- หน้าแรก
- จักรพรรดิเงา ผู้สร้างกองทัพอสูรนักฆ่า
- บทที่ 31: หมายความว่ายังไง
บทที่ 31: หมายความว่ายังไง
บทที่ 31: หมายความว่ายังไง
ในมุมมองของกู้ฉางชิงแม้เผ่าแมลงจะตัวเล็กแต่ก็มีการแบ่งแยกแข็งแกร่งอ่อนแอ
และแต่ละสายพันธุ์ล้วนมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวมาแต่กำเนิด
อย่างเช่นวิธีการโจมตีของตั๊กแตนตำข้าวที่อาศัยขาหน้าคู่นั้นซึ่งเปรียบเสมือนเคียวเป็นหลักและล่าเหยื่ออย่างดุร้าย
ยังมีด้วงที่เรื่องพลังโจมตียังไม่ต้องพูดถึง แต่ความสามารถในการป้องกันของมันกลับร้ายกาจอย่างยิ่ง หากพัฒนามันเป็นอสูรเผ่าแมลงต้องเป็นตัวแทงค์ของทีมอย่างแน่นอน
"แมลงน่ะเลือกง่าย แต่เรื่องวัตถุดิบนี่สิจัดการค่อนข้างยาก..."
หลังจากกู้ฉางชิงครุ่นคิดเล็กน้อยก็พึมพำถอนหายใจเบาๆ
ท้ายที่สุดแล้ววัตถุดิบที่จำเป็นในการดัดแปลงเผ่าแมลงไม่ใช่แค่หาอะไรมาสังเคราะห์ก็ได้ แบบนั้นมีแต่จะลดขีดจำกัดศักยภาพของอสูรลง
แม้ว่าในภายหลังจะสามารถใช้ค่าพลังงานเพื่อเลื่อนขั้นเสริมความแข็งแกร่งได้ แต่ขั้นตอนการดำเนินการนั้นยุ่งยากเหลือเกิน
ดังนั้นไม่เพียงแต่ต้องเลือกวัตถุดิบดัดแปลงที่สอดคล้องกับความสามารถพิเศษของเผ่าแมลงแล้ว ยังต้องคำนึงถึงวัสดุระดับสูงอีกด้วย
"เจ้านายหากจะเลือกสายสังหารจากเผ่าแมลง ข้าขอแนะนำให้เลือกตั๊กแตนตำข้าวเป็นตัวเลือกจะเหมาะที่สุด"
ในขณะนั้นเองแมงมุมเงาก็สื่อสารทางจิตเสนอว่า "ก่อนที่จะถูกดัดแปลงเสริมความแข็งแกร่งข้าเกือบจะถูกตั๊กแตนตำข้าวตัวหนึ่งกินเข้าไป โชคดีที่ภายหลังได้เข้ามาหลบในโรงหมอของเจ้านาย"
"แขนดาบของตั๊กแตนตำข้าวนั้นร้ายกาจมาก เป็นนักล่าสังหารแห่งโลกแมลงของพวกเรามาโดยตลอด"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของกู้ฉางชิงก็ไหววูบ
เขาก็รู้สึกว่าตั๊กแตนตำข้าวก็ไม่เลวเหมือนกัน อีกทั้งการเลือกวัตถุดิบก็ไม่ยากแค่หาดาบยาวคุณภาพสูงมาสักเล่มก็พอ
"จูจูเจ้าช่างมีวิสัยทัศน์แคบนัก"
"เจ้าตัวนั้นจะนับเป็นนักล่าสังหารอะไรได้? ตอนที่ข้าเอาชีวิตรอดในป่าข้ายังเคยฆ่าตั๊กแตนตำข้าวตัวเล็กๆมาแล้วเลย!"
น้ำเสียงของต่อหัวเสือแฝงความดูถูกอยู่บ้างและถือโอกาสยกยอตัวเองไปด้วย
"เหอะ เจ้าก็รู้ว่าเป็นตั๊กแตนตำข้าวตัวเล็กๆ หากเจอตัวเต็มวัยตัวใหญ่เข้า เจ้าจะยังมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ได้รึ?"
