- หน้าแรก
- ดาบพิฆาตอสูร แค่สะบัดดาบก็แข็งแกร่งขึ้น
- บทที่ 30 อสูรในป่า
บทที่ 30 อสูรในป่า
บทที่ 30 อสูรในป่า
บทที่ 30 อสูรในป่า
“ที่นี่น่ะเหรอภูเขาที่ว่า...?”
ยามาโตะอุ้มเจ้าชิโร่มาหยุดอยู่ที่ตีนเขา ‘คิริชิมะ’
ตั้งแต่ตีนเขาขึ้นไปจนถึงกลางเขาเป็นป่าทึบ แต่เหนือขึ้นไปกว่านั้นมีควันหนาลอยพวยพุ่งออกมา
“ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่สินะ...”
ภูเขาคิริชิมะคือกลุ่มภูเขาไฟที่ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดคาโกชิมะและจังหวัดมิยาซากิ ทางตอนใต้ของเกาะคิวชู
ตั้งแต่กลางเขาขึ้นไปไม่มีต้นไม้เลย มีแต่ความแห้งแล้ง แต่ต่ำลงมามีหมอกพิษปกคลุมอย่างเห็นได้ชัด
ตั้งแต่ยามาโตะมาถึงตีนเขา เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นแก๊สพิษจาง ๆ ในอากาศ
เพื่อความปลอดภัย ยามาโตะกินยาถอนพิษกันไว้ก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าร่างกายตัวเองจะต้านทานแก๊สพิษพวกนี้ได้แค่ไหน
“ชิโร่ กินนี่ซะ”
ยามาโตะป้อนยาถอนพิษให้เจ้าชิโร่ แต่เจ้าชิโร่เมินหน้าหนี เป็นเชิงบอกว่าไม่จำเป็น พร้อมกับส่งสัญญาณเตือนยามาโตะว่าภูเขานี้มีบางอย่างผิดปกติ
ยามาโตะพยักหน้ารับรู้ เขาสัมผัสได้อยู่แล้วว่าในภูเขานี้ต้องมีอสูรซ่อนอยู่แน่ แต่ไม่แน่ใจเรื่องจำนวน...
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเจ้าชิโร่ ยามาโตะจึงปลุกเจ้าคุโร่ขึ้นมา จะป้อนยาถอนพิษให้บ้าง
เจ้าคุโร่ลืมตาขึ้นแล้วส่ายหัว
“เจ้านาย ข้าจะไม่เข้าไปในภูเขา จากนี้ไปท่านต้องลุยเองแล้วนะ...”
หลังจากย่อยยาชำระไขกระดูกทั้ง 5 เม็ด เจ้าคุโร่ก็พูดจาฉะฉานชัดถ้อยชัดคำขึ้นมาก
ยามาโตะไม่ได้หวังพึ่งพาเจ้าคุโร่กับเจ้าชิโร่ในการต่อสู้อยู่แล้ว เขาแค่ต้องการให้พวกมันปลอดภัย
แต่ในเมื่อเจ้าคุโร่บอกว่าจะไม่เข้าป่า ก็คงมีแค่เขากับเจ้าชิโร่เท่านั้นที่จะลุยเข้าไป
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องก็ดังมาจากภูเขา เหมือนเสียงร้องของสัตว์ร้าย หรือไม่ก็... อสูร
ยามาโตะหรี่ตาลง ค่อย ๆ ชักดาบนิชิรินออกจากฝัก
เขาเตรียมพร้อมรับมือการต่อสู้ในป่า
“ชิโร่ เข้าไปในกล่องก่อน...”
ยามาโตะพาเจ้าชิโร่ (ในกล่อง) เดินเข้าสู่ป่าทึบ
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตป่า ยามาโตะก็รู้สึกได้ว่าแสงสว่างถูกใบไม้หนาทึบบดบังจนแทบมืดสนิท
กลิ่นเถ้าภูเขาไฟลอยอบอวลในอากาศ
แถมบรรยากาศในนี้ไม่เพียงแค่ชื้นแฉะ แต่ยังร้อนอบอ้าว
เดินไปได้สักพัก ยามาโตะก็เหงื่อท่วมตัว
บวกกับภูเขาลูกนี้คงไม่ค่อยมีคนผ่านมา จึงไม่มีเส้นทางเดินที่ชัดเจน เขาต้องใช้วิชาเหินเวหานางแอ่นเหวี่ยงลมกระโดดไปตามกิ่งไม้
แต่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ เต็มไปด้วยเถาวัลย์ประหลาดมากมาย ทำให้ความเร็วของวิชาตัวเบาลดลงไปเยอะ
ป่าทั้งผืนให้ความรู้สึกมืดมิดดำดิ่ง พลาดนิดเดียวอาจโดนเถาวัลย์พันแข้งพันขา จนหาทางกลับไม่เจอ
เวลาผ่านไปทีละน้อย แต่ยังไม่เห็นวี่แววของอสูร
ทว่ายามาโตะสัมผัสได้ตลอดเวลาว่า มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องทุกฝีก้าวของเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่เหยียบย่างเข้ามาในป่านี้
ยามาโตะรู้ดีว่านี่คือจุดอ่อนของเขา เขาขาดความสามารถในการตรวจจับ
เขาไม่มีจมูกที่ไวเป็นเลิศแบบทันจิโร่ และไม่มีสัญชาตญาณสัตว์ป่าแบบอิโนะสุเกะ
“การขาดความสามารถในการตรวจจับนี่มันน่ารำคาญจริง ๆ...” ยามาโตะปาดเหงื่อที่หน้าผาก
“บางทีชั้นอาจจะสร้างกระบวนท่าที่คล้าย ๆ กับ ‘ปราณแห่งสัตว์ป่า’ ของอิโนะสุเกะมาช่วยเรื่องประสาทสัมผัสได้...”
ยิ่งคิด ยามาโตะก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้
เสียดายที่เขาไม่เคยเห็นอิโนะสุเกะใช้ปราณแห่งสัตว์ป่ากับตาตัวเองสักครั้ง
แถมตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าอิโนะสุเกะหายหัวไปไหน คงต้องรอให้พวกสามหน่อ ทันจิโร่และผองเพื่อนมาเจอกันก่อน...
ขณะที่ยามาโตะกำลังขบคิดเรื่องกระบวนท่าใหม่ของปราณแห่งแสงในอนาคต เจ้าชิโร่ที่อยู่ด้านหลังก็ส่งเสียงร้องดังลั่น
ยามาโตะตื่นตัวทันที
“โฮก!”
เจ้าชิโร่กระโจนออกจากกล่องไม้ ส่งเสียงขู่คำรามไปทางทิศหนึ่ง
ยามาโตะมองตามสายตาของเจ้าชิโร่ไป ก็เห็นว่าเถาวัลย์ที่เคยอยู่นิ่ง ๆ เริ่มขยับเลื้อยไปมาด้วยตัวมันเอง ปิดกั้นเส้นทางที่เขาเพิ่งผ่านมาจนหมดสิ้น
ยามาโตะกระชับด้ามดาบนิชิรินแน่น
เขาด่าตัวเองในใจที่เผลอไผลใจลอยในสถานการณ์แบบนี้ ความต้องการวิชาตรวจจับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
เถาวัลย์พุ่งเข้ามาหายามาโตะ จังหวะที่มันกำลังจะถึงตัว “ฉัวะ! ฉัวะ!”
ยามาโตะฟันพวกมันขาดสะบั้นอย่างง่ายดาย
แต่ทว่า... เถาวัลย์ที่ขาดไปกลับงอกยาวออกมาใหม่ทันที
ยามาโตะขมวดคิ้ว
ความสามารถในการฟื้นตัวของเถาวัลย์พวกนี้สูงมาก ชัดเจนว่าเป็นมนต์อสูรโลหิตของอสูรในป่านี้
“ดูท่าแกอยากจะใช้เถาวัลย์พวกนี้ตัดกำลังชั้นสินะ?”
“เสียใจด้วยที่แกประเมินชั้นต่ำไป...”
สีหน้าของยามาโตะเคร่งเครียด นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกหงุดหงิดที่หาตัวอสูรไม่เจอ รู้สึกเหมือนโดนปั่นหัวเล่น
ซึ่งมันทำให้เขาอารมณ์เสียมาก!
และผลลัพธ์ของความอารมณ์เสียก็คือ... เจ้าอสูรตัวนี้กำลังจะชะตาขาด
มองดูเถาวัลย์ที่ดาหน้าเข้ามาจากทุกทิศทาง ยามาโตะสูดลมหายใจลึกอย่างไม่ตื่นตระหนก กระชับดาบในมือแน่น แล้วกล่าวว่า “เพ่งจิตรวมปราณ... ปราณแห่งวารี กระบวนท่าที่ 2: กงล้อน้ำ!”
กงล้อน้ำสีครามขนาดมหึมาปรากฏขึ้นจากการม้วนตัวกลางอากาศของยามาโตะ เถาวัลย์และต้นไม้ทุกต้นที่สัมผัสโดนถูกตัดขาดเป็นชิ้น ๆ
“ตูม!”
“ตูม!”
ต้นไม้รอบบริเวณถูกโค่นล้มลงนอนกับพื้น เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
แต่เถาวัลย์ระลอกใหม่ก็งอกออกมาอย่างรวดเร็ว
ทว่านั่นก็เปิดพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ให้ยามาโตะได้มากพอแล้ว
“อิ๊ง!” เจ้าชิโร่ร้องลั่น
“ชิโร่ แกจะบอกว่าอสูรตัวนั้นอยู่ทางนั้นเหรอ?” ยามาโตะถาม
เจ้าชิโร่พยักหน้า แล้วกระโจนนำหน้าไปทันที เห็นดังนั้น ยามาโตะก็รีบพุ่งตามไปติด ๆ
ดาบนิชิรินของเขาไม่เคยหยุดนิ่ง ฟาดฟันเถาวัลย์ที่พุ่งเข้ามาขัดขวางตลอดทาง
เจ้าชิโร่เองก็ใช้กรงเล็บอันแหลมคมช่วยเปิดทางด้านหน้า
หนึ่งคนกับหนึ่งจิ้งจอกประสานงานกันได้อย่างลงตัว
“บัดซบ! เจ้าจิ้งจอกนั่นดันหาข้าเจอซะได้!”
อสูรสีเขียวที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในป่าแสดงสีหน้าดุร้าย
มือและเท้าของอสูรตนนี้เปลี่ยนสภาพเป็นรากเถาวัลย์หยั่งลึกลงไปในดิน คอยควบคุมเถาวัลย์ให้ขัดขวางยามาโตะและเจ้าชิโร่
เมื่อเห็นว่ายามาโตะและเจ้าชิโร่ไม่สะทกสะท้านกับดงเถาวัลย์ อสูรก็คำรามลั่น “พวกแกบีบข้าเองนะ! ถ้าจับได้เมื่อไหร่ ข้าจะกินพวกแกไม่ให้เหลือซากเลย!”
“ศิลปะอสูรโลหิต: วิญญาณพฤกษา!”
สิ้นเสียงอสูร ยามาโตะก็ต้องหยุดชะงัก เพราะต้นไม้รอบตัวเขาแปรสภาพกลายเป็นมนุษย์ต้นไม้ที่มีดวงตาสีแดงฉาน
“โฮก!”
“โฮก!”
มนุษย์ต้นไม้คำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าโจมตียามาโตะ
เจ้าชิโร่ขยายร่างกลับเป็นขนาดปกติ การเคลื่อนไหวที่เทอะทะของมนุษย์ต้นไม้ไม่มีทางแตะต้องตัวมันได้แม้แต่ปลายขน
ส่วนยามาโตะ เถาวัลย์และต้นไม้รอบตัวทำให้ความเร็วในการหลบหลีกของเขาลดลงไปมาก
เมื่อเห็นดังนั้น ยามาโตะจึงเลิกหลบ
“กะว่าจะหาตัวให้เจอแล้วฆ่าทิ้งในดาบเดียวซะหน่อย แต่ดูท่าคงต้องโชว์ฝีมือสักนิดแล้วสินะ...”
“ดีมาก ชั้นไม่เกรงใจแล้วนะ จริง ๆ ไอ้มนุษย์ไม้พวกนี้มันก็ขยะดี ๆ นี่เอง!”
ยามาโตะสูดลมหายใจลึก “เพ่งจิตรวมปราณ... ปราณแห่งวารี กระบวนท่าที่ 1: ดาบผ่าวารี!”
ยามาโตะใช้กระบวนท่าพื้นฐานที่สุดของปราณแห่งวารี ปลายดาบตวัดไปที่ใด ทุกสิ่งก็ขาดสะบั้นเป็นท่อน ๆ
“บ้าเอ๊ย! เป็นไปได้ยังไง? ทำไมเจ้านั่นถึงแข็งแกร่งขนาดนี้... หรือว่าจะเป็นเสาหลักของกองพิฆาตอสูร...?”
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้...? ทำไมระดับเสาหลักถึงมาอยู่ที่นี่...?”
“หรือว่าพวกมันมาเพื่อปราบท่านผู้นั้น...?”
อสูรเริ่มตื่นตระหนก พอเสียสมาธิ การควบคุมเถาวัลย์ก็อ่อนลง
“ตูม!”
ป่าทึบถูกยามาโตะฟันแหวกเป็นทางยาวด้วยพละกำลังมหาศาล
และยามาโตะก็มองเห็นตัวการแล้ว
“แกเองสินะ...” ยามาโตะชี้ปลายดาบนิชิรินไปที่อสูรในป่า คมดาบสีมรกตยังคงมีน้ำยางสีเลือดของมนุษย์ต้นไม้หยดติ๋ง ๆ
หยดลงสู่พื้นดินทีละหยด
ดวงตาของอสูรในป่าเบิกกว้าง ตอนนี้มันอยากจะหนีสุดชีวิต แต่มือและเท้าที่กลายเป็นรากไม้ยังคงฝังแน่นอยู่ในดิน ดึงไม่ออก
“แก... อย่าเข้ามานะ... ถ้าแกฆ่าข้า ท่านผู้นั้นต้องฉีกร่างแกเป็นชิ้น ๆ แน่...”
อสูรในป่ามองดูยามาโตะเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว เหงื่อกาฬไหลพลั่กเต็มหน้าผาก
ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจจนมิด
“โห? ในป่านี้ยังมีอสูรที่เก่งกว่าแกอยู่อีกเหรอ...?”
“ดีมาก งั้นแกก็ตายได้แล้ว...”
สีหน้าอันเย็นชาของยามาโตะยะเยือกพอกับคมดาบของเขา
“ปราณแห่งวารี กระบวนท่าที่ 1: ดาบผ่าวารี!”
เงาดาบสีครามวูบผ่าน ศีรษะของอสูรในป่าหลุดกระเด็นตกพื้น
ดวงตาของมันเบิกค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ จ้องมองร่างกายตัวเองที่ค่อย ๆ สลายกลายเป็นเถ้าถ่าน...
“ข้า... ข้าโดนตัดคอ... จริง ๆ เหรอเนี่ย... ข้ากำลังจะหายไป...”
“เจ้านักล่าอสูร... อีกไม่นานแกต้องโดนท่านผู้นั้นฆ่าแน่... ข้าจะไปรอแกในนรก...”
ในที่สุด อสูรในป่าก็สลายกลายเป็นเถ้าถ่านหายไปในอากาศ
“หึหึ อสูรที่เก่งกว่างั้นเหรอ...”
ยามาโตะเก็บดาบนิชิรินเข้าฝัก รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า เป็นรอยยิ้มเดียวกับที่เขาเคยยิ้มให้ทันจิโร่ในตอนนั้น
“ดูท่าภารกิจนี้จะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งใหญ่ซะแล้วสิ!”
...
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold