- หน้าแรก
- กลิ่นหอม ความตาย สาวงาม โลงศพ
- บทที่ 63 ลัทธิสามหยิน
บทที่ 63 ลัทธิสามหยิน
บทที่ 63 ลัทธิสามหยิน
บทที่ 63 ลัทธิสามหยิน
ชั้นบนมีผีเด็กอยู่ไม่น้อย แต่เป้าหมายของเราไม่ใช่พวกมัน
เพื่อประหยัดเวลา ผมทนเจ็บกัดปลายลิ้นตัวเอง พ่นเลือดหยางบริสุทธิ์ใส่อัฐิธาตุ ใช้อานุภาพพระสูตรขับไล่พวกมันออกไป แล้วปีนรวดเดียวจากชั้นสิบห้าขึ้นไปถึงชั้นสามสิบห้า
ถังฉวนตามมาข้างหลัง พลางบอกให้ผมปีนขึ้นไปต่อ
เมื่อมาถึงชั้นดาดฟ้า ผมก็หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ปอดแทบจะระเบิดออกมา
แต่ผมก็ยังมองออกในแวบเดียวว่าที่นี่มีความไม่ธรรมดา
ที่นี่แตกต่างจากความรกรุงรังของชั้นล่าง ราวกับมีคนมาทำความสะอาดทุกวัน แม้แต่พื้นก็ยังสะอาดเอี่ยม
ตรงทางเข้าบันได กลับมีประตูใหญ่ตั้งขวางอยู่
แถมยังเป็นประตูเก่าแก่แบบบ้านทรงสี่ลานเรือน จากร่องรอยที่ฝังอยู่สองข้าง ดูเหมือนว่าประตูบานนี้จะถูกยกมาทั้งกำแพง
ถังฉวนมองประตูใหญ่ตรงหน้า ใบหน้าที่ซีดขาวอยู่แล้วกลับไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง ริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ “นี่คือแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิสามหยิน!”(ซานอิน)
ลัทธิสามหยิน?
ผมเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรก แต่จากแววตาของถังฉวน ผมดูออกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาประสบพบเจอ
ถังฉวนเดินเข้าไปผลักประตูใหญ่
ถ้าจะบอกว่าการย้ายประตูโบราณสองบานมาไว้ที่นี่เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อแล้ว สิ่งที่อยู่หลังประตูก็ยิ่งทำให้ผมไม่อาจทำความเข้าใจได้เลย
ภายในประตู เป็นตำหนักเต๋าที่สมบูรณ์ทั้งหลัง
อิฐเขียว กระเบื้องสีเทา พื้นปูด้วยแผ่นหินสีเขียว สมบูรณ์แบบราวกับถูกสร้างขึ้นที่นี่ตั้งแต่แรก
แต่ร่องรอยแห่งกาลเวลาที่หลงเหลืออยู่บนอิฐแต่ละก้อนและกระเบื้องแต่ละแผ่น ก็พิสูจน์ได้ว่ามันไม่ได้เป็นของที่นี่แต่เดิม
ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ช่างแปลกประหลาดเกินไปแล้ว
ถังฉวนไม่หยุดพัก เขาเดินข้ามลานเล็กๆ อย่างรวดเร็ว แล้วผลักประตูตำหนักเต๋าเข้าไป
ข้างในอบอวลไปด้วยควันธูป มีของเซ่นไหว้วางอยู่
แต่สิ่งที่บูชาอยู่ไม่ใช่สามบริสุทธิ์สี่จักรพรรดิของลัทธิเต๋า แต่เป็นโลงศพหนึ่งใบ
โลงศพโปร่งใส
ในโลงศพนั้น มีหัวใจอยู่หนึ่งดวง
หัวใจดวงนั้นไม่ได้เชื่อมต่อกับเลือดเนื้อใดๆ รอบข้างก็ไม่มีเครื่องมือไฮเทคใดๆ มันถูกวางอยู่อย่างโดดเดี่ยวในโลงศพ
แต่มันกลับมีชีวิต และเต้นตุบๆ อย่างทรงพลัง
ถังฉวนมองหัวใจดวงนั้นอย่างตื่นตระหนก แล้วยื่นเหล็กแหลมโลหิตให้ผม “สหายเต๋าน้อย ถ้าอยากมีชีวิตรอด ก็รีบทำลายของสิ่งนั้นซะ!”
ผมตกตะลึงก็จริง แต่ก็ไม่ได้สิ้นคิด
ที่เขาไม่ลงมือทำเอง ก็เพราะเขาไม่กล้า อยากจะโยนเผือกร้อนนี้มาให้ผมต่างหาก
ลัทธิสามหยินผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่สามารถย้ายตำหนักเต๋าทั้งหลังมาไว้บนตึกสูงสี่สิบชั้น แถมยังสร้างตึกผีสิงขึ้นมาได้อีก
แล้วยังไม่มีใครล่วงรู้มานานหลายปี เพียงแค่ข้อนี้ก็มองออกแล้วว่าคนที่อยู่เบื้องหลังนั้นมีอิทธิพลล้นฟ้า
แค่สำนักเหลาซานก็ทำให้ผมต้องหวาดผวาจนต้องระหกระเหินจากบ้านเกิด แล้วจะกล้าไปล่วงเกินบุคคลระดับนี้ได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น หัวใจในโลงศพนั้นก็ดูพิสดารเหลือเกิน ถึงแม้ผมจะมองไม่ออกถึงความลับของมัน แต่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่วิชาหยินหยางธรรมดาๆ แน่นอน
ตอนนี้เองหวงจิ่วก็หายจากอาการตกใจแล้ว มันถามถังฉวนว่า “ทำไมท่านไม่ลงมือเองล่ะ?”
ผมพยักหน้าเห็นด้วย
ถังฉวนตอบว่า “ข้าไม่มีคนหนุนหลัง ถ้าทำลายที่นี่ไปต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนเจ้า ในมือมีทั้งอัฐิธาตุ มีทั้งศาสตราวุธเทวะอย่างเหล็กแหลมโลหิต สามารถป้องกันตัวเองได้!”
ความตรงไปตรงมาของเขา กลับทำให้ผมพูดอะไรไม่ออก
ทันใดนั้นก็มีลำแสงสีเลือดสองสายพุ่งเข้ามา แล้วหายเข้าไปในเหล็กแหลมโลหิตอย่างรวดเร็ว
ถังฉวนคว้ามือผมไว้ด้วยความตื่นตระหนก “เทพขุนพลของเจ้าถูกกำจัดไปแล้ว ถ้าไม่รีบลงมือก็ไม่ทันการณ์ รอให้นางขึ้นมา พวกเราจะกลายเป็นเครื่องสังเวยกันหมด”
ผมกำลังลังเล
พูดให้ถูกก็คือ กำลังสับสน
เพราะผมรู้ดีว่าตัวเองไม่มีใครคอยหนุนหลังอยู่เลย
ถ้าจะบอกว่าเทือกเขาแสนบรรพตเป็นผู้หนุนหลัง ผมเองก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเทือกเขาแสนบรรพตเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าพึ่งพาได้หรือไม่?
แต่ถ้าผมลงมือก็ยังมีโอกาสรอด ถ้าไม่ทำ ก็ต้องตายในทันที
ถังฉวนน่ะ ผมพึ่งพาไม่ได้แล้ว
เพราะแววตาของเขาไม่ใช่ความสิ้นหวังอีกต่อไป แต่เป็นการยอมรับชะตากรรม
มองเขาแล้ว ผมอดรู้สึกสงสารไม่ได้
เดินทางในโลกหยินหยาง ชะตาชีวิตช่างไม่แน่นอนจริงๆ
วินาทีที่แล้วยังรุ่งโรจน์ เป็นปรมาจารย์ที่ผู้คนนับหน้าถือตา
วินาทีต่อมาก็อาจจะเจอกับตัวตนที่ไม่อาจล่วงเกินได้ จนวิญญาณต้องกลับคืนสู่สรวงสวรรค์
ผมถอนหายใจยาว กำเหล็กแหลมโลหิตแน่นแล้วเดินไปที่หน้าโลงศพโปร่งใส
ตอนนั้นเองก็มีไอโลหิตอีกห้าสายพุ่งกลับเข้ามาในเหล็กแหลมโลหิต
เทพขุนพลสิบห้าคนรุมโจมตีนางยังเสียหายเร็วขนาดนี้ พอจำนวนลดลง เวลาก็ยิ่งเหลือน้อยลงไปอีก
“ค่าตอบแทนของคุณ ผมขอแปดส่วน!” ผมกัดฟันพูด “เพราะผมเป็นคนช่วยชีวิตคุณไว้!”
