- หน้าแรก
- กลิ่นหอม ความตาย สาวงาม โลงศพ
- บทที่ 61 ตัวการใหญ่น่ากลัวกว่าที่คิด
บทที่ 61 ตัวการใหญ่น่ากลัวกว่าที่คิด
บทที่ 61 ตัวการใหญ่น่ากลัวกว่าที่คิด
บทที่ 61 ตัวการใหญ่น่ากลัวกว่าที่คิด
ผมรู้สึกว่าดาบไม้ท้อแทงถูกอะไรบางอย่าง จึงรีบหันกลับไปดู
ก็เห็นผีสาวตนนั้นหมอบอยู่ด้านหลังผม ในสภาพที่ข้อต่อบิดกลับด้านจนรูปร่างคล้ายแมงมุม
ดาบไม้ท้อเสียบเข้าที่ปากของมันพอดิบพอดี
เมื่อเห็นดังนั้น ผมก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดโชว์อมดาบยักษ์ให้มันดูทันที
ดาบไม้ท้อที่ยาวกว่ายี่สิบเซนติเมตรแทงเข้าไปจนสุดด้าม แต่ในปากของมันกลับมีเพียงควันลอยออกมา ดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย
หวงจิ่วสบถออกมาแล้วพูดว่า “นังหนูนี่คงจะเคยฝึกวิชามาก่อนแน่ๆ!”
ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของหวงจิ่วเท่าไรนัก มารู้ทีหลังโดยบังเอิญก็ตอนที่จ่ายNCไปหลายบาทแล้ว
ตอนนี้ผมคิดแค่ว่ามันคงเคยฝึกวิชาอมดาบยักษ์มาก่อน เลยไม่กล้าแทงเข้าไปลึกกว่านี้ รีบดึงดาบไม้ท้อออกมา
ผลคือพอชักดาบไม้ท้อออกมา มันก็อ่อนยวบยาบแล้วละลายไปในทันที
ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่แขน
พอก้มลงมองก็เห็นว่านางปีศาจตนนั้นจับแขนซ้ายของผมไว้ เล็บยาวๆ ของมันฝังลึกลงไปในเนื้อ
ในชั่วพริบตา ผมรู้สึกเหมือนมีแท่งน้ำแข็งสองอันเสียบเข้ามาในเนื้อ แขนทั้งข้างพลันไร้ความรู้สึกไปในทันใด
ถังฉวนเองก็สบถออกมาเช่นกัน เขาถูกเล็บของเจียงซือเฒ่าข่วนเข้าที่ไหล่ ทิ้งรอยแผลสีดำคล้ำไว้
เขาถอยพลางสบถไปพลาง แล้วตะโกนบอกผมว่า “พ่อหนุ่ม กำปั้นย่อมกลัวคนหนุ่มแน่น เรามาสลับคู่ต่อสู้กันเถอะ”
พูดจบถังฉวนก็ล้วงข้าวเหนียวออกมาจากกระเป๋ากำหนึ่ง แล้วตบมันลงบนบาดแผล พอข้าวเหนียวสัมผัสกับแผลก็ราวกับกลายเป็นเหล็กร้อนแดง มีเสียงฉ่าๆ พร้อมควันลอยขึ้น ข้าวเหนียวที่ขาวบริสุทธิ์ก็เปลี่ยนเป็นสีดำอย่างรวดเร็ว
หลังจากจัดการกับบาดแผลอย่างคร่าวๆ ถังฉวนก็ถอยมาอยู่ข้างผม แล้วตะคอกใส่ผีแมงมุมสาวเสียงดังลั่น
เขาใช้ปราณเต๋า ซึ่งคล้ายกับคาถาปลุกขวัญ ทำให้ผีสาวนิ่งงันไปสองวินาที
และในช่วงเวลาสองวินาทีนั้นเอง ผมกับเขาก็สลับคู่ต่อสู้กัน
แต่การใช้แขนข้างเดียวสู้กับเจียงซือเฒ่าก็ทำให้ผมเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด โชคดีที่ยังมีหวงจิ่วคอยช่วย ทำให้ผมพอมีเวลาให้หายใจหายคอบ้าง
ผมดูที่แขนตัวเอง ไม่มีบาดแผลภายนอก มีเพียงรอยนิ้วมือสีดำห้ารอย โดยมีสองรอยที่ดำสนิทราวกับน้ำหมึก
หวงจิ่วเกาะหัวของเจียงซือเฒ่าอยู่ พยายามจะควักลูกตาของมันออกมา แต่กลับควักได้เนื้อเน่าๆ มาเต็มมือ มันรีบกระโดดกลับมาบนไหล่ผมอย่างรังเกียจแล้วพูดว่า “นี่แกโดนไอหยินแทรกซึมเข้าร่างแล้ว ใช้เลือดปลายลิ้นสิ”
ผมเพิ่งกัดลิ้นไปครั้งก่อน ตอนนี้กินอะไรก็ยังเจ็บอยู่เลย แถมยังจะให้มากัดซ้ำบนรอยแผลเก่าอีก แค่คิดก็เสียวสันหลังวาบแล้ว ผมรีบถามมันว่ามีวิธีอื่นอีกไหม
“กลั้นหายใจไว้!” หวงจิ่วตะโกน
ผมรีบกลั้นหายใจทันที หลบแขนที่ตวัดมาของเจียงซือเฒ่า แล้วม้วนตัวไปหลบที่มุมกำแพง
เจียงซือเฒ่าสูญเสียกลิ่นอายของผมไป จึงเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าไปหาถังฉวนแทน
หวงจิ่วถึงพูดขึ้นว่า “ถ้าจะใช้ปราณเต๋า ปราณอันน้อยนิดของแกไม่พอหรอก ทำได้แค่ใช้ปัสสาวะเด็กบริสุทธิ์ราดเท่านั้น”
ระหว่างความเจ็บปวดกับความน่าขยะแขยง ผมเลือกอย่างหลัง รีบหันหน้าเข้ากำแพงถอดกางเกง
หวงจิ่วไม่ได้พูดมั่วๆ พอปัสสาวะราดลงไป แขนของผมก็กลับมารู้สึกขึ้นมาทันที
มีไอร้อนผุดขึ้นจากแขน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไอหยินถูกสลายไป หรือเป็นเพราะผมร้อนในกันแน่
เพราะตั้งแต่ที่ได้วัดชีพจรให้ศพหญิงสาวคนนั้น กลางคืนผมก็มักจะฝันประหลาดๆ อยู่เรื่อย
ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา ผมจะรู้สึกว่าในร่างกายมีไอร้อนที่ระบายไม่ออกอัดแน่นอยู่
ตอนนี้ผมไม่มีเวลามานั่งกังวลเรื่องร้อนในแล้ว พอแขนกลับมามีความรู้สึก ผมก็ไม่หลบอีกต่อไป
พอออกมาดูก็เห็นถังฉวนหน้าแก่ๆ ของเขาแดงก่ำ กำลังต่อสู้กับผีสาวตนนั้นอยู่
ส่วนเจียงซือเฒ่าที่คลาดกับเป้าหมายก็กำลังกระโดดไปมาอย่างไร้ทิศทาง
ผมผ่อนลมหายใจออกมา ทำให้เจียงซือเฒ่าเปลี่ยนทิศทางทันที
ถังฉวนเห็นดังนั้นก็ผ่อนลมหายใจออกมาเช่นกัน พร้อมกับพ่นเลือดปลายลิ้นออกมาด้วย
เมื่อถูกกระตุ้นด้วยปราณเต๋า เลือดปลายลิ้นก็สาดกระเซ็นราวกับดอกไม้ไฟแตกกระจายบนร่างของผีสาว
ผมเหลือบมองเพียงแวบเดียวก็หยิบปักเต้าขึ้นมา ล่อเจียงซือเฒ่าไปยังมุมแคบ จากนั้นใช้เชือกปักเต้าพันรอบราวบันไดหนึ่งรอบ แล้วดึงปลายอีกด้านขวางทางเดินเอาไว้
พอเจียงซือเฒ่าเข้ามาใกล้ หวงจิ่วก็ใช้แผนเดิมทันที ดีดเจียงซือเฒ่าจนกระเด็นออกไป
แต่เพราะเคยเสียท่ามาแล้วครั้งหนึ่ง เจียงซือเฒ่าจึงไม่กล้าเข้ามาอีก มันเปลี่ยนทิศทางกระโดดไปหาถังฉวนแทน
ถ้าไม่ใช่เพราะตัวการใหญ่ยังอยู่ชั้นบน ป่านนี้ผมคงทิ้งถังฉวนแล้วเผ่นไปแล้ว
เห็นเจียงซือเฒ่ากระโดดหนีไป ผมรีบแก้เชือกปักเต้าออก โยนปลายข้างหนึ่งให้หวงจิ่ว มันคาบเชือกแล้วกระโดดขึ้นไปบนราวบันได อ้อมไปด้านหลังของเจียงซือเฒ่า
ผมตั้งใจจะทำให้เจียงซือเฒ่าบาดเจ็บสาหัส เลยรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดดึงสุดกำลัง แต่กลับลืมเรื่องน้ำหนักตัวของหวงจิ่วไป พอผมดึงปุ๊บ ก็กระชากมันลอยละลิ่วจากราวบันได หัวพุ่งไปชนกับร่างของเจียงซือเฒ่าทันที
เมื่อเห็นว่ามีปัญหา ผมก็หยุดทันที
หวงจิ่วไม่มีเวลามาด่าผม มันอ้อมไปด้านหลังของเจียงซือเฒ่า กระโดดขึ้นไปบนไหล่แล้วเอาเชือกปักเต้าพันรอบคอของเจียงซือเฒ่า
พอฝั่งมันมัดแน่นแล้ว ผมก็ออกแรงดึงทันที
ร่างของเจียงซือเฒ่าถูกผมดึงจนหงายหลังไป แต่มันกางขาทั้งสองข้างออก ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในพริบตา เชือกปักเต้าถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ
แต่เพราะผมไม่มีหลักให้ยึดเหนี่ยว พลังทำลายของเชือกปักเต้าที่มีต่อเจียงซือเฒ่าจึงมีจำกัด
หวงจิ่วเห็นดังนั้นก็รีบตะโกนบอกผม “รีบตัดเชือกซะ!”
