- หน้าแรก
- เกิดใหม่ก่อนโลกล่มสลาย หนึ่งเดือนพอให้ผมรอด
- บทที่ 10 : การช่วงชิง
บทที่ 10 : การช่วงชิง
บทที่ 10 : การช่วงชิง
บทที่ 10: การช่วงชิง
ในช่วงแรกที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ยุควันสิ้นโลก ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงเป็นพลเมืองดีที่เคารพกฎหมาย เมื่อเห็นว่าเย่หนานซีจับจองห้อง 1509 ไปแล้ว พวกเขาจึงมุ่งหน้าไปหาห้องอื่นแทน
เย่หนานซีคำนวณในใจเงียบๆ: ชั้นสิบห้ามีห้องพักทั้งหมด 18 ห้อง แต่มีคนหนีตายขึ้นมาบนนี้กว่าหกสิบคน
ห้องพักไม่มีทางเพียงพอสำหรับทุกคน
และเมื่อตระหนักได้ว่าห้องพักไม่พอ ความคิดชั่วร้ายก็จะเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของผู้คน
ความชั่วร้ายนั้นเปรียบเสมือนโรคติดต่อ เปลือกนอกที่ห่อหุ้มคำว่าพลเมืองดีจะถูกเหยียบย่ำจนแหลกสลายในไม่ช้า
แตกร้าวไม่มีชิ้นดี
แต่นี่คือวันสิ้นโลก
กฎแห่งป่าใหญ่—การปล้นชิง การฆ่าฟัน และการตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรง—คือเรื่องปกติสามัญของโลกใบนี้
"ปัง!" เสียงของหนักกระแทกเข้ากับผนังอย่างแรง
ตามมาด้วยเสียงทุบตีและเสียงเตะต่อย
"กล้าดียังไงมาแย่งกับข้า! ข้าจะตีเอ็งให้ตาย!"
เห็นไหม? มันเริ่มขึ้นแล้ว
เย่หนานซีมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา
ชายร่างเตี้ยอ้วนหน้าตาถมึงทึงกำลังกดชายร่างสูงผอมลงกับพื้นและทุบตีอย่างบ้าคลั่ง
"จะกล้าแย่งของข้าอีกไหม? ห๊า?!"
ชายร่างเตี้ยอ้วนตะคอกถามชายร่างสูงผอมอย่างดุเดือด
"ไม่... ไม่กล้าแล้ว! ไม่ทำแล้ว!"
ชายร่างสูงผอมร้องตอบเสียงเครือปนสะอื้น
ฮือๆๆ เจ็บจะตายอยู่แล้ว
"ถุย" ชายร่างเตี้ยอ้วนถมน้ำลายใส่ชายร่างสูงผอม ก่อนจะลุกขึ้นมายืนขวางหน้าประตูห้อง
ดวงตาที่ฉายแววอำมหิตกวาดมองผู้คนรอบกายอย่างดุร้าย
ห้องนี้เป็นของเขา ถ้าใครหน้าไหนกล้ามาแย่ง เขาจะตีให้ตายคามือ
ผู้คนโดยรอบต่างหวาดกลัวในความโหดเหี้ยมของเขา และแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าเข้าไปแย่งชิง ทว่าการกระทำของเขากลับไปจุดประกายความคิดบางอย่างให้กับคนอื่นๆ
ไม่นานนัก เสียงกรีดร้องก็ดังระงมไปทั่วทั้งชั้นสิบห้า
เพื่อให้ได้ที่ซุกหัวนอนที่ปลอดภัย คนที่แย่งห้องไม่ทันเริ่มหันมาโจมตีคนที่จับจองห้องได้แล้ว
แต่พวกเขาฉลาดพอที่จะเลือกเหยื่อ โดยเจาะจงเฉพาะคนที่ดูอ่อนแอและไร้ทางสู้
ยกตัวอย่างเช่น เด็กสาวตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบางอย่างเย่หนานซี
เย่หนานซีปรายตามองกลุ่มคนนับสิบที่กำลังล้อมกรอบเธอเข้ามา แล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ คนพวกนี้เห็นเธอเป็นลูกพลับนิ่มที่พร้อมให้ใครมาบีบเล่นสินะ
เธอหยิบแท่งเหล็กข้างกายขึ้นมา แล้วค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง
บางคนเห็นแท่งเหล็กในมือเธอแล้ว แต่ก็ไม่ได้นึกหวาดระแวง กลับเอ่ยปากเยาะเย้ย
"น้องสาว แท่งเหล็กนั่นหนักขนาดนั้น หนูถือไหวเหรอจ๊ะ? อย่าดิ้นรนเลย ส่งห้องมาให้พี่ดีกว่า!"
