- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 21 ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
บทที่ 21 ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
บทที่ 21 ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
ธรรมชาติของมนุษย์มักจะเห็นใจผู้ที่อ่อนแอกว่า เดิมทีเหล่าคนมุงก็รู้สึกรังเกียจพฤติกรรมของหูเหล่ยและฮ่าวเหม่ยหรูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ยิ่งพอได้ยินสิ่งที่ลู่ชิงพูด ทุกคนก็ยิ่งรู้สึกสงสารหญิงสาวจับใจ ต่างพากันสวมบทบาทผู้ผดุงความยุติธรรม รุมประณามหูเหล่ยด้วยความโกรธแค้น
"ไอ้หนุ่ม ทำไมทำตัวแย่แบบนี้? ผู้หญิงเขาเสียหายขนาดนี้แล้ว จิตสำนึกเอ็งโดนหมาคาบไปกินหมดแล้วเรอะ?"
"ใช่! ไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย ไอ้ผู้ชายเฮงซวย รีบๆ คืนเงินเขาไปซะ!"
"คืนเงินเขาไปเร็วๆ อย่ามาขายขี้หน้าอยู่ตรงนี้เลย! หน้าไม่อายจริงๆ!"
เสียงก่นด่าดังเซ็งแซ่ไม่ขาดสาย ราวกับคลื่นที่ซัดสาดเข้าใส่
หน้าของหูเหล่ยแดงก่ำจนแทบจะระเบิด ทั้งโกรธทั้งอับอาย เขาจ้องลู่ชิงเขม็ง กัดฟันกรอด "ลู่ชิง คุณจะเอาให้ตายกันไปข้างนึงเลยใช่ไหม?"
ลู่ชิงตีหน้าซื่อทำตาใส "ฉันไปทำอะไรนาย? นายหักหลังฉัน ไปมั่วกับเพื่อนสนิทฉัน แล้วยังจะหน้าด้านใช้เงินฉันอีกเหรอ?"
"หน้าตัวเมียจริงๆ ผู้ชายพรรค์นี้น่าขยะแขยงชะมัด"
"เสียชาติเกิดจริงๆ ที่มีไอ้นั่นติดตัวมา ขายขี้หน้าลูกผู้ชายหมด"
"ควักเงินมาเร็วๆ ไม่งั้นพวกเราจะลากตัวไปส่งโรงพัก!"
ฝูงชนเริ่มฮึกเหิมส่งเสียงเชียร์ หูเหล่ยรู้ดีว่าวันนี้ถ้าไม่จ่ายเงิน เขาคงไม่ได้ก้าวขาออกไปจากตรงนี้แน่
เขากัดฟันพูดด้วยความเคียดแค้น "ก็แค่เงินไม่กี่หมื่น! ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้ ฉันจะคืนให้! แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!"
พูดจบเขาก็หยิบมือถือขึ้นมา กระแทกเสียงถาม "ทั้งหมดเท่าไหร่? ฉันจะโอนให้เดี๋ยวนี้"
ยังไม่ทันที่ลู่ชิงจะอ้าปากตอบ คุณป้าคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ตะโกนสวนขึ้นมาทันควัน "สามหมื่นแปดพันแปดร้อย! ฉันเคยเป็นนักบัญชีมาก่อน คำนวณในใจเป๊ะๆ ไม่มีพลาด!"
หูเหล่ยแทบกระอักเลือด ขอบใจนะป้า!
เขาจำใจต้องโชว์ป๋า ยกมือถือขึ้นกดโอนเงินสามหมื่นแปดพันแปดร้อยหยวนให้ลู่ชิง
แต่ในใจกลับเหมือนโดนมีดกรีดเลือด สองปีมานี้เขาไม่เคยตั้งใจทำงานทำการ เอาแต่กินหรูอยู่สบาย เงินเก็บในบัญชีที่มีอยู่ห้าหมื่นนั่น ก็เป็นเงินที่เขาไปหลอกผู้หญิงอีกคนมาเมื่อไม่นานนี้
โอนโป้งเดียวหายไปเกือบสี่หมื่น จะไม่ให้เขาเจ็บปวดรวดร้าวได้ยังไง
พอโอนเงินเสร็จ เขาก็ทิ้งเสื้อขนเป็ดตัวนั้นอย่างไม่ไยดี หน้าเขียวคล้ำรีบฉุดแขนฮ่าวเหม่ยหรูเตรียมจะชิ่งหนี แต่ลู่ชิงกลับก้าวเข้ามาขวางทางไว้
หูเหล่ยตวาดลั่นด้วยความโมโห "ลู่ชิง! คุณยังต้องการอะไรอีก? เงินก็คืนให้แล้วนี่!"