ได้ยินดังนั้นผมจึงรีบชักเหล็กแหลมโลหิตออกมา ใช้ปลายแหลมฟันลงไปบนเชือกปักเต้า
สมแล้วที่เป็นของจากปรมาจารย์ มันเหนียวมาก ผมฟันไปสี่ครั้งก็ยังไม่ขาด
ด้วยความร้อนใจ ผมจึงกระตุกเชือกสุดแรง แล้วปล่อยปักเต้าในมือ
เชือกปักเต้าที่ตึงจัดนั้นไม่ต่างอะไรกับหนังยาง มันดีดกลับไปในทันที พร้อมกับตัวปักเต้าที่กระแทกเข้าที่แผ่นหลังของเจียงซือเฒ่า
ร่างของเจียงซือเฒ่าลอยละลิ่วไปเหมือนกระสอบเก่าๆ เสียงดังปัง แล้วกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง
ผมรีบวิ่งตามไป ไม่รอให้มันลุกขึ้นมา เหล็กแหลมโลหิตก็แทงเข้าที่ท้ายทอยของมัน แต่จุดตายของเจียงซือเฒ่าไม่ใช่สมอง
การกระทำของผมกลับไปกระตุ้นมันเข้า ทำให้มันดิ้นรนรุนแรงขึ้น ผมรีบดึงเหล็กแหลมโลหิตออกมา ใช้เนตรวิญญาณมองหาตำแหน่งของไอศพในร่างของมัน แล้วแทงลงไปอย่างรวดเร็ว พอชักเหล็กแหลมโลหิตออกมา ร่างของเจียงซือเฒ่าก็เหมือนลูกโป่งที่ถูกเจาะ พ่นไอศพสีเทาดำออกมา
พอไอศพสลายไป เจียงซือเฒ่าก็กระตุกสองสามครั้งแล้วนอนแน่นิ่งไป
ผมกำเหล็กแหลมโลหิตไว้แน่นแล้วสะบัดเพื่อสลัดคราบเลือดออก เมื่อเห็นโอกาสเหมาะ ก็ขว้างเหล็กแหลมโลหิตสวนกลับไปทางผีสาวที่กำลังโจมตีถังฉวนอยู่
พอเหล็กแหลมโลหิตสัมผัสกับไอหยิน มันก็พลันร้อนแดงราวกับเหล็กที่ถูกเผาไฟ ทะลวงผ่านช่องท้องของผีสาวไปได้อย่างง่ายดาย เสียงดังปึก! ปักเข้ากับประตูไม้ด้านหลังของถังฉวน
ก่อนหน้านี้ผีสาวก็ถูกถังฉวนทำร้ายจนบาดเจ็บอยู่แล้ว พอการลอบโจมตีของผมสำเร็จ ร่างของมันก็สลายกลายเป็นม่านหมอกสีแดง แล้วถูกดูดเข้าไปในเหล็กแหลม
ถังฉวนหันกลับมามองเหล็กแหลมโลหิตที่เฉียดร่างเขาไป ใบหน้าซีดเผือด
ผมยังไม่ทันได้ตรวจสอบว่าเหล็กแหลมโลหิตมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างหลังจากดูดกลืนไอหยินของผีสาวเข้าไป แต่กลับหันไปมองทางขึ้นบันไดชั้นสิบหกอย่างระแวดระวัง
ตอนที่เจอผีแมงมุมสาวครั้งแรก ผมนึกว่ามันคือเจ้าถิ่นของตึกนี้ แต่พอได้สู้กันถึงได้รู้ว่าไม่ใช่
มันเป็นได้แค่กะหลั่วที่มีฝีมือนิดหน่อยเท่านั้น ตัวการใหญ่ยังอยู่ชั้นบน และบัดนี้กลิ่นอายของมันกำลังแผ่ปกคลุมลงมา
เพียงไม่กี่วินาที ก็มีเสียงแครกๆ ดังมาจากทางขึ้นบันได บนขยะที่เกลื่อนพื้น บนหน้าต่าง บนกำแพง ทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งแห่งไอหยินอย่างรวดเร็ว
แม้จะมีอัฐิธาตุและเหล็กแหลมโลหิตอยู่กับตัว ผมก็ยังรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นยะเยือกที่เสียดแทงเข้ากระดูก
เสียงของหวงจิ่วสั่นเทา “ดูท่าพวกเราจะประเมินผิดไปแล้ว ไอ้ตัวนี้มันน่ากลัวกว่าเมียข้าสองคนรวมกันซะอีก!”
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น
แต่ตอนนี้จะมาเสียใจก็สายไปแล้ว
[จบตอน]