- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นหนอนหนังสือผู้ร่ำรวย
- บทที่ 39 - ปู่ทวดตระกูลหยาง
บทที่ 39 - ปู่ทวดตระกูลหยาง
บทที่ 39 - ปู่ทวดตระกูลหยาง
บทที่ 39 - ปู่ทวดตระกูลหยาง
"เจ็ดสิบหยวน!!!"
เสียงปรบมือปะปนกับเสียงร้องของผู้คน เสียงอุทาน และเสียงอิจฉาริษยา
โดยเฉพาะหญิงชราเจี่ย ตัวสั่นเทิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความโลภ
นั่นมันเจ็ดสิบหยวนเชียวนะ ให้พวกนางใช้ชีวิตสุขสบายได้เป็นปี
"ไอ้เด็กเวรตะไล โชคดีอะไรขนาดนี้ ทำไมไม่ช่วยบ้านเรา?"
"ไม่ได้ เงินเจ็ดสิบหยวนนี้เขาได้มาจากการช่วยลานบ้าน เราต้องมีส่วน"
"บ้านเจี่ยเราอย่างน้อยต้องได้ส่วนแบ่งสิบหยวน"
หญิงชราเจี่ยคำนวณในใจ แต่ไม่กล้าพูดออกมา เพราะหัวหน้าหวังยังยืนคุมเชิงอยู่ ขืนไปแหย่หนวดเสือ คนที่ซวยคือบ้านเจี่ย
"รอให้นางไปก่อนเถอะ ไอ้เด็กเวร คอยดูแม่จะจัดการแกยังไง"
หญิงชราเจี่ยปรบมือเสียงดังกว่าเดิม ฉินไหวหรูที่อยู่ข้างๆ ปรบมืออย่างอ่อนแรง
ครั้งนี้ หยางเสี่ยวเทาพลิกกระแสในลานบ้านได้อย่างสิ้นเชิง
ถ้าเป็นเมื่อก่อนนางยังแกล้งน่าสงสาร เรียกคะแนนความเห็นใจ ดึงคนมาทำลายชื่อเสียงหยางเสี่ยวเทาได้
แล้วโดดเดี่ยวหยางเสี่ยวเทาทั้งในและนอกลานบ้าน
แต่ตอนนี้ คนจากสำนักงานถนนการันตีให้หยางเสี่ยวเทา ชาวบ้านตาดำๆ พวกนี้จะมาวิจารณ์อะไรได้
ต่อให้มีคนนำ ก็ต้องชั่งน้ำหนักบารมีของสำนักงานถนน ถ้าล่วงเกินสำนักงานถนน วันหน้าอย่าหวังผลประโยชน์อะไรเลย
พ่อบ้านสามก้มหน้า ไม่กล้ามองหยางเสี่ยวเทา กลัวมองแล้วหัวใจจะวายตาย
ตอนนี้ ในใจเขานอกจากโทษตัวเองแล้วก็มีแต่ความอิจฉา
เจ็ดสิบหยวน
เงินเก็บของหลายคนในลานบ้านยุคนี้ยังไม่แน่ว่าจะมีเยอะขนาดนี้
สวีต้าเม่า ซ่าจู้ เหยียนเจี่ยเฉิง และคนอื่นๆ ต่างด่าหยางเสี่ยวเทาในใจว่าโชคดีเหมือนเหยียบขี้หมา
ถึงขั้นเสียดายว่า ถ้าพวกเขาเป็นคนเสนอคงจะดีไม่น้อย
"ขอบคุณ ขอบคุณกำลังใจจากสหายสำนักงานถนนครับ"
หยางเสี่ยวเทาตั้งสติ เก็บเงินเข้ากระเป๋า ตอนนี้ต้องเก็บก่อน เดี๋ยวไปกระตุ้นหัวใจดวงน้อยๆ ของพวกเดรัจฉานในลานบ้าน
พลางพูดกับหัวหน้าหวัง "ผมแค่เสนอความเห็นที่ยังไม่สมบูรณ์ คนที่ช่วยเหลือคนจนอย่างเราจริงๆ คือประเทศของเรา พรรคของเรา"
