เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 52 สายลับตัวน้อยที่ถูกทอดทิ้ง [ฟรี]

ตอนที่ 52 สายลับตัวน้อยที่ถูกทอดทิ้ง [ฟรี]

ตอนที่ 52 สายลับตัวน้อยที่ถูกทอดทิ้ง [ฟรี]


ตอนที่ 52

สายลับตัวน้อยที่ถูกทอดทิ้ง

          เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่ข้างเตียงเธอมีผมสีบลอนด์ยาวทักเป็นเปียทั้งสองข้าง ดวงตาของเธอกำลังมองไปมาด้วยความหวาดกลัวแฝงไปด้วยความน่าสงสารทำให้คนอื่นที่เห็นอยากจะเข้ามาปกป้องเธอ

ทันใดนั้นดอตตี้ก็ยืนมือไปรั้งแขนของซูไป๋เอาไว้ก่อนที่จะชี้ปืนไปยังเด็กผู้หญิงคนนั้น

"อย่าเข้าไปใกล้เธอ"

"ผมรู้" ซูไป๋พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม "ในเมื่อมีเด็กผู้หญิงมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะเป็นเด็กไร้เดียงสาและไม่อันตราย เพราะเธอน่าจะเป็นสายลับที่ได้รับการฝึกฝนจะห้องแดงใช่ไหม? เธออาจจะอยู่ในท่าทางแบบนี้เพื่อให้พวกเราไม่ระวังตัว แต่ว่าเมื่อไหร่ที่เราลดการป้องกันเธอก็จะแว้งกัดทันที"

เมื่อเห็นว่าซูไป๋ไม่ได้ถูกหลอกดอตตี้ก็พยักหน้าขึ้นมาเล็กน้อย

สีหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้นยังไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงไว้ซึ่งความน่าสงสารและความกลัว

ซูไป๋ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเดินเข้าหาอย่างช้า ๆ "เธอก็เห็นแล้วใช่ไหมว่าฐานแห่งนี้กำลังจะพังทลายและผู้คนส่วนใหญ่ก็ตายไปหมดแล้ว และถ้าเกิดว่ามีเธอเหลือรอดเพียงคนเดียว เธอคิดว่าทางองค์กรจะคิดว่าอย่างไร เขาอาจจะคิดว่าเธอเป็นคนทำมันไม่ว่าจะเป็นการทำลายฐานแห่งนี้และฆ่าผู้คนทั้งหมด ... เธอจะกลายเป็นแพะรับบาปทันที เธอเข้าใจไหม?"

ทันใดนั้นใบหน้าของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ก็เปลี่ยนไปเธอแสดงความดุดันออกมาจากทางสายตาของเธอ

ท่าทางแบบนี้คือการเปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความโกรธใช่ไหม?

"ดูเหมือนว่าเธอจะยอมแพ้แล้ว เธอรู้ว่าไหมผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?" ซูไป๋ชี้ไปที่ดอตตี้ก่อนที่จะพูดขึ้นมาต่อว่า "ผู้หญิงคนนี้ชื่อว่า ดอตตี้ เป็นหนึ่งในสายลับที่ได้รับการฝึกฝนเช่นเดียวกับเธอ และเขาก็ยังเป็นแม่ม่ายดำที่แข็งแกร่งที่สุด ตอนนี้เธอมีความคิดที่จะตามฉันมาหรือยัง? เธอต้องการเป็นคนติดตามของฉันไหม? ถึงแม้ว่าฉันจะไม่สามารถรับประกันได้ว่าเธอจะมีชีวิตแบบคนธรรมดา แต่ฉันสามารถรับประกันได้ว่าเธอจะได้สิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่เธอเป็นอยู่ในตอนนี้!"

ไม่ใช่ว่าซูไป๋มีความเห็นอกเห็นใจหรือว่ามีรสนิยมชอบเลี้ยงต้อย แต่เป็นเพราะว่าถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเด็ก แต่เธอก็ได้รับการฝึกฝนจากห้องแดงตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ มันคงจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ถ้าเกิดมีใครคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ และเธอก็สามารถเติบโตไปพร้อมกับเรเวนและเป็นเพื่อนกันได้ นอกจากนี้ในอนาคตเขาต้องการกำลังคนที่เก่งในทุก ๆ ด้าน และมันคงจะดีที่จะเรียนฝึกฝนตั้งแต่อายุยังน้อยดีกว่าไปพบตอนที่เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

"คุณเป็นแม่ม่ายดำจริง ๆ อย่างงั้นหรอ?" เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ พูดขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าเธอพูดกับดอตตี้

ดอตตี้พยักหน้าเล็กน้อย

"ถ้าอย่างนั้น ... ฉันจะตามคุณไป" เด็กผู้หญิงพูดขึ้น

"ดูเหมือนว่าคุณจะมีแฟนคลับซะด้วย" ซูไป๋พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

ดอตตี้ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะพูดว่า "นี่เป็นเรื่องปกติ ในกรณีนี้ฉันเป็นแม่ม่ายดำที่แข็งแกร่งที่สุด และเกือบทุกคนที่อยากจะเป็นแม่ม่ายดำในสักวันหนึ่งในอนาคต แต่ … " ดอตตี้มองไปยังเด็กผู้หญิงคนนั้น และพูดต่อว่า "ฉันยังไม่เชื่อใจเธอ เพราะว่าฉันรู้ว่าเธอได้รับการฝึกมาแบบไหน ดังนั้นถ้าหากว่าเธอมีจิตใจบิดเบี้ยวและแว้งกัดก็อย่าโทษว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน"

เด็กผู้หญิงพยักหน้าเล็กน้อย

"เธอชื่ออะไร?"

