- หน้าแรก
- โกคูทะลุมิติ เริ่มต้นที่จักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 33: ก็แค่ท่อนไม้?
บทที่ 33: ก็แค่ท่อนไม้?
บทที่ 33: ก็แค่ท่อนไม้?
"ไม้เชสต์นัท ยาวสิบนิ้ว ขนหางยูนิคอร์น ใช้มือขวาใช่ไหม คุณท็องส์"
ท็องส์พาโกคูเดินเข้าร้านมายังไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงของเจ้าของร้านไม้กายสิทธิ์ โอลลิแวนเดอร์เอ่ยขึ้น
"ความจำคุณนี่สุดยอดไปเลยนะ"
เธอซื้อไม้กายสิทธิ์จากที่นี่เมื่อแปดปีก่อน ไม่คิดเลยว่าโอลลิแวนเดอร์จะจำได้ทั้งวัสดุและความยาวไม้เป๊ะขนาดนี้
โอลลิแวนเดอร์ตอบด้วยสีหน้าภูมิใจว่า "ผมจำไม้กายสิทธิ์ทุกอันที่เคยทำและขายได้ เพราะแต่ละอันมีความพิเศษเฉพาะตัว"
"โอเค งั้นช่วยหาไม้ให้เด็กคนนี้หน่อยแล้วกัน"
นิมฟาดอร่า ท็องส์ไม่ได้อินกับความคลั่งไคล้ไม้กายสิทธิ์ของเขาเท่าไหร่ จึงผลักโกคูไปข้างหน้า
ไม้กายสิทธิ์ไม่ใช่อะไรก็ได้ ต้องเลือกให้เหมาะกับผู้ใช้ เพราะไม้ที่ใช่จะช่วยให้ร่ายได้เร็ว แรง และเสถียรขึ้นมาก
แต่ถ้าได้ไม้ที่ไม่เข้ากัน อาจเกิดเหตุเวทมนตร์สะท้อนกลับใส่ตัวเองได้เลยด้วยซ้ำ
"ไม้จะเลือกพ่อมดเอง…" โอลลิแวนเดอร์พึมพำเสียงเบา ก่อนจะหยิบสายวัดยาวเฟื้อยแล้วเริ่มวัดตัวโกคู
จากไหล่ถึงปลายนิ้ว จากข้อมือถึงข้อศอก จากไหล่ถึงพื้น เข่าถึงรักแร้ เส้นรอบวงศีรษะ และสุดท้าย…
แม้แต่ระยะห่างของรูจมูกทั้งสองก็ยังวัด!
"เอาล่ะ ลองอันนี้ดู"
พอวัดเสร็จ โอลลิแวนเดอร์ก็หยิบกล่องยาวๆ สองสามกล่องจากชั้นวางมาเปิดเรียงไว้ แล้วหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาอันหนึ่ง แล้วยื่นให้
"ไม้องุ่น เอ็นหัวใจมังกร ยาวเก้านิ้ว ลองสะบัดดูสิ"
โกคูรับไม้มากำลังงงๆ อยู่ในใจ บอกว่าจะพาไปซื้ออาวุธของพ่อมด ที่ไหนได้ ก็แค่ท่อนไม้?
