- หน้าแรก
- เลิกแก้ตัวได้แล้ว ใครๆก็บอกว่านายเป็นเจ้าพ่อ
- บทที่ 11 การตรวจสอบ
บทที่ 11 การตรวจสอบ
บทที่ 11 การตรวจสอบ
“ขนกลับเข้าบ้านก่อน เดี๋ยวค่อยๆ นั่งดู” เซี่ยงเยว่สะบัดดินออกจากพลั่ว
ทั้งสามช่วยกันขุดต่ออีกชั่วโมง แต่ก็ไม่เจออะไรนอกจากรากต้นฮว๋ายเต็มพื้น
เซี่ยงเยว่กับพวกไปล้างมือ แล้วกลับเข้ามาในบ้าน
เวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมง พี่น้องที่กินเลี้ยงอยู่ข้างนอกแยกย้ายกันกลับไปหมดแล้ว
ตอนที่ถงเจ้าออกไปซื้อพลั่ว ได้กำชับก่งซาไว้แล้วว่า กินเสร็จให้พาพี่น้องแยกย้ายกันไปเลย ไม่ต้องมารบกวน
ตรอกฮว๋ายฮวายามดึกเงียบสงัดจนน่าขนลุก
หีบเหล็กวางอยู่บนโต๊ะแปดเซียน เซี่ยงเยว่กอบเหรียญเงินแล้วเท “ซ่า” ลงบนโต๊ะ
“อาเจ้า มาช่วยกันนับดูว่ามีเท่าไหร่”
เซี่ยงเยว่สั่งงาน “คัดแบบที่ดูแปลกๆ แยกออกมา ไอ้เสือเอ็งออกไปกลบหลุมข้างนอกซะ”
สามคนแบ่งงานกันทำ งานเลยเดินเร็ว
ไม่นานถงเจ้าก็นับเสร็จ เขาเดินมาหาเซี่ยงเยว่ ยื่นเหรียญเงินเหรียญหนึ่งให้
“พี่เยว่ ของผมมีทั้งหมด 428 เหรียญ เหรียญนี้ดูแปลกๆ ด้านหลังมีรูปมังกรด้วย”
เซี่ยงเยว่รับเหรียญมาพิจารณาดู มือที่ถือเหรียญสั่นระริก
“นี่... นี่มัน!”
ภาพวิดีโอการประมูลในชาติที่แล้วผุดขึ้นมาชัดเจน
เหรียญมังกรบิน (Flying Dragon Dollar) แบบเดียวกันเป๊ะ ราคาปิดประมูลมีเลขศูนย์ต่อท้ายเจ็ดตัว
เขารีบกระดกน้ำแร่เย็นเจี๊ยบไปครึ่งขวด น้ำเย็นๆ ไหลลงคอ หกเลอะเสื้อเชิ้ตเปียกชุ่ม
ยังไม่ใช่เวลามาตื่นเต้น ต้องนับเหรียญให้เสร็จก่อน
ตอนที่เซี่ยงเยว่กำลังจะนับเสร็จ กล่องเล็กๆ ที่ก้นหีบก็ดึงดูดสายตาเขา
มีของอีก!
เขาค่อยๆ หยิบกล่องขึ้นมา ถงเจ้าก็ชะโงกหน้าเข้ามาดู
กล่องขนาดเท่าฝ่ามือผู้หญิง แบนๆ ทรงโบราณทำจากทองเหลืองชุบทอง
บนกล่องประดับด้วยไข่มุกเม็ดเล็กและหินเทอร์ควอยซ์ เรียงเป็นลวดลายวิจิตร
เซี่ยงเยว่ค่อยๆ เปิดกล่องออก สีเขียวเข้มบาดตากระแทกเข้าใส่
กำไลหยก
กำไลหยกสีเขียวมรกตทั้งวง เนื้อแก้วใสกระจ่าง แม้แต่คนดูหยกไม่เป็นอย่างเซี่ยงเยว่ยังรู้ว่ามูลค่าต้องมหาศาลแน่
ถงเจ้ากดชัตเตอร์ “แชะๆๆ” รัวๆ ถ่ายภาพกำไลและเหรียญมังกรบินจากทุกมุม
“พี่เยว่ พวกเราดูของพวกนี้ไม่เป็น พรุ่งนี้ส่งรูปให้ลุงฉวนดูดีกว่า ให้แกช่วยดูให้”
เซี่ยงเยว่พยักหน้า ค่อยๆ วางกำไลกลับลงในกล่องเครื่องประดับอย่างระมัดระวัง
เหลียนหูที่เปลือยท่อนบนเดินกระแทกเข้ามา เหงื่อไหลโชกตามมัดกล้ามท้อง
“พี่เยว่ ของมีค่าไหม?” เหลียนหูปาดเหงื่อบนหน้า ยิ้มแป้นถาม
เซี่ยงเยว่ส่งผ้าขนหนูให้ “รีบเช็ดตัวซะ วันนี้ก่อนนอนต้องอาบน้ำ ห้ามขี้เกียจ”
“ยังไม่รู้ราคาที่แน่นอน พรุ่งนี้ค่อยให้ลุงฉวนดู”
เหลียนหูรับผ้าขนหนูมา เดินไปหลังบ้านอย่างว่าง่าย เขาจะไปตักน้ำบ่อมาอาบ
ของจะราคาเท่าไหร่เขาไม่สนใจหรอก ยังไงพี่ชายสองคนก็เลี้ยงดูเขาอยู่แล้ว เขาแค่เชื่อฟังคำสั่งพี่ก็พอ
เซี่ยงเยว่กับถงเจ้านั่งลงบนเก้าอี้เริ่มคำนวณยอด ถงเจ้าจดบันทึกลงในสมุดโน้ตยิกๆ
เหรียญเงินธรรมดา 1,231 เหรียญ เหรียญมังกรบินรุ่นลายเซ็น (Signed Flying Dragon) 1 เหรียญ กำไลหยกหนึ่งวง
“อาเจ้า สองสามวันนี้แกคงต้องเหนื่อยหน่อย ไปหาซื้อกล่องใส่เหรียญมาซีลเก็บไว้ สภาพเหรียญสำคัญมาก ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีราคา แต่ต่อไปราคาพุ่งแน่นอน”
ตอนนี้เหรียญเงินพันกว่าเหรียญขายไปก็ได้แค่แสนกว่าๆ
แต่อีกสิบกว่าปีให้หลัง เหรียญหยวนซื่อไข่ธรรมดาๆ เหรียญเดียวยังปาไปพันกว่าหยวน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าวันนี้เขาแค่คัดแยกคร่าวๆ เผลอๆ ข้างในอาจจะมีเหรียญรุ่นหายากปนอยู่อีก
เซี่ยงเยว่ตัดสินใจแล้วว่าจะเก็บทั้งหมดไว้ก่อน ยังไม่ขาย รอให้ตั้งตัวได้แล้วค่อยเอาเหรียญพวกนี้แจกให้พี่น้องเอาไว้ดูเล่น
“ได้ครับ” ถงเจ้ารับคำ
หมอกยามเช้ายังไม่จางหาย เซี่ยงเยว่คาบปาท่องโก๋ไว้ในปาก ผลักประตูรั้วออกมา เกือบชนคนเข้า
ยายหลิวกำลังลากชายหนุ่มหน้าตาบวมปูดคนหนึ่งมาด้วย
“ท่านประธานเซี่ยง!” ยายหลิวฟาดหลังลูกชายดังป้าบ จนไอ้หนุ่มเซถลา “รีบกราบผู้มีพระคุณซะ!”
เหลียนหูกำลังนั่งยองๆ แปรงฟันอยู่ในลานบ้าน ฟองเต็มปาก พูดอู้อี้ “เชรด! มาหาเรื่องแต่เช้าเลยเรอะ?”
