- หน้าแรก
- ดาบพิฆาตอสูร แค่สะบัดดาบก็แข็งแกร่งขึ้น
- บทที่ 6 การมาถึงภูเขาซากิริ
บทที่ 6 การมาถึงภูเขาซากิริ
บทที่ 6 การมาถึงภูเขาซากิริ
บทที่ 6 การมาถึงภูเขาซากิริ
“ฟู่ว...”
“อากาศหนาวชะมัด ไม่รู้ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงภูเขาซากิริ... ข้างหน้าเหมือนจะมีหมู่บ้านอยู่ ลองไปถามทางหน่อยน่าจะดี...”
ยามนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า ทุกสรรพสิ่งถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลน
ยามาโตะ เดินทางมาห้าวันเต็มแล้ว เนื่องด้วยไม่มีแผนที่ เขาจึงต้องอาศัยการถามทางไปเรื่อยๆ เพื่อมาให้ถึงที่นี่
“สวัสดีครับคุณตา พอจะทราบทางไป ‘ภูเขาซากิริ’ ไหมครับ?” ยามาโตะเดินเข้าไปที่บ้านหลังหนึ่งและเอ่ยถามชายชราที่กำลังสูบยาสูบอยู่
“ก็ตรงไปข้างหน้านั่นแหละ เห็นภูเขาลูกนั้นไหม?” ชายชราชี้นิ้วไปทางเบื้องหน้า
“แต่ว่าพ่อหนุ่ม เธอจะไปทำอะไรที่ภูเขาซากิริกันล่ะ?” ชายชราถามด้วยความสงสัย เพราะในฤดูหนาวเช่นนี้ น้อยคนนักที่จะออกมาเดินเพ่นพ่าน
“คุณตาครับ ผมมีญาติอยู่ที่ภูเขาซากิริน่ะครับ กะว่าจะไปขออาศัยอยู่ด้วย ขอบคุณมากนะครับ ผมต้องรีบไปก่อน เดี๋ยวฟ้าจะมืดซะก่อน”
“เอ้าๆ พ่อหนุ่ม ระวังตัวด้วยล่ะ”
หลังจากร่ำลาชายชรา ยามาโตะก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากรอนแรมมาหลายวัน ในที่สุดก็จะถึงจุดหมายเสียที ตลอดการเดินทางหลายวันนี้ เขาแทบไม่ได้ฝึกเหวี่ยงดาบเลยด้วยซ้ำ
หากพบตัว อุโรโกะดากิ ซาคอนจิ แล้ว นั่นหมายความว่าชีวิตอันแสนสุขสบายคงจะจบลง และการฝึกโหดคงกำลังรออยู่...
เวลาล่วงเลยผ่านไปทีละน้อย รอยเท้าของยามาโตะฝังลึกลงบนพื้นหิมะเป็นทางยาว
หิมะบนท้องฟ้าเริ่มตกหนักขึ้น ทำให้การเดินป่าของยามาโตะยากลำบากขึ้นไปอีก
“อากาศบ้านี่เปลี่ยนเร็วจริงๆ ภูเขาซากิริน่าจะอยู่ใกล้ๆ นี้แล้ว... มั้งนะ...” ยามาโตะพึมพำพลางแหงนหน้ามองฟ้า
“พักสักหน่อยดีกว่า กินอะไรรองท้อง รอหิมะซากว่านี้ค่อยไปต่อ” ยามาโตะหามุมหลบเม็ดหิมะแล้วนั่งลง วางสัมภาระ และหยิบเสบียงแห้งออกมาเคี้ยว
ทันใดนั้นเอง
“อิ๋ง... อิ๋ง...” เสียงร้องประหลาดดังแว่วเข้ามาในหูของยามาโตะจากทางด้านหลัง
“หือ? ตัวอะไรน่ะ...?” ยามาโตะหันขวับไปมอง ก็พบกับสุนัขจิ้งจอกหิมะตัวสีขาวโพลน แต่ดูเหมือนมันจะได้รับบาดเจ็บ
ขาของมันติดอยู่ในอะไรบางอย่าง และมีรอยเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนขนสีขาวบริสุทธิ์
“ดูเหมือนจะเป็นกับดักของนายพรานแถวนี้... เจ้าจิ้งจอกหิมะตัวนี้... จะช่วยดีไหมนะ...?”
“ช่างเถอะ สวรรค์ย่อมเมตตาผู้รักชีวิต ในเมื่อมาเจอกันแล้วก็ถือว่าเป็นวาสนา”
ยามาโตะลุกขึ้นเดินเข้าไปช่วยแกะกับดักให้จิ้งจอกหิมะ แต่เจ้าจิ้งจอกคงไม่รู้ว่ายามาโตะเจตนาดี มันจึงส่งเสียงขู่คำรามในลำคอด้วยความระแวง
ทว่า ไม่รู้ว่าเจ้าจิ้งจอกตัวนี้ติดกับดักมานานแค่ไหนแล้ว เพราะแรงขู่ของมันช่างแผ่วเบาเหลือเกิน
“ไม่ต้องกลัวนะ ชั้นมาช่วยแก...” ยามาโตะกลัวว่ามันจะแว้งกัด จึงหยิบผ้าจากห่อสัมภาระมาห่อตัวมันไว้อย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็ลงมือปลดกับดักอย่างคล่องแคล่ว ตอนแรกเจ้าจิ้งจอกดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่สักพักมันก็เริ่มสงบลง ราวกับรับรู้ได้ว่ายามาโตะไม่ได้คิดร้าย
“เอาล่ะ ไปได้แล้ว อย่าซุ่มซ่ามมาติดกับดักอีกนะ” หลังจากปลดกับดักเสร็จ ยามาโตะก็ปล่อยเจ้าจิ้งจอกไป
แต่ทว่า เจ้าจิ้งจอกกลับทำท่าทางแปลกๆ มันเอียงคอมองยามาโตะตาแป๋ว
ยามาโตะมองดูจิ้งจอกที่นั่งนิ่งไม่ยอมขยับแล้วหัวเราะเบาๆ “เจ้าตัวเล็ก เมื่อกี้ยังดิ้นจะเป็นจะตาย พอช่วยออกมาได้แล้วกลับไม่ยอมไปซะงั้น?”
“ถ้าแกไม่ไป งั้นชั้นไปล่ะนะ” พูดจบ เขาก็เอื้อมมือไปหยิบผ้าที่ใช้ห่อตัวมันเมื่อครู่
แต่เจ้าจิ้งจอกกลับงับผ้าผืนนั้นไว้ แล้วส่งเสียงร้อง “อิ๋ง อิ๋ง อิ๋ง” ออกมาเป็นชุด แถมยังเอาตัวมาถูไถที่มือของยามาโตะอีกด้วย
สัมผัสขนนุ่มนิ่มของจิ้งจอกหิมะ ทำให้ยามาโตะหวนนึกถึงความรู้สึกตอนลูบหัวแมวในชาติก่อน
“ไม่อยากให้ชั้นไปงั้นเหรอ?” ยามาโตะพูดอย่างจนใจ พลางลูบหัวเจ้าจิ้งจอก
“ชั้นต้องรีบไปจากที่นี่แล้ว เพราะชั้นมีเรื่องสำคัญมากๆ ต้องทำ...”
“เอาอย่างนี้ไหม? ถ้าแกไม่มีครอบครัว แถมยังบาดเจ็บอยู่แบบนี้ แกไปกับชั้นก่อนไหม รอแผลหายดีแล้วค่อยไป ตกลงไหมเจ้าตัวเล็ก?”
จิ้งจอกหิมะ: “อิ๋ง?”
ท้ายที่สุด ยามาโตะก็อุ้มเจ้าจิ้งจอกขึ้นมาโดยไม่สนว่ามันจะตกลงหรือไม่ เขาจัดการทำแผลให้มันแบบลวกๆ แล้วยัดมันใส่ลงในห่อสัมภาระ ให้มันซุกตัวอุ่นๆ อยู่ข้างใน
จากนั้นเขาก็ออกเดินทางต่อ แม้จะมีจิ้งจอกเพิ่มมาหนึ่งตัว แต่ก็ไม่ได้เป็นภาระสำหรับยามาโตะมากนัก
“ชั้นจะตั้งชื่อให้แกแล้วกัน ต่อไปนี้แกชื่อ... ‘ชิโร่’ (เจ้าขาว) นะ...”
จิ้งจอกหิมะ (ชิโร่): “อิ๋ง?”
“ฮ่าๆๆ จะถือว่าตกลงนะ ชิโร่”
...
หนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกเดินทางฝ่าหิมะต่อไป
ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า แสงสว่างเริ่มเลือนหาย แต่ยามาโตะที่ยังคงก้าวเดินไม่หยุด ก็มองเห็นเรือนไม้หลังหนึ่งที่มีแสงไฟวูบวาบเล็ดลอดออกมา
เหมือนจะมีใครบางคนยืนรออยู่หน้าเรือนไม้นั้น...
“หรือว่าจะเป็น... คุณอุโรโกะดากิ?” ยามาโตะดีใจจนเนื้อเต้น รีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
ภาพเบื้องหน้าเริ่มชัดเจน เขาเห็นชายชราสวมหน้ากากเท็นงูยืนมองเขาอยู่จริงๆ
“เอ่อ... คุณอุโรโกะดากิ สวัสดีครับ... ผมชื่อ นากากาวะ ยามาโตะ มีคนแนะนำให้ผมมาหาคุณครับ” พูดจบ เขาก็หยิบซองจดหมายสีฟ้าที่โทมิโอกะ กิยู มอบให้ ออกมาจากห่อสัมภาระ
“อืม เรื่องราวทั้งหมดชั้นรู้แล้ว นากากาวะ ยามาโตะ พ่อหนุ่มผู้ยอดเยี่ยม เธอแน่ใจนะว่าจะมาเป็นศิษย์ของชั้น?” อุโรโกะดากิ ซาคอนจิ เอ่ยถามเสียงเรียบ
“ผมแน่ใจครับ!” ยามาโตะตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ดี แต่เธอต้องผ่านการทดสอบของชั้นให้ได้ก่อน คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ” พูดจบ เขาก็เดินนำเข้าไปในเรือนไม้
ยามาโตะเดินตามเข้าไป ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู ความอบอุ่นก็เข้าโอบล้อมร่างกาย
อุโรโกะดากิยื่นซุปร้อนๆ ให้ยามาโตะหนึ่งถ้วย ยามาโตะไม่รอช้า รับมาซดทันที เขาต้องกินแต่เสบียงแห้งๆ แข็งๆ มาหลายวัน การได้กินของร้อนๆ ในตอนนี้ถือเป็นสวรรค์โปรด
ในตอนนั้นเอง เจ้าจิ้งจอกหิมะก็โผล่หัวออกมาจากห่อผ้าแล้วเอาหัวดุนตัวยามาโตะ
“เกือบลืมแกไปเลย... คุณอุโรโกะดากิครับ นี่คือเจ้าชิโร่...” ยามาโตะเล่าเรื่องที่เขาเจอกับชิโร่ให้อุโรโกะดากิฟัง
อุโรโกะดากิไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเพียงแค่หันไปหยิบสมุนไพรบางอย่างออกมา แล้วใส่ลงไปต้มในหม้ออีกใบ
สุดท้าย อุโรโกะดากิก็ช่วยพอกยาสมุนไพรและพันแผลให้เจ้าจิ้งจอกหิมะจนเรียบร้อย
คืนนั้น ยามาโตะนอนหลับปุ๋ยอย่างมีความสุขโดยมีเจ้าชิโร่อยู่ในอ้อมกอด
ทว่า ยามาโตะหารู้ไม่ว่า อุโรโกะดากิกำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาครุ่นคิด
ราวกับว่า... มีเงาร่างจางๆ ของเด็กสองคนปรากฏขึ้นซ้อนทับอยู่เบื้องหลังของยามาโตะ...
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═