"ผมเชื่อว่า ภายใต้การชี้แนะของพรรค รวมพลังรอบกายพรรค ประชาชนทั่วประเทศร่วมแรงร่วมใจ มุ่งมั่นต่อสู้ พวกเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ ประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น"
หยางเสี่ยวเทาแสดงความเชื่อมั่นต่อพรรคต่อทีมชาติในจังหวะที่เหมาะสม และสำหรับคนสำนักงานถนน นี่เป็นวิธีผูกมิตรที่ดีที่สุด
"ดี คิดไม่ถึงว่าสหายหยางเสี่ยวเทาจะมีจิตสำนึกสูงส่งขนาดนี้ สมกับที่เคยเรียนมัธยมปลายมา"
เจ้าหน้าที่เสี่ยวหลี่ข้างๆ พูดด้วยความปลาบปลื้ม ในฐานะปัญญาชนเหมือนกัน เขารู้สึกดีกับปัญญาชนที่จงรักภักดีต่อชาติแบบนี้เป็นทุนเดิม
"มิน่าล่ะใครๆ ถึงบอกว่าคุณรักการเรียน!"
"ชมเกินไปแล้วครับ ผมแค่ชอบอ่านหนังสือ"
ทั้งสองคุยกัน คนในลานบ้านก็ซุบซิบกัน ส่วนใหญ่ทึ่งกับผลประโยชน์ที่หยางเสี่ยวเทาได้รับ
บางส่วนก็หมั่นไส้ ดูแล้วขัดตา
ส่วนหญิงชราเจี่ย หลังจากบอกความคิดของนางกับฉินไหวหรู ฉินไหวหรูไม่เพียงไม่แปลกใจ กลับเห็นว่าเป็นเรื่องสมควร
ในสายตาพวกนาง เงินนี้ให้หยางเสี่ยวเทา แต่ถ้าไม่มีคนในลานบ้านอย่างพวกเขา เขาจะได้รางวัลเหรอ?
ดังนั้น เงินนี้พวกนางต้องมีเอี่ยว
ขณะนั้นเอง นอกปากตรอกมีเสียงเกวียนลาดังเอี๊ยดอ๊าดเข้ามา
ลาขนสีเทาเดินมาถึงที่นี่ ดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ตลอดทาง
ยุคนี้ยานพาหนะแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เด็กๆ ในเมืองสี่จิ่วเห็นเป็นของแปลก วิ่งตามหลังร้องเรียก ชายฉกรรจ์คนขับก็ไม่ถือสา ชายชราบนรถยังยิ้มให้เด็กๆ ด้วยซ้ำ
"เด็กในเมืองนี่หัวไวดีแท้ ตัวขาวจั๊วะเชียว ไม่เหมือนไอ้ลิงทโมนในหมู่บ้านเรา วันๆ ปีนต้นไม้จับปลา ตัวดำเมี่ยมไม่มีมาด"
"ฮะๆ เด็กในเมืองกินแป้งสาลีขัดขาว ก็ต้องขาวสิครับ"
"นั่นสินะ"
"ปู่ทวด น่าจะถึงแล้ว"
ชายฉกรรจ์ชื่อสือโถวมองประตูใหญ่ที่เปิดอ้า มองซ้ายมองขวา พูดกับปู่ทวดบนรถ
"งั้นเข้าไปถามดู อย่าให้ผิดที่ล่ะ"
"จ้ะ ได้"
ปู่ทวดลงจากรถ กระทืบเท้ากับพื้น แล้วเอาด้ามกล้องยาสูบเสียบเอว ยืดอกก้าวข้ามธรณีประตูเดินเข้าไป
สือโถวข้างหลังมองซ้ายขวา ลากเกวียนลาไปจอดข้างๆ ไม่ต้องเฝ้า รีบเดินตามเข้าไป
ทั้งสองเดินเข้ามาในลานหน้า เห็นลานบ้านโล่งโจ้งก็สงสัย จากนั้นได้ยินเสียงปรบมือดังเปาะแปะมาจากลานกลาง รีบเดินไป