"คารีน่า"

"เธอรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นทีนี่?"

คารีน่าพยักหน้าพร้อมกับส่ายหัวก่อนที่จะพูดขึ้นมาเบา ๆ ในขณะเดียวกันซูไป๋ก็คาดเดาขึ้นมาที่เธอถูกทิ้งอยู่ทีนี่ก็เพราะว่าเธอพยายามที่จะหลบหนีระหว่างการอพยพฉุกเฉินแต่ถูกจับได้ ดังนั้นเธอจึงถูกทอดทิ้งให้อยู่ที่นี่และหาทางรอดด้วยตัวเอง ดอตตี้พยายามถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปบางอย่าง และดูเหมือนว่าสถานการณ์ขององค์กรก็ดูจะไม่ค่อยดีนัก

"ที่นี่ยังมีใครอีกไหม?"

หลังจากออกมาด้านนอกดอตตี้ก็หันไปถามกับคารีน่า

คารีน่าส่ายหัวเล็กน้อย "พวกเขาน่าจะหลบหนีกันไปหมดแล้ว เพราะในตอนที่หลบหนีหนูได้ไปหลบซ่อนตัวจนพวกเขาออกไปจนหมด แต่หนูก็กลัวว่าพวกเขาจะย้อนกลับมาดังนั้นจึงไปได้ไม่ไกลมากนัก ทำให้หนูไม่รู้ว่าจะมีบุคคลสำคัญคนอื่นอยู่ที่นี่อีกหรือเปล่า"

พวกเขาทั้งสามคนพยายามช่วยกันตรวจสอบภายในฐานอย่างระมัดระวัง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ค่อยดีมากนัก

เรื่องนี้ทำให้ซูไป๋ผิดหวังเล็กน้อย

เขาจำได้ว่าใน ในซีรีส์ ‘เอเจนต์ คาร์เตอร์’ มันน่าจะมีคนสองคนที่ถูกขังอยู่ที่นี่คนแรกคือนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่ชื่อว่า นิค อัจฉริยะสติเฟื่องที่มีปัญหาทางจิตที่ไม่ค่อยมันคงเล็กน้อย และที่ลิเวียธานขโมยภาพวาดการออกแบบของฮาวเวิร์ดก็เพราะว่าเขาต้องการที่จะใช้นิโคลในการสร้างอุปกรณ์ที่ฮาวเวิร์ดขึ้นคิดค้นขึ้น อีกคนหนึ่งก็คือจิตแพทย์ที่ชื่อว่า ดร.อีฟเชนโก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนดีมากนัก แต่เขาก็เก่งในเรื่องการสะกดจิต ซึ่งในอนาคตวิธีการสะกดจิตพวกนี้จะถูกเผยแพร่โดยเขาในเวลาต่อมา

แต่ว่าทำไมเขาถึงไม่อยู่ที่นี่?

ซูไป๋พยายามตรวจสอบอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่พบอะไรเลยและในที่สุดเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการยอมแพ้

ซูไป๋ ดอตตี้และคารีน่าขับรถออกมาจากฐานแห่งแดง อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่ได้จากไปไกลมากนัก แต่หยุดพักผ่อนไม่ไกลจากฐาน เพราะว่าหลังจากนี้ไม่นานเพ็กกี้น่าจะมาที่นี่พร้อมกับคนในทีม

ทุกอย่างที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ของฮาวเวิร์ดล้วนอยู่ที่นี่และซูไป๋ก็ไม่ต้องการที่ทำให้ผู้คนตกตะลึงมากเกินไป

และหลังจากที่ซูไป๋จากไป เพ็กกี้ก็พากำลังคนมาถึงที่นี่

นอกจากสมาชิกของ SSR ก็ยังมีคนของหน่วยคอมมานโดคำรามตามมาอีกด้วย

เห็นได้ชัดว่าหน่วยคอมมานโดคำรามได้รับความไว้วางใจจากผู้อำนวยการมากกว่าเพ็กกี้ แต่ด้วยลักษณะพิเศษของหน่วยคอมมานโดคำรามทำให้ไม่สามารถระดมพลได้ ดังนั้นเพ็กกี้จึงบอกกับผู้อำนวยการไปว่าเธอสามารถเรียกหน่วยคอมมานโดคำรามให้มาช่วยในภารกิจครั้งนี้ได้ ซึ่งเดิมที่ผู้อำนวยการไม่อยากให้เพ็กกี้เข้ามาก้าวก่ายมากกว่านี้ แต่เมื่อเห็นว่าเพ็กกี้ติดต่อหาหน่วยคอมมานโดคำรามโดยตรง เขาก็เงียบไปทันที

ผู้อำนวยการคงจะลืมไปแล้วว่าเพ็กกี้เคยมีความร่วมมืออย่างมากกับหน่วยคอมมานโดคำรามในช่วงสงคราม และเธอก็เปรียบเสมือกับสหายในอ้อมกอดของพวกเขา!

โปรดติดตามตอนต่อไป

จบบทที่ ตอนที่ 52 สายลับตัวน้อยที่ถูกทอดทิ้ง [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว