- หน้าแรก
- เกิดใหม่ก่อนโลกล่มสลาย หนึ่งเดือนพอให้ผมรอด
- บทที่ 20: หาเรื่อง
บทที่ 20: หาเรื่อง
บทที่ 20: หาเรื่อง
บทที่ 20: หาเรื่อง
เหยียนหรันจือเชิดหน้าเดินไปที่ประตูด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
แต่ทันทีที่เปิดประตูออก เหยียนหรันจือก็รู้สึกเหมือนความเป็นจริงตบหน้าฉาดใหญ่ จนเธอตาสว่างโพลง
หนาว!
มันหนาวเกินไปแล้ว!
เธอรีบกระแทกประตูปิด แล้วหันกลับมาเงื้อมือตบหลินหรานเข้าฉาดใหญ่ทันที
'เพียะ!'
"นังตัวดี ทำไมไม่บอกฉันว่าข้างนอกมันหนาวขนาดนี้!"
"พอกลับถึงเมืองหลวงเมื่อไหร่ ฉันจะฟ้องคุณปู่ให้จัดการแกให้หนักเชียว!"
เหยียนหรันจือขู่หลินหรานอย่างเกรี้ยวกราด พลางกระชากเสื้อกันหนาวนวมหนาจากมือหลินหรานมาสวมอย่างเร่งรีบ
"น่าเกลียดชะมัด เดี๋ยวแกออกไปหาตัวที่สวยกว่านี้มาให้ฉันใหม่ด้วย"
สั่งเสร็จ เหยียนหรันจือก็เปิดประตูเดินออกไปอีกครั้ง
เธอไม่สนใจเลยว่าหลินหรานที่สวมเพียงเสื้อขนเป็ดตัวเดียวท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บแบบนี้ จะไปหาเสื้อผ้าสวยๆ มาให้เธอได้จากที่ไหน
แม้จะยังรู้สึกหนาว แต่พอเหยียนหรันจือนึกถึงรอยยิ้มที่ฉู่จวินโม่มอบให้เย่หนานซีเมื่อครู่ เธอก็กัดฟันกรอดแล้วเดินตรงไปยังห้อง 1509
หลินหรานเดินตามหลังไปเงียบๆ ตลอดทาง
ไม่ว่าจะถูกตบตีหรือดุด่าอย่างไร้เหตุผล เธอชินชาจนด้านชาไปเสียแล้ว...
"ลูกพี่ เป็นอะไรไปครับ?"
เฉิงหลินมองฉู่จวินโม่ที่จู่ๆ ก็แผ่รังสีอำมหิตออกมาอีกครั้งด้วยสีหน้างุนงง
เมื่อกี้เขายังได้ยินฉู่จวินโม่ทักทายแม่หนูห้อง 1509 อยู่เลยนี่นา
ฟังจากน้ำเสียงก็น่าจะอารมณ์ดีอยู่นะ
ทำไมพริบตาเดียวถึงกลับมาแผ่ไอเย็นใส่กันอีกแล้วล่ะ?
นี่มันซ้ำเติมกันชัดๆ ทำให้ห้องที่ไม่ได้อุ่นอะไรมากมายอยู่แล้ว ยิ่งหนาวเข้าไปใหญ่
ฉู่จวินโม่ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแค่ปรายตามองไปทางห้อง 1507
คราวนี้เฉิงหลินเข้าใจสถานการณ์แล้ว
เขาลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็เค้นเสียงแห้งๆ ออกมาได้ประโยคหนึ่ง "เดี๋ยวพอกลับถึงเมืองหลวงก็ดีเองครับ"
แต่พอมองดูหิมะที่โปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง ปากของเฉิงหลินก็ขมปร่าขึ้นมาทันที
เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันซ้ำซ้อนขนาดนี้ เมื่อไหร่จะได้กลับเมืองหลวงกันล่ะเนี่ย?
สวีเล่อเหยียนและหลงเซี่ยเซวียนที่เงียบมาตลอด สบตากันแล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
"ลูกพี่ ทำไมเราไม่จัดการให้สิ้นเรื่องสิ้นราว—" สวีเล่อเหยียนทำท่าปาดคอตัวเอง
"ไม่ได้ เธอเป็นหลานคนโปรดของผู้เฒ่าเหยียน ถ้าเธอมาตายที่นี่ พอกลับไปเราจะลำบากแน่"
ก่อนที่ฉู่จวินโม่จะทันได้พูด เฉิงหลินก็แย้งความคิดของสวีเล่อเหยียนขึ้นมาก่อน
"จะกลัวอะไรล่ะ? ยังไงข้างนอกนั่นก็มีสัตว์ประหลาดเพ่นพ่าน แถมอากาศก็หนาวจะตายอยู่แล้ว ก็แค่บอกว่าเธอโดนสัตว์ประหลาดกัดตาย หรือไม่ก็หนาวตาย แค่นี้ก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ?"
สวีเล่อเหยียนพูดอย่างไม่ใส่ใจ
แค่คิดถึงความหลงตัวเองของผู้หญิงคนนั้นที่พยายามจะยัดเยียดตัวเองให้ลูกพี่แต่งเข้าตระกูลเหยียน แถมท่าทางราคาถูกเหมือนคนอดอยากปากแห้งไม่เจอผู้ชายมา 800 ปี ก็ทำเอาเขาอยากจะอ้วก
"เล่อเหยียน นายไม่รู้จักตาแก่นั่นแห่งตระกูลเหยียนดีพอ
เขาไม่สนหรอกว่าเหยียนหรันจือจะตายยังไง เขาจะสนแค่ว่าหลานสาวเขาตาย แล้วทำไมพวกเราถึงยังรอดชีวิตกลับไปได้ต่างหาก?"
หลงเซี่ยเซวียนเอื้อมมือไปตบไหล่สวีเล่อเหยียน "ตอนนี้พวกเรายังรับมือกับความโกรธเกรี้ยวของตระกูลเหยียนไม่ไหวหรอก"
"ใครว่าล่ะ? แค่พวกเรา—"
ก่อนที่สวีเล่อเหยียนจะพูดจบ ฉู่จวินโม่ก็ขัดขึ้นเสียก่อน
"รอหิมะหยุดตก ฉัน เล่อเหยียน แล้วก็ต้าเซวียน จะออกไปกำจัดซอมบี้และหาเสบียงก่อน ส่วนเฉิงหลินเฝ้าบ้าน
พรุ่งนี้เล่อเหยียนรับช่วงต่อ มะรืนต้าเซวียน แล้วก็วนกลับมาที่ฉัน มีใครมีปัญหาอะไรไหม?"
"ไม่มีครับ" ทั้งสามส่ายหน้าพร้อมกัน
พวกเขาเชื่อฟังคำสั่งของฉู่จวินโม่มาโดยตลอด
"อืม"
ฉู่จวินโม่ตอบรับสั้นๆ แล้วเงียบไป
เฉิงหลินและอีกสองคนก็ตกอยู่ในความเงียบเช่นกัน นั่งเหม่อลอยอยู่ในห้องนั่งเล่น
"อ๊าก! เบื่อโว้ย!"
ไม่กี่นาทีต่อมา สวีเล่อเหยียนก็ยีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด ทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วร้องโหยหวน
"เดี๋ยวหาอะไรให้ทำ"
หลงเซี่ยเซวียนยื่นเครื่องปั่นไฟมือหมุนข้างตัวให้สวีเล่อเหยียน "ไปปั่นไฟซะ แบตสำรองไฟใกล้หมดแล้ว"
สวีเล่อเหยียน: "..."
เออ ก็ถือว่าเป็นงานอดิเรกแก้เบื่อก็ได้วะ
สวีเล่อเหยียนรับเครื่องปั่นไฟไป แล้วเริ่มหมุนอย่างเอาเป็นเอาตาย
ช่างแตกต่างจากความน่าเบื่อหน่ายในห้อง 1508 ลิบลับ
เย่หนานซีกำลังมุดตัวอยู่ในผ้าห่มอย่างมีความสุข เล่นเกมในแท็บเล็ตอย่างเพลิดเพลิน
เจ้าจิ้งจอกน้อยนอนอยู่บนไหล่เธอ จ้องมองหน้าจอด้วยความอยากรู้อยากเห็น
'ปัง ปัง'
ในขณะที่หนึ่งคนกับหนึ่งแมวกำลังดื่มด่ำกับความสุข จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตู
"หือ?"
ความสงสัยฉายชัดในแววตาของเย่หนานซี เธอวางแท็บเล็ตลง ลุกขึ้นเดินไปที่ประตู แล้วส่องดูผ่านตาแมว
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือผู้หญิงที่ห่อหุ้มร่างกายจนกลมดิ๊กเหมือนหมี ข้างหลังเธอมีผู้หญิงอีกคนยืนหน้าซีดปากสั่นเพราะความหนาว
เย่หนานซีค้นหาความทรงจำ
อืม ยืนยันได้ ไม่รู้จักพวกหล่อนแฮะ
ในขณะนี้ เหยียนหรันจือที่อยู่หน้าประตูก็เริ่มทุบประตูอีกครั้ง
คนบนชั้นสิบห้าต่างเบิกตากว้างเมื่อเห็นเหยียนหรันจือเดินไปที่หน้าห้อง 1509
พอเห็นเธอยกมือขึ้นทุบประตูอย่างแรง คำสองคำก็ผุดขึ้นมาในหัวพวกเขา: "สุดยอด!"
นี่คือนักรบผู้กล้า!
พวกเขาที่อยู่ชั้นนี้ต่างระมัดระวังไม่ทำเสียงดังเกินไป เพราะกลัวจะไปกระตุกหนวดนางมารน้อยแห่งห้อง 1509 เข้า
ด้วยเหตุนี้ ชั้นของพวกเขาจึงสงบสุขกว่าชั้นอื่นๆ มาก
ตอนนี้พวกเขาเริ่มจับกลุ่มกระซิบกระซาบกัน
"ฉันพนันด้วยคุกกี้ชิ้นเล็กหนึ่งชิ้นว่าหล่อนต้องโดนยำเละ!" ใครคนหนึ่งกระซิบ
"ขี้งกจัง แค่ชิ้นเดียวเองเหรอ ฉันให้หนึ่งชิ้นครึ่งเลยว่าหล่อนต้องโดนยำเละ!" อีกคนเสริมขึ้นมา
คนบนชั้นสิบห้า: "..."
ครึ่งโหลกับหกชิ้นก็ค่าเท่ากัน จะเข้าข้างใครดีล่ะเนี่ย?
เหยียนหรันจือชินและชอบที่จะเป็นจุดสนใจ แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าสายตาที่คนพวกนี้มองมามันแปลกๆ
"มีอะไร?"
เย่หนานซีถามผ่านประตู เธอไม่ได้คิดจะเปิดประตูออกไป เพราะขี้เกียจเปลี่ยนชุด
การต้องใส่เสื้อผ้าหลายๆ ชั้นมันเหนื่อยจะตาย
"เปิดประตูก่อนสิ!" เสียงของเหยียนหรันจือสั่นเครือเล็กน้อยเพราะความหนาว
"มีอะไรก็รีบพูดมา"
เย่หนานซีเริ่มหงุดหงิดนิดหน่อย นานๆ ทีเธอจะได้อู้งานมานอนเล่นเกมนะ
คำขอให้เปิดประตูถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหยียนหรันจือเองก็เริ่มโมโห
"เปิดประตูสิ! ทีตอนอ่อยผู้ชายของฉันล่ะกล้าดีนัก แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่กล้าเปิดประตูมาคุยกับฉันห๊ะ?"
เหยียนหรันจือตะโกนลั่น พร้อมกับทุบประตูรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
ได้ยินคำพูดของเหยียนหรันจือ เครื่องหมายคำถามตัวโตก็ค่อยๆ ผุดขึ้นบนหัวของเย่หนานซี
นั่งอยู่เฉยๆ ก็มีงานงอก?
เธอไปอ่อยผู้ชายของผู้หญิงคนนั้นตอนไหน?
ทำไมเธอไม่เห็นรู้เรื่องเลย?
ที่สำคัญ ผู้ชายของผู้หญิงคนนั้นคือใคร?
"เจ้าจิ้งจอกน้อย ผู้ชายที่หล่อนพูดถึงคือแกหรือเปล่า?"
เย่หนานซีลืมเรื่องที่ทักทายฉู่จวินโม่ตรงระเบียงเมื่อเช้าไปเสียสนิท
พอคิดไม่ออก สุดท้ายเธอก็หันไปมองเจ้าจิ้งจอกน้อย
เจ้าจิ้งจอกน้อย: (メ`ロ´)/!!
"เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว, เมี๊ยว เมี๊ยว, เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว!"
เจ้าจิ้งจอกน้อยยื่นอุ้งเท้าชี้หน้าเย่หนานซีอย่างโมโห
เหมียวกำลังบอกว่า ในฐานะแมวผู้มีรสนิยม เหมียวชอบแต่แมวสาวๆ เท่านั้น
รักข้ามสายพันธุ์ เหมียวไม่เอาด้วยหรอก!
อีกอย่าง ต่อให้ข้ามสายพันธุ์ได้ เหมียวก็ชอบแค่ทาสคนเดียวเท่านั้นแหละ
ชี้ไม้ชี้มือเสร็จ เจ้าจิ้งจอกน้อยก็ก้มหน้าลงอย่างเขินอาย
เย่หนานซี: ?
ทำไมจู่ๆ ก็มาเขิน... เสียงตะโกนของเหยียนหรันจือเต็มไปด้วยเรื่องซุบซิบ จนแม้แต่คนที่อยู่ชั้นสิบสี่ก็อดไม่ได้ที่จะปีนขึ้นมามุงดู
ส่วนชาวชั้นสิบห้านั้นหนีไปแอบดูอยู่ห่างๆ
ผู้หญิงคนนี้จบเห่แล้ว กล้าด่าทอนางมารน้อยแบบนั้น หล่อนกำลังจะได้ไปเดตกับยมทูตแน่ๆ
"เปิดประตู! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! นังหน้าด้าน! อย่าคิดว่ามุดหัวอยู่ข้างในแล้วเรื่องจะจบนังแพศยา!"
เมื่อเห็นว่าข้างในไม่มีความเคลื่อนไหว เหยียนหรันจือคิดว่าเย่หนานซีกลัวเธอ จึงยิ่งได้ใจและเริ่มอาละวาดหนักขึ้น ถึงขนาดใช้เท้าเตะประตู
นี่เป็นกลยุทธ์ประจำตัวของเธอ: ตีโพยตีพายก่อน เพื่อให้อีกฝ่ายไม่มีโอกาสแก้ตัว
ขนาดเธอเอง ฉู่จวินโม่ยังไม่เคยยิ้มให้เลยสักครั้ง แล้วทำไมยัยนั่นห้อง 1509 ถึงได้รับสิทธิ์นั้นล่ะ?