ลู่ชิงแค่นหัวเราะ ชี้นิ้วไปที่ฮ่าวเหม่ยหรู "นายคืนเงินส่วนของนายแล้ว นายจะไปฉันไม่ว่า แต่หล่อนยังไปไม่ได้"
ฮ่าวเหม่ยหรูทำหน้าตื่นตระหนกปนโกรธเคือง "ทำไม? ฉันไม่ได้ติดหนี้เธอสักหน่อย!"
ลู่ชิงค่อยๆ ล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าอย่างใจเย็น โบกไปมาตรงหน้าฮ่าวเหม่ยหรู "ความจำเสื่อมหรือไงจ๊ะ? หรือแกล้งโง่? บอกว่าไม่ติดหนี้ฉัน แล้วไอ้สัญญากู้ยืมเงินแผ่นนี้ใครเป็นคนเขียน? อย่าบอกนะว่าจะเบี้ยวหนี้น่ะ?"
พอเห็นกระดาษในมือลู่ชิง หน้าของฮ่าวเหม่ยหรูก็ซีดเผือดสลับแดงก่ำ
เธอลืมเรื่องนี้ไปสนิทใจจริงๆ หรือจะพูดให้ถูกคือ ตอนยืมเธอไม่เคยคิดจะคืนอยู่แล้ว ตอนเขียนสัญญาก็แค่ทำเป็นพิธี เธอคิดมาตลอดว่าคนขี้เกรงใจอย่างลู่ชิงป่านนี้คงลืมเรื่องเงินห้าพันนี่ไปแล้ว ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะพกสัญญานี้ติดตัวมาด้วย
อันที่จริงลู่ชิงก็เพิ่งนึกขึ้นได้ตอนรื้อเจอในลิ้นชักวันก่อน เลยจับยัดใส่กระเป๋าไว้เผื่อฟลุคเจอตัวแม่ตัวดี จะได้ทวงให้สาสม ใครจะยอมให้คนเนรคุณเอาเงินไปใช้ฟรีๆ ไม่นึกว่าวันนี้จะได้งัดออกมาใช้จริงๆ
เมื่อตกเป็นเป้าสายตาของคนมุง ฮ่าวเหม่ยหรูทั้งอายทั้งโกรธ ในใจก่นด่าสาปแช่งลู่ชิงสารพัด นังแพศยา นังบ้านนอก หน้าไม่อาย สมควรแล้วที่โดนทิ้ง เงินแค่ห้าพันยังจะมาทวง ยาจกหรือไงยะ!
เธอไม่เคยมองย้อนดูตัวเองเลยว่าเป็นฝ่ายหน้าด้านไปแย่งแฟนเพื่อนก่อน แถมเงินนั่นก็เป็นน้ำพักน้ำแรงของลู่ชิงที่ให้เธอยืมด้วยความหวังดี
สายตาเหยียดหยามของคนรอบข้างทำให้หน้าร้อนผ่าวเหมือนโดนไฟลวก
เธอหันไปมองหูเหล่ยด้วยสายตาเว้าวอน น้ำตาคลอเบ้า "พี่เหล่ย..."
เธอหวังให้หูเหล่ยช่วยจ่ายเงินห้าพันหยวนนี้แทนเธอ
แต่คนอย่างหูเหล่ยหรือ? เขาคือคนเห็นแก่ตัวขนานแท้ ตอนนี้ในใจเขากำลังเจ็บปวดกับเงินเกือบสี่หมื่นที่เสียไป จะมีกะจิตกะใจที่ไหนมาจ่ายหนี้แทนคนอื่น
เขาแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาอ้อนวอนของฮ่าวเหม่ยหรู สะบัดมือเธอออกอย่างไร้เยื่อใย แล้วพูดเสียงเย็นชา "เงินของฉันคืนให้ลู่ชิงไปหมดแล้ว ฉันไม่มีเงินจะมาช่วยเธอหรอก เงินเธอเป็นคนยืม ก็หาทางคืนเองสิ"
ฮ่าวเหม่ยหรูไม่คิดว่าหูเหล่ยจะใจดำได้ขนาดนี้ น้ำตาที่คลออยู่ไหลรินลงมาจริงๆ คราวนี้ไม่ได้เสแสร้ง "พี่... พี่ทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง!"
เสียงซุบซิบจากคนมุงดังขึ้นอีกครั้ง "ไอ้หมอนี่มันไม่ใช่ลูกผู้ชายจริงๆ ใครได้เป็นผัวถือว่าซวยบัดซบ"
"นั่นสิ แต่นังผู้หญิงนี่ก็ไม่ใช่ย่อย ยืมเงินเพื่อนแล้วยังคิดจะเบี้ยวอีก"
"สมน้ำหน้า ผีเน่ากับโลงผุชัดๆ"
"เขาเรียกว่าแมลงวันหัวเขียวเจอด้วงขี้ควาย เหมาะสมกันดีพิลึก!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
ฮ่าวเหม่ยหรูทั้งโกรธทั้งอาย แต่สายตากดดันจากรอบข้างเหมือนเข็มทิ่มแทง เธอไม่มีทางเลือกอื่น จำต้องกัดฟันหยิบมือถือออกมา กดโอนเงินห้าพันหยวนคืนให้ลู่ชิงอย่างไม่เต็มใจที่สุด
โอนเสร็จ เธอก็ถลึงตาใส่ลู่ชิงด้วยความอาฆาต ก่อนจะวิ่งร้องไห้หนีฝ่าวงล้อมออกไป
หูเหล่ยเห็นดังนั้นก็รีบเดินคอตก หางจุกก้นหนีตามไปท่ามกลางเสียงโห่ฮาของฝูงชน
ลู่ชิงมองดูแผ่นหลังของทั้งคู่เดินจากไป ในใจไม่มีความเสียใจเลยสักนิด วันนั้นเธอคิดได้แล้วว่าคนชั่วๆ สองคนนี้ไม่คุ้มค่าให้เธอเสียน้ำตา วันนี้ได้ตัดขาดกันอย่างเด็ดขาด แถมยังได้เงินคืนมาตั้งหลายหมื่น เธอรู้สึกสะใจจนบอกไม่ถูก
เธอหันไปโค้งขอบคุณกลุ่มคนมุงอย่างนอบน้อม "ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ช่วยเรียกร้องความยุติธรรมให้หนู"
ทุกคนเห็นลู่ชิงเป็นเด็กดีมีมารยาท ก็พากันเข้ามาปลอบใจ บอกว่าอย่าไปเสียใจ และเตือนให้วันหลังดูคนให้ดีๆ
ลู่ชิงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย แต่ในใจรู้ดีว่าคนเหล่านี้แม้จะหวังดี แต่ส่วนใหญ่ก็แค่อยากดูเรื่องสนุก ถ้าวันนี้เธอไม่มีหลักฐานมัดตัวหูเหล่ย ดีไม่ดีคนพวกนี้อาจจะเหยียบซ้ำเธอก็ได้
แต่คำเตือนของพวกเขาก็มีเหตุผล ต่อไปเธอต้องเบิกตาให้กว้าง จะไม่เปิดโอกาสให้คนชั่วเข้ามาทำร้ายได้อีก
เมื่อละครฉากใหญ่จบลง ฝูงชนก็ค่อยๆ สลายตัวไป
ลู่ชิงหยิบมือถือขึ้นมาดูยอดเงินแจ้งเตือนที่เพิ่งเข้ามา สี่หมื่นกว่าหยวน... ในใจรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย เงินก้อนนี้ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเธอได้พอดีเป๊ะ
เธอกำลังคิดว่าจะโอนเงินส่วนหนึ่งกลับไปให้พ่อกับแม่ก่อนดีไหม ทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
หน้าจอแสดงชื่อ 'แม่'
เธอรีบกดรับสาย ปรับเสียงให้สดใส "แม่จ๋า โทรมาเวลานี้มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?"
แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือเสียงร้องไห้โฮของแม่เฝิงชุ่ยผิง
หัวใจของลู่ชิงกระตุกวูบ เธอถามด้วยความตกใจ "แม่! แม่ร้องไห้ทำไม? เกิดอะไรขึ้น? แม่รีบบอกหนูมาสิ!"
เฝิงชุ่ยผิงหมดหนทางแล้วจริงๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ เงินเก็บที่บ้านถูกใช้ไปจนหมดเพราะสามีเข้าโรงพยาบาล เธอจำใจต้องโทรหาลูกสาว แม้จะไม่อยากรบกวนเพราะรู้ว่าลูกลำบากมาเยอะ แต่ตอนนี้มันถึงทางตันแล้ว
จะให้เธอยืนดูสามีตายไปต่อหน้าต่อตาเพราะไม่มีเงินรักษาได้ยังไง
เธอสะอื้นไห้ พูดเสียงขาดห้วง "ชิงชิง... พ่อเอ็ง... พ่อเอ็งไปทำงานที่นาแล้วพลาดล้มขาหัก พอส่งโรงพยาบาล หมอตรวจเจอว่า... พ่อเป็นมะเร็งปอดระยะแรก... หมอบอกว่าต้องใช้เงินค่าผ่าตัดห้าแสนหยวน... เงินที่บ้านเราหมดเกลี้ยงแล้วลูก... แม่ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว..."
ลู่ชิงรู้สึกเหมือนสมองระเบิดตูม หูอื้อตาลาย ราวกับถูกฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางวันแสกๆ