- หน้าแรก
- เส้นทางมาเฟียผู้พิทักษ์ จากนักเลงอิตาลีสู่ก๊อดฟาร์เธอร์แห่งนิวยอร์ก
- บทที่ 24 : บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์บางประการ
บทที่ 24 : บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์บางประการ
บทที่ 24 : บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์บางประการ
หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทั้งสองก็ไม่รั้งรออยู่นาน ปล่อยหน้าที่ให้ทีมพิสูจน์หลักฐาน แล้วเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ไปด้วยกัน
ที่ชั้นล่าง พวกเขาเจอลูค่าที่เพิ่งขับรถมาถึง
หลังทักทายกันสั้นๆ เมื่อลูค่ารู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็ขมวดคิ้ว "คุณนักสืบซอเมอร์เซต ผู้ตายข้างบนตายเพราะ 'ความหยิ่งผยอง' (Pride) เหรอครับ?"
วิลเลียมพยักหน้า "ใช่"
แววตาของลูค่าฉายความประหลาดใจ
นี่มันไม่ตรงกับเนื้อเรื่องเดิม บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์ทำงานซะแล้ว
ลูค่าจำได้ว่าเหยื่อรายที่สองในเนื้อเรื่องเดิมตายเพราะ "ความโลภ" (Greed) ซึ่งเป็นทนายความหน้าเงินที่รับว่าความให้โจรและคนข่มขืน
แต่ตอนนี้ "ความหยิ่งผยอง" ดันโผล่มาก่อน
ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเริ่มทำให้บางอย่างอยู่เหนือการควบคุม
วิลเลียมสังเกตเห็นสีหน้าของลูค่าได้อย่างรวดเร็ว "เกรโก้ คุณเจอเบาะแสอะไรที่บรอนซ์บ้างไหม?"
ลูค่าส่ายหน้า
เขายังช่วยลีอองสืบอยู่ ใกล้จะเจอตัวแล้ว แต่ฆาตกรก็ลงมือเร็วเหลือเกิน
เดวิดที่ร้อนวิชาอยากปิดคดีรีบชวน "คุณอยากขึ้นไปดูข้างบนกับผมไหม? คุณช่างสังเกต อาจจะเจออะไรที่เรามองข้ามไปก็ได้นะ?"
เขาเห็นลูค่าเป็นยอดนักสืบไปแล้วจริงๆ
"ไม่ต้องลำบากหรอกครับ"
ลูค่าทำท่าครุ่นคิดวิเคราะห์ "การปรากฏตัวของเหยื่อ 'ความหยิ่งผยอง' พิสูจน์ว่าข้อสันนิษฐานของผมไม่ผิด ฆาตกรใช้บาป 7 ประการในการฆ่า และจัดฉากฆาตกรรมให้ดูเหมือนพิธีกรรมทางศาสนา คุณตำรวจครับ คิดว่าฆาตกรน่าจะเป็นพวกคลั่งศาสนาไหมครับ?"
เขาพยายามชี้เป้าและตบๆ ให้การสืบสวนเข้ารูปเข้ารอย "หรือฆาตกรไปเรียนรู้เรื่องบาป 7 ประการพวกนี้มาจากไหน? เขายังคุ้นเคยกับคำคมจาก 'Paradise Lost' แสดงว่าต้องอ่านหนังสือแนวนี้มาเยอะ บางทีอาจรวมถึง 'The Divine Comedy', 'Dante's Inferno' (นรกของดันเต้) และงานเขียนทำนองนี้ด้วย"
เดวิดขมวดคิ้ว "ฆาตกรมันเป็นคนบ้าอำมหิตชัดๆ ถึงจะอ่านหนังสือเยอะก็ไม่ได้แปลว่าเป็นปัญญาชนหรอก"
"เดี๋ยวนะ"
ประกายความคิดแล่นวาบเข้ามาในหัววิลเลียมเหมือนโดนไฟช็อต เขาชี้ไปที่ลูค่า "คุณจุดประกายให้ผมแล้ว! ใช่ เราตามรอยตัวตนฆาตกรได้จากหนังสือพวกนี้... ประวัติการซื้อจากร้านหนังสือ และประวัติการยืมจากห้องสมุด มิลส์ คุณไปสืบดูว่าร้านหนังสือไหนในนิวยอร์กขายหนังสือพวกนี้บ้าง เดี๋ยวผมจะไปเช็กประวัติการยืมที่ห้องสมุดเอง!"
ลูค่าพอใจมาก ถ้าหาข้อมูลจากห้องสมุดได้ ก็ไม่ต้องไปไล่สืบทีละคนกับลีอองให้เหนื่อย
เดวิดกับวิลเลียมแยกย้ายกันไปสืบสวนทันที
ลูค่าเลือกไปห้องสมุดกับวิลเลียม
ต่อให้บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์แรงแค่ไหน ประวัติการยืมหนังสือของฆาตกรก็คงไม่หายไปดื้อๆ หรอกมั้ง?
ไม่นานนัก ที่หน้าห้องสมุด
ลูค่าและวิลเลียมเดินผ่านประตูหลักเข้าไปพร้อมกัน
วิลเลียมมองชายหนุ่มข้างกาย อดนึกถึงฉายาและสิ่งที่เขาทำในลิตเติ้ลอิตาลีไม่ได้
"เกรโก้ มีเรื่องหนึ่งที่ผมสงสัยมาตลอด" วิลเลียมถามด้วยความฉงน "คุณกระตือรือร้นเรื่องรักษาความสงบขนาดนี้ ทำไมไม่เลิกเป็นมาเฟียซะล่ะ? ถ้าอยากทำประโยชน์เพื่อสังคม คุณเปลี่ยนสถานะตัวเองได้สบายๆ เลยนะ"
ลูค่ายิ้ม "ถ้าไม่มีสถานะของแฟมิลี่ คุณคิดว่าแก๊งพวกนั้นจะฟังผมเหรอครับ?"
วิลเลียมสะอึก เออจริง บางทีอำนาจข่มขวัญของมาเฟียก็ใช้ได้ผลกว่าตำรวจซะอีก ตำรวจติดกฎระเบียบ ฆ่าคนพร่ำเพรื่อไม่ได้ ต่อให้อาชญากรผิดจริงก็ต้องจับกุม ส่งฟ้อง ให้กฎหมายตัดสิน
แต่แฟมิลี่บางกลุ่มที่มีเส้นสายทั้งโลกมืดและโลกสว่าง พวกนี้ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม บอกจะฆ่าล้างโคตรก็คือฆ่าล้างโคตร
อัตราการเกิดอาชญากรรมและเรื่องร้องเรียนในลิตเติ้ลอิตาลีลดลงจริงๆ นั่นเป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
ถึงผลลัพธ์มันจะดูตลกร้ายไปหน่อยก็เถอะ
"คราวก่อนคุณช่วยตำรวจที่ไทม์สแควร์ คราวนี้ก็เสนอตัวมาช่วยอีก และในลิตเติ้ลอิตาลี เพราะมีคุณ อาชญากรรมถึงลดลงฮวบฮาบ ทุกสิ่งที่คุณทำ ผมชื่นชมนะ เกรโก้ คุณต่างจากสมาชิกแก๊งทุกคนที่ผมเคยเจอ"
"นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่มีตำรวจชมผม โอ้ ขอบคุณครับ เขินแย่เลย"
"คุณรักษาความสงบมาตลอด คุณคิดว่าโลกนี้จะสงบสุขได้จริงๆ เหรอ?"
วิลเลียมจ้องหน้าลูค่า เขาไม่ลืมหรอกว่าก่อนจะประกาศรักสันติภาพ ลูค่าบ่นอุบออกสื่อไปชุดใหญ่ขนาดไหน
เจอกำคำถามของวิลเลียม ลูค่าคิดครู่หนึ่งแล้วย้อนถาม "ขึ้นอยู่กับว่าคุณคาดหวังความสงบแบบไหนครับ คุณนักสืบซอเมอร์เซต เมื่อพันปีก่อน นักปรัชญาเสนอบาป 7 ประการของมนุษย์ขึ้นมา คุณคิดว่าจะมีสักวันที่มนุษย์ไร้ซึ่งบาปกำเนิดพวกนี้ไหมล่ะครับ? ถึงตอนนั้น พวกคุณตำรวจคงตกงานกันหมด"
วิลเลียมชะงักไปเล็กน้อย ตอบไม่ถูก
เขาเข้าใจความหมายของลูค่า
มนุษย์ที่ไร้บาป 7 ประการคือนักบุญ ซึ่งไม่มีอยู่จริงในปัจจุบัน จริยธรรม ศีลธรรม และกฎหมายทำได้แค่ควบคุม ไม่สามารถถอนรากถอนโคนความชั่วร้ายได้ ดังนั้นความขัดแย้งของมนุษย์จะไม่มีวันจบสิ้น
นักสืบแก่ผิวสียืนพิงชั้นหนังสือ ครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายก็หัวเราะเยาะตัวเองแล้วส่ายหน้า
บางเรื่องในโลกนี้มันช่างย้อนแย้ง แต่ก็สมเหตุสมผลเหลือเกิน
เช่น สงครามและสันติภาพ
และเช่น มาเฟีย กับ ทูตสันติภาพ... สองคำนี้มันมาบรรจบกันได้ยังไงวะเนี่ย?