แค่ลองบีบดูเบาๆ เขาก็รู้สึกว่าไม้นี่จะหักเอาได้ง่ายๆ
จริงๆ เขาไม่ค่อยชอบใช้อาวุธเวลาสู้เท่าไหร่ด้วยซ้ำ และในศึกชิงจ้าวยุทธภพเองก็ห้ามใช้อาวุธ
"ไม่เหมาะกับเธอแฮะ ดูเหมือนจะไม่ใช่คนที่ใฝ่รู้เท่าไหร่"
โอลลิแวนเดอร์รับรู้ได้ทันที ส่ายหน้าเบาๆ แล้วหยิบไม้กายสิทธิ์อีกอันออกมายื่นให้
"ไม้แอสเพน ขนหางยูนิคอร์น ยาวสิบเอ็ดนิ้ว ลองสะบัดดูอีกที"
โกคูรับไม้มาสะบัดตามที่บอก
ครั้งนี้โอลลิแวนเดอร์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"อันนี้เข้ากับเธอมากกว่า ดูเหมือนจะเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ด้านการประลองนะ"
เจ้าของไม้แอสเพนส่วนใหญ่มักจะเก่งด้านการประลอง หรือถูกโชคชะตาลิขิตให้ไปในทางนั้น เพราะไม้ชนิดนี้เหมาะกับเวทมนตร์ต่อสู้มากเป็นพิเศษ
ถึงขนาดที่ชมรมการประลองเวทมนตร์ลับที่ชื่อว่า "ทวนสีเงิน" ในศตวรรษที่ 18 ก็รับเฉพาะคนที่ถือไม้แอสเพนเท่านั้น
"เขาสู้เก่งจริงๆ" ท็องส์พยักหน้าเห็นด้วย
ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้จะเก่งด้านเวทมนตร์มั้ย แต่ถ้าเรื่องใช้หมัดล่ะก็ ไม่ต้องสงสัยเลย
เพราะนี่คือเด็กที่ต่อยพ่อมดศาสตาร์มืดให้ร่วงได้ในหมัดเดียว
หลังจากซื้อไม้กายสิทธิ์เสร็จ ก็เกือบเที่ยงแล้วพอดี
"ไปกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว ฉันเลี้ยงเอง!"
แม้จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันแค่ครึ่งวัน แต่ท็องส์ก็รู้สึกดีต่อโกคูมาก
เขาเป็นเด็กดี จิตใจใสบริสุทธิ์ เพียงแค่… สายตาเขาจะลอยไปที่ของกินทุกครั้งที่เดินผ่านร้านอาหาร
พอรู้ว่าเขาเป็นเด็กกำพร้า เธอก็อดรู้สึกสงสารมากขึ้นไม่ได้
"ขอบคุณครับ!" พอได้ยินว่าจะมีคนเลี้ยงข้าว โกคูก็พนมมือไหว้ด้วยความเคารพเต็มที่
สำหรับเขา คนที่เลี้ยงข้าว = คนดี
"อยากให้ผมช่วยอะไรมั้ยครับ?"
มีคนเลี้ยงข้าว เขาก็ต้องช่วยตอบแทน โกคูคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา
พี่สาวคนนี้เลี้ยงข้าวเขา งั้นถ้าเธอต้องการความช่วยเหลืออะไร เขาก็ต้องช่วยแน่นอน
ถ้าเป็นเรื่องสู้ยิ่งดีเลย!
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฉันจะให้เด็กอย่างนายช่วยอะไรล่ะ?"
"ความฝันของฉันน่ะเหรอ? ก็จับพวกพ่อมดศาสตร์มืดให้หมด แล้วโยนเข้าคุกอัซคาบันไงล่ะ"
"แต่เรื่องแบบนั้นฉันจัดการเองได้ นายยังเป็นเด็กนะ หน้าที่ของเด็กคือตั้งใจเรียนหนังสือ"
ท็องส์ยิ้มแล้วโบกมือ
"พ่อมดศาสตร์มืด… เป็นคนไม่ดีเหรอครับ?"
โกคูถามด้วยความอยากรู้ เพราะเมื่อวานลุงที่เขาต่อยก็เป็นพ่อมดศาสตร์มืดเหมือนกัน
ท็องส์พยักหน้า "ใช่ พ่อมดศาสตร์มืดคือพวกคนไม่ดี พวกนี้ฆ่าคนไม่เลือกหน้า แถมยังชอบจับมักเกิ้ลไปทดลองอีก นิสัยแย่มากๆ เลย"
"งั้นถ้าผมเจอพวกพ่อมดศาสตร์มืดอีก ผมจะจับพวกเขาแล้วเอาไปส่งให้คุณนะครับ" โกคูพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ท็องส์ลูบหัวเขาเบาๆ พร้อมยิ้ม "ถ้างั้นก็รอให้เรียนจบจากฮอกวอตส์ก่อน แล้วค่อยมาเป็นมือปราบมารช่วยฉันจับพวกนั้นนะ กว่าจะถึงตอนนั้น ฉันคงได้เป็นหัวหน้าสำนักงานมือปราบมารไปแล้วล่ะ"
ทั้งสองคนเดินคุยกันไป จนถึงร้านหม้อใหญ่รั่ว ซึ่งก็เป็นทางเข้าตรอกไดแอกอนพอดี
ที่จริงก็มีแค่ท็องส์พูดอยู่คนเดียว ส่วนโกคูก็แค่ตั้งใจฟัง
แต่ความจริงคือ… เขาฟังไม่รู้เรื่องเลยสักประโยค
"ทอม เอาแพนเค้กหนึ่งชุด สเต็กสองที่ แล้วก็เหล้าหนึ่งแก้ว"
เมื่อหาที่นั่งได้แล้ว ท็องส์ก็โบกมือเรียกทอม เจ้าของร้านที่หัวเกือบล้าน หน้าตาเหี่ยวย่น
ทอมเดินมารับออเดอร์อย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ยกอาหารที่เธอสั่งมาเสิร์ฟ
เธอวางแพนเค้กกับสเต็กหนึ่งจานให้โกคู ส่วนตัวเองเก็บอีกจานกับเหล้าไว้
"เดี๋ยวฉันจะจองห้องให้เธอพักคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าฉันจะมารับไปสถานีคิงส์ครอส เพื่อขึ้นรถไฟสายด่วนฮอกวอตส์"
ท็องส์ตัดสเต็กคำเล็กๆ ลองชิม แล้วก็ยกเหล้าขึ้นเตรียมจะดื่ม…
แต่จู่ๆ ก็ชะงักไปทันที
"เฮ้ย! แพนเค้กกับสเต็กหายไปไหนแล้ว?"
"กินหมดแล้วครับ" โกคูเช็ดปาก
เขากินหมดในสองคำ คำหนึ่งเป็นแพนเค้ก อีกคำเป็นสเต็ก
"กินเร็วมาก!" ท็องส์อุทานเสียงหลง
"แล้วอิ่มรึยัง?"
รูฟัส สคริมเจอร์ที่ฝากโกคูไว้ตอนเช้ารีบจนไม่มีเวลาบอกท็องส์ว่า… เด็กคนนี้กินเก่งขนาดไหน
"ยังไม่อิ่มครับ" โกคูตอบอย่างตรงไปตรงมา
ยังไม่อิ่มก็คือยังไม่อิ่ม เขาไม่เข้าใจคำว่า "เกรงใจ" ด้วยซ้ำ
ถึงเช้านี้เขาจะไม่ได้ฝึกอะไร และร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานเยอะเท่าไหร่ แต่อาหารแค่นี้ก็ยังน้อยเกินไปอยู่ดี
"ทอม ขอแพนเค้กกับสเต็กอีกชุด!" ท็องส์โบกมือสั่งอาหารเพิ่ม
อีกไม่นาน แพนเค้กกับสเต็กก็มาถึง…
แล้วก็หมดไปอีก
มาอีก…
หมดอีก!
มาอีก…
หมดอีก!
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทอมยืนอยู่ที่โต๊ะแล้วพูดเสียงตะกุกตะกักว่า
"เอ่อ… คือ… แพนเค้กกับสเต็กหมดแล้ว เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นดีมั้ย?"
เขาไม่เคยเห็นพ่อมดเด็กคนไหนกินเก่งขนาดนี้มาก่อ แม้แต่แฮกริดยังไม่กินจุเท่านี้เลย!
"แล้วตอนนี้อิ่มรึยัง?" ท็องส์ปาดเหงื่อ เพราะเงินในกระเป๋าเธอกำลังจะหมดแล้ว...
"ยังไม่ค่อยอิ่ม แต่ก็เกือบแล้วครับ" โกคูลูบท้องตัวเอง…
……….