เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ชั้นเรียนระดับสูงสู่องค์กร ‘เงา’

บทที่ 7 ชั้นเรียนระดับสูงสู่องค์กร ‘เงา’

บทที่ 7 ชั้นเรียนระดับสูงสู่องค์กร ‘เงา’


บทที่ 7 ชั้นเรียนระดับสูงสู่องค์กร ‘เงา’

ในเช้าวันต่อมา

โม่ซิ่วนั่งอยู่ที่โต๊ะของเขาและฟังเจิ้งอี้พูดโม้ไม่หยุด

นักเรียนทั้งห้องเรียนนั้นเข้ารายล้อมพวกเขาทั้งสองคนเพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้

"นายเจิ้ง ฉันได้ยินว่าพวกนายเอาชนะปีศาจได้เมื่อวานนี้น่ะเป็นจริงเรอะ?"

เจิ้งอี้นั่งอยู่ที่โต๊ะเงยหน้าขึ้น "แน่นอนสิ พวกนายไม่เห็นเหรอว่าฉันกับโม่ซิ่วเก่งแค่ไหน พวกเราจัดการกับปีศาจนั่นได้อย่างง่ายดายและทำให้มันคุกเข่าอ้อนวอนได้เลยทีเดียว"

โม่ซิ่วเอาหมวกคลุมหัวตัวเองเพราะไม่อยากฟังต่อ

ปีศาจตัวนั้นจัดการได้ง่ายตรงไหนกัน เจิ้งอี้เองก็ใช้พลังของตัวเองจนหมดตั้งแต่เมื่อวาน ถ้าไม่ใช่เพราะทุกคนช่วยกัน เขาก็น่าจะยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยซ้ำ

การโม้ของเจิ้งอี้เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มโม้ตั้งแต่ต้นจนจบ นอกจากนี้เขาบอกว่าเขาวางแผนตั้งแต่ที่ปีศาจอินทรีปรากฏตัวและรู้ว่าปีศาจอินทรีจะเคลื่อนไหวอย่างไรตั้งแต่มันโผล่มา

ตอนแรกโม่ซิ่วนั้นก็อยากจะเมินเขา แต่เขาไม่สามารถหยุดเจิ้งอี้โม้ได้ และหลังจากนั้นเจิ้งอี้ก็หันมาและพูดว่า "ฉันพูดถูกใช่ไหม โม่ซิ่ว"

โม่ซิ่วทำได้เพียงพยักหน้าแบบงงๆแล้วตอบว่า "อื้อ ใช่ นายพูดถูกแล้วล่ะ"

แต่หลังจากนั้นไม่นานอาจารย์ประจำชั้นกาวเฉียนก็เดินเข้ามาในห้องเรียน

เช่นเคย กาวเฉียนยังคงพูดคำกำลังใจกับทุกคนก่อนที่ปล่อยให้พวกเขาไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง

ก่อนที่อาจารย์กาวเฉียนจะจากไป เขาได้เรียกโม่ซิ่วกับเจิ้งอี้ให้ตามไปด้วย หลังจากที่โดนตามตัวมา เจิ้งอี้จึงมีท่าทีเหมือนยืนยันคำพูดของตัวเองอยู่ว่า "เห็นไหม! ที่ฉันพูดน่ะเป็นเรื่องจริง ขนาดพวกอาจารย์ยังต้องมาหาฉันเพื่อฟังเรื่องจากฉันเลย"

ทั้งสองคนเดินตามอาจารย์กาวเฉียนเข้าไปในห้องทำงาน พออาจารย์กาวเฉียนนั่งลงเขาก็ชี้ไปที่เก้าอี้ด้านหลังตัวเองและบอกว่า "นั่งลงก่อนสิ"

"วันนี้ฉันให้พวกนายมาที่นี่เพราะอยากจะบอกว่า พวกเราสืบกันทั้งคืนแต่ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย ดังนั้นพวกเราจึงไม่สามารถยืนยันที่มาของปีศาจอินทรีได้"

โม่ซิ่วพยักหน้า เนื่องจากเขาและเจิ้งอี้ได้เข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ดังนั้นโรงเรียนจึงต้องบอกความจริงกับพวกเขา

