เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 : ปีศาจอินทรีบุก!

บทที่ 4 : ปีศาจอินทรีบุก!

บทที่ 4 : ปีศาจอินทรีบุก!


บทที่ 4 : ปีศาจอินทรีบุก!

เจิ้งอี้ซึ่งกําลังเดินอยู่ก็เริ่มรู้สึกโกรธเล็กน้อยเมื่อเห็นโม่ซิ่วหยุดเดินอีกครั้ง

“โม่ซิ่ว นี่นายเป็นบ้าอะไรของนายอีกเนี่ย?! รีบกลับเข้าโรงเรียนได้แล้ว!”

"อะ..เอ้อ โทษทีนะ"

หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินไปจนถึงห้องเรียน

เนื่องจากการสอบเข้าวิทยาลัยกําลังจะเริ่มขึ้น พวกเขาจึงต้องศึกษาด้วยตัวเองในตอนเช้า จากนั้นพวกเขาจะไปที่สนามฝึกซ้อมในตอนบ่าย

โม่ซิ่วซึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งของเขากำลังตรวจสอบพลังของเขาอย่างละเอียด

พลังติดตัวนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ในขณะเดียวกันพลังเนตรแห่งพระเจ้ากลับหายไปและถูกแทนที่ด้วยพลังก้าวข้ามขีดจำกัด

หลังจากที่คิดเรื่องนี้ โม่ซิ่วจึงรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้ที่ทุกสิ่งที่เขาเห็นเมื่อคืนนั้นอาจเป็นจริงๆ ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาได้เลือกพลังถึงสามอย่างจริงๆ

เขามีพลังติดตัวหนึ่งอย่างและพลังที่ใช้ใส่ผู้อื่นได้อีกสองอย่าง ถ้าหากเป็นปกติเขาจะเห็นพลังปรากฎอยู่เพียงพลังเดียว แต่ด้วยผลของพลังติดตัวนั่นคือการบิดพลิ้วซึ่งหมายถึงกับสลับพลังทั้งสองอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้เงื่อนไขในการเปลี่ยนพลังและไม่สามารถเปลี่ยนพลังที่ใช้งานอยู่ได้โดยอัตโนมัติ

“พลังติดตัวของฉันมันใช้ยังไงกันแน่?”

จู่ๆโม่ซิ่วก็ลุกขึ้นและวิ่งออกจากห้องเรียนไปที่ห้องสมุด

นักเรียนชั้นม. 6 นั้นสามารถเลือกเรียนในห้องสมุดได้เช่นกัน แต่เนื่องจากการสอบเข้าวิทยาลัยในตอนนี้จึงเน้นไปที่ความสามารถในการต่อสู้และความแข็งแกร่งด้านพลังของพวกเขา ดังนั้นโดยปกติแล้วจึงไม่มีคนมาที่ห้องสมุดมากนัก

ตลอดทั้งช่วงเช้า โม่ซิ่วอ่านหนังสือไปหลายเล่ม แต่เขาก็ไม่พบบันทึกใดๆที่บันทึกถึงพลังติดตัวเลย

พลังเดียวที่ถูกกล่าวถึงและคล้ายกับพลังติดตัวของเขาคือพลังของสัตว์ร้าย

สัตว์ร้ายนั้นไม่ได้มีแค่สี่พลังเหมือนมนุษย์ พวกมันมีแค่พลังเดียวเท่านั้นแต่มันเป็นพลังที่ทรงพลังสูงสุด

นับตั้งแต่ที่อุกกาบาตได้ตกลงมาในโลกมนุษย์ ทั้งมนุษย์และสัตว์ก็กลายพันธุ์ ซึ่งความสามารถทางกายภาพของทั้งสองเผ่าต่างก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ความฉลาดของสัตว์ยังเพิ่มขึ้นอย่างมากและพวกมันได้ต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆมานานกว่าสิบปีแล้ว

แต่หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ทำการลงนามในข้อตกลงที่จะไม่แทรกแซงซึ่งกันและกัน ดังนั้นมนุษย์จึงอาศัยอยู่ในแผ่นดินใจกลางโลกในขณะที่พวกสัตว์นั้นจะอาศัยอยู่บริเวณรอบนอก

แม้ว่าจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่การต่อสู้ดังกล่าวก็เป็นเพียงการเผชิญหน้าโดยบังเอิญเท่านั้น ซึ่งนี่เป็นเหตุผลว่าทําไมมนุษย์ถึงใช้ชีวิตค่อนข้างสบาย

หลังจากที่ค้นหาอยู่นาน โม่ซิ่วก็นั่งบนเก้าอี้อย่างหดหู่

เขาไม่รู้ว่าควรทําอย่างไร? นอกจากนี้พลังติดตัวก็ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน ถ้าเป็นแบบนั้นเขาจะใช้พลังพลิ้วอีกครั้งได้อย่างไร?

“ไงนักเรียน อ่านหนังสือหลายเล่มขนาดนี้กำลังอยากรู้อะไรอยู่รึเปล่า?”

ความคิดของโม่ซิ่วถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของผู้สูงอายุคนหนึ่งอย่างกะทันหัน เขาเงยหน้าขึ้นมองและเห็นว่าเป็นบรรณารักษ์ที่ดูแลห้องสมุด

“อ่า…ครับ ผมมีบางเรื่องที่ผมคิดเท่าไหร่ก็ไม่ออกจริงๆอยู่เรื่องนึง”

ชายชราคนนั้นค่อยๆนั่งลงและหยิบหนังสือจากมือของโม่ซิ่วก่อนจะปิดมันและวางไว้ใต้ฝ่ามือของเขา

“ไหนว่ามาสิ ฉันน่ะอยู่ที่นี่มาเป็นสิบปีแล้วและคุ้นเคยกับทุกคนที่อยู่ที่นี่ด้วย”

“ทุกคน? ที่นี่มันมีแต่หนังสือไม่ใช่เหรอ?”

แม้โม่ซิ่วจะรู้สึกสงสัย แต่เขาก็ยังคงถามคําถามของเขา "ผมขอถามหน่อยได้ไหมว่ามีพลังมันมีทั้งหมดกี่ประเภท?"

ชายชราตอบช้าๆว่า "พลังได้ถูกแบ่งออกเป็นประเภทการปล่อยพลัง พลังที่คงสภาพ พลังที่ใช้ได้ครั้งเดียว และพลังที่สามารถแปรผันตามสถานการณ์ได้"

"แล้วประเภทย่อยลงไปกว่านี้ล่ะ?"

เห็นได้ชัดว่าโม่ซิ่วจะไม่ถามตรงๆว่าพลังติดตัวคืออะไร ดังนั้นโม่ซิ่วจึงค่อยๆถามลงลึกไปทีละขั้น

"มีพลังประเภทการโจมตี พลังประเภทการตรวจจับ พลังประเภทสร้างความสับสน และพลังประเภทพิเศษ"

"แล้วมีประเภทที่ย่อยลงไปกว่านี้อีกไหม?"

“มีพลังที่สามารถพัฒนาได้และพลังที่ไม่สามารถพัฒนาได้”

"แล้วประเภทที่ใหญ่กว่านั้นล่ะ!"

“นี่! นายอยากถามอะไรกันแน่?”

โม่ซิ่วยืนขึ้นและเกาหัวของเขา “เอ่อ..เปล่าครับ ผมแค่สงสัยเท่านั้น ขอโทษนะครับที่รบกวน!”

"ฮึๆ ฉันรู้นะว่านายคิดอะไรอยู่"

โม่ซิ่วไม่เข้าใจว่าชายชราหมายถึงอะไร เขาจึงทําได้เพียงแค่ยิ้มและพยักหน้าก่อนจากไป

“พลังนั้นแบ่งออกเป็นพลังทั่วไปและพลังโดยกําเนิด ซึ่งพลังโดยกําเนิดนั้นไม่เพียงแต่ถูกครอบครองโดยสัตว์ร้ายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมนุษย์บางคนด้วยตัวอย่างเช่น...บุคคลระดับสูงในโลกนี้!”

โม่ซิ่วที่กําลังเดินจากไปถึงกับหยุดเดินเมื่อเขาได้ยินแบบนี้

แต่หลังจากนั้นโม่ซิ่วก็เร่งฝีเท้าของเขา

ในขณะเดียวกัน ชายชราก็ยืนเฝ้าดูขณะที่โม่ซิ่วเดินจากไปด้วยรอยยิ้มที่มุมปากราวกับว่าเขาได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจบางอย่าง

...

หลังจากที่โม่ซิ่วเดินออกมาจากห้องสมุด เขาก็ทานอาหารและมุ่งหน้าไปยังสนามฝึกซ้อม เขาต้องการทดสอบพลังก้าวข้ามขีดจำกัดหลังจากที่มีคนในสนามฝึกซ้อมน้อยๆก่อน

“พลังโดยกําเนิดที่ชายชราพูดถึงอาจจะเป็นพลังติดตัวก็ได้ แต่คนอย่างฉันจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกคนระดับสูงในโลกได้ยังไงกัน?”

เมื่อเขาคิดไม่ออก เขาจึงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป

เมื่อเขามาถึงสนามฝึกซ้อม ถึงแม้ว่าจะเป็นตอนเที่ยงแต่มันก็แออัดไปด้วยผู้คนแล้ว

แต่เนื่องจากเขามาถึงแล้ว โม่ซิ่วจึงทําได้เพียงฝึกไปตามปกติของเขาเท่านั้น นอกจากนี้พลังก้าวข้ามขีดจำกัดยังสามารถเพิ่มคุณสมบัติทั้งหมดของเขาขึ้น 100% ยิ่งคุณสมบัติพื้นฐานของเขาสูงเท่าไร ความสามารถของเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นหลังจากที่เขาใช้พลังก้าวข้ามขีดจำกัดของเขา

เมื่อเขามาถึงลู่วิ่งที่ทําขึ้นมาเป็นพิเศษ โม่ซิ่วได้เตรียมฝึกความเร็วและความอดทนของเขาจนหมดแรงตามปกติ จากนั้นเขาจะพักผ่อนเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะฝึกความแข็งแกร่งต่อไป

โม่ซิ่วได้ข้อสรุปว่าวิธีนี้สามารถทําให้เขาสามารถกระตุ้นศักยภาพของเขาและทําลายขีดจํากัดของเขาได้

แต่ก่อนที่โม่ซิ่วจะทันได้เริ่มฝึก เขาเห็นเจิ้งอี้วิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง

“นี่โม่ซิ่ว นายเป็นอะไรไปเนี่ย? จู่ๆทําไมนายถึงหายไปหลังจากคาบแรกล่ะ? ฉันอุส่าห์ออกไปตามหานายทุกที่แต่ก็ไม่เจอนายเลย”

โม่ซิ่วตอบช้าๆว่า "ฉันไปห้องสมุดเพื่อค้นหาข้อมูลบางอย่างน่ะ"

เจิ้งอี้เท้าเอวของเขาแล้วพูดว่า “ก็ได้ๆ ไม่เป็นไร...”

"ตู้มมมมม!!!"

ก่อนที่เจิ้งอี้จะทันได้พูดจบ ก็มีเสียงดังทะลุลงมาจากเพดาน

มีรูขนาดใหญ่บนเพดานเหล็กของสนามฝึกซ้อม จากนั้นร่างเงาสูงสามเมตรก็ตกลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับฝุ่นควันที่กระจาย

เมื่อฝุ่นควันเริ่มสลายไป ทุกคนในจึงเริ่มอุทาน

"อะไรกัน...นั่นมันสัตว์ร้ายงั้นเหรอ?"

โม่ซิ่วขมวดคิ้วและพูดว่า “นั่นคือปีศาจอินทรี! นอกจากนี้มันยังไม่ได้เข้าสู่โหมดพร้อมต่อสู้ด้วย เพราะฉะนั้นรีบหนีไปเร็วเข้า!”

เสียงของโม่ซิ่วนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาพูดคําว่า “รีบหนีไป” ทุกคนก็ถึงกับสะดุ้ง

เมื่อได้ยินคําเตือนของโม่ซิ่ว ทุกคนจึงตอบสนองและรีบวิ่งหนีออกไปที่ประตูทันที

โม่ซิ่วนั้นเคยเห็นปีศาจตัวนี้ในหนังสือมาก่อน ชื่อของมันคือปีศาจอินทรี มันมีนิสัยที่ฉุนเฉียวและพลังของมันคือการเปลี่ยนแปลง

ปีศาจอินทรีนั้นมีสองร่าง ร่างแรกคือร่างที่ใช้บินซึ่งพลังโจมตีจะลดลงเล็กน้อย

อีกร่างหนึ่งคือร่างหลังจากการเปลี่ยนแปลง ปีกของมันจะถูกหดกลับเข้าไปในร่างกายและแทนที่ด้วยแขนขาหน้าที่แข็งแรงสองข้าง หลังจากเปลี่ยนร่างแล้ว พลังของปีศาจอินทรีจะเพิ่มขึ้นและกลายเป็นปีศาจที่บ้าคลั่งทันที

แม้ว่าโม่ซิ่วจะพูดเตือนให้ทุกคนหนีไป แต่ทุกคนก็ยังใช้เวลานานเกินไปในการตอบสนอง ในขณะเดียวกันปีกสีดําของ ปีศาจอินทรีได้หายไปและถูกแทนที่ด้วยแขนขาสีเลือดคู่หนึ่ง

ปีศาจอินทรีพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและทันใดนั้นมันก็มาถึงประตูทางเข้าออกและขวางทางทุกคนเอาไว้

ทุกคนต่างตื่นตระหนกและมองไปที่โม่ซิ่ว แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าโม่ซิ่วจะเอาชนะปีศาจอินทรีได้

โม่ซิ่วที่เห็นแบบนั้นจึงก้มหน้าลงเล็กน้อยและโยนเสื้อแจ็คเก็ตของเขาลงกับพื้น

"ก็สวยสิ แน่จริงก็เข้ามาเลนไอ้ปีศาจอินทรี!!!"

จบบทที่ บทที่ 4 : ปีศาจอินทรีบุก!

คัดลอกลิงก์แล้ว