เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 : วันสิ้นโลกมาเยือน (2)

บทที่ 7 : วันสิ้นโลกมาเยือน (2)

บทที่ 7 : วันสิ้นโลกมาเยือน (2)


บทที่ 7 : วันสิ้นโลกมาเยือน (2)

"โฮก—"

ซอมบี้อีกสองตัวยื่นกรงเล็บสีดำคล้ำออกมา พลางเดินโซซัดโซเซตรงเข้าหาเย่หนานซี

"สอง... มีสองตัว หนีเร็ว!"

แขกของโรงแรมที่เดินตามหลังเย่หนานซีแตกตื่นวิ่งหนีกลับเข้าไปในห้องพักกันจ้าละหวั่น

เย่หนานซีเดาะลิ้นอย่างขัดใจ เธอหวดท่อนเหล็กออกไปอีกครั้ง เสียงดัง 'ผัวะ' สองทีซ้อน ร่างของซอมบี้ทั้งสองก็ร่วงลงไปกองกับพื้น

แขกที่หลบเข้าห้องไม่ทันต่างพากันยืนตะลึง เด็กสาวคนนี้... ดุชะมัด!

"ตาม... รีบตามเธอไปเร็วเข้า—"

แขกคนหนึ่งคว้าเก้าอี้ในห้องออกมา รวบรวมความกล้าแล้วเดินตามเธอไปอีกครั้ง

เย่หนานซีหันกลับมามองแวบหนึ่ง ก็ถือว่าไม่เลว อย่างน้อยก็ยังรู้จักหยิบฉวยอาวุธติดมือมา แม้ว่ามันจะดูเกะกะไปหน่อยก็ตาม

พวกแขกที่เดินตามมาด้านหลังรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเมื่อเห็นสายตาของเย่หนานซี โดยเฉพาะพวกผู้ชายตัวโตๆ

น่าขายหน้าชะมัดที่ผู้ชายอกสามศอกต้องมาเดินหลบหลังเด็กผู้หญิง... ไม่สิ ไม่ได้การ พวกเขาต้องพึ่งพาตัวเองและเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดพวกนี้ให้ได้!

เหล่าแขกเหรื่อต่างยืดอกขึ้น กระชับเก้าอี้ในมือแน่น เตรียมพร้อมที่จะก้าวเดินต่อไป แต่ในวินาทีถัดมา—

"อ๊าก... มาอีกแล้ว พวกมันมาอีกแล้ว แม่หนู สัตว์ประหลาดพวกมันกลับมาแล้ว!"

ช่างมันเถอะ ช่างมัน เรื่องขายหน้าเอาไว้ก่อน การเอาชีวิตรอดสำคัญที่สุด!

เย่หนานซีถึงกับมีเส้นดำพาดผ่านหน้าผากด้วยความเอือมระอา เธอหันขวับกลับไปฟาดหัวซอมบี้ที่ดาหน้าเข้ามาจนแหลกละเอียด ก่อนจะสาวเท้าก้าวเดินออกจากโรงแรมไปอย่างรวดเร็ว

เธอกำลังรีบไปรวบรวมน้ำมันเบนซินและดีเซล

ภายนอกโรงแรมมีซอมบี้นับสิบตัวกำลังเดินเพ่นพ่าน ไล่ล่าผู้คนที่วิ่งหนีตายกันอลหม่าน

ซอมบี้ระดับหนึ่ง พละกำลังมหาศาลแต่เคลื่อนที่ช้า รับมือได้ไม่ยาก

แต่เมื่อคนส่วนใหญ่เผชิญกับอันตราย ปฏิกิริยาของจิตใต้สำนึกมักจะสั่งให้หนีหรือไม่ก็ยืนตัวแข็งด้วยความหวาดกลัว รอความตายไปเสียอย่างนั้น

แม้ช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลกจะเป็นช่วงที่เอาชีวิตรอดได้ง่ายที่สุด แต่สถิติในภายหลังกลับชี้ว่า ช่วงแรกนี่แหละคือช่วงที่มีอัตราการเสียชีวิตของมนุษย์สูงที่สุด

เย่หนานซีปรายตามองเพียงแวบเดียว ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังรถของเธอ

มีแขกของโรงแรมสิบสองถึงสิบสามคนที่ตามเย่หนานซีออกมา พอเห็นว่าเธอกำลังจะจากไป พวกเขาก็เริ่มกระวนกระวายใจทันที

"แม่หนู เธอจะไปไหนน่ะ?"

ชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบต้นๆ ตะโกนถามเย่หนานซี

เย่หนานซีไม่สนใจพวกเขา เธอเปิดประตูขึ้นรถและขับออกไปทันที

"ทำยังไงดีล่ะเนี่ย..."

เมื่อเห็นฝูงซอมบี้เริ่มตีวงล้อมเข้ามา แขกขี้ขลาดบางคนก็เริ่มร้องไห้โฮ

"ทำไมเราไม่กลับเข้าไปข้างในล่ะ? สัตว์ประหลาดข้างในถูกแม่หนูคนนั้นฆ่าตายหมดแล้ว ในนั้นน่าจะปลอดภัยนะ"

ชายหนุ่มอายุราวยี่สิบปีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือของเขากำไม้กวาดแน่นจนสั่นระริก

"จะกลัวบ้าบออะไรกันนักหนา! ขนาดเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังกล้าสู้กับสัตว์ประหลาดพวกนี้ แล้วทำไมพวกเราต้องปอดแหกด้วยวะ? ลุยสิ ฆ่าพวกมันให้หมด!"

ชายวัยกลางคนที่เป็นคนตะโกนถามเย่หนานซีเมื่อครู่ เป็นคนแรกที่วิ่งเข้าใส่ฝูงซอมบี้พร้อมชูเก้าอี้ในมือขึ้นสูง

เมื่อเห็นดังนั้น คนอื่นๆ ก็กัดฟันแน่น ยกอาวุธในมือขึ้น แล้ววิ่งดาหน้าเข้าใส่ซอมบี้เช่นกัน

...

ยี่สิบนาทีต่อมา เหล่าแขกเหรื่อนั่งกองกันอยู่บนพื้น หอบหายใจแฮกๆ ข้างกายพวกเขามีศพซอมบี้นอนตายอยู่สี่ห้าตัว

"ฮ่าๆๆ เห็นไหม? ฉันบอกแล้วว่าพวกเราฆ่ามันได้—"

ชายวัยกลางคนหัวเราะร่าอย่างสะใจทั้งที่ยังนั่งแปะอยู่กับพื้น

"ใช่ๆๆ แต่พี่ชาย หยุดหัวเราะก่อนเถอะ! เสียงหัวเราะของพี่จะเรียกสัตว์ประหลาดจากที่ไกลๆ มากันหมด!"

"เออๆๆ หุบปากแล้วก็ได้!"

...

เย่หนานซีขับรถตามแผนที่มาจนถึงปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด

ปั๊มน้ำมันเงียบกริบ ไร้ผู้คนและไร้เงาซอมบี้

แต่เย่หนานซีก็ยังไม่กล้าลดการป้องกันลง เธอถือท่อนเหล็กกระชับมือขณะเดินเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง

จนกระทั่งเดินไปถึงจุดฝังถังน้ำมันและไม่พบความผิดปกติใดๆ เย่หนานซีจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอรีบเก็บกวาดถังน้ำมันเข้าสู่พื้นที่มิติอย่างรวดเร็ว แล้วบึ่งรถไปยังปั๊มถัดไปทันที

เมื่อเวลาผ่านไป บนท้องถนนก็เริ่มมีซอมบี้และผู้คนที่หนีตายมากขึ้นเรื่อยๆ

มีคนจำนวนมากที่ขับรถออกมาเหมือนกับเธอ

ข้อแตกต่างคือคนอื่นขับรถเพื่อหนีตายอย่างสิ้นหวัง แต่เธอขับรถเพื่อช่วงชิงโอกาสอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อเจอซอมบี้ขวางทาง เย่หนานซีสามารถขับรถชนกระเด็นได้เลย แต่เมื่อเจอคนและรถยนต์กีดขวาง เธอจำเป็นต้องขับหลบเลี่ยง ซึ่งทำให้การเดินทางล่าช้าลงมาก