แมงมุมเงาแค่นเสียงเย็นชาอย่างดูแคลน
กู้ฉางชิงไม่สนใจการต่อปากต่อคำของพวกมัน เขาตรวจสอบแผงระบบและพบว่าเหลือค่าพลังงานเพียง 500 แต้ม
ด้วยยอดคงเหลือเพียงเท่านี้แม้ว่าเขาอยากจะจับตั๊กแตนตำข้าวมาดัดแปลงเป็นอสูรในตอนนี้ก็ไม่สามารถทำได้
ทุกความคิดคงต้องรอให้ค่าตอบแทนภารกิจเข้าบัญชีก่อนและรอให้ยาเม็ดจิตวิญญาณเจ็ดสีขายออกไปได้สำเร็จถึงจะนำมาพิจารณาใหม่ได้
กู้ฉางชิงรวบรวมความคิด พลังปราณแท้จริงในร่างกายไหลเวียนและเร่งความเร็วของก้าวพริบตาเงาขึ้นทันที
ทุกครั้งที่เคลื่อนย้ายตำแหน่ง ล้วนทำให้การใช้วิชาตัวเบานี้คล่องแคล่วขึ้น
ลมกลางคืนพัดหวีดหวิวข้างหู ไม่นานกู้ฉางชิงก็มาถึงย่านตะวันตกของเมืองแล้ว
"เร็วเข้า เถ้าแก่มาแล้ว!"
นอกประตูโรงหมอแห่งชะตาฟ้า เหมิงจิ้งและฟางไป๋อวี่นั่งยองๆ รออยู่ที่นี่นานแล้ว
เมื่อเห็นกู้ฉางชิงปรากฏตัวอยู่ไม่ไกลทั้งสองก็ลุกขึ้นยืนทันที
เนื่องจากก่อนหน้านี้ถูกพวกหัวหน้ามือปราบหลี่หาเรื่องในสลัม ตอนนี้เหมิงจิ้งจึงถอดหน้ากากออกแล้ว แม้กระทั่งรถม้าก็จอดไว้ที่โรงพักม้าใกล้ๆ
ข้อนี้ทำได้อย่างรอบคอบเป็นพิเศษ
"เถ้าแก่ นี่คือยันต์สื่อสารที่ท่านต้องการ"
ฟางไป๋อวี่เดินเข้าไปอย่างรวดเร็วและหยิบยันต์อักขระกองใหญ่ออกมาจากอกเสื้อ
เพราะไม่มีความสะดวกสบายของแหวนมิติ กระดาษยันต์เหล่านี้จึงถูกเขาพกติดตัวและยับยู่ยี่อยู่บ้าง
"คงจะใช้เงินไปไม่น้อยใช่ไหม?"
กู้ฉางชิงรับมาอย่างไม่ใส่ใจ กะจากสายตาแล้วมีจำนวนราวห้าถึงหกสิบแผ่น
"ฟรี"
ฟางไป๋อวี่ยิ้มกว้าง "ของพวกนี้พี่หรงทำเองทั้งหมด ไม่ต้องเสียเงิน"
คิ้วของกู้ฉางชิงเลิกขึ้นเล็กน้อยกล่าวอย่างประหลาดใจ "นางเป็นปรมาจารย์อักขระรึ?"
"ว่ากันตามจริงก็ไม่เชิงขอรับ"
ฟางไป๋อวี่ส่ายหน้า "หลายปีที่พี่หรงเป็นพ่อค้าคนกลาง นางต้องไปมาหาสู่ระหว่างกลุ่มอำนาจต่างๆ ในตลาดมืดตลอดทั้งวันทำให้สิ้นเปลืองยันต์สื่อสารอย่างมาก"
"แต่ของสิ่งนี้ถูกร้านค้าของตระกูลยุทธ์โบราณผูกขาดมาโดยตลอด ราคาจึงสูงจนน่าเหลือเชื่อ"
"เพื่อประหยัดเงินพี่หรงจึงศึกษาอยู่พักใหญ่ และในที่สุดก็คิดค้นมันออกมาได้"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นความประหลาดใจในแววตาของกู้ฉางชิงก็พลันเปลี่ยนเป็นความสนใจในทันที
ก่อนหน้านี้เพื่อให้ได้ยันต์ตัดขาดมาแผ่นหนึ่งเขายังต้องแอบเรียนรู้วิธีของหลิ่วหรูอวิ๋นและลองลอกเลียนแบบดู เขารู้ดีว่าความยากในการสร้างยันต์อักขระนั้นสูงมาก
ไม่คิดว่าจ้าวหรงคนนอกวงการจะสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองจนสำเร็จและลอกเลียนแบบยันต์สื่อสารออกมาได้มากมายขนาดนี้
นี่มัน... คนมีของจริงแท้แน่นอน!