และในขณะนี้ เรื่องราวในลานกลางจบลงแล้ว หัวหน้าหวังพูดให้กำลังใจหยางเสี่ยวเทาอย่างเป็นกันเอง เตรียมจะกลับ
ตอนนั้นเอง สวีต้าเม่ากำลังกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเซ็งๆ ในฝูงชน
จู่ๆ ก็มีสองคนเดินเข้ามาจากประตู
เสื้อผ้าปะชุนเก่าๆ ท่าทางซื่อบื้อแบบบ้านนอก ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นชาวนาจากชนบท คนแบบนี้เขาเห็นมาเยอะตอนลงพื้นที่
ลูกตากลอกกลิ้ง ความอัดอั้นตันใจในวันนี้เหมือนเจอทางระบาย
"เฮ้ย พวกแก พวกแกสองคนมาจากไหน?"
"ขอทานรีบออกไป ไม่เห็นเหรอเรากำลังประชุม?"
"พูดกับพวกแกนั่นแหละ แต่ละคน ไม่ดูตาม้าตาเรือเลยว่าที่นี่ที่ไหน"
สวีต้าเม่าพูดเสียงดัง ตัวมายืนขวางหน้าทั้งสองคนไว้
เสียงเรียกความสนใจจากคนในลานบ้าน หยางเสี่ยวเทากำลังคุยภาษาทางการกับหัวหน้าหวัง ก็หันมามอง
เห็นหน้าตาของทั้งสองคน ชายฉกรรจ์คนนั้นยังจำไม่ค่อยได้
แต่พอเห็นชายชรา ความทรงจำก็พรั่งพรูออกมาเหมือนน้ำพุ
หลังเวียนหัวไปชั่ววูบ หยางเสี่ยวเทาก็รู้ทันทีว่าชายชราคนนี้คือใคร
หมู่บ้านตระกูลหยาง อดีตเลขาธิการหมู่บ้าน นับตามศักดิ์ เขาต้องเรียกว่าปู่ทวด
คนที่มีศักดิ์สูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านตระกูลหยาง
ปีนั้นพ่อเขาหยางเหล่าเกินเข้าเมืองมาทำงาน บังเอิญได้เป็นคนงานโรงงานเหล็กกล้า ต่อมาแต่งงานกับแม่ก็เลยลงหลักปักฐานที่นี่
ถือว่าก้าวออกจากหมู่บ้านตระกูลหยาง
แต่พ่อหยางไม่ลืมถิ่นกำเนิด ทุกปีจะกลับไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่หมู่บ้าน ถือโอกาสเอาของติดไม้ติดมือกลับไปจุนเจือญาติพี่น้องที่บ้านเกิด
ดังนั้นหยางเสี่ยวเทาจึงคุ้นเคยกับคนในหมู่บ้านพอสมควร
คราวที่แล้วพ่อเสีย คนในหมู่บ้านก็มาช่วยกันขนโลงศพกลับไป
แค่คิดไม่ถึงว่าผ่านไปไม่นาน จะได้เจอปู่ทวดที่นี่
สวีต้าเม่าชี้นิ้วด่า ปู่ทวดหยางสีหน้าเรียบเฉย แต่หยางสือโถวกลับแสดงความโกรธ เป็นความโกรธของคนซื่อ ที่เกิดจากการไม่ให้เกียรติปู่ทวด
"ไม่ได้ยินเหรอ? รีบออกไป อย่าให้ปู่ต้องลงมือ"
ปึก
สวีต้าเม่าเพิ่งพูดจบ ก็รู้สึกเหมือนโดนถีบเข้าที่ก้นอย่างจัง จากนั้นตัวก็พุ่งไปข้างหน้าล้มคว่ำคะมำหงาย แขนครูดไปกับพื้นจนได้เลือดสองทาง
"โอ๊ย"
"ใคร ใครลอบกัดปู่"
"ต้าเม่า หยางเสี่ยวเทา แกทำบ้าอะไร?"
สวีต้าเม่าแหกปาก แม่สวีก็วิ่งเข้ามา มองหยางเสี่ยวเทาด้วยความโกรธ
หยางเสี่ยวเทาไม่แม้แต่จะมอง รีบเข้าไปหาปู่ทวด สีหน้าเบิกบาน "ปู่ทวด มาได้ยังไงครับ?"
สิ้นเสียง บวกกับการแต่งกายแบบชาวนา คนรอบข้างรู้ฐานะคนคนนี้ทันที
นี่คือคนหมู่บ้านตระกูลหยาง ญาติของหยางเสี่ยวเทา
และเข้าใจแล้วว่าทำไมหยางเสี่ยวเทาถึงลงมือกับสวีต้าเม่าต่อหน้าธารกำนัล
ด่าทอผู้หลักผู้ใหญ่ต่อหน้าลูกหลานเขา นี่ถ้าอยู่ในเมืองนะ ถ้าอยู่หมู่บ้านตระกูลหยาง ไม่โดนกระทืบตายก็แปลกแล้ว
สวีต้าเม่าถูกแม่สวีดึงขึ้นมา ได้ยินคำพูดของหยางเสี่ยวเทา หน้าตามืดครึ้มน่ากลัว
ไม่สนความเจ็บปวด เตรียมจะร้องว่าคนทำร้ายร่างกาย
ตอนนั้นเอง หัวหน้าหวังเดินออกมาจากฝูงชน มองปู่ทวดหยาง สีหน้าตื่นเต้น
"หยาง เลขาธิการเฒ่า?"
"ใช่ท่านจริงๆ เหรอ?"
การปรากฏตัวของหัวหน้าหวังทำให้คำตะโกนของสวีต้าเม่าจุกอยู่ที่ปาก ส่วนปู่ทวดหยางมองหยางเสี่ยวเทา ภาพความทรงจำซ้อนทับกับภาพตรงหน้า ความปลาบปลื้มยังไม่ทันจางหาย ก็เห็นหัวหน้าหวังวิ่งเข้ามา
"เธอคือ นังหนูหวัง?"
ปู่ทวดหยางถามอย่างไม่แน่ใจ
"ใช่ๆ เลขาธิการเฒ่า ฉันคือนังหนูหวังลูกบ้านหวังเหล่าซานไงจ๊ะ"
หัวหน้าหวังดีใจสุดขีด รีบเข้าไปควงแขนปู่ทวดหยาง สนิทสนมยิ่งกว่าหยางเสี่ยวเทาเสียอีก
ปู่ทวดหยางได้ยิน ก็เผยสีหน้าระลึกความหลัง
"ดี ดี นังหนูบ้านหวัง ดี!"
"แม่กับพี่ชายแกล่ะ?"
"ไม่เจอกันตั้งหลายปี คราวก่อนพี่แกยังไม่แต่งเมีย ตอนนี้ล่ะ?"
"สบายดีจ้ะ พี่ฉันมีลูกชายสองคนแล้ว แต่แม่ไม่มีบุญ ไปเมื่อปีที่แล้ว...~"
ทั้งสองคุยเรื่องสัพเพเหระกันกลางลานบ้าน สองแม่ลูกบ้านสวีหน้าถอดสี อาศัยจังหวะเผลอค่อยๆ ถอยไปหลังฝูงชน
อี้จงไห่กับเหยียนฟู่กุ้ยก็รู้ว่าที่มาของชายชราตรงหน้าไม่ธรรมดา ก็ขยับเข้าไปใกล้ ตีเนียนทำความรู้จัก
"อี้จงไห่ แล้วก็คนในลานบ้าน มานี่ให้หมด!"
