกลับมาประเคนฝ่ามือให้เหยียนหรั่นจืออีกสองฉาด

เหยียนหรั่นจือโดนตบจนเห็นดาววิบวับ แก้มทั้งสองข้างบวมเป่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เหยียนหรั่นจือถูกตบ

แถมยังเป็นการถูกตบประจานต่อหน้าธารกำนัลอีกด้วย

เหยียนหรั่นจือโกรธจนตัวสั่น "กรี๊ด! นังสารเลว แกกล้าตบฉันเหรอ แกไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นใคร!"

เพียะ เพียะ

สิ้นเสียงแหลมปรี๊ด ประกายตาของเย่หนานซีวาวโรจน์ เธอเงื้อมือตบซ้ำเข้าไปอีกสองที

"ฉันไม่สนหรอกว่าแกเป็นใคร ถ้าปากยังเน่าไม่เลิก ยายจะทุบปากให้เละคามือเลย!"

เย่หนานซียกมือค้างไว้ แววตาดุดัน น้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

เหยียนหรั่นจือที่เก่งแต่กับคนอ่อนแอแต่กลัวคนจริงถึงกับหงอลงทันตา

นางดูออกว่าเย่หนานซีไม่ได้ล้อเล่น

นางหุบปากฉับ ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว

กลัวปากจะเละจริงๆ

สามหนุ่มกลุ่มเฉิงหลินที่แอบดูอยู่หลังฉู่จวินโม่ต่างกลืนน้ำลายเอือก : โหดชะมัด!

แต่ทำไมรู้สึกสะใจแปลกๆ ก็ไม่รู้?

ฉู่จวินโม่ทนดูอยู่เฉยๆ ไม่ไหว จึงก้าวเท้าเข้าไป

เย่หนานซีหันขวับมามองฉู่จวินโม่ แล้วภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าก็ผุดขึ้นมาในหัว

ตามมาด้วยประโยคที่เธอได้ยินเมื่อสองวันก่อน 'นายนั่นเฝ้าที่นี่ไว้ รอคุณชายกับคุณหนูเหยียน'

"ผู้ชายของนังนี่คือนายสินะ?"

เย่หนานซีลากคอเสื้อเหยียนหรั่นจือที่หมดสภาพมายืนอยู่ตรงหน้าฉู่จวินโม่

ฉู่จวินโม่ส่ายหัวดิก "ผมไม่ใช่"

กลัวจะปฏิเสธไม่ชัดเจนพอ เขาจึงรีบเสริม "ผมไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับนางเลยสักนิด"

"ฉู่จวินโม่ นายกล้าพูดว่านาย—"

เหยียนหรั่นจืออึ้งจนพูดไม่ออกกับคำพูดตัดเยื่อใยของฉู่จวินโม่ นางโดนตบก็เพราะเขานะ!

แต่ทันทีที่นางอ้าปาก เย่หนานซีก็ตบสวนทันควัน "นังคนความจำสั้น ฉันบอกให้แกพูดตั้งแต่เมื่อไหร่!"

เหยียนหรั่นจือทั้งโกรธ ทั้งร้อนรน ทั้งหวาดกลัว อารมณ์ที่ตีรวนกันมั่วซั่วทำให้นางหน้ามืด เป็นลมล้มพับไปทันที

เย่หนานซีและฉู่จวินโม่ไม่สนใจนาง หันมาคุยเรื่องที่ค้างคาต่อ

"ถามจริง นายเป็นอะไรกับยัยนี่กันแน่?"

เย่หนานซีจ้องหน้าฉู่จวินโม่ แววตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

"ผมไม่มีความเกี่ยวข้องกับนางจริงๆ ปู่ของนางจ้างเฉิงหลินกับพวกอีกสองคนมาคุ้มกันนางต่างหาก

แต่สามคนนั้นรวมหัวกันยังสู้ผมคนเดียวไม่ได้ เพื่อความปลอดภัย พวกเขาก็เลยตื๊อให้ผมตามมาด้วย"

ฉู่จวินโม่ร่ายยาวเหยียด กลัวแม่หนูน้อยตรงหน้าจะเข้าใจผิด โดยไม่สนใจชะตากรรมของลูกน้องด้านหลังเลยสักนิด

สามหนุ่มเฉิงหลินที่ยืนอยู่ไม่ไกลทำหน้าตายด้าน

โกหก หน้าด้านๆ เลยนะบอส

เผาพวกเราแล้วได้ดีตรงไหนครับ?

"สรุปคือนายมีหน้าที่คุ้มครองนาง"

เย่หนานซีเหลือบมองกลุ่มเฉิงหลิน แล้วพึมพำกับตัวเอง ดูท่าภูมิหลังของผู้หญิงคนนี้จะไม่ธรรมดา

"พวกเขาคุ้มครอง ผมเปล่า"

ฉู่จวินโม่ส่ายหัวปฏิเสธรัวเร็ว เขาไม่มีวันยอมรับความสัมพันธ์ใดๆ กับเหยียนหรั่นจือเด็ดขาด

"ถ้าฉันจะฆ่านาง" เย่หนานซีกดเสียงต่ำ "ฉันต้องจัดการนายก่อนใช่ไหม?"

พูดจบ ขวานในมือเย่หนานซีก็ค่อยๆ เลื่อนไปจ่อที่หน้าอกของฉู่จวินโม่

"ไม่จำเป็น" ฉู่จวินโม่ค่อยๆ จับคมขวานไว้ ก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วกระซิบข้างหูเย่หนานซี "บังเอิญจัง ผมก็เหม็นขี้หน้านางเหมือนกัน ให้ผมช่วยไหม? แต่เราฆ่านางที่นี่ไม่ได้นะ"

ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดต้นคอทำเอาเย่หนานซีสะดุ้งถอยหลังไปสองก้าวเข้าไปในเงามืด แก้มใสขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่

จะพูดก็พูดสิ ทำไมต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ด้วย? ทำเอาหน้าร้อนไปหมด

เย่หนานซีเงยหน้ามองค้อนฉู่จวินโม่ แล้วถามกลับ "ทำไมถึงฆ่าที่นี่ไม่ได้?"

"นางมาจากตระกูลเหยียนแห่งเมืองหลวง ครอบครัวนางค่อนข้างมีอิทธิพล"

ฉู่จวินโม่มองแก้มแดงระเรื่อของเย่หนานซี แววตาฉายแววขบขันเล็กน้อย พลางตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ

"ตระกูลเหยียน?"

เย่หนานซีพยายามนึกย้อนไปถึงกองกำลังต่างๆ ที่ผงาดขึ้นมาในเมืองหลวงช่วงหลังวันสิ้นโลก ดูเหมือนจะมีหัวหน้าก๊กเล็กๆ คนหนึ่งแซ่เหยียน

เธอจำได้ลางๆ ว่าคนคนนั้นมีลูกสาวเยอะมาก ชื่อเหยียนหลิวซิง

ขึ้นชื่อเรื่องชอบจับลูกสาวใส่ตะกร้าล้างน้ำไปแต่งงานเพื่อประจบสอพลอกลุ่มอำนาจต่างๆ ในเขตปลอดภัย

"ผู้นำตระกูลเหยียนตอนนี้คือใคร?"

เย่หนานซีต้องการความแน่ใจ

"เหยียนหลิวซิง"

ตรงกันเป๊ะ เหยียนหรั่นจือในมือเธอก็คือหนึ่งในลูกสาวของตระกูลเหยียนนั่นเอง

สินค้าที่จะถูกส่งออกขายในภายภาคหน้า

เย่หนานซีเบะปาก แล้วโยนร่างเหยียนหรั่นจือลงพื้นอย่างรังเกียจ

อีกด้านหนึ่ง หลินหรั่นที่โดนเย่หนานซีถีบกระเด็นไปเมื่อครู่ก็เพิ่งได้สติ

หล่อนฉลาดพอที่จะไม่ขู่หรือร้องขอความช่วยเหลือจากฉู่จวินโม่ หล่อนค่อยๆ ลากร่างของเหยียนหรั่นจือกลับไปที่ห้อง 1507 อย่างเงียบเชียบ

เย่หนานซีไม่ได้ขัดขวาง เพียงแต่ยืนมองนิ่งๆ

เธอเพิ่งตบลูกสาวตระกูลเหยียนที่เป็นหมากสำคัญทางการเมืองไปหยกๆ

ถ้าตระกูลเหยียนรู้เรื่องนี้ คงไม่ปล่อยเธอไว้แน่

และแม้ว่าในยุคหลังวันสิ้นโลก ตระกูลเหยียนจะไม่ใช่ผู้ทรงอิทธิพลระดับแถวหน้า แต่สำหรับเธอในตอนนี้ พวกเขาก็ยังเป็นศัตรูที่น่ากลัว

ดังนั้น เธอจะปล่อยให้เหยียนหรั่นจือกลับไปฟ้องพ่อไม่ได้เด็ดขาด อย่างน้อยก็จนกว่าเธอจะมีกำลังมากพอที่จะต่อกรกับตระกูลเหยียน

เมื่อไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้ว เย่หนานซีก็เงยหน้าถามฉู่จวินโม่ "แปลว่าถ้าฉันตบนางที่นี่ ก็จะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?"

"ทุกคนเห็นกันหมดว่านางเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน" พูดจบ ฉู่จวินโม่ก็เว้นจังหวะนิดหนึ่ง แล้วเสริมว่า "ตระกูลเหยียนเป็นพวกหน้าบาง ชอบวางตัวเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่ง"

ทันทีที่ฉู่จวินโม่พูดจบ เย่หนานซีก็เข้าใจแจ่มแจ้ง

เหยียนหรั่นจือหาเรื่องไร้สาระก่อน เธอทนไม่ไหวจึงลงมือสั่งสอน ในกรณีนี้ ตระกูลเหยียนจะเอาความชอบธรรมที่ไหนมาเอาผิดเธอได้

จบบทที่ บทที่ 21 : โดนตบ

คัดลอกลิงก์แล้ว