หากสามารถชักชวนนางเข้าร่วมองค์กรนักฆ่าแห่งชะตาฟ้าได้ ไม่เพียงแต่จะได้ตัวแทนที่ต้องการแล้ว ในอนาคตหากบ่มเพาะอีกสักหน่อยอาจจะสามารถสร้างปรมาจารย์อักขระขึ้นมาคนหนึ่งได้เลย
"เถ้าแก่ท่านวางใจเถิด พี่หรงบอกว่ายันต์สื่อสารเหล่านี้เป็นของสำเร็จรูปคุณภาพเสียงชัดเจนแน่นอน"
เมื่อเห็นกู้ฉางชิงเงียบไป ฟางไป๋อวี่ก็ยิ้มอย่างมั่นใจ "ข้าจะลองให้ดูแล้วท่านจะรู้เอง"
ขณะที่พูดเขาก็ดึงยันต์สื่อสารออกมาสองแผ่นโคจรพลังปราณแท้จริงในร่างกายฉีดเข้าไปในยันต์อักขระแล้วยื่นแผ่นหนึ่งให้เหมิงจิ้ง
"ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้"
เหมิงจิ้งเข้าใจจึงรีบวิ่งเข้าไปในส่วนลึกของตรอกจนกระทั่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรจึงหยุดฝีเท้าลง
"ฟู่"
ฟางไป๋อวี่จุดยันต์สื่อสารในมือทันที แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า "ไอ้โง่"
วินาทีต่อมา ปากตรอกที่อยู่ไกลออกไปก็พลันสว่างวาบ
เห็นเพียงยันต์สื่อสารในมือของเหมิงจิ้งลุกไหม้ขึ้นทันใด จากนั้นเสียงของฟางไป๋อวี่ก็ดังเข้าหูในทันที
"ไอ้สารเลว! เจ้ากล้าเรียกข้าว่าไอ้โง่เรอะ!!"
"เจ้าตายแน่!"
ในส่วนลึกของตรอกยามดึกเสียงคำรามของเหมิงจิ้งก็ดังก้องขึ้น
จากนั้นก็เห็นเขาราวกับสัตว์ร้ายที่คลุ้มคลั่งก้าวพรวดๆ พุ่งเข้ามาทันที
"อย่าเพิ่งวู่วาม ข้าแค่สาธิตประสิทธิภาพของยันต์สื่อสารให้เถ้าแก่ดูเท่านั้นเอง"
ฟางไป๋อวี่ยอมถอยในทันที และขอความเมตตาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"เห็นแก่หน้าเถ้าแก่ข้าจะยกโทษให้เจ้าครั้งหนึ่ง!"
เหมิงจิ้งแค่นเสียงเย็นชาและข่มความโกรธไว้
กู้ฉางชิงมองดูคู่หูคู่ฮาตรงหน้าและอดที่จะยิ้มไม่ได้
"ต่อไปถ้ามีเรื่องด่วนพวกเราก็ใช้ยันต์สื่อสารติดต่อกัน"
เขาหยิบยันต์อักขระออกมาครึ่งหนึ่งและมอบให้พวกเหมิงจิ้งคนละส่วน
"แล้วก็นี่แหวนวงนี้พวกเจ้าเอาไปใช้ จำไว้ว่าให้เอาไปชุบสีใหม่ด้วย"
กู้ฉางชิงพลิกข้อมือและยื่นแหวนมิติของหม่าติงอวี่วงนั้นให้ฟางไป๋อวี่
"แหวนมิติ?!"