"นังหนู ถ้าส่งห้องมาให้ดีๆ พวกเราจะปล่อยแกไป!"
"ถ้าไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรนะ มานอนกับพี่ชายก็ได้ เดี๋ยวพี่แบ่งที่มุมห้องให้ซุกหัวนอน ฮ่าฮ่าฮ่า—"
"หึ"
เย่หนานซีไม่สนใจคำพูดเหล่านั้น เธอลากแท่งเหล็กเดินตรงเข้าไปหาชายหนุ่มที่เสนอให้เธอไปนอนด้วย
ชายหนุ่มคิดว่าเย่หนานซียอมตกลงรับข้อเสนอของตน จึงหัวเราะร่าด้วยความลำพองใจยิ่งกว่าเดิม
"ปัง—"
เพียงแค่การฟาดแท่งเหล็กลงไปครั้งเดียว เสียงหัวเราะก็หยุดชะงักลงทันที ความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวฉายชัดในแววตาของฝูงชนที่มองมายังเย่หนานซี
"อ๊ากกก!"
ไหล่ขวาของชายคนนั้นยุบลงไปจนผิดรูป เขาแผดเสียงร้องโหยหวนปานจะขาดใจ
เย่หนานซีกระชากคอเสื้อเขา ลากเดินตรงไปที่หน้าต่างทางเดิน เปิดหน้าต่างออก แล้วโยนมันลงไปข้างล่างทันที
ทั้งชั้นสิบห้าตกอยู่ในความเงียบกริบ
"ยังมีใครอยากได้ห้องของฉันอีกไหม?"
เย่หนานซีมองกราดไปยังฝูงชนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงราบเรียบราวกับว่าเธอเพิ่งจะเชือดไก่ตัวหนึ่งเท่านั้น
เฮ้อ ไม่ใช่ว่าเธออยากจะฆ่าคนตั้งแต่เริ่มวันสิ้นโลกหรอกนะ แต่ถ้าไม่เชือดไก่ให้ลิงดู พวกลิงพวกนี้คงจะมารังควานเธอไม่จบไม่สิ้น
ทุกคนต่างส่ายหน้าพัลวันและถอยกรูด
เวลาพวกเขาแย่งห้องกัน อย่างมากก็แค่ทุบตีสั่งสอนและข่มขู่เล็กน้อย
ใครจะไปคาดคิดว่าจะมีคนโหดเหี้ยมอำมหิตซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา?
แถมยังเป็นแค่เด็กสาวตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบางอีกต่างหาก
แบบนี้... ใครจะไปรับมือไหว?
"ฉ... ฉันจะแจ้งตำรวจ! เธอ... เธอฆ่าคน—"
ไม่กี่นาทีต่อมา หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ คนหนึ่งก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา
"เชิญ"
เย่หนานซีทิ้งคำพูดสั้นๆ ไว้แค่นั้น แล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง
วันสิ้นโลกมาถึงอย่างกะทันหัน ทั้งซอมบี้ อากาศหนาวจัด และสัตว์กลายพันธุ์ ต่างดาหน้ากันเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนทางการเองก็ตั้งรับไม่ทันและต้องวุ่นอยู่กับการเอาตัวรอด อย่าว่าแต่จะส่งทีมกู้ภัยออกมาเลย
ในช่วงแรกของวันสิ้นโลก มนุษยชาติต้องพึ่งพาตนเองเพื่อเอาชีวิตรอดเท่านั้น
อีกอย่าง ไฟฟ้าก็ตัด สัญญาณก็ไม่มี โทรศัพท์จะมีประโยชน์อะไร?