หัวหน้าหวังดึงแขนปู่ทวดหยาง ตะโกนเรียกทุกคน
"ท่านนี้ คือวีรบุรุษของประเทศเรา!"
"เลขาธิการเฒ่าสมัยนั้นนำเด็กๆ แถวนี้ สู้กับพวกผีญี่ปุ่น สู้กับพวกก๊กมินตั๋งขาว ไม่มีความกลัวสักนิด"
หยางเสี่ยวเทาฟังอยู่ข้างๆ ไม่แปลกใจเลย ร่างเดิมรู้เรื่องพวกนี้มานานแล้ว
เขายังรู้อีกว่า ลูกชายสามคนของปู่ทวดล้มตายในการสู้รบกับผีญี่ปุ่น หลานชายสองคน คนหนึ่งตายช่วงปลดแอก อีกคนข้ามแม่น้ำยาลูไปแล้วก็ไม่ได้กลับมา
ตระกูลวีรชนทั้งบ้าน
แต่ปู่ทวดหยางไม่เคยรู้สึกเศร้าโศก กลับบอกลูกหลานในหมู่บ้านว่า นี่คือการเสียสละเพื่อชาติ ตายแล้วได้จารึกชื่อบนอนุสาวรีย์วีรชน เป็นเกียรติสูงสุด
บางที ไม่ได้ผ่านยุคนั้นมา หยางเสี่ยวเทาสมัยใหม่อาจไม่เข้าใจ
แต่ตอนนี้ หลังจากใช้ชีวิตในโลกนี้มาหลายเดือน ความคุ้นเคยและซึมซับจากคนรอบข้าง การเสียสละส่วนน้อยเพื่อส่วนรวมแบบนี้ เริ่มค่อยๆ ยอมรับได้แล้ว
"เพื่อชัยชนะ เลขาธิการเฒ่าเสียลูกชายสามคนหลานชายสองคน พลีชีพเพื่อชาติทั้งหมด"
"นี่คือแบบอย่างที่พวกเราทุกคนต้องเรียนรู้ คือวีรบุรุษที่ต้องเคารพ"
แปะ แปะ แปะ
รู้ประวัติของปู่ทวด โดยเฉพาะวีรกรรมที่พูดออกมาแล้วสั่นสะเทือนจิตใจ คนในลานบ้านอดไม่ได้ที่จะปรบมือ
สำหรับคนที่เสียสละเพื่อการสร้างชาติ พวกเขาเคารพจากใจจริง
"เรื่องเก่าเก็บทั้งนั้น ไม่พูดถึง ไม่พูดถึง"
"ฉันน่ะ ตอนนี้ก็แค่ตาแก่คนหนึ่ง อยู่ในหมู่บ้านเห็นผู้คนมีข้าวกินอิ่มทุกวัน ไม่หนาว ไม่หิว ก็ดีใจแล้ว"
"คนรุ่นพวกเราทุ่มเทไปเท่าไหร่ ขอแค่ลูกหลานมีชีวิตที่ดี ฉันก็พอใจแล้ว"
ปู่ทวดหยางพูดถึงลูกหลาน ก็มีความเศร้าแวบหนึ่ง แต่ไม่นานก็ถูกแทนที่ด้วยความภูมิใจในตัวลูกหลาน
มีลูกหลานแบบนี้ ตระกูลหยางของเขาภูมิใจ
ตายไป เขาก็พาหลานๆ ไปเจอรรพบุรุษได้
หยางเสี่ยวเทาจุกในอก แต่ไม่นานก็คลายลง
ปู่ทวดเป็นชายชราตัวคนเดียว แต่ก็มีลูกหลานเป็นร้อยเป็นพัน...
เพราะคนทั้งหมู่บ้านตระกูลหยาง คือลูกหลานของแก
(จบแล้ว)