ดวงตาของฟางไป๋อวี่เป็นประกาย พลังจิตสำรวจเข้าไปภายในอย่างรวดเร็วและหยิบคัมภีร์วิทยายุทธ์สองเล่มออกมาจากข้างในทันที
วิชาหมัดตระกูลหม่า คัมภีร์ดาบตระกูลหม่า
เมื่อมองเห็นตัวอักษรบนหน้าปก ฟางไป๋อวี่เบิกตากว้างอย่างตกใจ ดวงตาหดเกร็ง ร่างทั้งร่างก็แข็งค้างไปในทันที
ต้องรู้ไว้ว่านี่คือวิชายุทธ์สืบทอดที่มีเฉพาะในตระกูลใหญ่ผู้สูงศักดิ์เท่านั้น เทียบเท่ากับวิชาลับเฉพาะโดยทั่วไปที่จะไม่มีการถ่ายทอดให้คนนอก
"วิชาของตระกูลหม่า หรือว่า..."
หัวใจของเขาสั่นสะท้าน เขานึกถึงข่าวที่หม่าติงอวี่ถูกลอบสังหารที่หออี๋หงในคืนนี้ขึ้นมาทันใดและพลันเข้าใจในบัดดล
ที่แท้นักฆ่าระดับสุดยอดผู้ลึกลับคนนั้นคือเถ้าแก่ของตนเอง!
มิน่าเล่าถึงต้องชุบสีใหม่ นี่มันการขายของโจรชัดๆ ไม่ใช่รึ?
"อิอิ แต่ว่าถูกใจข้ายิ่งนัก"
ฟางไป๋อวี่เป่าลมหายใจใส่แหวนทองคำและยิ้มอย่างประจบสอพลอ
"วิชาสองเล่มนี้พวกเจ้าแอบเอาไปฝึกฝนกันเอง"
กู้ฉางชิงกวาดสายตามองทั้งสองคน "ทำตัวปกติพยายามอย่าเอาไปอวดอ้างข้างนอก เข้าใจกันแล้วใช่ไหม?"
ฟางไป๋อวี่และเหมิงจิ้งสบตากันและพยักหน้าอย่างรู้ใจ "ขอบคุณเถ้าแก่!"
"จริงสิ พี่หรงของพวกเจ้าน่ะ คิดตัดสินใจได้หรือยัง?"
หลังจากเดินเข้าไปในโรงหมอกู้ฉางชิงก็อดไม่ได้ที่จะถาม
หลังจากทราบ ถึงความสามารถของจ้าวหรง เขาก็อดใจที่จะชักชวนไม่ไหวแล้ว
หากอุปนิสัยพอใช้ได้ก็นับว่าเป็นผู้มีความสามารถที่หาได้ยาก
"ทั้งไม่ปฏิเสธและก็ไม่ตอบตกลง"
ฟางไป๋อวี่ส่ายหน้าและถอนหายใจเบาๆ "แม้พี่หรงจะไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ แต่ข้าก็รู้สึกได้ถึงความลำบากใจของนาง"
เหมิงจิ้งได้ยินเช่นนั้นสีหน้าก็เคร่งเครียด "เจ้ารู้อะไร?"
"อย่าเพิ่งร้อนใจ พี่หรงไม่เป็นอะไร"
ฟางไป๋อวี่ผลักเหมิงจิ้งที่เข้ามาใกล้ออกไปแล้วหันไปมองกู้ฉางชิงและพูดอย่างใจเย็น "เรื่องนี้จะว่าไปแล้ว จริงๆก็เกี่ยวข้องกับเถ้าแก่ไม่น้อย"
"หมายความว่าอย่างไร?"
แววตาของกู้ฉางชิงฉายแววสงสัย
สำหรับจ้าวหรงคนนั้น เขาแทบไม่เคยมีความทรงจำเลยว่าตัวเองเคยมีความเกี่ยวข้องอะไรกับนางมาก่อน