เมื่อเห็นว่าคนรอบข้างต่างหวาดกลัวเธอและพากันอยู่ห่างจากห้อง 1509—แม้กระทั่งห้อง 1508 ที่อยู่ติดกันก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปจับจอง—เย่หนานซีก็หาวออกมาวอดใหญ่
เมื่อวานเธอใช้เวลาทั้งบ่ายไปกับการรวบรวมน้ำมัน แถมทั้งคืนก็ไม่ได้นอนเพราะเหตุแผ่นดินไหว ตอนนี้เธอเพลียสุดๆ
เธอเปิดประตู ล็อกกลอน แล้ววางแท่งเหล็กไว้ข้างประตู
จากนั้นก็กระโดดขึ้นเตียง หลับตาลง ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
"เจ้าจิ้งจอกน้อย เฝ้าประตูให้ดีนะ ฉันจะงีบสักหน่อย"
เย่หนานซีสั่งเจ้าจิ้งจอกน้อยที่กำลังวิ่งเล่นไปทั่วห้อง แล้วก็ผล็อยหลับไปในทันที
ในวินาทีสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบ เธอยังแอบสงสัยว่าแมวจะเฝ้าบ้านได้จริงเหรอ หรือเธอควรจะไปหาเลี้ยงหมาสักตัวดีนะ
เพราะยังไงซะ หมากลายพันธุ์ก็แข็งแกร่งมาก
เจ้าจิ้งจอกน้อยที่จู่ๆ ก็ได้รับภารกิจเฝ้ายาม ยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ เดินเยื้องย่างอย่างสง่างามไปที่ประตู แล้วก้มลงเลียอุ้งเท้าที่ซ่อนกรงเล็บแหลมคมเอาไว้
ทาสเก็บอึไม่ต้องห่วง มีเลามอยู่ทั้งตัว ปลอดภัยหายห่วง!
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เย่หนานซีก็ลุกพรวดขึ้นมานั่งด้วยความโมโหสุดขีด
เพราะมีคนกำลังทุบประตูห้องเธอราวกับตีกลองศึก
'ปัง ปัง ปัง!'
"คนข้างใน อย่ามัวแต่หดหัวเงียบนะ! ฉันรู้นะว่ามีคนอยู่ รีบมาเปิดประตูให้เดี๋ยวนี้!"
'แกรก แกรก แกรก!'
กรงเล็บแหลมคมของเจ้าจิ้งจอกน้อยขูดขีดประตูอย่างแรงเพื่อเตือนคนข้างนอก
ไอ้พวกเวร! เลิกเคาะได้แล้ว! เดี๋ยวทาสเก็บอึก็ตื่นหรอก!
'ปัง ปัง ปัง!'
"เปิดประตู! เปิดประตูสิวะ!"
'แกรก แกรก แกรก!'
หุบปาก! อย่ามารบกวนทาสเก็บอึนะ!
'ปัง ปัง ปัง!'
"ถ้ายังไม่รีบเปิดประตู ฉันจะพังเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ!"
'แกรก แกรก แกรก!'
เคาะเข้าไป ส่งเสียงดังเข้าไป เดี๋ยวเหมียวจะข่วนหน้าให้แหกเลยคอยดู!
"โอ๊ย! น่ารำคาญโว้ย!"