ถังฉวนไม่ลังเลแม้แต่น้อย พยักหน้าตอบตกลงทันที
ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องกอบโกยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผมหันกลับไป อัดปราณเต๋าทั้งหมดเข้าไปในเหล็กแหลมโลหิต แล้วแทงเข้าไปที่โลงศพโปร่งใสอย่างแรง
เมื่อสัมผัสดูจึงได้รู้ว่าโลงศพนั้นก่อตัวขึ้นจากไอหยินล้วนๆ คิดดูแล้วที่นี่ถูกทำให้กลายเป็นตึกผีสิง ก็เพื่อสร้างโลงศพใบนี้นี่เอง
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากเหล็กแหลมโลหิต สลายไอหยินในพริบตา โดยไม่เจอแรงต้านทานใดๆ แทงทะลุเข้าไปในหัวใจดวงนั้นได้อย่างง่ายดาย
สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ หัวใจดวงนั้นไม่ได้ประกอบด้วยเลือดเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ข้างในยังมีวิญญาณอาฆาตนับไม่ถ้วน
หลังจากถูกเหล็กแหลมโลหิตแทงเข้าไป วิญญาณอาฆาตข้างในก็กรีดร้องโหยหวนออกมา
วิญญาณอาฆาตเหล่านี้ น่าจะเป็นคนที่กระโดดตึกลงมาตายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เดือนละหนึ่งถึงสองคน ยี่สิบปีผ่านไป ก็เป็นจำนวนที่มหาศาลแล้ว
ผมกำอัฐิธาตุไว้แน่นเพื่อรักษาสติสัมปชัญญะ ไม่สนใจเสียงคร่ำครวญของเหล่าวิญญาณอาฆาต แล้วใช้เหล็กแหลมโลหิตกวนอย่างแรง
ทั้งโลกพลันเงียบสงัด
พร้อมกันนั้น กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่ชั้นล่างก็สลายหายไปเช่นกัน
ถังฉวนเหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
เมื่อใช้ปราณเต๋าจนหมด ผมก็ทรุดลงไปกับพื้นเช่นกัน แล้วถามถังฉวนว่า “จัดการเรียบร้อยแล้วเหรอ?”
ถังฉวนพยักหน้า “หญิงชุดขาวเป็นวิญญาณที่เกิดจากหัวใจปีศาจนั่น พอหัวใจถูกทำลาย นางก็สลายหายไปพร้อมกัน!”
ผมหันกลับไปมองแท่นบูชา เหล็กแหลมโลหิตยังคงปักคาอยู่ที่หัวใจดวงนั้น หัวใจที่เคยเป็นสีแดงสด ตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นสีดำอย่างรวดเร็วและเริ่มเน่าเปื่อย
“เล่าเรื่องลัทธิสามหยินให้ผมฟังหน่อย!” เมื่อรอดตายมาได้ เส้นประสาทที่ตึงเครียดของผมก็ผ่อนคลายลง ผมล้วงหวงจิ่วที่อ่อนเพลียออกมาจากอกเสื้อ แล้วสั่งให้มันไปหาอะไรสักอย่างโยนลงไปข้างล่าง
หวงจิ่วอย่างไรเสียก็เป็นสัตว์ เมื่อเจอกับตัวตนที่แข็งแกร่ง สายเลือดของมันก็จะถูกกดข่ม
ดังนั้นผมจึงไม่โทษมัน
อีกอย่าง มันก็ไม่เคยทิ้งผมหนีไปไหนเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
นี่แหละ คือสหาย
หวงจิ่วเดินขาสั่นงกๆ ไปหาอิฐโบราณก้อนหนึ่ง แล้ววิ่งไปโยนทิ้งที่ทางลงบันได
ถังฉวนพักสักครู่แล้วเอ่ยปากว่า “ลัทธิสามหยินเป็นองค์กรที่ลึกลับมาก สมาชิกกระจายอยู่ทั่วโลก และล้วนเป็นขุนนางและผู้มีฐานะ หลักคำสอนของพวกเขาก็คือการมีชีวิตอมตะ”
ชีวิตอมตะ?
อย่างนั้นก็ไม่แปลกแล้ว
คนจนเอาชีวิตแลกเงิน คนรวยใช้เงินแลกชีวิต
โลกก็เป็นเช่นนี้เอง
“ลัทธิสามหยินมีแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์อยู่มากมายทั่วโลก ข้างในบูชาชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ที่เลี้ยงไว้ด้วยศาสตร์มืด สมัยก่อนที่เขตอ่าวก็เคยพบแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์บนดาดฟ้าสำนักงานใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่ง การจัดวางข้างในก็เหมือนกับที่นี่ ต่างกันตรงที่ในโลงศพนั้นบูชามือที่ยังมีชีวิตอยู่”
“ตอนนั้นเพื่อกำจัดแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้น ทางเขตอ่าวต้องสูญเสียตำรวจไปกว่าร้อยนาย นักล่าปีศาจอีกสิบกว่าคน และปรมาจารย์ชื่อดังอีกหลายท่าน อาจารย์ของข้าก็เสียชีวิตในการต่อสู้ครั้งนั้น ท่านได้สั่งเสียข้าไว้ประโยคหนึ่ง ว่าอย่าได้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของลัทธิสามหยินเด็ดขาด”
ถังฉวนพูดมาถึงตรงนี้ก็หัวเราะเยาะตัวเอง “ใครจะไปคิด ว่าจะมาเจอเข้าที่นี่!”
มือหนึ่งข้าง หัวใจหนึ่งดวง?
ผมอดไม่ได้ที่จะถาม “พวกเขาทำเรื่องพวกนี้ไปเพื่ออะไร มีประโยชน์อะไร?”
ถังฉวนตอบว่า “สร้างเทพ”
“เทพที่ไม่ตาย!”
[จบตอน]