ถงเจ้าจ้องรอยฟกช้ำบนหน้าชายหนุ่ม สีแบบนี้เขาคุ้นดี เดือนที่แล้วตอนยกพวกตีกัน เหลียนหูชอบเล็งที่โหนกแก้ม วันรุ่งขึ้นก็สีประมาณนี้แหละ
“แม่!” ชายหนุ่มหน้าแดงก่ำ พยายามหดตัวหนี คอเสื้อเชิ้ตแทบจะขาด
เซี่ยงเยว่หรี่ตามองสำรวจ
แว่นกรอบทอง สูทตัวเล็กๆ สูทยับยู่ยี่เหมือนผักดอง แต่รองเท้าหนังขัดเงาวับ
ทรงผู้ดีจอมปลอมมาตรฐานเลย
“ท่านประธานเซี่ยง นี่ลูกชายยายเอง ชื่อเฉินเหวิน เมื่อก่อนเป็นครูสอนภาษาอังกฤษมัธยม ตอนนี้ตกงาน ขับรถเป็น! พูดภาษาฝรั่งได้!”
ยายหลิวล้วงกล่องข้าวอลูมิเนียมออกจากถุงผ้า เปิดออกมาเป็นเนื้อวัวตุ๋นซอสเต็มกล่อง
“เอาไว้กินกับมื้อเช้านะคะ ท่านลองดูว่าจะรับมันไว้ทำงานได้ไหม ให้ล้างส้วมก็ได้! ถ้าดื้อ ท่านจัดการได้เลย!”
ตาแก่จ้าวแผงซ่อมรถข้างบ้านชะโงกหน้าออกมา ประแจในมือร่วง “เคร้ง”
ค้ามนุษย์! ไอ้พวกนรกส่งมาเกิด โคตรเหิมเกริมเลย
เฉินเหวินหดคอจนแทบจะมุดหายเข้าไปในปกเสื้อสูท เขามองเหลียนหูหน้าตาถมึงทึง
“แม่... นี่บริษัทถูกกฎหมายแน่เหรอ...”
พูดยังไม่ทันจบก็โดนยายหลิวเตะเข้าให้หนึ่งที
“ถูกกฎหมายสิ! ท่านประธานเซี่ยงทำธุรกิจถูกต้อง! เมื่อวานตำรวจยังชมเลยว่าชอบช่วยเหลือสังคม!”
ถงเจ้าเงยหน้าจากสมุดบัญชี “ครูสอนภาษาอังกฤษ? งั้นก็จบปริญญาตรีสิ”
เขาพลิกดูบัตรข้าราชการครูที่ฉีกขาดของเฉินเหวิน “ฉันกำลังขาดผู้ช่วยอยู่พอดี”
ต่อไปงานจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ เขาคนเดียวดูแลไม่ไหว ในทีมต้องมีคนมีความรู้บ้าง!
เซี่ยงเยว่ถลึงตาใส่ ไอ้หนอนหนังสือคนนี้ เมื่อวานยังบ่นว่าในทีมการศึกษาต่ำอยู่เลย
“ซ่อมรถเป็นไหม?” เหลียนหูบ้วนปาก น้ำกระเด็นไปโดนรองเท้าหนังของเฉินเหวิน
เห็นอีกฝ่ายส่ายหน้า เขาเบ้ปาก “งั้นจะมีประโยชน์ห่าอะไร?”
เฉินเหวินยืดตัวตรงทันที “ผ... ผมเรียนคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเองด้วยครับ!”
ตาของเซี่ยงเยว่ลุกวาว
ลูกน้องในแก๊งมีความจงรักภักดีก็จริง แต่การศึกษาน้อยไปหน่อย คอมพิวเตอร์นี่ดีเลย ต่อไปเป็นยุคอินเทอร์เน็ต
เขานึกถึงสมบัติที่ขุดได้เมื่อคืน ตอบแทนบุญคุณยายหลิวหน่อย รับไอ้หมอนี่ไว้ก็ไม่เสียหาย
เซี่ยงเยว่เช็ดน้ำมันที่ปาก “พรุ่งนี้ใส่ชุดกีฬามาทำงาน ชุดนายตอนนี้เหมือนคนขายประกัน”
พูดจบก็หันไปตะคอกใส่เหลียนหู “เก็บมีดสปาร์ตาของแกไปซะ! อย่าทำเด็กใหม่เสียคน เราเป็นบริษัทถูกกฎหมาย!”
เฉินเหวินมองมีดสปาร์ตาที่เอวเหลียนหู ถามเสียงอ่อย “แล้ว... เงินเดือน...”
ยายหลิวตบหลังเฉินเหวินอีกฉาดใหญ่
“เงินเดือนอะไร ไม่เอาเงินเดือนแกก็ต้องทำ ท่านประธานเซี่ยงจะปล่อยให้แกอดตายหรือไง?”