ขณะที่ลูค่าและวิลเลียมกำลังค้นประวัติการยืมหนังสือ ในวิลล่าหรูบนลองไอส์แลนด์ ชายร่างโชกเลือดนอนพะงาบๆ อยู่บนพื้น จ้องมองชายหัวล้านตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว
'จอห์น โด' ใช้เลือดของชายคนนั้นเขียนคำหนึ่งลงบนพื้นอย่างใจเย็น
Greed (โลภะ)
"หลายปีมานี้ แกใช้วาทศิลป์ชั้นครูบิดเบือนความจริง หลอกลูกค้าให้ซื้อหุ้นขยะ แล้วกอบโกยกำไรมหาศาล"
"ตอนแกนั่งจิบไวน์แดงราคาแพงระยับในโรงแรมหรูที่สุดบนวอลล์สตรีท เคยคิดถึงคนที่แกหลอกลวงบ้างไหม?"
"แกก่อบาปแห่งความโลภ"
จอห์นคุกเข่าลงตรงหน้าชายคนนั้น แล้วปักมีดลงไปที่คอหอยอย่างแรง "ในโลกที่สกปรกโสมมใบนี้ บาปของแกอภัยให้ไม่ได้"
ชายคนนั้นพ่นฟองเลือด ร่างกายกระตุกเกร็ง การดิ้นรนค่อยๆ แผ่วลง
และจอห์นก็กรีดเส้นเลือดใหญ่ "ปล่อย" เลือดออกมา
โลภมากกอบโกยความมั่งคั่งนัก ก็จงปล่อยเลือดชั่วๆ ในตัวออกมาให้หมด
แบบนี้ถึงจะดูขลังสมเป็นพิธีกรรม
ทำเสร็จ จอห์นวาดรูปกางเขนใหญ่ๆ บนหน้าอกและไหล่ตัวเอง
ลงนรกไปซะ ไอ้คนโลภ
เลือดนองพรมขนสัตว์สุดหรู จอห์นลุกขึ้นเดินสำรวจรอบห้อง แล้วหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งจากชั้นหนังสือ
เป็นรูปถ่ายรวมกลุ่ม ถ่ายตอนเปิดบริษัท มีหุ้นส่วนยืนเรียงกันอยู่
ผู้ตายคือหนึ่งในนั้น
จอห์นแสยะยิ้ม ในสายตาเขา คนพวกนี้ไม่ได้มีแค่บาปแห่งความโลภ แต่ยังมีบาปราคะและอัตตาด้วย
กลิ่นคาวแห่งบาปที่โชยออกมาจากพวก 'หมาป่าแห่งวอลล์สตรีท' ที่กัดกินคนโดยไม่คายกระดูกพวกนี้ เหม็นคลุ้งไปไกลร้อยเมตร
นี่แค่จุดเริ่มต้น เขาจะไล่เก็บพวกที่เหลือทีละคน
พวกทำผิดบาป 7 ประการ อภัยให้ไม่ได้เด็ดขาด
เหมือนไอ้อ้วนน่ารังเกียจที่ยืนยังไม่ไหวคนนั้น ถ้าเขาไปเห็นตอนมันกินข้าว คงอ้วกแตกจนกินอะไรไม่ลงแน่ๆ
ดาราสาวคนนั้นก็เหมือนกัน หน้าตาสวยแต่จิตใจอัปลักษณ์ พอเสียโฉมก็ทนอยู่ไม่ได้
หึ เขาอุตส่าห์ให้โอกาสรอดแล้วแท้ๆ แต่เธอดันเลือกความตายเอง
แล้วก็พวกหมาป่าดูดเลือดแห่งวอลล์สตรีทพวกนี้
คนพวกนี้ไม่ควรมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
มุมปากของจอห์นค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มโรคจิต :
"ผมไม่มีทางเลือก ผมคือผู้ถูกเลือก"