เย่หนานซีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเปลี่ยนเส้นทาง โดยพยายามเลือกใช้เส้นทางเปลี่ยวเพื่อให้ถึงปั๊มน้ำมันได้เร็วที่สุด

ช่วงเวลานี้คือนาทีทองในการกวาดต้อนทรัพยากร เพราะในอนาคตจะมีผู้กลายพันธุ์ที่ปลุกพลังพิเศษด้านมิติเก็บของขึ้นมา

แม้พื้นที่เก็บของของคนพวกนั้นจะเทียบกับเธอไม่ได้ แต่พวกเขามีความได้เปรียบเรื่องจำนวน และพื้นที่รวมๆ กันก็ไม่ใช่น้อย

เมื่อทุกคนเริ่มออกมาหาเสบียง โอกาสของเธอก็จะเหลือน้อยลง...

เย่หนานซีขับรถตระเวนไปทั่วเมืองเจียงตลอดทั้งบ่าย รวบรวมน้ำมันเบนซินได้อีก 5,000 ตัน และดีเซลอีกกว่า 3,000 ตัน

"เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว"

เย่หนานซีมองถังน้ำมันที่วางเรียงรายแน่นขนัดในมิติ แล้วตัดสินใจหยุดภารกิจรวบรวมน้ำมันชั่วคราว

ขณะที่เธอกำลังจะขับรถกลับโรงแรม จู่ๆ พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เย่หนานซีรีบกระโดดลงจากรถ โบกมือเก็บรถเข้ามิติ แล้ววิ่งไปยังพื้นที่โล่งใกล้ๆ

ลมพายุเริ่มกรรโชก เมฆหมอกปั่นป่วน แผ่นดินไหวภูเขาสะเทือน ท้องฟ้าที่สลัวอยู่แล้วพลันมืดสนิทลงในพริบตา

เกิดอะไรขึ้น?

เย่หนานซีตื่นตระหนกอยู่ภายในใจ แต่ร่างกายยังคงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เธอหยิบไฟฉายออกมาจากมิติ

ภายใต้แสงสว่างจ้า เธอเห็นทุกสิ่งรอบตัวสั่นไหวอย่างรุนแรง

ตึกเก่าบางแห่งเริ่มมีรอยร้าวและส่งสัญญาณว่าจะถล่มลงมา

เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังระงมมาจากย่านที่พักอาศัยใกล้เคียง คนที่ไหวตัวทันบางส่วนเริ่มวิ่งหนีตายออกมาแล้ว

ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

ทว่าเย่หนานซีกลับสงบนิ่ง

แม้พื้นดินใต้เท้าจะปริแตกแยกออกเป็นรอยร้าวเล็กๆ เป็นระยะ

แต่เธอก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เพียงแค่กระโดดหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว

แม้แผ่นดินไหวครั้งนี้จะรุนแรง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเย่หนานซีผู้ที่เคยต่อสู้กับสัตว์อสูรและซอมบี้มานานถึงแปดปีในยุควันสิ้นโลก

เพราะสัตว์อสูรระดับสูงที่จะปรากฏตัวในภายหลัง เพียงแค่พวกมันตบกรงเล็บลงมาครั้งเดียว ก็สามารถทำให้ภูเขาถล่มและแผ่นดินแยกได้แล้ว

"เมี๊ยว!"