คนแก่ผ่านโลกมาเยอะ จากที่ได้สัมผัสเมื่อวาน แกดูออกว่าพวกเซี่ยงเยว่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เห็น
ตัวเองแก่แล้ว คุมลูกไม่อยู่ ขืนปล่อยไว้ ลูกคงเสียคนแน่
ยอมบากหน้าเอาลูกมาฝากเซี่ยงเยว่ จะได้ไม่ต้องห่วงว่าไอ้ลูกชายตัวดีจะไปก่อเรื่องที่ไหนอีก
แกรู้จักนิสัยเฉินเหวินดี มันปอดแหกจะตาย
ในตรอกฮว๋ายฮวา ป้าอู๋ยังเม้าท์มอยกับตาแก่จ้าว “เด็กจบมหาลัยยังไปเป็นมาเฟีย โลกนี้มันอยู่ยากจริงๆ...”
...
กินมื้อเช้าเสร็จ เฉินเหวินรับหน้าที่คนขับ พาพวกเซี่ยงเยว่และเหลียนหูมุ่งหน้าสู่ “กู๋จินเก๋อ” (หออดีตปัจจุบัน)
แต่เช้าตรู่ ถงเจ้าได้รับข้อความจากลุงฉวนว่า ของดีมีราคา แต่ต้องเห็นของจริงถึงจะบอกรายละเอียดได้
“กู๋จินเก๋อ” ของลุงฉวนซ่อนอยู่ข้างห้องน้ำตลาดสด
ในตู้กระจกวางโชว์ “อุลตร้าแมนสมัยราชวงศ์โจวตะวันตก” และ “กะละมังสแตนเลสสมัยเฉียนหลง”
เซี่ยงเยว่พาเหลียนหูกับถงเจ้าเดินเข้าไปในร้าน ให้เฉินเหวินรอที่รถ
พอแหวกม่านลูกปัดเข้าไป ก็ได้ยินเสียงตะโกนลั่นร้าน
“ของปลอม! ไอ้ตุ๊กตาสามสีถังซานไฉ่ (เครื่องเคลือบดินเผาสามสีสมัยราชวงศ์ถัง) ตัวนี้ข้างในยังมีป้าย 'สินค้าอี้อู' (แหล่งขายส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดราคาถูก) ติดอยู่เลย!”
เซี่ยงเยว่มองดูดีๆ แทบกลั้นขำไม่อยู่
ชายวัยกลางคนท่าทางซื่อๆ คนหนึ่ง กอดอูฐเคลือบสามสีเทียมยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์
ถ้าจำไม่ผิด อูฐสามสีถังซานไฉ่ของจริงน่าจะจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม
ไอ้ตัวบนเคาน์เตอร์นี่ใหม่กว่าของในวังเยอะ สีสันสดใสแสบตา
นี่ไม่เนียนเลยสักนิด!
ลุงฉวนเห็นเซี่ยงเยว่มา ก็รีบไล่ชายคนนั้นไป
แกมุดออกมาจากใต้เคาน์เตอร์ ในมือถือไฟฉายส่องพระ
“พี่เยว่! รีบ... รีบเอาออกมาให้ลุงดูหน่อย”
ลุงฉวนอายุหกสิบกว่า ใส่ชุดคลุมยาวดูน่าเกรงขาม
สมัยหนุ่มๆ แกเคยโดนจับข้อหาค้าของเก่าเถื่อน พอออกมาก็โดนรังแกบ่อยๆ เซี่ยงเยว่เคยช่วยแกไว้หลายครั้ง
แกเลยตัดสินใจเปิดร้าน “กู๋จินเก๋อ” ในเขตซิ่วหมิงที่เซี่ยงเยว่คุมอยู่
ขายแต่ “งานศิลปหัตถกรรม” เป็นลูกค้าขาประจำของสถานีตำรวจ
เซี่ยงเยว่ทั้งสามเดินเข้าไปในห้องด้านใน ถงเจ้าหยิบเหรียญมังกรบินออกมาจากเป้
แว่นขยายของลุงฉวนร่วง “เคร้ง” ลงบนตู้กระจก