"อีกอย่าง ทางโรงเรียนมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะยกย่องพวกนายทั้งสองคนต่อหน้านักเรียนทุกคนและจะพยายามหาทางช่วยเหลือให้พวกนายให้ได้คะแนนพิเศษสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย"

พอได้ยินคำว่าคะแนนพิเศษสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แววตาของโม่ซิ่วและเจิ้งอี้จึงเปล่งประกายขึ้น เจิ้งอี้นั้นอดไม่ได้ที่จะถามว่า "อาจารย์ครับ แล้วมันจะได้กี่คะแนนเหรอครับ?!"

อาจารย์กาวเฉียนส่ายหัว "อันนี้ก็ยังไม่แน่นอนนัก แต่ในเมื่อฉันบอกพวกนายไปแล้ว พวกนายก็ไม่ต้องกังวลหรอก"

โม่ซิ่วเองก็อดตื่นเต้นไม่ได้เหมือนกัน ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่จะโดนยกย่องต่อหน้าโรงเรียน แต่ไม่คิดว่าจะมีเรื่องคะแนนพิเศษสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเข้ามาเกี่ยวด้วย

อาจารย์กาวเฉียนจึงพูดต่อ "แล้วก็ ถ้าหากมีความคืบหน้าในการสืบสวนเรื่องปีศาจอินทรี พวกเราจะแจ้งให้พวกนายรู้ก่อนทันที"

ทั้งสองคนจึงพูดพร้อมกันว่า "ขอบคุณครับท่านอาจารย์"

กาวเฉียนผายมือเบาๆ “พวกนายไม่ต้องขอบคุณหรอก พวกนายทั้งสองคนต่างหากที่สมควรได้รับมัน”

“เจิ้งอี้ นายน่ะกลับไปก่อนเถอะ ส่วนโม่ซิ่วอยู่คุยกับฉันต่ออีกสักหน่อยนะ”

ทั้งสองคนลุกขึ้นพร้อมกัน แต่เมื่อได้ยินอาจารย์กาวเฉียนเรียกโม่ซิ่วให้อยู่ต่อ เจิ้งอี้จึงกลับไปนั่งลงตามเดิม

โม่ซิ่วไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์กาวเฉียถึงต้องการให้เขาอยู่ที่นี่ต่อ?

หลังจากที่เจิ้งอี้เดินออกไป สีหน้าจริงจังของอาจารย์กาวเฉียนก็เปลี่ยนไปทันที “โม่ซิ่ว นายเก่งกาจจริงๆฉันไม่คิดเลยว่าจะได้พบเจอกับผู้ที่มีความสามารถระดับเดียวกับอาจารย์ถังแบบนี้ได้”

โม่ซิ่วสงสัย “อาจารย์ถังงั้นหรือ?”

อาจารย์กาวเฉียนจึงพิงเก้าอี้และพูดต่อ “เอาล่ะ หลังจากนี้ให้เป็นข้อความที่อาจารย์ถังฝากข้ามาบอกกับนาย เพราะเขาได้แนะนำให้นายเข้าร่วมชั้นเรียนพิเศษระดับสูงอีกด้วย นี่นายยังไม่รู้ตัวอีกงั้นเหรอ?”

โม่ซิ่วยิ่งงงหนัก ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

“อาจารย์กาวเฉียน อาจารย์พูดเรื่องอะไรกัน? ผมไม่รู้จักอาจารย์ถังจริงๆและไม่เคยได้ยินเรื่องของชั้นเรียนพิเศษระดับสูงด้วย ถ้าหากว่าเรื่องนี้เป็นความลับ ผมจะไม่บอกใครแน่นอน”

สำหรับโม่ซิ่วแล้ว เห็นได้ชัดว่าอาจารย์กาวเฉียนต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถปฏิเสธในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้จักได้เลย

หลังจากที่ฟังโม่ซิ่วพูด อาจารย์กาวเฉียนจึงเงียบเสียงลงราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“เอ่อ... ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับอาจารย์”

“อย่าเพิ่งไป ฉันคิดว่าฉันไม่ได้ตามผิดคนหรอก แต่ในเมื่อนายยังไม่รู้รายละเอียดฉันก็จะเล่าให้ฟังเอง”

โม่ซิ่วพยักหน้ารับ

“ไม่สำคัญว่านายจะรู้จักอาจารย์ถังหรือไม่ แต่โอกาสที่จะได้เข้าชั้นเรียนพิเศษระดับสูงนั้นถือว่าหาได้ยากยิ่ง นายอาจไม่เคยได้ยินชื่อชั้นเรียนพิเศษระดับสูงนี้มาก่อน แต่นายคงเคยได้ยินชื่อองค์กร ‘เงา’ สินะ?”

ดวงตาของโม่ซิ่วเบิกกว้างขึ้น องค์กร ‘เงา’ นั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นองค์กรที่สังกัดอยู่กับสมาคมแต่ไม่ได้ถูกข้อจำกัดของสมาคมบังคับ ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นองค์กรที่หลายคนใฝ่ฝันที่จะเข้าร่วม

องค์กร ‘เงา’ นั้นเปรียบเหมือนผู้เก็บกวาดที่อยู่เบื้องหลัง พวกเขาจะได้รับอิสระในการเลือกที่จะรับภารกิจหรือไม่ก็ได้ นอกจากนี้องค์กร ‘เงา’ จะถูกเรียกตัวมารวมกันเฉพาะเวลาที่สมาคมต้องการให้พวกเขาไปปฏิบัติภารกิจสำคัญเท่านั้น ถึงอย่างนั้น องค์กร ‘เงา’ ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธภารกิจได้

นั่นเท่ากับว่าพวกเขามีทั้งอำนาจและเงินทอง และยังมีอิสระในเรื่องเวลา ตราบใดที่ไม่ต้องการทำ พวกเขาก็สามารถเลือกที่จะไม่รับแม้แต่ภารกิจเดียวเลยก็ยังได้

“ถ้าองค์กร ‘เงา’ ผมน่ะรู้จักครับ แต่ชั้นเรียนพิเศษนี่มันเกี่ยวอะไรกับองค์กร ‘เงา’ หรือครับ?”

“ถ้านายเรียนจบจากชั้นเรียนพิเศษระดับสูง นายจะมีโอกาสสูงมากที่จะได้กลายเป็นสมาชิกขององค์กร‘เงา’ โดยตรง”

โม่ซิ่วถึงกับอึกอักไปครู่หนึ่ง "เอ่อ... ผมมีคำถามครับ"

"อะไรเรอะ?" กาวเฉียนถามกลับ

"อาจารย์ถังคือใครครับ? ผมไม่รู้จักเขาเลย แล้วทำไมเขาถึงแนะนำให้ผมไปเรียนชั้นเรียนพิเศษระดับสูงล่ะครับ?"

กาวเฉียนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบ "ถ้าท่านไม่ประสงค์ให้นายรู้ นายก็อย่าถามเลย เพราะเดี๋ยวนายก็ได้เจอกับท่านเองนั่นแหละ"

"เอ่อ…ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปก่อนนะครับ"

"อืม แต่ว่าเรื่องนี้ห้ามบอกไปใครทั้งนั้นรวมถึงครอบครัวของนายด้วย บอกทุกคนไปว่านายถูกส่งไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เมืองอื่นก็พอแล้ว"

ยิ่งคุยมากเท่าไหร่ โม่ซิ่วก็ยิ่งรู้สึกว่าชั้นเรียนพิเศษระดับสูงนี้ไม่ธรรมดา และเมื่อดูจากคำพูดที่อาจารย์กาวเฉียนบอกกับเขา มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะโกหกเขาเลยแม้แต่น้อย

"ครับ..." โม่ซิ่วตอบกลับเบาๆ

พอกลับเข้ามาในห้องเรียนอีกครั้งก็ถึงเวลาพักกลางวันแล้ว ซึ่งเจิ้งอี้ก็เห็นโม่ซิ่วเดินกลับเข้ามาพร้อมกับอาจารย์กาวเฉียน ดังนั้นเขาจึงรีบเข้ามาถามว่าอาจารย์กาวเฉียนคุยอะไรกับโม่ซิ่ว

โม่ซิ่วเล่าไปตามที่อาจารย์กาวเฉียนบอก ถึงเรื่องที่เขาจะถูกส่งไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน

"โห! เจ๋งอะ นี่ฉันเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนักเรียนแลกเปลี่ยนเลยนะ ว่าแต่นายไปเมืองไหน โรงเรียนอะไรงั้นเหรอ?" เจิ้งอี้ถามด้วยความตื่นเต้น

โม่ซิ่วเหลือบไปมองเจิ้งอี้ด้วยความรู้สึกเหมือนเพื่อนกำลังจับโป๊ะ "นี่นายไม่รู้จริงๆเหรอว่าฉันจะไปโรงเรียนไหนน่ะ?"

เจิ้งอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอึกอักๆ "อ๋อ... รู้สิ แน่นอนต้องรู้อยู่แล้ว..."

หลังจากนั้น โม่ซิ่วได้เดินออกไปทิ้งไว้แค่เจิ้งอี้ที่ยังคงพึมพำกับตัวเองอยู่ไม่หยุด

โม่ซิ่วพูดประโยค "ไม่รู้จริงๆเหรอว่าฉันจะไปโรงเรียนไหน" ด้วยเจตนาแฝง เพราะเขารู้ดีว่าเพื่อนอย่างเจิ้งอี้จะต้องทำเป็นรู้ดีและถามเขาทีหลังแน่ๆหากคิดไม่ออก

….

เนื่องจากสนามฝึกซ้อมอยู่ในระหว่างการบำรุง จึงไม่มีการฝึกซ้อมในช่วงบ่าย ดังนั้นโม่ซิ่วจึงเก็บของและเตรียมจะกลับบ้าน

หลังจากแยกกับเจิ้งอี้แล้วโม่ซิ่วที่เพิ่งเดินออกจากประตูโรงเรียนก็ถูกผู้หญิงคนหนึ่งขวางเอาไว้

“สวัสดีค่ะรุ่นพี่โม่ หนูขอรบกวนเวลารุ่นพี่สักครู่ได้ไหมคะ?”

“เธอเป็นใครน่ะ?”

“อ๋อ หนูชื่อเย่เฉียนค่ะ หนูคือคนที่รุ่นพี่ช่วยเมื่อวานน่ะ เมื่อวานต้องขอบคุณมากจริงๆนะคะ หนูเลยบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

โม่ซิ่วลูบหัวตัวเองเบาๆและเริ่มจำได้แล้วว่าเธอคือเด็กผู้หญิงที่ถูกปีศาจอินทรีจับตัวไว้เมื่อวานนี้ ดังนั้นไม่แปลกใจเลยที่เธอจะดูหน้าคุ้นๆ

“แล้วมีอะไรทำไมถึงได้มาหาพี่ล่ะ?”

เย่เฉียนไพล่มือไว้ด้านหลังและก้มหน้าลงโดยที่ไม่กล้ามองโม่ซิ่ว

เมื่อเห็นว่าเย่เฉียนไม่ตอบ โม่ซิ่วจึงถามอีกครั้ง

"แล้วหนูมีอะไรถึงได้มารอพี่ตรงนี้งั้นเหรอ?"

เมื่อเย่เฉียนได้ยินคำถามของโม่ซิ่วอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเธอจะรู้สึกตัวและร่างกายของเธอก็สั่นไปทั้งร่างก่อนที่เธอจะยื่นมือออกมาจากด้านหลัง

เธอถือถุงกระดาษไว้ในมือและเธอก็รีบมอบมันให้กับโม่ซิ่วทันที

“ขอบคุณมากนะคะรุ่นพี่ หนูเอาของชิ้นนี้มาให้รุ่นพี่ค่ะ!”

หลังจากนั้นเธอก็หันหลังกลับและวิ่งออกไปทันที...

จบบทที่ บทที่ 7 ชั้นเรียนระดับสูงสู่องค์กร ‘เงา’

คัดลอกลิงก์แล้ว