เย่หนานซีกระชากผ้าห่มออกอย่างแรง ลุกจากเตียง คว้าแท่งเหล็กข้างประตู ปลดล็อก แล้วกระชากประตูเปิดออกพร้อมพุ่งตัวออกไป
กลุ่มคนที่ยืนอยู่หน้าประตูต่างตกใจที่เห็นเย่หนานซีพุ่งออกมา จนพากันถอยหลังไปหลายก้าว
ยังไม่ทันที่ฝ่ายตรงข้ามจะได้เอ่ยปาก เย่หนานซีก็ชี้แท่งเหล็กใส่หน้าพวกเขาแล้วถามด้วยความเดือดดาล "เมื่อกี้ใครเคาะประตู?"
คนตรงหน้ามีอยู่สี่คน เป็นคู่สามีภรรยาสูงวัยหนึ่งคู่ และคู่สามีภรรยาวัยกลางคนอีกหนึ่งคู่ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาร่วมมือกัน
"ฉันเอง! นังหนูอย่างเธอครองห้องใหญ่ขนาดนี้คนเดียวมันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?
ตั้งแต่นี้ไป ห้องนี้เป็นของพวกเรา แต่เห็นแก่ว่าเธอมาก่อน พวกเราจะอนุญาตให้เธอไปนอนในห้องน้ำก็แล้วกั—อ๊าก!"
ชายวัยกลางคนยังพูดไม่ทันจบประโยค เย่หนานซีก็ฟาดแท่งเหล็กลงไปเต็มแรง
"กล้าเคาะนักใช่ไหม! กล้าเคาะนักใช่ไหม!"
หลังจากถูกเย่หนานซีฟาดไปสองที แขนทั้งสองข้างของชายวัยกลางคนก็ห้อยตกลงข้างลำตัวอย่างหมดสภาพ
"คุณคะ! นังบ้า แกกล้าดียังไงมาตีผัวฉัน! ฉันจะสู้ตายกับแก!"
หญิงวัยกลางคนกรีดร้องลั่นและพุ่งเข้าใส่เย่หนานซี
เย่หนานซียกเท้าถีบสวนกลับไปทันที
วินาทีถัดมา หญิงวัยกลางคนก็ลงไปนอนกองกับพื้น กุมท้องร้องครวญครางอย่างน่าเวทนา
เจ้าจิ้งจอกน้อยรีบพุ่งตัวออกมาจากห้อง กระโจนใส่หน้าชายวัยกลางคนแล้วข่วนไม่ยั้ง
เหมียวบอกแล้วไง เคาะเข้าไป ส่งเสียงดังเข้าไป เดี๋ยวเหมียวจะข่วนหน้าให้แหก!
เหมียวพูดคำไหนคำนั้น!
เพียงแค่การปะทะกันรอบเดียว คนสองคนก็หมดสภาพไปเรียบร้อย
ผู้เฒ่าอีกสองคนที่เหลือ ซึ่งไม่แน่ใจว่ามีเจตนาอะไร ได้แต่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
"จะไสหัวไปเอง หรือจะให้ฉันส่ง?"
เย่หนานซีเลื่อนสายตาไปมองคู่สามีภรรยาสูงวัยที่ยืนตัวลีบสั่นงันงกอยู่ข้างๆ
"ไปเอง! พวกเราจะไปเองจ้ะ!"
พอได้ยินเย่หนานซีพูดแบบนั้น ทั้งสองก็รีบเข้าไปพยุงคู่สามีภรรยาวัยกลางคนขึ้นมา แล้วรีบพากันจากไปอย่างรวดเร็ว
ผู้คนที่พักผ่อนอยู่ใกล้ห้อง 1509 ก็รีบลุกขึ้นและขยับถอยห่างออกไปจากบริเวณนั้นทันที
ชั้นสิบห้ากลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
ห้ามไปตอแยผู้หญิงห้อง 1509 เด็ดขาด
ณ วินาทีนั้น ผู้อาศัยบนชั้นสิบห้าต่างมีความเห็นพ้องต้องกันโดยมิได้นัดหมาย