ขณะที่กำลังกระโดดหลบ จู่ๆ ก็มีเสียงแมวร้องอย่างเร่งรีบดังมาจากกลุ่มตึกเก่าใกล้ๆ

เย่หนานซีสาดไฟฉายไปดู ก็เห็นแมวสามสีตัวหนึ่ง

เศษอิฐเศษปูนจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังร่วงหล่นลงมาจากด้านบน เจ้าแมวน้อยกระโดดซ้ายป่ายขวา พยายามหลบหลีกอย่างสุดชีวิต

ภาพที่เห็นดูอันตรายและน่าหวาดเสียวอย่างยิ่ง

เย่หนานซีมองแวบหนึ่งแล้วละสายตา

ในวันสิ้นโลก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของสัตว์นั้นแข็งแกร่งกว่ามนุษย์มาก

เย่หนานซีไม่ได้คิดจะยื่นมือเข้าไปช่วย แต่เจ้าแมวสามสีกลับพุ่งตรงดิ่งมาหาเธอ

มนุษย์รู้จักเข้าหาความปลอดภัยและหลีกหนีอันตราย สัตว์เดรัจฉานเองก็ยิ่งรู้ดีกว่า

"เมี๊ยว!"

อยู่ใกล้ๆ เจ้าทาสคนนั้นปลอดภัย!

เจ้าแมวสามสีกระโดดข้ามรอยแยกบนพื้นอย่างคล่องแคล่วว่องไว ในที่สุดก็ร่อนลงจอดข้างเท้าเย่หนานซีได้อย่างแม่นยำ

"ว่องไวไม่เบานี่!"

เย่หนานซีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเจ้าแมวสามสีที่กระโดดมาหาเธอได้อย่างแม่นยำ

เจ้าแมวสามสีดูเหมือนจะฟังภาษาคนรู้เรื่อง มันเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ

"เมี๊ยว เมี๊ยว~"

มันแน่อยู่แล้ว! เมี๊ยวคือราชาแห่งสมรภูมิรบในหมู่แมวเชียวนะ!

น่าเสียดายที่ความเท่ของมันคงอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาที ขณะที่เจ้าแมวสามสีกำลังลำพองใจ รอยแยกแคบๆ ขนาดพอให้แมวตกลงไปได้ก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าของมันอย่างกะทันหัน!

ขนของเจ้าแมวสามสีลุกชันทันที

"เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว—"

อ๊ากกก! เป็นแมวไม่ควรหลงตัวเอง ไม่งั้นตายเร็วแน่! เจ้าทาส ช่วยด้วย!

ในนาทีวิกฤต ท่อนเหล็กก็ปรากฏขึ้นในมือของเย่หนานซี ขณะที่เธอกระโดดหลบปากเหว เธอก็ใช้ท่อนเหล็กงัดตัวเจ้าแมวสามสีลอยขึ้นไปในอากาศ

เจ้าแมวสามสีร่อนลงพื้นอย่างปลอดภัย หลังจากถอนหายใจด้วยความโล่งอกเหมือนเพิ่งรอดตายมาได้หมาดๆ มันก็รีบวิ่งจู๊ดเข้าไปเกาะติดที่เท้าของเย่หนานซีทันที

"เมี๊ยว~"

เมี๊ยวกลัวแทบตาย อยู่ข้างๆ เจ้าทาสนี่แหละปลอดภัยที่สุดแล้ว

เย่หนานซีมองท่าทางเล็กๆ น้อยๆ ของมันแล้วก็นึกขำ แมวตัวนี้แสนรู้จริงๆ

แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงของแผ่นดินดำเนินต่อไปเต็มๆ สิบห้านาที ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายระลอก

สามชั่วโมงต่อมา ทุกอย่างจึงสงบลง เย่หนานซีกวาดตามองไปรอบๆ

ในครรลองสายตาของเธอมีแต่ซากปรักหักพังและกำแพงที่พังทลาย เป็นภาพแห่งความหายนะที่มีฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ฉันไม่น่าจะจำวันเวลาของเหตุการณ์ใหญ่อย่างแผ่นดินไหวผิดพลาดได้..."

เย่หนานซีพยายามรื้อฟื้นความทรงจำในชาติก่อนอย่างหนัก

ในชีวิตก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเช่นกัน แต่มันเกิดขึ้นหลังจากวันสิ้นโลกเริ่มต้นไปแล้วถึงสองเดือน

จบบทที่ บทที่ 7 : วันสิ้นโลกมาเยือน (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว